19/08/2026
https://www.facebook.com/share/p/1cxi5CMtVc/
Check list สำหรับศูนย์ไตเทียมเมื่อเกิดน้ำท่วม ผมแนะนำทำเป็นเอกสาร “Flood Disaster Preparedness Checklist for Hemodialysis Unit” เผื่อนำไปปรับใช้กันได้เลยนะครับ
download >> https://drive.google.com/file/d/1sDXt3b66RWyTu0OfY9jrZHxRJ9CY8azy/view?usp=sharing
1. สิ่งสำคัญที่สุด: Patient Continuity Plan
ควรทำ ทะเบียนผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้พร้อมใช้แม้ระบบคอมพิวเตอร์ล่ม โดยมีอย่างน้อย
ชื่อ/เบอร์ติดต่อผู้ป่วยและญาติ
dialysis prescription ล่าสุด
Dry weight
Vascular access: AVF / AVG / CVC
Dialyzer
Dialysate K⁺ / Ca²⁺
Qb / Qd
เวลา HD และ UF target โดยทั่วไป
anticoagulation
ยาที่ให้ระหว่าง HD
HBV/HCV และ infection-control information ที่จำเป็น
โรคร่วม/ประวัติแพ้ยา
ศูนย์ HD สำรองที่สามารถส่งต่อได้
ควรมีทั้ง electronic backup + offline/printed emergency record โดยจัดเก็บข้อมูลตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของสถานพยาบาล
แบ่งผู้ป่วยตามความเสี่ยง
ผู้ป่วยที่ K⁺ สูงง่าย, volume overload ง่าย, ไม่มี residual urine, missed HD ไม่ได้, มี CHF หรือมีประวัติ pulmonary edema ควรอยู่ในกลุ่ม priority สูง
ก่อนสถานการณ์รุนแรง อาจต้องพิจารณา ปรับตาราง HD ล่วงหน้า เป็นรายบุคคล แทนที่จะปล่อยให้ผู้ป่วยขาด HD เพราะเดินทางไม่ได้
2. น้ำและระบบ RO = Critical Point
นี่เป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญอันดับต้น ๆ
ต้องประเมินว่า
น้ำประปาเข้า → Pretreatment → RO → Distribution loop → Dialysis machine
แต่ละส่วนจะทำงานอย่างไรหากน้ำท่วม
ตรวจ:
Raw water tank
Booster pump
Multimedia/sand filter
Softener
Carbon tanks
RO membranes
RO pump
Distribution loop
Drainage
จุด sampling
ระบบ disinfection
⚠️ น้ำท่วมเข้าระบบ RO ไม่ควรคิดว่า “น้ำลดแล้วเปิดใช้ได้เลย”
Floodwater อาจนำ f***l contamination, bacteria, endotoxin, chemical contaminants และตะกอน เข้าระบบ
หากมี contamination หรือระบบถูกน้ำท่วม ต้องถือว่าระบบมีความเสี่ยงจนกว่าจะได้รับการ ตรวจสอบ ทำความสะอาด/disinfection และยืนยันคุณภาพน้ำตามมาตรฐานของศูนย์ ก่อนกลับมาใช้กับผู้ป่วย
3. สำรองน้ำ
ศูนย์ควรรู้ตัวเลขของตัวเองว่า
ถ้าน้ำประปาหยุดวันนี้ เราทำ HD ต่อได้กี่ชั่วโมง/กี่เคส?
