30/07/2026
ในผู้ป่วยหลัง stroke อาการ “มือกำแน่น” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกล้ามเนื้อตึงหรือขยับยากเท่านั้น แต่บ่อยครั้งสะท้อนถึงภาวะ spasticity หรือความผิดปกติของการควบคุมกล้ามเนื้อจากระบบประสาทส่วนกลาง
เมื่อสมองส่งสัญญาณควบคุมการเคลื่อนไหวได้ไม่สมดุล กล้ามเนื้อบางมัดอาจ “ทำงานเกิน” จนเกิดการเกร็งค้าง มือจึงค่อย ๆ กำแน่นขึ้น นิ้วจิกฝ่ามือ เล็บกดเข้าเนื้อ และเริ่มรบกวนทั้งการดูแลความสะอาด การใส่อุปกรณ์พยุง รวมถึงการใช้มือในชีวิตประจำวัน
หลายครอบครัวพยายามช่วยด้วยการดัดมือหรือยืดนิ้วอยู่เสมอซึ่งมีประโยชน์ในบางส่วน แต่หากมี spasticity ร่วมด้วย การดัดเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอสำหรับการลดเกร็งในระยะยาว เพราะต้นเหตุไม่ได้อยู่แค่ที่กล้ามเนื้อ แต่อยู่ที่ neuromuscular control และรูปแบบการสั่งงานของระบบประสาท
แนวทางดูแลที่เหมาะสมจึงมักต้องทำงานร่วมกันหลายองค์ประกอบ ได้แก่
1. BoNT-A injection เฉพาะจุด
เพื่อลดการทำงานเกินของกล้ามเนื้อบางมัดที่เป็นตัวดึงมือให้กำแน่น
โดยเฉพาะเมื่อทำภายใต้ ultrasound guidance จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนและการฉีด
2. Therapy ที่ต่อเนื่องและตรงเป้าหมาย
เพื่อฝึกการเคลื่อนไหว การจัดวางมือ การใช้งานจริง และลด muscle compensation ที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
3. Splinting / positioning
เพื่อช่วยประคอง alignment ของมือและข้อมือ
ลดโอกาสเกิดการหดรั้งของเนื้อเยื่อ และช่วยดูแลสภาพมือในชีวิตประจำวัน
สิ่งสำคัญคือ อาการมือกำเกร็งหลัง stroke ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่อง “ต้องยอมรับไปเอง” เสมอหากเริ่มมีอาการกำแน่นมากขึ้น ดูแลมือยากขึ้น เล็บจิกผิวหนัง หรือมีความตึงที่กลับมาเร็วหลังดัด อาจเป็นสัญญาณว่าควรได้รับ clinical assessment อย่างเป็นระบบ
Line
Tel. 02 124 3388