Pharmacy Kidney Club

Pharmacy Kidney Club อัพเดตข้อมูลความรู้ ในด้านยาสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไต

หลักสูตรอบรมระยะสั้นโรคไตของคณะเภสัชศาสตร์ มหิดล เปิดรับตลอดปีงบประมาณ 2570 เลยนะครับ ❤️😬 สามารถสมัครได้แล้วนะครับ ท่านใ...
14/09/2026

หลักสูตรอบรมระยะสั้นโรคไตของคณะเภสัชศาสตร์ มหิดล เปิดรับตลอดปีงบประมาณ 2570 เลยนะครับ ❤️😬 สามารถสมัครได้แล้วนะครับ ท่านใดต้องการทุนสนับสนุน ทาง Thai HP มีให้ 10 ทุน รายละเอียดตามด้านล่างครับ 🔽🔽🙏

เปิดรับสมัครแล้ว! ทุนอบรมทางเภสัชกรรมคลินิก ประจำปี 2570 จากสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

รายละเอียดประเภททุน:
หลักสูตรระยะสั้น (4 เดือน): จำนวน 10 ทุน ทุนละไม่เกิน 50,000 บาท
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรมขั้นสูง/วุฒิบัตร: จำนวน 2 ทุน ทุนละไม่เกิน 60,000 บาท

หมดเขตรับสมัคร: 15 ตุลาคม 2569
ประกาศผล: จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เว็บไซต์: www.thaihp.org

#ทุนอบรม #เภสัชกรรมคลินิก #สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล #ทุนการศึกษาเภสัช #อบรมเภสัชปี2570@ผู้ติดตาม@แฟนตัวยงThai-YGHPThai Renal Pharmacist Group; T-RPGADCoPTThai Renal Pharmacist

❤️ Vadadustat: ทางเลือกใหม่สำหรับภาวะ anemia ในผู้ป่วยโรคไตบทความโดย ภญ.ภัทรานี คำภูแสน โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ผ...
07/09/2026

❤️ Vadadustat: ทางเลือกใหม่สำหรับภาวะ anemia ในผู้ป่วยโรคไต

บทความโดย ภญ.ภัทรานี คำภูแสน โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรระยะสั้นเภสัชกรโรคไต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

💡ภาวะโลหิตจางเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease : CKD) มีสาเหตุหลักมาจากการสร้าง erythropoietin (EPO) ที่ไตลดลง โดยการรักษามาตรฐานในปัจจุบัน คือ การใช้ยาในกลุ่ม erythropoiesis-stimulating agents (ESAs) ร่วมกับธาตุเหล็ก แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ได้มีการพัฒนายาในกลุ่มใหม่ คือ ยาhypoxia-Inducible factor prolyl hydroxylase inhibitors (HIF-PHIs) เช่น ยา Vadadustat สำหรับรักษาภาวะโลหิตจาง

💡ในภาวะปกติร่างกายจะใช้เอนไซม์ prolyl hydroxylase domain (PHD) เพื่อเป็น oxygen sensor โดยเมื่อร่างกายมีออกซิเจนเพียงพอ จะเกิดกระบวนการสลายโปรตีนที่ชื่อ HIF-α ทำให้กระบวนการสร้าง EPO ไม่ถูกกระตุ้น แต่ยา Vadadustat จะไปออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ PHD ไม่ให้สลายโปรตีน HIF-α ทำให้สามารถจับกับโปรตีน HIF-β เกิดคอมเพล็กซ์ที่เสถียรขึ้น และกระตุ้นยีนที่ผลิต EPO ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้น

💡 ยามีเภสัชจลนศาสตร์ที่สำคัญ คือ สามารถจับกับโปรตีนในร่างกายได้มากกว่าร้อยละ 99.5 ยามี metabolism ผ่านตับด้วยกระบวนการ glucuronidation โดยใช้เอนไซม์ UDP-glucuronosyltransferase (UGT) เป็นหลัก โดยทั่วไปยามีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ประมาณ 9 ชั่วโมงในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด ทำให้ยาเข้าสู่ภาวะ steady state ประมาณ 3 วันหลังการเริ่มใช้ยา โดยจากข้อมูลปัจจุบันพบว่าการฟอกเลือดไม่ส่งผลต่อระดับยาในเลือด การรับประทานยาร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูงจะลดระดับของยาสูงสุดไนเลือดลงได้ร้อยละ 30 แต่มีผลต่อ AUC ร้อยละ 6

