O.K.D อาหารเสริมลดน้ำหนัก ถ่ายง่าย ลงไว

O.K.D อาหารเสริมลดน้ำหนัก ถ่ายง่าย ลงไว ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก O.K.D อาหารเสริมลดน้ำหนัก ถ่ายง่าย ลงไว, วิตามิน/อาหารเสริม, Bangkok.

การถ่ายยาก ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป #ปรับการถ่ายยากให้เป็นถ่ายง่าย🌱O.K.D.อาหารเสริมที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ที่ท้องผูก ถ่า...
30/07/2022

การถ่ายยาก ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
#ปรับการถ่ายยากให้เป็นถ่ายง่าย
🌱O.K.D.อาหารเสริมที่มีคุณสมบัติเฉพาะ
สำหรับผู้ที่ท้องผูก ถ่ายยาก
🩹30 แคปซูล
เลข อย. 50-1-05258-5-0300

1 กระปุก 390.-
2 กระปุก 700.-
ส่งฟรี เก็บปลายทาง
สนใจคลิก 👉ส่งข้อความ
..................................
#ถ่ายยาก #ขับถ่าย #ลดน้ำหนัก #ไขมัน #ลดไขมัน #ไขมันส่วนเกิน

นักวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า พริกไทยดำ คุณสมบัติในการช่วยต่อต้านความอ้วน เนื่องจาก ในพริกไทยดำ มีส่วนประกอบของส...
30/07/2022

นักวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ค้นพบว่า พริกไทยดำ คุณสมบัติในการช่วยต่อต้านความอ้วน เนื่องจาก ในพริกไทยดำ มีส่วนประกอบของสารไพเพอร์รีน (piperine)

ซึ่งจะมีจุดเด่นในเรื่องของ ความฉุน และรสชาติที่เผ็ดร้อน ที่ช่วยในการควบคุมยีนส์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุม การก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ให้ลดลง พร้อมกับทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ภายในร่างกาย ให้มีจำนวนน้อยลง

ผลที่ได้ก็คือ น้ำหนักตัวลดน้อยลง ตามไปด้วย อวัยวะส่วนต่างๆ ที่เคยหย่อนคล้อย ก็จะมีความกระชับเข้ารูปมากยิ่งขึ้น

พริกไทยดำ จะมีคุณสมบัติช่วยในการลดน้ำหนักดังต่อไปนี้
ช่วยกำจัดเซลล์ไขมันที่อยู่ในร่างกาย

โดยทำให้เซลล์ไขมันเก่า ที่สะสมอยู่ในร่างกายตาย พร้อมกับ ควบคุมการเกิดขึ้นใหม่ของเซลล์ไขมัน ทำให้ผอมลงและกลับมาอ้วนอีกยากขึ้น

ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงาน ที่ได้รับจากการรับประทานอาหาร ไปใช้ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เมื่อมีการเผาผลาญพลังงาน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จึงไม่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกาย ซึ่งเป็นสำเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิดความอ้วนขึ้น

วิธีการใช้พริกไทยดำเพื่อลดน้ำหนัก
แม้พริกไทยดำ จะไม่ใช่ ยาลดน้ำหนัก โดยตรง แต่ก็เป็นสมุนไพรชั้นดี ที่จะช่วยให้รูปร่างของคุณให้สวยเพรียว โดยส่วนใหญ่แล้ว

การรับประทานพริกไทยดำ เพื่อลดน้ำหนัก มักนิยมใช้การบรรจุพริกไทยดำป่นละเอียด รวมกับสมุนไพรอื่นๆ ไว้ในแคปซูล หรือทำการอัดเป็นเม็ด เพื่อให้สะดวกต่อการรับประทาน

พริกไทยดำ มีจุดเด่นในเรื่องของรสชาติที่เผ็ดร้อน ส่งผลต่อเซลล์ไขมันให้ทำงานน้อยลง พร้อมทั้งยังทำลายเซลล์ไขมันเก่า ที่อยู่ในร่างกายได้อีก

ช่วยให้กระเพราะอาหารหลั่งกรดได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี ดังนั้น ผลที่ได้รับคือ ไขมันที่น้อยลง และยังทำให้ผิวหนังกระชับมายิ่งขึ้นอีกด้วย

