07/09/2026
❤️ Vadadustat: ทางเลือกใหม่สำหรับภาวะ anemia ในผู้ป่วยโรคไต
บทความโดย ภญ.ภัทรานี คำภูแสน โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรระยะสั้นเภสัชกรโรคไต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
💡ภาวะโลหิตจางเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease : CKD) มีสาเหตุหลักมาจากการสร้าง erythropoietin (EPO) ที่ไตลดลง โดยการรักษามาตรฐานในปัจจุบัน คือ การใช้ยาในกลุ่ม erythropoiesis-stimulating agents (ESAs) ร่วมกับธาตุเหล็ก แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ได้มีการพัฒนายาในกลุ่มใหม่ คือ ยาhypoxia-Inducible factor prolyl hydroxylase inhibitors (HIF-PHIs) เช่น ยา Vadadustat สำหรับรักษาภาวะโลหิตจาง
💡ในภาวะปกติร่างกายจะใช้เอนไซม์ prolyl hydroxylase domain (PHD) เพื่อเป็น oxygen sensor โดยเมื่อร่างกายมีออกซิเจนเพียงพอ จะเกิดกระบวนการสลายโปรตีนที่ชื่อ HIF-α ทำให้กระบวนการสร้าง EPO ไม่ถูกกระตุ้น แต่ยา Vadadustat จะไปออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ PHD ไม่ให้สลายโปรตีน HIF-α ทำให้สามารถจับกับโปรตีน HIF-β เกิดคอมเพล็กซ์ที่เสถียรขึ้น และกระตุ้นยีนที่ผลิต EPO ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้น
💡 ยามีเภสัชจลนศาสตร์ที่สำคัญ คือ สามารถจับกับโปรตีนในร่างกายได้มากกว่าร้อยละ 99.5 ยามี metabolism ผ่านตับด้วยกระบวนการ glucuronidation โดยใช้เอนไซม์ UDP-glucuronosyltransferase (UGT) เป็นหลัก โดยทั่วไปยามีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ประมาณ 9 ชั่วโมงในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด ทำให้ยาเข้าสู่ภาวะ steady state ประมาณ 3 วันหลังการเริ่มใช้ยา โดยจากข้อมูลปัจจุบันพบว่าการฟอกเลือดไม่ส่งผลต่อระดับยาในเลือด การรับประทานยาร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูงจะลดระดับของยาสูงสุดไนเลือดลงได้ร้อยละ 30 แต่มีผลต่อ AUC ร้อยละ 6
💡💡ข้อมูลที่แสดงถึงประสิทธิภาพของยา vadadustat จากการศึกษา INNO2VATE ที่ทำในผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดพบว่า ภายหลังจากการใช้ยา vadadustat ในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดทั้งที่เคยได้รับ ESA และไม่ได้รับ ESA พบว่า ค่าเฉลี่ยความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงระดับ Hb เมื่อเทียบกับ baseline ไม่ได้แตกต่างจากการใช้ยา darbepoetin alfa (กลุ่ม incident : −0.31 ± 0.11 g/dL: 95% CI, −0.53 to −0.10 และ กลุ่ม prevalent: −0.17 ± 0.03 g/dL: 95% CI, −0.23 to −0.10) แต่ผลลัพธ์ของยาในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการฟอกเลือดจากการศึกษา PRO2TECT พบว่าการได้รับยา vadadustat ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (MACE): HR 1.17 (95% CI, 1.01 - 1.36) มากกว่าการได้รับยา darbepoetin alfa จึงทำให้ยานี้มีการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนการใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดแล้วเท่านั้น ❤️❤️
💡💡 ขนาดของยา vadadustat เริ่มต้นที่ 300 มิลลิกรัมวันละครั้ง โดยสามารถปรับขนาดยาเพิ่มได้ครั้งละ 150 มิลลิกรัม ทุก 2-4 สัปดาห์ (ขนาดยาสูงสุดเท่ากับ 600 มิลลิกรัม) โดยยา vadadustat เป็นยาที่มีโอกาสเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นได้ จึงควรมีการปรับขนาดยาที่ใช้ร่วมกัน เช่น simvastatin ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน, rosuvastatin ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อวัน (ยุโรป) หรือ 5 มิลลิกรัมต่อวัน (FDA) หรือ ปรับลดขนาดยา furosemide ลงเพราะการให้ยาร่วมกันอาจส่งผลให้ยา furosemide มีค่า AUC เพิ่มสูงขึ้นได้ ถึงแม้ว่ายา vadadustat จะเป็นยาที่มีความสามารถดูดซึมที่สูงมากเกือบจะทั้งหมด แต่การใช้ยาร่วมกับ ยาเสริมธาตุเหล็กชนิดรับประทานและ multivalent cation ต่างๆจะทำให้ยามีค่า AUC ลดลงได้ร้อยละ 50 ถึง 90 ทำให้ต้องเว้นระยะห่างการรับประทานยา vadadustat อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนยาเสริมธาตุเหล็ก หรือภายหลัง 2 ชั่วโมง หลังจากการได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก
💡💡 กล่าวโดยสรุปยา vadadustat เป็นยากลุ่ม HIF-PHI ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้าง EPO ภายในร่างกาย สามารถรับประทานเวลาใดก็ได้แต่อาจจะหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับมื้ออาหารที่มีไขมันสูง และการฟอกเลือดไม่ส่งผลต่อระดับยา และต้องห่างจากยาเสริมธาตุเหล็ก หรือ multivalent cation อื่น ๆ โดยในปัจจุบันแนวทางการรักษา CKD anemia ยังไม่ได้แนะนำให้การใช้ยาในกลุ่ม HIF-PHI มีบทบาทเหนือกว่ายาในกลุ่ม ESAs เพียงแต่อาจจะพิจารณาใช้ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาในกลุ่ม ESAs ได้ แต่ก็อาจจะต้องติดตามผลข้างเคียงในการเกิดภาวะ MACE ไม่แตกต่างไปจากยา ESAs และในปัจจุบันยาในกลุ่มนี้ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย 💡💡
ฝากกด like กด share เป็นกำลังใจให้ด้วยนะค่า 👍👍👍
เอกสารอ้างอิง
1. Yuan X, Ruan W, Bobrow B, Carmeliet P, Eltzschig HK. Targeting hypoxia-inducible factors: therapeutic opportunities and challenges. Nat Rev Drug Discov. 2024;23(3):175–200.
2. European Medicines Agency. Vafseo (vadadustat) — Summary of Product Characteristics (Annex I, EPAR Product Information). อนุมัติเมษายน 2023. https://www.ema.europa.eu/en/medicines/human/EPAR/vafseo
3. Janković SM, Janković SV. Clinical Pharmacokinetics and Pharmacodynamics of Vadadustat, an Oral Hypoxia-Inducible Factor Prolyl Hydroxylase Inhibitor. Eur J Drug Metab Pharmacokinet. 2025.
4. Eckardt KU, Agarwal R, Aswad A, Awad A, Block GA, Bacci MR, et al. Safety and Efficacy of Vadadustat for Anemia in Patients Undergoing Dialysis. N Engl J Med. 2021;384(17):1601–1612.
5. Chertow GM, Pergola PE, Farag YMK, Agarwal R, Arnold S, Bako G, et al. Vadadustat in Patients with Anemia and Non-Dialysis-Dependent CKD. N Engl J Med. 2021;384(17):1589–1600.
6. Dudar I, Rudyk I, Biggar P., Zupanets K. Integrating Vadadustat into Pharmaceutical Care for CKD-Related Anemia: Evidence-Based and Pharmacovigilance Perspectives. Kidney Dial. 2026, 6, 53.