ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง รพ. เซนต์หลุยส์
Saint Louis Palliative Care Center

ขอขอบคุณผู้ร่วมสนับสนุนงาน Death Fest. ทุกท่านและเรามีความยินดีที่จะแจ้งข่าวว่า เราได้รับรางวัลหมวด Creative City Awards...
05/08/2026

ขอขอบคุณผู้ร่วมสนับสนุนงาน Death Fest. ทุกท่าน

และเรามีความยินดีที่จะแจ้งข่าวว่า เราได้รับรางวัลหมวด Creative City Awards (Creative City Festival Award) จากเวที Creative Excellence Awards 2026

‘Death Fest 2026’ คืองานแฟร์ที่กล้าชวนคนไทยคุยเรื่องตายดีอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่สุขภาพ การดูแล การเงิน ความเชื่อ และโดยเฉพาะ "ความสัมพันธ์"

เพราะ The Cloud เชื่อว่าชีวิตที่ดีและมีความหมายจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันที่เรายังอยู่ จึงชวน Peaceful Death และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร Choojai ร่วมผลักดันงานนี้ให้เป็นตัวกลางช่วยสื่อสารเรื่องยาก ๆ ให้ง่ายขึ้น

Creative City Festival Award เป็นรางวัลสำหรับกิจกรรมหรือเทศกาลสร้างสรรค์ที่นำทุนทางวัฒนธรรม ศิลปะ ประเพณี อาหาร ฯลฯ มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อย่าน ชุมชน หรือพื้นที่

ซึ่ง Death Fest. เป็นงานที่เราตั้งใจออกแบบสำหรับทุกคน ไม่ได้มีแค่เวทีเสวนาทางวิชาการ แต่รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตและความสัมพันธ์ ทั้งนิทรรศการ Human Life-brary และเวิร์กช็อปตั้งแต่:

- การเตรียมใจและการสื่อสารเมื่อถึงวาระสุดท้าย
- การออกแบบงานศพ
- การฝึกสื่อสารเรื่องความตายกับคนรัก

เพื่อจะได้ออกแบบชีวิตของตัวเองอย่างที่ต้องการ และได้โอกาสกลับมาดูแล ซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่มีก่อนวันสุดท้ายของชีวิต

เราเชื่อว่าเวทีนี้จะสะท้อนศักยภาพของนักสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนแนวคิดใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านความคิดสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน และนำผลงานสร้างสรรค์ของไทยไปสู่เวทีโลก

ร่วมแสดงความยินดีกับพวกเราทีมงานเบื้องหลัง Death Fest. ได้ในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ งานประกาศรางวัล Creative Excellence Awards 2026

พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com

ขอขอบคุณผู้ร่วมสนับสนุนงาน Death Fest. ทุกท่าน และขอแสดงความยินดีที่ได้รับรางวัลหมวด Creative City Awards (Creative City Festival Award) จากเวที Creative Excellence Awards 2026

‘Death Fest 2026’ คืองานแฟร์ที่กล้าชวนคนไทยคุยเรื่องตายดีอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่สุขภาพ การดูแล การเงิน ความเชื่อ และโดยเฉพาะความสัมพันธ์ เพราะ The Cloud เชื่อว่าชีวิตที่ดีและมีความหมายจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันที่เรายังอยู่ จึงชวน Peaceful Death และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร Choojai ร่วมผลักดันงานนี้ให้เป็นตัวกลางช่วยสื่อสารเรื่องยาก ๆ ให้ง่ายขึ้น

Creative City Festival Award เป็นรางวัลสำหรับกิจกรรมหรือเทศกาลสร้างสรรค์ที่นำทุนทางวัฒนธรรม ศิลปะ ประเพณี อาหาร ฯลฯ มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อย่าน ชุมชน หรือพื้นที่ ซึ่ง Death Fest. เป็นงานที่เราตั้งใจออกแบบสำหรับทุกคน ไม่ได้มีแค่เวทีเสวนาทางวิชาการ แต่รวมทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตและความสัมพันธ์ ทั้งนิทรรศการ Human Life-brary และเวิร์กช็อปตั้งแต่การเตรียมใจและการสื่อสารเมื่อถึงวาระสุดท้าย การออกแบบงานศพ ไปจนถึงการฝึกสื่อสารเรื่องความตายกับคนรัก เพื่อจะได้ออกแบบชีวิตของตัวเองอย่างที่ต้องการ และได้โอกาสกลับมาดูแล ซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่มีก่อนวันสุดท้ายของชีวิต