ซึ่งในปัจจุบัน มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก โดยการใช้พริกไทยดำ เป็นส่วนผสมหลักออกมาวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่ที่จริงแล้ว การนำพริกไทยดำ มาใช้ในการลดน้ำหนักนั้น สามารถซื้อหามาแปรรูป ให้เป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักได้ด้วยตัวเอง โดยมีหลักการง่ายๆ ดังต่อไปนี้
...........................................
เครดิตจาก : https://mahosot.com/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81.html

“กระบองเพชร”     ในสรรพคุณทางยา  มีกรดอะมิโนที่จำเป็นลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เซลล์   ช่วยลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกาย ...
30/07/2022

“กระบองเพชร” ในสรรพคุณทางยา มีกรดอะมิโนที่จำเป็นลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ ช่วยลดการดูดซึมไขมันเข้าสู่ร่างกาย มีช่วยส่วนช่วยในสลายไขมันเก่า สามารถใช้ควบคุมอาการอยากอาหาร ลดน้ำหนัก เนื่องจากมีไฟเบอร์คุณภาพสูง ทำให้เหมาะเป็นอาหาร สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

กระบองเพชร ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน , บี3 , ไฟเบอร์ ช่วยลดโคเลสเตอรอล ไขมันเลว, ไตรกลีเซอไรด์ ,วิตามินที่ C, วิตามิน A สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลได้ และยังควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือดได้อีกด้วย กระบองเพชร มีกรดอะมิโนที่ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ ดังนั้น การรับประทาน"กระบองเพชร"จะช่วยให้อิ่มง่ายขึ้น ทำให้น้ำหนักลดลง ไม่เพียงเท่นั้นยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย
.................................
เครดิตจาก : https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/475901

FOS หรือ fructo-oligosacharide (ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์) หรือ oligofructose(โอลิโกฟรุกโตส) เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งซึงมีโ...
30/07/2022

FOS หรือ fructo-oligosacharide (ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์) หรือ oligofructose(โอลิโกฟรุกโตส) เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งซึงมีโมเลกุลขนาดกลาง(3-9โมเลกุล) ละลายนํ้ำได้ดีแต่ไม่หนืด ให้พลังงานตํ่ำประมาณ1-1.5 กิโลแคลอรีต่อกรัม และมีความหวานประมาณ 30% ของนํ้าตาลทราย FOS จัดเป็นสารทีมีคุณสมบัติคล้ายใยอาหาร (fiber-like substances) ซึงร่างกายย่อยไม่ได้แต่ถูกย่อยโดยแบคทีเรียทีมีอยู่ตามปกติในลําไส้ใหญ่ได้กรดไขมันทีมีสายขนาดสั้นๆ (short chain fatty acids) กรดแลคติก ก๊าซหลายชนิดและพลังงาน เรียกได้ว่า FOS เป็นพรีไบโอติก (prebiotic) ชนิดหนึ่งทีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ จึงได้มีการนํา FOS มาเติมหรือเสริมในอาหารทางการแพทย์สําหรับผู้ป่วย พบว่าให้ประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งประโยชน์จากตัวมันเองทีมีคุณสมบัติคล้ายใยอาหารชนิดทีละลายนํ้ำ (soluble fiber) และประโยชน์จากผลผลิตทีเกิดจากขบวนการย่อยโดยแบคทีเรียในลําไส้ใหญ่ โดยเฉพาะกรดไขมันสายสั้น (short chain fatty acids) ซึงให้ผลดีต่อร่างกายหลายประการคือ

ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเยือบุลําไส้ส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ทีมีประโยขน์ต่อสุขภาพและยับยังการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค
ปรับการเคลือนไหวของระบบทางเดินอาหารกระตุ้นการเคลือนไหวของลําไส้
เพิมความเป็นกรดในลําไส้ลดปริมาณแอมโมเนียและยูเรียในเลือด
เป็นแหล่งพลังงานให้ร่างกาย โดยเฉพาะ butyrate ในผู้ป่วยทีมีป้ญหาการดูดซึม
เพิ่มการดูดซึมกลับของนําและโซเดียมมีประโยชน์ในผู้ป่วยท้องเสีย
propionate ที่ได้จากการย่อยโดยแบคทีเรียอาจมีผลดีต่อเมตาบอลิสซึมของกลูโคสและไขมัน ซึงอาจมีประโยชน์ช่วยรักษาระดับกลูโคสและไขมันในเลือดให้เป็นปกติ โดยปริมาณ FOS ทีแนะนําในการใช้คือ 4-8 กรัมต่อ 1,000 กิโลแคลอรี อย่างไรก็ตาม การได้รับอาหารทีมีส่วนผสมทังใยอาหารชนิดทีละลายนํ้า (soluble fiber) และใยอาหารชนิดทีไม่ละลายน้ำ (insoluble fiber) ในปริมาณ 10-15 กรัมต่อ 1,000 กิโลแคลอรีจะให้ประโยชน์สูงสุด ซึงในปริมาณนีรวมถึงการได้รับ FOS ด้วย..................................
เครดิตจาก:https://happylife555.wordpress.com/2018/09/22/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81/

“แอปเปิ้ล”หนึ่งในผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคย นอกจากกินสดๆ แล้วยังสามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนูทั้งคาว-หวาน เครื่องดื่ม และยังให้ป...
30/07/2022

“แอปเปิ้ล”

หนึ่งในผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคย นอกจากกินสดๆ แล้วยังสามารถนำมาทำได้หลากหลายเมนูทั้งคาว-หวาน เครื่องดื่ม และยังให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ได้แก่ ช่วยต้านมะเร็ง ลดความอ้วน ส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานดียิ่งขึ้น บำรุงหัวใจ เป็นต้น ดีขนาดนี้แล้วช้าอยู่ใยรีบหามาหม่ำสักผลเถอะ!

★ 1. ลดน้ำหนัก ★
มีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่เริ่มมื้ออาหารด้วยแอปเปิ้ลนั้นได้รับแคลอรี่น้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานถึง 200 แคลอรี่ ทั้งนี้ก็เพราะแอปเปิ้ลเต็มไปด้วยเส้นใยและน้ำ ทำให้ผู้ที่บริโภคกินแล้วรู้สึกอิ่ม จากการศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้หญิงที่มีน้ำหนักมากเมื่อรับประทานแอปเปิ้ลต่อเนื่องกัน 10 สัปดาห์ ผลปรากฏว่า น้ำหนักลดลงเฉลี่ย 1 กิโลกรัม

★ 2. ดีต่อใจ ★
แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ เนื่องจาก มีไฟเบอร์ที่สามารถละลายน้ำซึ่งมีคุณสมบัติลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด นอกจากนี้ยังมีโพลีฟีนอลซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี มีการศึกษาพบว่า การบริโภคอาหารที่มีโพลีฟีนอล อาทิ แอปเปิ้ล ลูกแพร์ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลง 20%

★ 3. ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ★
สารโพลีฟีนอลในแอปเปิ้ลช่วยป้องกันการทำลายเนื้อเยื่อของเบต้าเซลล์ในตับอ่อนของคุณ ซึ่งเบต้าเซลล์มักส่งผลเสียต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีการศึกษาพบว่า การรับประทานแอปเปิ้ลวันละ 1 ผล ต่อวัน สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานถึง 28% (เมื่อเทียบกับผู้ที่ได้ได้รับประทานเลย)

★ 4. ลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตสูง ★
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า แอปเปิ้ลนั้นเต็มไปด้วยเส้นใยที่ละลายน้ำได้ ซึ่งตามที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ได้ทำการวิจัยและพบว่า เส้นใยที่ละลายน้ำได้สามารถช่วยป้องกันการสะสมของคอเลสเตอรอลในเยื่อบุผนังหลอดเลือด นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิต The American Journal of Clinical Nutrition ยังกล่าวอีกว่า การกินแอปเปิ้ลวันละ 2 ผล ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่ไม่ดีต่อร่างกาย

★ 5. ป้องกันโรคมะเร็ง ★
การศึกษาในวารสาร Pediatrics พบว่า ผู้หญิงที่หมั่นรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงอย่าง แอปเปิ้ล มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเต้านมน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน แถมนักวิจัยยังพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระที่พบในแอปเปิ้ลช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ อีกด้วย Public Health Nutrition เผยอีกว่า การกินแอปเปิ้ลเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด อาทิ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร และเร็งเต้านม เป็นต้น