💡💡ข้อมูลที่แสดงถึงประสิทธิภาพของยา vadadustat จากการศึกษา INNO2VATE ที่ทำในผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดพบว่า ภายหลังจากการใช้ยา vadadustat ในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดทั้งที่เคยได้รับ ESA และไม่ได้รับ ESA พบว่า ค่าเฉลี่ยความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงระดับ Hb เมื่อเทียบกับ baseline ไม่ได้แตกต่างจากการใช้ยา darbepoetin alfa (กลุ่ม incident : −0.31 ± 0.11 g/dL: 95% CI, −0.53 to −0.10 และ กลุ่ม prevalent: −0.17 ± 0.03 g/dL: 95% CI, −0.23 to −0.10) แต่ผลลัพธ์ของยาในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการฟอกเลือดจากการศึกษา PRO2TECT พบว่าการได้รับยา vadadustat ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (MACE): HR 1.17 (95% CI, 1.01 - 1.36) มากกว่าการได้รับยา darbepoetin alfa จึงทำให้ยานี้มีการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนการใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดแล้วเท่านั้น ❤️❤️

💡💡 ขนาดของยา vadadustat เริ่มต้นที่ 300 มิลลิกรัมวันละครั้ง โดยสามารถปรับขนาดยาเพิ่มได้ครั้งละ 150 มิลลิกรัม ทุก 2-4 สัปดาห์ (ขนาดยาสูงสุดเท่ากับ 600 มิลลิกรัม) โดยยา vadadustat เป็นยาที่มีโอกาสเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นได้ จึงควรมีการปรับขนาดยาที่ใช้ร่วมกัน เช่น simvastatin ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน, rosuvastatin ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อวัน (ยุโรป) หรือ 5 มิลลิกรัมต่อวัน (FDA) หรือ ปรับลดขนาดยา furosemide ลงเพราะการให้ยาร่วมกันอาจส่งผลให้ยา furosemide มีค่า AUC เพิ่มสูงขึ้นได้ ถึงแม้ว่ายา vadadustat จะเป็นยาที่มีความสามารถดูดซึมที่สูงมากเกือบจะทั้งหมด แต่การใช้ยาร่วมกับ ยาเสริมธาตุเหล็กชนิดรับประทานและ multivalent cation ต่างๆจะทำให้ยามีค่า AUC ลดลงได้ร้อยละ 50 ถึง 90 ทำให้ต้องเว้นระยะห่างการรับประทานยา vadadustat อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนยาเสริมธาตุเหล็ก หรือภายหลัง 2 ชั่วโมง หลังจากการได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก

💡💡 กล่าวโดยสรุปยา vadadustat เป็นยากลุ่ม HIF-PHI ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้าง EPO ภายในร่างกาย สามารถรับประทานเวลาใดก็ได้แต่อาจจะหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับมื้ออาหารที่มีไขมันสูง และการฟอกเลือดไม่ส่งผลต่อระดับยา และต้องห่างจากยาเสริมธาตุเหล็ก หรือ multivalent cation อื่น ๆ โดยในปัจจุบันแนวทางการรักษา CKD anemia ยังไม่ได้แนะนำให้การใช้ยาในกลุ่ม HIF-PHI มีบทบาทเหนือกว่ายาในกลุ่ม ESAs เพียงแต่อาจจะพิจารณาใช้ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาในกลุ่ม ESAs ได้ แต่ก็อาจจะต้องติดตามผลข้างเคียงในการเกิดภาวะ MACE ไม่แตกต่างไปจากยา ESAs และในปัจจุบันยาในกลุ่มนี้ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย 💡💡