เราเชื่อว่าเวทีนี้จะสะท้อนศักยภาพของนักสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนแนวคิดใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านความคิดสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน และผลงานสร้างสรรค์ของไทยไปสู่เวทีโลก

ร่วมแสดงความยินดีกับพวกเราทีมงานเบื้องหลัง Death Fest. ได้ในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ณ งานประกาศรางวัล Creative Excellence Awards 2026

พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com

31/07/2026

🕯️การตายดี คือการที่ได้วางแผนกับสัจธรรมที่ทุกคนต้องเผชิญ คือการใช้ช่วงเวลาท้ายๆ อย่างสงบ มีศักดิ์ศรี และตรงกับสิ่งที่ท่านปรารถนา

แน่นอนว่าความปรารถนาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แน่นอนว่าจะทำตามปรารถนาได้ บางทีต้องใช้เวลาพอสมควร

สำหรับบางคน คือการไม่เจ็บปวด
สำหรับบางคน คือการได้อยู่กับครอบครัวที่บ้าน
สำหรับบางคน คือการได้มีจิตสงบ ได้ฟังบทสวดในวาระสุดท้าย 🤍
สำหรับบางคน คือการได้ทำสิ่งที่อยากทำจนครบ
สำหรับบางคน คือการที่ไม่หันมามองชีวิตแล้วเสียใจภายหลัง

และสิ่งที่งดงามที่สุดคือ การตายดีไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นสิ่งที่เราเตรียมและดูแลให้เกิดขึ้นได้ ด้วยความรักและความเข้าใจ 💚

และเราเริ่มเตรียมเริ่มคิดได้ตั้งแต่วันนี้

23/07/2026

💔 "พ่อเป็นโรคหัวใจ ไม่ได้เป็นมะเร็ง... ทีมประคับประคองจะช่วยอะไรได้?"

หลายคนเข้าใจว่า Palliative Care มีไว้สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเท่านั้น 🌿

เมื่อพูดถึงการดูแลแบบประคับประคอง คนส่วนใหญ่มักนึกถึงผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเป็นอันดับแรก จนเกิดความเข้าใจว่าบริการนี้มีไว้สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์กับอาการที่ควบคุมไม่ได้เป็นเวลาหลายปี โดยไม่เคยได้รับการส่งปรึกษาทีม palliative care เลย เพียงเพราะโรคที่พวกเขาเป็น ไม่ได้ชื่อว่า "มะเร็ง"

ทุกคนล้วนมีความทุกข์ และล้วนได้ประโยชน์จากการดูแลแบบประคับประคอง 💚

ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวที่ต้องเข้าโรงพยาบาลซ้ำๆ ด้วยอาการเหนื่อยหอบ
ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่หายใจไม่อิ่มจนทำอะไรไม่ได้
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องตัดสินใจว่าจะฟอกไตต่อไปหรือไม่
ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทอย่างพาร์กินสันหรือ ALS และภาวะสมองเสื่อมต่างๆ ที่ครอบครัวต้องแบกรับการดูแลอย่างยาวนาน

💚คนเหล่านี้ล้วนเผชิญกับความทุกข์ทั้งทางกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ ไม่ต่างจากผู้ป่วยมะเร็ง และล้วนได้ประโยชน์จากการดูแลแบบประคับประคองเช่นเดียวกัน

❤️ตราบใดที่โรคนั้นคุกคามชีวิต ก่อให้เกิดอาการที่รบกวนคุณภาพชีวิต หรือทำให้ต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ เกี่ยวกับการรักษา การดูแลแบบประคับประคองก็มีบทบาทเสมอ
หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ อย่าลังเลที่จะสอบถามแพทย์ผู้รักษาว่า "การปรึกษาทีมประคับประคอง จะช่วยเราได้ไหม?" เพราะการเข้าถึงการดูแลที่เหมาะสม คือสิทธิของผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะป่วยด้วยโรคใดก็ตาม

10/07/2026

❓"ทำไมคนไข้ไม่ยอมกิน?"
❓"ไม่กินแล้วจะอยู่ได้ยังไง?"
❓"ให้น้ำเกลือเพิ่มหน่อยได้ไหมหมอ?"

