13/02/2026
"ต้องทำแบบไหนถึงเรียกว่ารักลูกนะ" เด็กวัยนี้ต้องการความรักแบบไหนกันแน่
บทความนี้จะชวนคุณผู้ปกครองไปทำความเข้าใจพร้อม ๆ กันว่า ลูกน้อยของเรานั้นมีกระบวนการเติมเต็มความรักอย่างไร
การมอบความรักให้กันนั้นมีได้หลายวิธี และหลากหลายรูปแบบมาก ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าถนัดแบบไหน โดยจะแบ่งได้เป็น 5 แบบ ตามทฤษฎีภาษาแห่งความรัก (Love Language) ของ Dr. Gary Chapman นักให้คำปรึกษาด้านการสมรสชาวอเมริกัน ได้แก่ คำพูดให้กำลังใจ (Words of Affirmation) เวลาที่มีคุณภาพ (Quality Time) การรับของขวัญ (Receiving Gifts) การให้ความช่วยเหลือ (Acts of Service) และ การสัมผัสทางกาย (Physical Touch)
ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราจะแสดงความรักในรูปแบบใดก็ได้ แต่ต้องแสดงให้อย่างเหมาะสมกับลูกน้อยของเรา เราจึงจำเป็นต้องมองในมุมของพัฒนาการด้านสมองและจิตใจ สมองของเด็กในช่วงวัย 0-7 ปี ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา โดยเฉพาะ สมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการคิดเชิงนามธรรม การวางแผน และการควบคุมอารมณ์ ซึ่งสมองส่วนหน้านี้จะพัฒนาเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 25 ปี นั่นหมายความว่าลูกน้อยของเรามีความต้องการความรักที่เป็นรูปธรรมมากกว่าความรักที่เป็นนามธรรม เด็กวัยนี้เข้าใจโลกผ่านสิ่งที่จับต้องได้ รู้สึกได้ และมองเห็น การพูดว่า "แม่รักลูกนะ" สำหรับเด็กอาจไม่ได้มีความหมายมากเท่าการนั่งกอดลูกอย่างอบอุ่น 5 นาที ดังนั้นความรักจึงต้อง เห็น สัมผัส หรือได้รับจริง ๆ
การแสดงความรักที่ง่ายที่สุดนั่นคือการสัมผัสทางกาย (Physical Touch) ในวัยทารกการสัมผัสไม่ใช่แค่การแสดงความรัก แต่เป็นความจำเป็นพื้นฐานของชีวิตเลยก็ว่าได้ ส่วนในเด็กที่โตขึ้นมาการสัมผัสทางกายก็ยังคงสำคัญอยู่ แต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปบ้าง เช่น จากการกอดนาน ๆ กลายเป็นการลูบหัวสั้น ๆ หรือการจับมือขณะเดินทาง ซึ่งสามารถแสดงความรักในรูปแบบอื่นร่วมกันได้ อย่างการใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกัน (Quality Time) เช่น เมื่อเรานั่งเล่นกับลูก เราก็สามารถมีการสัมผัสทางกายไปควบคู่ด้วยได้ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการพาลูกเล่นโทรศัพท์ หรือหน้าจอไปด้วยกัน แต่หมายถึงการให้ความสนใจอย่างเต็มที่กับลูก สำหรับเด็กเล็ก แม้แต่ 15-20 นาทีของการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเต็มที่ก็มีค่ามากกว่าการอยู่ด้วยกันทั้งวันแต่ไม่ได้มีส่วนร่วม นี่แสดงให้เห็นว่า การแสดงความรักต่าง ๆ นั้นเชื่อมโยงกันอยู่ และสามารถเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันได้
ในขณะเดียวกันการให้ความช่วยเหลือ (Acts of Service) สิ่งที่สำคัญคือผู้ปกครองทำด้วยท่าทีและอารมณ์แบบไหน การเปลี่ยนผ้าอ้อมด้วยความรีบร้อนและหงุดหงิด กับการเปลี่ยนผ้าอ้อมด้วยความอดทนและอ่อนโยน ส่งผลต่อการรับรู้ของเด็กแตกต่างกันมาก ในเด็กที่โตขึ้นก็มักจะเริ่มเข้าใจว่าการ "ช่วย" เป็นสัญลักษณ์ของความใส่ใจ เด็กจะเริ่มสังเกตว่าผู้ปกครองทำอะไรให้พวกเขาบ้าง และเริ่มอยากทำเพื่อผู้อื่นเช่นกัน