อย่าคำนวณเฉพาะ dialysate consumption เพราะ RO มี reject water และยังมีน้ำที่ใช้ในกระบวนการอื่น
ควรทราบอย่างน้อย
Water reserve → RO recovery → usable product water → จำนวน treatment ที่รองรับ
รวมถึงต้องมีแผนเติมน้ำที่ได้รับการรับรองว่าเหมาะสมเข้าสู่ระบบอย่างปลอดภัย ไม่ควรแก้สถานการณ์ด้วยการนำน้ำจากแหล่งที่ไม่ผ่านการประเมินมาเข้า RO โดยตรง
4. ไฟฟ้า — ต้องทดสอบจริง ไม่ใช่แค่ “มี Generator”
ตรวจว่า Generator รองรับ critical load ใดบ้าง:
Dialysis machines
RO
Pumps
Water treatment
Emergency lighting
IT/network ที่จำเป็น
Air conditioning/ventilation ตามความจำเป็น
Refrigerator สำหรับยา
Emergency equipment
และที่สำคัญคือ
Generator + ATS + น้ำมันสำรอง + จุดติดตั้งที่น้ำไม่ถึง
Generator อยู่ชั้นใต้ดินหรือพื้นที่ต่ำอาจกลายเป็น single point of failure ได้
ควรทำ load test ก่อนฤดูเสี่ยง ไม่ใช่เพียง start เครื่องดูว่าเครื่องยนต์ติด
5. เตรียม HD Supplies
ผมจะสำรองอย่างน้อย 7 วัน และพิจารณามากกว่านั้นตามความเสี่ยงด้าน logistics ของพื้นที่
เช่น
Dialyzers
Bloodlines
AVF needles
CVC dressing supplies
Normal saline
Concentrates / acid
Bicarbonate
Heparin ตามระบบของศูนย์
Syringes / needles
Gauze / dressing
Disinfectants
PPE
Laboratory supplies ที่จำเป็น
ยาฉุกเฉิน
ต้องเช็กด้วยว่า ของอยู่ตรงไหน
มี stock 2 สัปดาห์แต่เก็บไว้ชั้นล่างทั้งหมด ก็อาจเสียพร้อมกันเมื่อน้ำเข้า
Critical supplies ควรย้ายขึ้นเหนือระดับน้ำท่วมที่คาดการณ์
6. Emergency medication & equipment
ควรตรวจ crash cart ให้พร้อม โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ผู้ป่วยมาช้าหรือ missed dialysis
เตรียมความพร้อมสำหรับ
Hyperkalemia
Calcium
Insulin + glucose
β₂-agonist
ECG monitoring
Pulmonary edema / severe volume overload
Hypoglycemia
Arrhythmia / cardiac arrest
รวมถึง
Oxygen
Suction
AED/defibrillator
BVM
Emergency airway equipment
Glucometer
ECG
โดยการให้ยาและ definitive treatment ต้องเป็นไปตาม protocol/medical order ของสถานพยาบาล
7. “Missed Dialysis Protocol” ต้องมี
นี่เป็นหนึ่งใน SOP ที่ควรเตรียมก่อนน้ำมา
หากผู้ป่วยโทรมาว่า
“น้ำท่วม ออกจากบ้านไม่ได้ วันนี้มา HD ไม่ได้”
เจ้าหน้าที่ต้องรู้ทันทีว่าจะถามอะไร เช่น
HD ครั้งสุดท้ายเมื่อไร
urine output
น้ำหนักเพิ่มเท่าไร
Dyspnea?
Orthopnea?
Edema?
Weakness?
Palpitation/chest symptoms?
มีข้อมูล K⁺ ล่าสุดหรือไม่
จากนั้น triage เป็นระดับความเร่งด่วนและประสานแพทย์/EMS/โรงพยาบาลตามระบบของหน่วย
ผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำ Emergency renal diet / fluid restriction ที่ศูนย์กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงอาหาร K⁺ สูงและการควบคุมน้ำเมื่อ HD ล่าช้า
8. ทำเครือข่าย “Backup Dialysis Center”
อย่ารอให้น้ำท่วมแล้วค่อยหา
ควรมีอย่างน้อย 2–3 ศูนย์สำรอง คนละพื้นที่/คนละเส้นทาง
ตกลงล่วงหน้าว่า
หากศูนย์ A ปิด → ผู้ป่วยไป B/C อย่างไร
Prescription ส่งอย่างไร
ใครเป็นผู้ประสานงาน
ติดต่อใคร 24 ชั่วโมง
รับผู้ป่วยได้สูงสุดกี่ราย
และควรคิด reverse scenario ด้วย เพราะศูนย์เราอาจไม่ท่วม แต่ศูนย์อื่นท่วมและต้องส่งผู้ป่วยเข้ามาหาเรา
9. Staff Disaster Plan
ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงอาจไม่ใช่เครื่อง HD เสีย แต่คือ
