20/07/2026
ในที่สุดผลงานวิจัยของตาวก็ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศ Journal of Creative Arts Therapies (JoCAT) เรียบร้อยแล้วค่า 🎉🤍
สำหรับงานวิจัยหัวข้อ
“Exploring the experience of clay-based art therapy for burnout in Thai office workers”
จริง ๆ แล้วหัวข้อนี้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงของตาวเอง สมัยที่ยังทำงานออฟฟิศแล้วเกิดภาวะ Burnout
ตอนนั้นรู้สึกว่าองค์กรในไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยมีกิจกรรมหรือเครื่องมือที่ช่วยดูแลจิตใจและ well-being ของพนักงานมากนัก ที่เคยเจอมากที่สุดคือการเชิญนักจิตวิทยามาบรรยาย ซึ่งก็ยังไม่ค่อยตอบโจทย์ Manager สาวคนนั้นที่หัวใจกำลังแหลกสลายอยู่เหงา ๆ คนเดียวในห้องประชุม 😂🥲
จนกระทั่ง Manager สาวได้มีโอกาสไปลอง Art Therapy Workshop ข้างนอกด้วยตัวเอง แล้วรู้สึกว่ามันช่วยให้ตัวเองดีขึ้นมาก จึงเกิดความคิดว่า
“ถ้ามี Workshop ระยะสั้นที่สามารถเข้าไปจัดในออฟฟิศ เพื่อช่วยดูแลจิตใจคนทำงานที่กำลังเหนื่อยล้าหรือหมดไฟได้ก็คงดีนะ”
โอเค งั้นเดี๋ยวลาออกไปเรียนต่อ แล้วมาทำสิ่งนี้ด้วยตัวเองเลยละกัน 😂
เลยปักหมุดตั้งแต่เข้าเรียนเทอมแรกว่า อยากทำวิจัยเรื่องนี้
ระหว่างเรียนก็ได้ศึกษาเครื่องมือและกระบวนการศิลปะบำบัดหลาย ๆ รูปแบบ ออกแบบกระบวนการ ลองผิดลองถูก และซ้อมจัดกับเพื่อนอยู่หลายรอบมาก กว่าจะออกมาเป็นเวอร์ชัน Final ที่นำไปใช้จริง
แต่หนึ่งในด่านที่ยากที่สุดคือ การขออนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัย เพราะเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ จึงมีข้อกำหนดหลายอย่างเพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดจะปลอดภัย ไม่สร้างผลกระทบทางจิตใจต่อผู้เข้าร่วม และไม่ก่อให้เกิดอคติหรือผลกระทบในที่ทำงาน
ตอนนั้นตาวโดนแก้หลายรอบมาก ๆ 🥲
และความพีคที่สองคือ การตามหาบริษัทที่อนุญาตให้เข้าไปจัดกิจกรรมฟรีเพื่อเก็บข้อมูลวิจัย
จากแผนแรกที่ต้องจัดถึง 6 วัน ต้องยุบเหลือ 1 วัน
จากกิจกรรม 6 ชั่วโมง ต้องยุบเหลือประมาณ 3 ชั่วโมง
เพราะในโลกของการทำงานจริง บริษัทส่วนใหญ่ไม่สามารถให้พนักงานสละเวลามาร่วมกิจกรรมได้นานขนาดนั้น
ช่วงนั้นต้องต่อสู้กับคำปฏิเสธกว่า 35+ ครั้ง จนเหลือเวลาอีกแค่ 4 วันสุดท้าย ตัดสินใจโพสต์ขอความช่วยเหลือลง Facebook แล้วเพื่อน ๆ ก็ช่วยกันแชร์ ช่วยติดต่อ ช่วยส่งต่อ จนสุดท้ายได้รับคำตอบรับจากบริษัทและสามารถเก็บข้อมูลได้ทันเวลาพอดี 🥹
โพสต์นี้เลยอยากขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่ช่วยเหลือตาวมาตลอด 2 ปี ไม่ว่าจะเป็นการส่งกำลังใจ ช่วยแชร์โพสต์ ช่วยคุยกับ HR ให้ ช่วยเป็นกลุ่มทดลอง ช่วยมาเป็นผู้ช่วยในวันจัดกิจกรรม และความช่วยเหลืออีกเยอะมาก ๆ
จนในที่สุดตาวก็ make it happen ได้สำเร็จ 🤍
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น 😂
แม้จะส่งเล่มวิทยานิพนธ์และผ่านการอนุมัติจากมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ยังไม่สามารถจบการศึกษาได้ เพราะต้องรอให้งานได้รับการตีพิมพ์ก่อน
กระบวนการนี้ใช้เวลาเพิ่มอีกเกือบ 1 ปี ในการปรับแก้งานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวารสารต่างประเทศ
ต้นฉบับที่ส่งไปประมาณ 7,000 คำ มีส่วนที่ต้องแก้ไขปรับปรุงเกือบ 5,000 คำ 🫠 โดยหลัก ๆ เป็นเรื่องภาษา การเรียบเรียง และการใช้คำศัพท์ให้สอดคล้องกับประเภทบทความของวารสาร ไม่ใช่การเปลี่ยนสาระสำคัญหรือผลของงานวิจัย
ต้องขอบคุณเทคโนโลยีและ เไ ต่าง ๆ ที่ช่วยทุ่นแรงไปได้เยอะมาก เพราะเกือบไม่รอดแล้วจริง ๆ 😂
และวันนี้...ในที่สุดมันก็ Published แล้ว 🎉✨
🙏 ขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษาและคณาจารย์ทุกท่าน ที่คอยให้คำแนะนำและให้ความรู้ตลอดเส้นทางการเรียนและการทำวิจัย
🙏 ขอบคุณองค์กรและบริษัทที่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมและการเก็บข้อมูล รวมถึงผู้เข้าร่วมวิจัยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและแบ่งปันประสบการณ์อันมีคุณค่าให้กับงานชิ้นนี้
🙏 ขอบคุณครอบครัว เพื่อน ๆ และทุกคนที่อยู่เคียงข้าง คอยรับฟัง ให้กำลังใจ และช่วยประคับประคองกันในช่วงเวลาที่เหนื่อยและยากลำบากที่สุด
🙏 และสุดท้าย ขอบคุณตัวเองที่เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อในเสียงหัวใจของตัวเอง และหนักแน่นกับหัวข้อวิจัยที่เลือกมาตั้งแต่ต้น จนมีแรงใจที่จะสู้กับมันจนถึงที่สุด
เพราะถ้าวันนั้นคล้อยตามคำแนะนำของคนอื่นแล้วเปลี่ยนไปทำหัวข้อที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกอินมากพอ ระหว่างทางอาจยอมแพ้ไปแล้วจริง ๆ
เก่งมากเลย ตาวตาว 🥹🤍
____________________________
สำหรับใครที่สนใจ สามารถอ่าน Full Article ได้ที่
https://www.jocat-online.org/pp-26-prachakittikul
____________________________
Star Third Sphere
Healing Space for Returning to Yourself