29/07/2026
ภาคประชาสังคมนานาชาติใช้เวทีเอดส์โลก 2026 ค้าน บ.เมิร์ก ให้เฉพาะประเทศคู่สัญญาใช้สิทธิโดยสมัครใจกับยาเพร็พ ‘อะลิมาทราเวียร์’ ชี้ไม่ใช่คำตอบของการเข้าถึงยาอย่างเป็นธรรม แนะหั่นราคาขายทั่วโลก 3 เหรียญต่อคนต่อปี
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ในการประชุม #เอดส์โลก ริโอเดอจาเนโร บราซิล บริษัท Merck ได้ประกาศลงนามข้อตกลง ‘การให้ใช้สิทธิโดยสมัครใจ’ (Voluntary License) สำหรับ ‘ยาอะลิมาทราเวียร์’ หรือ MK-8527 ซึ่งเป็นยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี )ชนิดรับประทานเดือนละครั้ง ที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาระยะที่ 3 โดยมีการลงนามกับผู้ผลิตยาชื่อสามัญ 7 ราย ครอบคลุม 129 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วยนั้น
แม้ Merck จะนำเสนอว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงยา แต่เครือข่ายภาคประชาสังคมนานาชาติอย่าง Make Medicines Affordable: กลับเห็นว่า ข้อตกลงนี้ยังคงเป็นกลไกที่บริษัทเจ้าของสิทธิบัตรควบคุมการเข้าถึงยา และมีข้อจำกัดที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงยาราคาที่เหมาะสมได้
ประเทศที่มีการระบาดของเอชไอวีสูงจำนวนมาก ‘กลับถูกกีดกัน’ ออกจากข้อตกลง เช่น บราซิล อาร์เจนตินา ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโก เปรู ปานามา ปารากวัย อุรุกวัย และอีกหลายประเทศในลาตินอเมริกา ทำให้ประเทศเหล่านี้ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องซื้อยาในราคาที่ Merck กำหนด แม้ว่าหลายประเทศจะมีส่วนร่วมในการวิจัยทางคลินิกของยานี้ก็ตาม
แม้ประเทศที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงจะสามารถเข้าถึงยาชื่อสามัญได้ แต่ผู้ผลิตยาชื่อสามัญกลับต้องยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ได้แก่ (1) หากคัดค้านคำขอสิทธิบัตรหรือสิทธิบัตรของ Merck บริษัทสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันที (2) ห้ามจำหน่ายยาออกนอกเขตประเทศที่กำหนด และมีมาตรการป้องกันการนำเข้าคู่ขนาน (parallel importation) ซึ่งเป็นมาตรการที่กฎหมายของหลายประเทศอนุญาตให้ใช้เพื่อจัดหายาราคาถูกกว่า และ (3) เมื่อประเทศที่อยู่นอกข้อตกลงใช้มาตรการซีแอล ห้ามบริษัทยาชื่อสามัญที่เป็นคู่สัญญากับ Merck ผลิตและขายยาให้กับประเทศเหล่านั้นได้ นอกจากนี้ ข้อตกลงยังมีเงื่อนไขด้านมาตรฐานคุณภาพและกำหนดเวลาการรับรองที่เข้มงวด รวมถึงกำหนดให้ผู้ผลิตต้องถ่ายทอดนวัตกรรมการผลิตที่พัฒนาขึ้นให้แก่ Merck อีกด้วย
งานวิจัยของ ศ. Andrew Hill และคณะ จากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ซึ่งนำเสนอในการประชุม AIDS 2026 ประเมินว่ายา Alimatravir สามารถผลิตได้ในต้นทุนเพียงประมาณ 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี ทำให้ยานี้มีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือป้องกันเอชไอวีที่มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ภายใต้ระบบสิทธิบัตรและข้อตกลงการให้ใช้สิทธิโดยสมัครใจ บริษัทเจ้าของสิทธิบัตรยังคงเป็นผู้กำหนดว่าใครจะสามารถผลิตยา จำหน่ายที่ใด และในราคาเท่าใด
เครือข่าย Make Medicines Affordable (MMA) จึงเรียกร้องให้
(1) รัฐบาลของประเทศที่ถูกกีดกันจากข้อตกลงใช้มาตราการยืดหยุ่นภายใต้ความตกลง TRIPS เช่น การใช้มาตรการซีแอลและการคัดค้านสิทธิบัตร เพื่อให้สามารถเข้าถึงยาราคาที่เหมาะสม
(2) ผู้ผลิตยาชื่อสามัญไม่ควรต้องพึ่งพาการอนุญาตจาก Merck ในการผลิตยา Alimatravir พร้อมทั้งส่งเสริมการลงทุนด้านการผลิตยาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อขจัดอุปสรรคด้านสิทธิบัตรและเร่งให้เกิดการแข่งขันจากยาชื่อสามัญโดยเร็วที่สุด
#เข้าถึงยา #เอชไอวี #เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ
อ่านข่าวฉบับเต็มในคอมเมนต์ 🔽🔽