ฝากกด like กด share เป็นกำลังใจให้ด้วยนะค่า 👍👍👍

เอกสารอ้างอิง
1. Yuan X, Ruan W, Bobrow B, Carmeliet P, Eltzschig HK. Targeting hypoxia-inducible factors: therapeutic opportunities and challenges. Nat Rev Drug Discov. 2024;23(3):175–200.
2. European Medicines Agency. Vafseo (vadadustat) — Summary of Product Characteristics (Annex I, EPAR Product Information). อนุมัติเมษายน 2023. https://www.ema.europa.eu/en/medicines/human/EPAR/vafseo
3. Janković SM, Janković SV. Clinical Pharmacokinetics and Pharmacodynamics of Vadadustat, an Oral Hypoxia-Inducible Factor Prolyl Hydroxylase Inhibitor. Eur J Drug Metab Pharmacokinet. 2025.
4. Eckardt KU, Agarwal R, Aswad A, Awad A, Block GA, Bacci MR, et al. Safety and Efficacy of Vadadustat for Anemia in Patients Undergoing Dialysis. N Engl J Med. 2021;384(17):1601–1612.
5. Chertow GM, Pergola PE, Farag YMK, Agarwal R, Arnold S, Bako G, et al. Vadadustat in Patients with Anemia and Non-Dialysis-Dependent CKD. N Engl J Med. 2021;384(17):1589–1600.
6. Dudar I, Rudyk I, Biggar P., Zupanets K. Integrating Vadadustat into Pharmaceutical Care for CKD-Related Anemia: Evidence-Based and Pharmacovigilance Perspectives. Kidney Dial. 2026, 6, 53.

กิจกรรม case presentation ของหลักสูตรอบรมระยะสั้นของคณะเภสัชมหิดลครั้งนี้มี special guest มาร่วมด้วย 🍀
26/08/2026

กิจกรรม case presentation ของหลักสูตรอบรมระยะสั้นของคณะเภสัชมหิดลครั้งนี้มี special guest มาร่วมด้วย 🍀

☕️ บทบาทของยา Finerenone ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่มีเบาหวานขอขอบพระคุณความกรุณาในการเรียบเรียงเนื้อหาโดย ร.อ.หญิง ณัฏ...
26/08/2026

☕️ บทบาทของยา Finerenone ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่มีเบาหวาน

ขอขอบพระคุณความกรุณาในการเรียบเรียงเนื้อหาโดย ร.อ.หญิง ณัฏฐณิชา เรืองพัฒนา เภสัชกรหลักสูตรอบรมระยะสั้นโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

💊 กลไกการออกฤทธิ์ของยา Finerenone
Finerenone เป็นยากลุ่ม mineralocorticoid receptor antagonist (MRA) ชนิด nonsteroidal เมื่อ finerenone จับกับ mineralocorticoid receptor (MR) จะทำให้ตัวรับคงอยู่ในโครงสร้างที่ไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถ recruit transcriptional coactivators ได้ จึงยับยั้งการส่งสัญญาณผ่าน MR ที่ถูกกระตุ้นมากกว่าปกติ โดยกลไกการออกฤทธิ์ในระดับเซลล์ ยา finerenone ลดการสร้าง reactive oxygen species (ROS) และลดการแสดงออกของสารก่อการอักเสบ และพังผืด เช่น transforming growth factor-β (TGF-β) และ monocyte chemoattractant protein-1 (MCP-1) ในเซลล์ (1)

🔬 เภสัชจลนศาสตร์และการบริหารยา Finerenone
Finerenone มีชีวประสิทธิผล (oral bioavailability) ประมาณ 44% โดยมีระยะเวลาที่ยาถึงระดับสูงสุดในพลาสมา (Tmax) ประมาณ 0.5–1.25 ชั่วโมง ยาจับกับโปรตีนในพลาสมาประมาณ 92% และมีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 2–3 ชั่วโมง ยาถูก metabolized โดยเอนไซม์ CYP3A4 เป็นหลัก (ประมาณ 90%) และ CYP2C8 (ประมาณ 10%) ได้เป็น inactive metabolites ที่ไม่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ก่อนถูกขับออกทางปัสสาวะประมาณ 80% และทางอุจจาระประมาณ 20% (2)
การเริ่มใช้ finerenone ให้พิจารณาจากค่า eGFR และระดับ serum potassium โดยไม่แนะนำให้เริ่มยาในผู้ป่วยที่มี eGFR < 25 mL/min/1.73 m² หรือ serum potassium > 5.0 mEq/L สำหรับผู้ป่วยที่มี eGFR ≥ 60 mL/min/1.73 m² เริ่มยาที่ขนาด 20 mg วันละครั้ง ส่วนผู้ที่มี eGFR 25 ถึง < 60 mL/min/1.73 m² เริ่มที่ขนาด 10 mg วันละครั้ง โดยมีขนาดเป้าหมาย 20 mg วันละครั้ง และควรตรวจติดตาม serum potassium และ eGFR ระหว่างการใช้ยา (2)