พยาบาลเดินทางมาทำงานไม่ได้
จึงควรแบ่งทีม เช่น
Team A / Team B / Reserve Team
พร้อมรายชื่อ
Dialysis nurses
Nephrologist/physician coverage
Technician
RO technician
Engineer
Infection control
Pharmacy
Laboratory
Transport/security
ควรเตรียมเรื่องที่พักสำหรับ essential staff หากจำเป็นและเป็นไปตามแผนของโรงพยาบาล
10. Infection control หลังน้ำท่วม
ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะ floodwater ถือว่ามีโอกาสปนเปื้อนสูง
หากน้ำเข้า clinical area:
อย่าเพียงถูพื้นแล้วเปิด HD
ต้องประเมิน
เครื่อง HD
Electrical system
RO/water treatment
Distribution loop
Storage
Medication
Disposable supplies
Furniture/environment
Biofilm/contamination risk
เวชภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวที่สัมผัสน้ำท่วมหรือบรรจุภัณฑ์เสีย integrity ควรถูกแยกออกตาม infection-control policy ไม่ควรนำกลับมาใช้เพียงเพราะภายในดูแห้ง
11. เกณฑ์ “หยุดให้บริการ” ต้องกำหนดล่วงหน้า
หัวหน้าศูนย์และทีมแพทย์ควรมี Stop-HD criteria ที่ชัดเจน เช่น
ไม่มีน้ำที่ผ่านมาตรฐาน
→ RO ไม่สามารถรับรองคุณภาพ
→ ไฟฟ้าไม่เสถียร/backup ไม่เพียงพอ
→ น้ำกำลังเข้าสู่ electrical/RO area
→ บุคลากรไม่เพียงพอสำหรับ safe staffing
→ ไม่สามารถรับรอง infection control
หลักคิดคือ
ย้ายผู้ป่วยไปศูนย์อื่นปลอดภัยกว่า Dialyze ด้วยระบบที่เราไม่สามารถยืนยันความปลอดภัย
12. หลังน้ำลด: ห้าม Restart แบบทันที
ก่อนเปิดศูนย์อีกครั้ง ผมจะใช้แนวคิด
Electrical clearance
→ RO inspection
→ Clean/disinfect
→ Flush
→ Water quality testing
→ Machine assessment
→ Environmental cleaning
→ Documentation
→ Clinical/engineering authorization
→ Restart
โดยเฉพาะ chemical และ microbiological water quality ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ศูนย์ใช้อ้างอิงและข้อกำหนดของประเทศไทยก่อนนำระบบกลับมาใช้กับผู้ป่วย
🏥 ถ้าต้องเตรียมศูนย์ “ภายในวันนี้”
ผมจะจัด priority แบบนี้:
Priority 1 — ผู้ป่วย
ทำรายชื่อ + เบอร์โทร + risk stratification + prescription backup
Priority 2 — น้ำ/RO
เช็ก raw-water reserve, RO, pump, drainage และตำแหน่งอุปกรณ์
Priority 3 — ไฟ
ทดสอบ generator/ATS และ critical load
Priority 4 — Supplies
ย้าย dialyzer, bloodline, concentrate, medication และ disposable ขึ้นที่สูง
Priority 5 — Network
โทรตกลง backup HD centers
Priority 6 — Communication
กำหนด LINE/โทรศัพท์/ช่องทางประกาศตารางแก่ผู้ป่วย
Priority 7 — Simulation
ซ้อมสถานการณ์
“พรุ่งนี้ 06:00 น้ำเข้า + ประปาหยุด + ผู้ป่วย 30 คนต้อง HD”
ถ้าศูนย์ตอบได้ว่า ใครต้องฟอกก่อน / ใครเลื่อนได้ / น้ำอยู่ได้กี่เคส / ไฟสำรองได้กี่ชั่วโมง / ใครรับผู้ป่วยต่อ / ใครเป็นคนตัดสินใจปิดศูนย์ แสดงว่า disaster plan เริ่มใช้งานได้จริง
สนใจสอบถามข้อมูลคลาสเตรียมสอบไตเทียมจากเรา https://lin.ee/xIjY5C0 ช่องทางเดียว
ฝากกดติดตามเรา https://www.youtube.com/
เพื่อเป็นกำลังใจและติดตามข่าวสารอัพเดท การ LIVE จากเรา
https://www.facebook.com/whitelampmedical/
#ไตเทียม #สอบไตเทียม #เตรียมสอบไตเทียม #เรียนไตเทียมออนไลน์ #ไตเทียม #สอบไตเทียม #เตรียมสอบไตเทียม #พยาบาล #พยาบาลไตเทียม #ข้อสอบไตเทียม #แนวข้อสอบไตเทียม #ติวไตเทียม #พยาบาล #พยาบาลไทย #เรียนพยาบาล #เรียนไตเทียม #สอบติดไตเทียม