★ 6. ช่วยต่อสู้กับโรคหอบหืด ★
แอปเปิ้ลที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยปกป้องปอดของคุณจากอาการหอบหืดได้เป็นอย่างดี มีการศึกษาหนึ่งพบว่า คนที่บริโภคแอปเปิ้ลเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหอบหืดนี้ลดลงกว่า 10%

★ 7. บำรุงกระดูก ★
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่า การบริโภคแอปเปิ้ลสามารถช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรงได้ เนื่องจากมีฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการถูกทำลายของเซลล์และเนื้อเยื่อร่างกายจากอนุมูลอิสระ ป้องกันกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร

★ 8. ดีต่อกระเพาะอาหาร ★
ในแอปเปิ้ลนั้นมีเพคติน เป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ที่ช่วยเสริมการทำงานของแบคทีเรียที่ดีในกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นแอปเปิ้ลยังประกอบด้วยกรดมาลิก ที่ช่วยเพิ่มการผลิตน้ำลาย ช่วยส่งเสริมคุณภาพของฟันและเหงือกของคุณให้แข็งแรง

★ 9. บำรุงสมอง ★
หนึ่งในประโยชน์ของแอปเปิ้ลที่น่าสนใจ มันช่วยบำรุงสมอง เพราะช่วยเพิ่มการผลิตแอซิติลโคลีน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบำรุงเซลล์ประสาทและสมอง ช่วยเพิ่มความจำของคุณให้ยาวนานและลดโอกาสในการเป็นโรคอัลไซเมอร์

★ 10. ช่วยย่อยอาหาร ★
การกินอาหารที่เต็มไปด้วยกากใยไฟเบอร์ ไก้แก่ แอปเปิ้ล นั้นช่วยเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ตามรายงานของ Harvard Health Publishing เผยว่า เส้นใยที่ทั้งละลายน้ำได้ (ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม) และเส้นใยที่ละลายน้ำไม่ได้ (ช่วยย่อย บรรเทาอาการท้องผูก) ดีต่อร่างกายทั้ง 2 อย่าง และแอปเปิ้ลก็มีไฟเบอร์ทั้ง 2 ชนิดนี้.......................................
เครดิตจาก https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/1045

ส้มแขก เป็นพืชที่รสเปรี้ยว จึงมักมีการนำส้มเเขกมาใช้เป็นสารเเต่งรสเปรี้ยวในอาหาร มีหลายคนเชื่อว่าการกินส้มแขกจะสามารถลดน...
23/07/2022

ส้มแขก เป็นพืชที่รสเปรี้ยว จึงมักมีการนำส้มเเขกมาใช้เป็นสารเเต่งรสเปรี้ยวในอาหาร มีหลายคนเชื่อว่าการกินส้มแขกจะสามารถลดน้ำหนักได้ ความจริงแล้วจะเป็นเช่นไร มาติดตามกันเถอะ

ส้มแขกมีสารสำคัญที่ชื่อว่า กรดไฮดรอกซีซิตริก (Hydroxycitric Acid: HCA) ซึ่งสารนี้สามารถยับยั้งไม่ให้แป้งและน้ำตาลเปลี่ยนไปเป็นไขมัน และทำให้เปลี่ยนไขมันที่สะสมไว้ให้เป็นพลังงานได้ ผลส้มแขกจึงถูกนำมาใช้ในการควบคุมน้ำหนัก

อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจนว่าต้องกินส้มแขกปริมาณเท่าไร และต้องใช้ระยะเวลาในการกินเท่าไรถึงจะเห็นผล โดยหากกินส้มแขกมากไปอาจทำให้

- คลื่นไส้ อาเจียน

- ไม่สบายท้อง

- ปวดศีรษะ

- ตับมีปัญหา

จะเห็นได้ว่าส้มแขกมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ แต่อย่าลืมว่าหากเราไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง การกินส้มแขกเพียงอย่างเดียวก็อาจจะไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ ดังนั้นเราควร

- ออกกำลังกาย

- กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินอาหารให้หลายหลาย

- หลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน

- ดื่มน้ำให้เพียงพอ



สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์

ที่อยู่

Bangkok
10140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ O.K.D อาหารเสริมลดน้ำหนัก ถ่ายง่าย ลงไวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์