📊 ผลการศึกษา FIND-CKD ของยา Finerenone ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่มีโรคร่วมเบาหวาน
ในตอนแรกยา finerenone นั้น ได้ถูกนำมาใช้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังร่วมกับเบาหวานชนิดที่ 2 เพราะการศึกษา FIDELIO-DKD และ FIGARO-DKD ที่พบว่ายาสามารถลด composite kidney outcome ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ placebo (17.8% เทียบกับ 21.1%; HR 0.82, 95% CI 0.73–0.93; P=0.001) (3) และลด composite cardiovascular outcome ได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นเดียวกันเมื่อเทียบกับ placebo (12.4% เทียบกับ 14.2%; HR 0.87, 95% CI 0.76–0.98; P=0.03) (4) จึงมีการแนะนำจากแนวทางการรักษาให้ใช้ในผู้ป่วย CKD ที่มีโรคเบาหวานร่วมด้วย

🍡🍡🍦 แต่ล่าสุดจากการศึกษาชื่อ FIND-CKD 🍡 ซึ่งเป็นการศึกษา phase 3 แบบ international, double-blind, randomized, placebo-controlled โดยมีเกณฑ์คัดเข้า คือ ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไตเรื้อรังแต่ไม่มีโรคร่วมเบาหวานที่มี eGFR 25 ถึง

💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น (short course training) สาขาโรคไต ของคณะ...
07/08/2026

💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น (short course training) สาขาโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ฝึกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ครับ

💛 รอบการฝึกอบรมสำหรับปีงบประมาณหน้า 2570 รับสมัครถึง 3 รอบด้วยกัน ครับ
ตุลาคม 69 ถึง มกราคม 70,
กุมภาพันธ์ 70 ถึง พฤษภาคม 70
และ มิถุนายน 70 ถึง กันยายน 70
(ฝึกอบรมรอบละ 4 เดือน)

💛 สำหรับท่านที่สนใจลงสมัครเนื่องจากขณะนี้ระบบการรับสมัครของทางคณะฯ อยู่ในระหว่างปรับปรุงครับ 📍📍 จึงขอให้ท่านที่สนใจสมัครลงข้อมูลผ่าน QR code ด้านล่างนี้👇👇 ได้เลยครับ 💛 หรือถ้าหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือปัญหาการลงทะเบียนสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ (รายละเอียดในรูปด้านล่างครับ)

(ปล แหล่งฝึกเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใกล้ที่ท่องเที่ยวมากมาย อาหารอร่อย บรรยากาศการเรียนเป็นกันเอง ได้รับความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจริง 🙏🙏) 📍📍

ฝากทุกท่านกดไลท์ 👍 กดแชร์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจด้วยนะครับ 🙏🙏

26/07/2026

กิจกรรม case presentation ของหลักสูตร short course training สาขาโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลครับ

มาเรียนที่นี้วิชาการ และประสบการณ์เข้มข้นแน่นอนครับ 🏆🏆🤭

📍📍📍 วันนี้ทางเพจมีข่าวดีมาบอกต่อครับ ⭐️⭐️💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น...
25/07/2026

📍📍📍 วันนี้ทางเพจมีข่าวดีมาบอกต่อครับ ⭐️⭐️

💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น (short course training) สาขาโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ฝึกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ครับ