📖คำถามเหล่านี้เต็มไปด้วยความรักและความกังวลของครอบครัว เมื่อเราเห็นคนที่รักค่อยๆ กินได้น้อยลงหรือไม่ยอมกินเลยในช่วงท้ายของชีวิต
ในวัฒนธรรมไทย(และชาวเอเชียอื่นๆ) ที่การกินเป็นเรื่องสำคัญ กลับบ้านมาเจอคำทักทายว่า "กินอะไรมาหรือยัง ?" ทำให้การป้อนข้าวป้อนน้ำคือการแสดงความรักและการดูแล การที่ผู้ป่วยกินไม่ได้จึงสร้างความทุกข์ใจอย่างมาก หลายครอบครัวรู้สึกผิด ราวกับว่ากำลังปล่อยให้คนที่รัก "อดอยาก" แต่ความจริงทางการแพทย์นั้นแตกต่างออกไปจากที่เราเข้าใจ

เมื่อร่างกายเข้าสู่ช่วงท้ายของชีวิต ระบบต่างๆ จะค่อยๆ ทำงานช้าลงตามธรรมชาติ รวมถึงระบบย่อยอาหาร ความอยากอาหารเคยมีจะค่อยๆ ลดลง ร่างกายที่กำลังจะจากไปอย่างสงบไม่ได้ต้องการพลังงานเหมือนร่างกายที่แข็งแรง การกินได้น้อยลงจึงไม่ใช่ "สาเหตุ" ที่ทำให้ผู้ป่วยทรุด แต่เป็น "ผลตามธรรมชาติ" ของร่างกายที่กำลังปรับตัวต่างหาก
การพยายามให้อาหารหรือน้ำมากเกินไปในระยะนี้ ไม่ว่าจะผ่านการป้อน การใส่สายให้อาหาร หรือการให้น้ำเกลือ อาจสร้างความทรมานมากกว่าประโยชน์ที่ได้ เช่น ทำให้เกิดอาการท้องอืด คลื่นไส้ สำลัก ตัวบวม หรือน้ำท่วมปอดซึ่งทำให้หายใจลำบากขึ้น

❓ถ้าอย่างนั้นให้ทำยังไงล่ะ ?

สิ่งที่ครอบครัวทำได้และมีความหมายที่สุดในช่วงนี้ ไม่ใช่การเพิ่มปริมาณอาหาร แต่คือการดูแลด้วยความรักในรูปแบบอื่น เช่น การใช้สำลีชุบน้ำเช็ดริมฝีปากให้ชุ่มชื้น การให้จิบน้ำหรือลิ้มรสอาหารที่ชอบเท่าที่ไหวเพื่อความสุข ไม่ใช่เพื่อโภชนาการ การอยู่เคียงข้าง การอยู่เป็นเพื่อน สัมผัส จับมือ พูดคุย และการดูแลความสุขสบายต่างๆ
ทีม palliative care เข้าใจในความกังวลในประเด็นนี้ มันถูกฝังอยู่กับวัฒนธรรมของชาวไทยและชาวเอเชียจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาเราจะพยายาม support ให้ก้าวผ่านความกังวลเหล่านี้ไปด้วยกัน

29/06/2026

🤔🤔 "หมอส่งไปหาทีมประคับประคอง... แปลว่าหมดหวังแล้วใช่ไหม?"