นอกจากนี้ในเด็กเล็ก ๆ ยังต้องการการพึ่งพาทางอารมณ์ที่สูง และการตอบสนองทางอารมณ์ที่รวดเร็วและสม่ำเสมอจากผู้ปกครองเพื่อสร้างความผูกพันระหว่างลูกน้อยกับผู้ปกครอง ในอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องของความต้องการความรักในทันที เพราะด็กยังไม่มีแนวคิดเรื่องเวลาที่สมบูรณ์ คำว่า "พรุ่งนี้พ่อจะกลับมาเล่นด้วยนะ" อาจไม่ได้บรรเทาความต้องการความรักในตอนนี้ เพราะฉะนั้นการแสดงความรักจึงต้องเกิดขึ้น "ที่นี่และตอนนี้"
อ่านมาถึงตรงนี้ผู้ปกครองหลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วแบบนี้การแสดงความรักด้วยคำพูดไม่สามารถใช้กับลูกน้อยได้เลยรึเปล่า ซึ่งแม้ว่าเด็กทารกยังไม่เข้าใจภาษาหรือคำพูด แต่พวกเขามีความสามารถในการรับรู้น้ำเสียง อารมณ์ และความถี่ของเสียงได้ การพูดคุยกับทารกด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น นุ่มนวล ช่วยจะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย พัฒนาความผูกพัน รวมทั้งกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาอีกด้วย หากเป็นเด็กที่โตขึ้น ด็กเริ่มเข้าใจคำพูดมากขึ้น และเริ่มเชื่อมโยงคำพูดกับตัวตน ควรใช้คำพูดที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าทั่วไป เช่น แทนที่จะพูดว่า "เก่งมาก" ให้ลองพูดว่า "แม่ชอบที่หนูพยายามใส่เสื้อเอง แม้จะยังติดอยู่นิดหน่อย" หรือ "ครูบอกว่าหนูตั้งใจฟังในชั้นเรียนมาก พ่อภูมิใจที่หนูใส่ใจการเรียน"
สุดท้ายนี้การเข้าใจ "ภาษาความรัก" ของลูกน้อยไม่ใช่การทำให้ผู้ปกครองต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งหมด แต่เป็นการปรับวิธีการสื่อสารให้เหมาะกับความต้องการของลูกน้อย เพื่อให้ความรักที่เรามีอยู่แล้วนั้นส่งไปถึงลูกน้อยได้มากขึ้น ในวันวาเลนไทน์นี้ แทนที่จะซื้อของขวัญราคาแพง หรือพูดบอกรักลอย ๆ ลองใช้เวลาสังเกตลูกน้อยของเรา ทำความรู้จักเขาและเข้าใจเขาให้มากขึ้น และมอบความรักเขาในแบบที่เขาต้องการ นั่นคือของขวัญที่มีค่าที่สุดที่คุณผู้ปกครองทุกคนจะให้ได้
Bowlby, J. (1969). Attachment and loss: Vol. 1. Attachment. Basic Books.
Bunt, S., & Hazelwood, Z. J. (n.d.). Walking the walk, talking the talk: Love languages, self-regulation and relationship satisfaction. Queensland University of Technology.
Carozza, S., & Leong, V. (2021). The role of affectionate caregiver touch in early neurodevelopment and parent–infant interactional synchrony. Frontiers in Neuroscience, 14, 613378. https://doi.org/10.3389/fnins.2020.613378
Harlow, H. F. (1958). The nature of love. American Psychologist, 13(12), 673–685. https://doi.org/10.1037/h0047884
Perry, R. E., Blair, C., & Sullivan, R. M. (2017). Neurobiology of infant attachment: Attachment despite adversity and parental programming of emotionality. Current Opinion in Psychology, 17, 1–6. https://doi.org/10.1016/j.copsyc.2017.04.022
The 5 Love Languages®. (n.d.). Learn your love language. https://5lovelanguages.com/learn