💛 รอบการฝึกอบรมสำหรับปีงบประมาณหน้า 2570 รับสมัครถึง 3 รอบด้วยกัน ครับ
ตุลาคม 69 ถึง มกราคม 70,
กุมภาพันธ์ 70 ถึง พฤษภาคม 70
และ มิถุนายน 70 ถึง กันยายน 70
(ฝึกอบรมรอบละ 4 เดือน)

💛 สำหรับท่านที่สนใจลงสมัครเนื่องจากขณะนี้ระบบการรับสมัครของทางคณะฯ อยู่ในระหว่างปรับปรุงครับ 📍📍 จึงขอให้ท่านที่สนใจสมัครลงข้อมูลผ่าน QR code ด้านล่างนี้👇👇 ได้เลยครับ 💛 หรือถ้าหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือปัญหาการลงทะเบียนสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ (รายละเอียดในรูปด้านล่างครับ)

(ปล แหล่งฝึกเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใกล้ที่ท่องเที่ยวมากมาย อาหารอร่อย บรรยากาศการเรียนเป็นกันเอง ได้รับความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจริง 🙏🙏) 📍📍

ฝากทุกท่านกดไลท์ 👍 กดแชร์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจด้วยนะครับ 🙏🙏

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมนำเสนอบทความวรรณกรรม (journal club) ของเภสัชกรในหลักสูตรอบรมระยะสั้น ของหลักสูตรโรคไต คณะเภส...
20/06/2026

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมนำเสนอบทความวรรณกรรม (journal club) ของเภสัชกรในหลักสูตรอบรมระยะสั้น ของหลักสูตรโรคไต คณะเภสัชศาสตร์ ม. มหิดล 👍👍👍

หัวข้อที่เลือกมาครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆเลยครับ 🤭🤭

สำหรับเนื้อหาสรุปของงานวิจัยเดี่ยว admin จะสรุปแล้วมาอัพเดตให้ทุกท่านทางเพจอีกครั้งหนึ่งนะครับ

แต่ถ้าท่านใดสนใจอัพเดตความรู้ ในการดูแลผู้ป่วยโรคไตสำหรับเภสัชกร ยังสามารถสมัครเข้ามาได้อยู่นะครับพร้อมเปิดรับอยู่ครับ 👍👍 (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)

👉 ภาวะ AIN หรือ ภาวะ acute interstitial nephritis เป็นภาวะที่ไตเกิดการวายเฉียบพลันจากการอักเสบของเนื้อไตในส่วน interstit...
17/03/2026

👉 ภาวะ AIN หรือ ภาวะ acute interstitial nephritis เป็นภาวะที่ไตเกิดการวายเฉียบพลันจากการอักเสบของเนื้อไตในส่วน interstitium ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะนี้นั้นเกิดมาจากยา 💊💊💊 หรือ สารเคมี โดยจากการศึกษาผลของการตรวจชิ้นเนื้อไตในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ AIN จำนวน 133 คน พบยาเป็นสาเหตุสูงถึงร้อยละ 70 จากสาเหตุอื่นทั้งหมด โดยยาที่พบอุบัติการณ์มากที่สุดคือ ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะกลุ่ม penicillin cephalosporin ciprofloxacin พบร้อยละ 35 ของสาเหตุทั้งหมด และตามมาด้วยยาในกลุ่ม PPIs (ร้อยละ 10) และ NSAIDs (ร้อยละ 7)

👉 กลไกในการเกิดภาวะ drug induced AIN นั้นถูกอธิบายผ่านกระบวนการที่คล้ายกับการเกิดการแพ้ยาแบบ T cell mediated คือ ยา หรือ metabolite ของยาที่เป็นสาเหตุ เมื่อถูกกรองผ่านท่อไตจะจับกับโปรตีนชนิดอื่นที่เรียกว่า carrier protein เกิดเป็น Hapten complex ที่จะถูก dendritic cell จับและนำไปนำเสนอให้กับ T cell receptor เพื่อกระตุ้นการทำงานของ T cell ขั้นตอนนี้เรียกว่า antigen recognition phase และ เมื่อ T cell ได้รับการกระตุ้นแล้วจะเกิดการหลั่งสาร cytokine ต่าง ๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นการทำงานของ T cell เอง และเรียก immune cell ชนิดอื่น อย่าง neutrophil และ macrophage มาในบริเวณเนื้อไต เรียกว่ากระบวนการ integrative phase และ ท้ายที่สุดจะเกิดกระบวนการ effector phase ตามมาคือ เซลล์ในบริเวณนั้นจะถูก cell ภูมิคุ้มกันตัวเองทำลาย และเกิดเป็น fibrosis ขึ้น