หลายครอบครัวพลาดการดูแลแบบประคับประคองไปเพราะความเข้าใจผิดนี้ 🌿 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยสุดๆ ว่า ณ วันที่แพทย์เจ้าของไข้แนะนำว่าเริ่มปรึกษาทีม Palliative แปลว่าแพทย์เห็นว่าเราหมดหวังแล้ว ใกล้จะถึงเวลาแล้ว ซึ่งทำให้บางทีคนไข้และครอบครัวเลยปฏิเสธการปรึกษานี้เพราะการ "ไม่ยอมแพ้" หรือ "ไม่สิ้นหวัง"

เราพูดกันอยู่เสมอว่าการรักษาทางการแพทย์คือการและเปลี่ยนรูปแบบหนึ่ง
- ยอมกินยาฉีดยาต่างๆ ยอมให้สิทธิ์ในร่างกายของเรากับทีมรักษา ยอมทำสิ่งต่างๆ ตามเวลาของโรงพยาบาล เพื่อให้หายจากโรค
- ยอมทรมานเจ็บตัวโดนเอาสิ่งต่างๆ เข้าร่างกาย เพื่อรักษาโรค หรือบางครั้งแค่รักษาความหวังไว้เฉยๆ
- บางครั้งยอมเสียคุณภาพชีวิตมากๆ เพื่อยืดเวลาออกไปได้อีกหน่อย

Palliative Care ไม่ใช่การยอมแพ้ และไม่ได้แปลว่าหมดหวัง ไม่ได้มีไว้สำหรับแค่ช่วงสุดท้าย แต่คือการดูแลที่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้เราคิดถึงคุณภาพชีวิตของคนไข้บ้าง ในระหว่างที่เรายังอยู่กับการรักษาหลัก

ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ มักมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และบางคนยังมีชีวิตยืนยาวกว่าด้วยซ้ำ 💚

คิดเสียว่าเราคือ "เพื่อนร่วมทาง" ที่จะเดินไปด้วยกัน เพื่อให้คุณไม่ต้องเผชิญกับโรคที่ต้องสู้กันอย่างยากลำบากเพียงลำพัง 🤍

24/06/2026

📝 "ถ้าวันหนึ่งเราพูดเองไม่ได้... ใครจะรู้ว่าเราต้องการอะไร?"
"การวางแผนการดูแลล่วงหน้า" สำคัญกว่าที่คิด 📝

"หนังสือแสดงเจตนา" (Living Will) ที่รับรองตามกฎหมายไทย(มาตรา 12 พรบ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550) ให้เราคิดและเขียนไว้ล่วงหน้าว่า อยากหรือไม่อยากรับการรักษาแบบไหนในวาระสุดท้าย เช่น การใส่เครื่องช่วยหายใจ การปั๊มหัวใจ ที่อาจเป็นเพียงการยื้อลมหายใจออกไปเฉยๆ

การเขียนไว้ก่อน ไม่ใช่การยอมแพ้ หรือแช่งตัวเอง แต่คือ "ความชัดเจน" ที่เรามอบให้คนที่รัก เพื่อพวกเขาไม่ต้องแบกการตัดสินใจที่ยากเย็นและหนักใจเพียงลำพัง 🤍

ลองเปิดบทสนทนานี้กับครอบครัววันนี้นะคะ

หรือใครที่ไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ สามารถปรึกษาทีม ที่เรา หรือที่ใกล้บ้านของท่านก็ได้ เพื่อให้การดูแลที่จะเกิดขึ้นตรงกับสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการอย่างแท้จริง

📝📝📝

23/06/2026

💊 "ให้มอร์ฟีนแล้วจะติดยาไหม?"
💊"ให้มอร์ฟีนแล้วจะเป็นการเร่งให้คนไข้จากไปเร็วขึ้นหรือเปล่า?"
นี่คือคำถามที่เราได้ยินบ่อยที่สุด และความกลัวนี้ทำให้ผู้ป่วยหลายคนต้องทนเจ็บโดยไม่จำเป็น 😔
สิ่งที่งานวิจัยจำนวนมากยืนยันคือ เมื่อใช้มอร์ฟีนเพื่อบรรเทาปวดภายใต้การดูแลของแพทย์ ผู้ป่วยจะไม่ "ติดยา" และการใช้ยาเพื่อลดปวดก็ไม่ได้เร่งให้จากไปเร็วขึ้น