👉 โดยในปัจจุบันยังไม่พบคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำไมยาถึงสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ แต่ก็มีการนำเสนอถึงโครงสร้างของยาที่อาจจะเกิด AIN ได้ โดยคาดว่าจะเกิดจากการที่ยามีลักษณะของวงในโครงสร้าง อย่างวง beta lactam ring และวง aromatic ring ของยาชนิดอื่นที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการทำงานของ T cell ได้

👉 เวลาในการเกิดภาวะ drug induced AIN นั้นไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดเมื่อใด แต่โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นหลังจากรับยาที่สงสัยไปแล้วประมาณ 7 ถึง 10 วัน และไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิดในผู้ป่วยกลุ่มไหน โดย AIN triad ประกอบด้วย 3 อาการหลัก คือ มีไข้ (Fever), ผื่นขึ้น (Rash), และภาวะเม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิลในเลือดสูง (Eosinophilia) แม้อาการทั้งสามนี้จะเป็นลักษณะจำเพาะของโรค แต่ในทางปฏิบัติพบทั้งสามอาการนี้พร้อมกันได้น้อยมาก ดังนั้นการไม่มี 3 อาการนี้จึงไม่สามารถที่จะตัดภาวะ AIN ออกจากสาเหตุที่สงสัยได้ โดยการจัดการทั่วไปคล้ายกับการแพ้ยา คือ หยุดยาที่สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุ และในกรณีที่รุนแรงอาจจะพิจารณาให้การรักษาด้วยยาในกลุ่ม glucocorticoid โดยพิจารณาขนาดยา oral prednisolone 0.8 ถึง 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ 💙❤️

เอกสารอ้างอิง
1. Raghavan R, Shawar S. Mechanisms of Drug-Induced Interstitial Nephritis. Adv Chronic Kidney Dis. 2017 Mar;24(2):64-71.
2. Muriithi AK, Leung N, Valeri AM, Cornell LD, Sethi S, Fidler ME, Nasr SH. Biopsy-proven acute interstitial nephritis, 1993-2011: a case series. Am J Kidney Dis. 2014 Oct;64(4):558-66.
3. Chumphon Sirisuksakun, Bancha Satirapoj. Drug-induced acute interstitial nephritis. J Nephrol Soc Thail 2023; 29(1): 9-21.

🙏🙏 สวัสดีชาวแฟนเพจทุกท่านครับ วันนี้ทางเพจขอนำเสนอข้อมูลของการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressant drugs) 💊💊 ซึ่งเรามีก...
04/03/2026

🙏🙏 สวัสดีชาวแฟนเพจทุกท่านครับ วันนี้ทางเพจขอนำเสนอข้อมูลของการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressant drugs) 💊💊 ซึ่งเรามีการใช้กันในการดูแลผู้ป่วยหลังจากการปลูกถ่ายอวัยวะ กับความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อ

👉 ยากดภูมิคุ้มกันเป็นยาที่ออกฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันของร่างกายได้หลายกลไกขึ้นกับชนิดของยา โดยแบ่งการกดภูมิคุ้มกันออกเป็น 3 ชนิด คือ
1. Innate Immunity: โดยยาหลายชนิดที่มีการใช้กันสามารถมีฤทธิ์กดการทำงานของ Innate Immunity ได้โดยเฉพาะยาในกลุ่ม corticosteroids เนื่องมาจากยาไปลดการ migration ของ leukocyte cell และไปลดกระบวนการทำงาน phagocytic ของ neutrophils และ monocytes และยาในกลุ่ม calcineurin inhibitors สามารถรบกวนการทำงานของกระบวนการ myeloid cell homeostasis และเช่นเดียวกับยาในกลุ่ม corticosteroids คือ จะรบกวนการ phagocytic ของ neutrophils และ macrophage
2. Adaptive Immunity (Cell-Mediated): ยากดภูมิอย่างเช่นยา calcineurin inhibitors และ antimetabolites เช่น mycophenolate หรือ azathioprine จะออกฤทธิ์ลดการกระตุ้นการทำงานของ T-cell และลดการเพิ่มจำนวนของ T -cell จึงทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื่อไวรัส และเชื้อฉวยโอกาส (opportunistic pathogens) ได้ โดยเชื้อที่มีความเสี่ยงในการติด คือ CMV, EBV, BK virus, tuberculosis และเชื้อรา Pneumocystis jirovecii
3. Adaptive Immunity (Humoral): ยาที่มีความรุนแรงในการกด Humoral immune คือ rituximab (anti-CD20) เพราะสามารถลดระดับของ B cell ทำให้ไม่สามารถสร้าง antibody ได้ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย

👉 ส่วนการใช้ยากดภูมิคุ้มกันในช่วง induction phase อย่างยา Antithymocyte Globulin (ATG) จะออกฤทธิ์กดการทำงานของ T cell ได้ทั้งร่างกาย ทั้งในเลือด และใน peripheral lymphoid tissue และยายังสามารถรบกวนการ lysing ของdendritic cells และลดระดับของ B cell ได้ ดังนั้น ATG จึงออกฤทธิ์กดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้มากกว่ายาBasiliximab ซึ่งออกฤทธิ์เจาะจงกับตัวรับ CD25 บน T cell เฉพาะกระบวนการแบ่งตัวของ T cell เท่านั้น 💙💙

👉 การติดเชื้อในผู้ป่วยภายหลังจากการปลูกถ่ายไตถ้าเป็นช่วงแรกภายในประมาณ 1 เดือนหลังการปลูกถ่ายมักจะนึกถึงเชื้อที่มาจาก donor และเชื้อในโรงพยาบาลเป็นหลัก โดยจะพบโอกาสในการติดเชื้อแบคทีเรีย > ไวรัส > เชื้อรา และหลังจากพ้นระยะ 1 เดือนไปแล้ว ผู้ป่วยจะติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเชื้อฉวยโอกาส เนื่องมากจากผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันในปริมาณที่สูง ดังนั้นจึงต้องมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องได้รับยาต้านจุลชีพเพื่อป้องกันการติดเชื้อฉวยโอกาสบางชนิด เช่น P*P และ HSV และภายหลัง 12 เดือน ความเสี่ยงในการติดเชื้อจะนึกถึงเชื้อที่เป็นการติดเชื้อแบบ community acquired แทน เพราะระดับยากดภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยจะอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงแรกภายหลังการปลูกถ่าย

👉 การจัดการหากผู้ป่วยมีการติดเชื้อเกิดขึ้น จะต้องมีการประเมินความเสี่ยงของการติดเชื้อร่วมกับความเสี่ยงในการเกิดการปฏิเสธอวัยวะ โดยถ้าหากมีความจำเป็นต้องหยุดยามักจะเริ่มจากการพิจารณาลดขนาดยาหรือหยุดยา mycophenolate ก่อนเป็นระดับแรก เพราะยาในกลุ่มนี้สามารถทำให้เกิดภาวะ leukopenia และ neutropenia ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำจัดเชื้อที่เกิดขึ้น และถ้าหากมีอาการมากขึ้นจะพิจารณาลดขนาดยาในกลุ่ม calcineurin inhibitors ในลำดับถัดไป ❤️💙❤️💙

เอกสารอ้างอิง
1. Chastain DB, Stover KR. Urgent need to address infectious diseases due to immunosuppressive therapies. Ther Adv Infect Dis. 2023; 10:20499361231168512.
2. oberts MB, Fishman JA. Immunosuppressive Agents and Infectious Risk in Transplantation: Managing the "Net State of Immunosuppression". Clin Infect Dis. 2021 Oct 5;73(7):e1302-e1317.
3. Tharmaraj D, Mulley WR, Dendle C. Current and emerging tools for simultaneous assessment of infection and rejection risk in transplantation. Front Immunol. 2024 Nov 26;15:1490472.

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pharmacy Kidney Clubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์