ตรงกันข้าม การควบคุมความปวดที่ดี ช่วยให้ท่านพักได้ กินได้ และใช้เวลาที่เหลือกับครอบครัวอย่างมีคุณภาพ 🌿

สิ่งที่สำคัญคือหากมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียงหรืออาการที่เกิดขึ้นเช่น ท้องผูก ง่วงซึม หรือคลื่นไส้ ขอให้สื่อสารอย่างเปิดใจกับทีมแพทย์เพื่อปรับยาและจัดการอาการเหล่านี้ โดยที่ยังคงพยายามจัดการความปวดไปด้วย เราจะไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยต้องทนกับความเจ็บปวดที่จะทรมานทั้งร่างกาย จิตใจและศักดิ์ศรีของผู้ป่วยไปพร้อมๆ กัน

โดยสรุปการบรรเทาปวด คือสิทธิที่ผู้ป่วยทุกคนสมควรได้รับ เราจะไม่เร่งการตาย และยาในขนาดที่แก้ปวดจะไม่ทำให้คนไข้ติดยา 🤍

19/06/2026

🤍 "ดูแลคนที่รัก อย่าลืมดูแลตัวเอง" 🤍

คุณตื่นกลางดึกเพื่อมาพลิกตัวให้ ป้อนข้าวให้ เช็ดตัว และคอยอยู่เคียงข้างเสมอผู้ป่วย

เคยถามตัวเองไหมว่า : "วันนี้ฉันดูแลตัวเองบ้างหรือยัง?"

การรู้สึกเหนื่อย ต้องการพัก หรืออยากมีเวลาส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว 🌿 เพราะคนที่หมดแรง ย่อมดูแลใครได้ไม่ดี

เบื้องหลังผู้ป่วยระยะสุดท้ายทุกคนมีผู้ดูแลที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะเป็นลูก คู่สมรส ญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักสักคนหนึ่ง พวกเขาคือฮีโร่ที่ตื่นกลางดึกเป็นประจำเพื่อพลิกตัวให้ ป้อนอาหารให้ เช็ดตัว และคอยจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยตลอดเวลา ทั้งปัญหาทางกาย ใจ สังคม และจิตวิญญาณ แต่ความทุ่มเทที่ต่อเนื่องยาวนานนี้จะค่อยๆ บั่นทอนทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ดูแลโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว

ภาวะหมดไฟของผู้ดูแล (caregiver burnout) มีสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต เช่น อ่อนล้าเรื้อรังแม้จะได้พัก นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย รู้สึกผิดเมื่ออยากพักหรือออกไปข้างนอก หรือเริ่มแยกตัวจากเพื่อนฝูง
บางคนถึงขั้นมีอาการซึมเศร้าหรือป่วยทางกายตามมาก็เป็นได้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า การรู้สึกเหนื่อยล้าหรือต้องการเวลาส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว และไม่ได้แปลว่าคุณรักและแคร์ผู้ป่วยน้อยลง แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายและใจของคุณกำลังต้องการการเติมพลัง

ผู้ที่หมดพลังย่อมไม่สามารถดูแลใครได้ดี ดังนั้นการดูแลตัวเองของผู้ดูแลเป็นสิ่งจำเป็น อาจเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เช่น ยอมรับว่าเราเองอาจจะไม่สามารถทำทุกอย่างได้ อาจลองรับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง แบ่งงานให้สมาชิกในครอบครัวคนอื่น หาเวลาพักแม้เพียงวันละไม่กี่นาที
และแน่นอนว่าสามารถปรึกษาทีม palliative care เพื่อช่วยกันหาทางออกสำหรับทั้งผู้ป่วย ครอบครัวและผู้ดูแลด้วย เพราะความเจ็บป่วยและการตายเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว 💚

#การดูแลแบบประคับประคอง

ที่อยู่

โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ 27 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00
เสาร์ 08:00 - 16:00
อาทิตย์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6628385518

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์ดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์:

ทางลัด

แชร์