11/03/2026
"ฝึกฝืน"
ทักษะที่กำลังจะหายไปในปัจจุบัน
👶🏻เด็กๆ ควรฝึกฝืนหรืออดทน
ทำสิ่งที่จำเป็นตามวัย
ได้แก่
- การช่วยเหลือตัวเอง
เช่น กินข้าว อาบน้ำ แต่งตัว แปรงฟัน
- หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
เช่น งานบ้าน การบ้าน งานส่วนรวม
- ทำตามเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้
เช่น อ่านหนังสือสอบ ออกกำลังกาย
🌱การฝึกฝืนได้สอนเด็ก 3 ประการที่สำคัญ
📍 1. "ตัวเองควบคุมตัวเองได้" 🧘🏻♀️
-เด็กเป็นเจ้าของร่างกายตัวเอง
เขาคุมร่างกายให้หยุดเพื่อรอ
และอดทดเพื่อทำต่อได้
📍 2. "ตัวเองพาตัวเองไปถึงเป้าหมายได้" 👣
-เด็กอดทนจนพาตัวเองจาก
จุดเริ่มต้นไปถึงจุดหมายได้
แม้จะเหนื่อย ท้อ แต่อดทน
ทำจนเสร็จ หรือ รอจนผลออกดอก
📍3. "สุขง่าย ทุกข์ยาก" 🌳
เมื่อเด็กๆ อดทนกับสิ่งเล็กๆ ง่ายๆ ได้
เขาจะค่อยๆ อดทนกับสิ่งที่ยากและสำคัญได้
รวมทั้งหัวใจและร่างกายของเขาจะแข็งแรงพอ
ที่จะรับผิดชอบและทำสิ่งต่างๆ ตามวัย
เด็กๆ จะเติบโตต่อไปโดยไม่แหลกสลายระหว่างทาง
📌 ข้อสำคัญ เราไม่ได้ให้เด็กๆ อดทนฝืนทน
กับสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือสิ่งที่ทำร้ายเขา
เช่น
-ห้ามแสดงออกทางอารมณ์
-ห้ามแสดงความคิดเห็น โต้แย้ง
-ห้ามเป็นตัวของตัวเอง
แต่เราให้อดทนกับสิ่งที่ทำให้เขาทำได้
และสิ่งนั้นทำให้เขาเติบโตพัฒนาไปในทางที่ดี
**********
❤️⏳
เพื่อให้เด็กๆ "ฝึกฝืนตามวัย"
เราฝึกผ่าน การ Delayed Gratification
หรือ การชะลอเวลาที่จะรับรางวัลในทันที
เพื่อเป้าหมายที่คุ้มค่ากว่าในอนาคต
เริ่มต้นจาก...
รอคอยช่วงเวลาสั้นๆ
เพียง 10 วินาที
ไปจนถึง 10 นาที
ซึ่งทำได้ง่าย
ไปจนถึงรอคอยที่นานขึ้น
กว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ
1 วัน
1 สัปดาห์
1 ปี
ซึ่งทำได้ยาก
ใช้เวลาและ
ความอดทนขั้นสูง
ทั้งร่างกายและจิตใจ
**********
การฝึกเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเล็ก
และค่อยๆ ไต่ระดับความยาก
ไปสู่เด็กโต และสุดท้ายการเป็นผู้ใหญ่
❤️ ขั้นที่ 1 "รอคอยการกลับมาเจอกัน"
การแยกจากจากพ่อแม่
จากคนที่เด็กๆ รัก
เป็นการแยกจากสั้นๆ ชั่วคราว
เกิดขึ้นในบ้านไปจนถึงนอกบ้าน
เช่น
- รอแม่เข้าห้องน้ำ
- รอพ่ออาบน้ำ
- รอแม่กลับมาจากจ่ายตลาด
- รอพ่อกลับมาจากทำงาน
- เด็กไปโรงเรียนรอแม่มารับกลับ
ช่วงแรกเด็ก 0-6 ปีจะกังวล
เพราะไม่เคยแยกจาก
จากพ่อแม่ตั้งแต่เกิด
(Separation Anxiety)
ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้น
เมื่อรับรู้ว่า "พ่อแม่มีอยู่จริง"
เขามองไม่เห็นพ่อแม่
ไม่ได้แปลว่าพ่อแม่หายไป
เพียงแค่แยกจากชั่วคราว
การกลับมาเจอกันทุกครั้ง
หลังการแยกจากชั่วคราว
จะทำให้เด็กคุ้นเคย
และมั่นใจมากขึ้น
หลังจากนั้นเด็กจะปรับตัว
แยกจากและรอคอยได้ดีขึ้น
เคล็ดลับ
เด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้ดี
จะกังวลกับการแยกจากน้อยลง
***
❤️ ขั้นที่ 2 "รอคอยให้ถึงตาของตัวเอง"
เป็นการรอคอยที่ขึ้นอยู่กับสังคม
เพื่อนๆ และผู้อื่นมากขึ้น
เช่น
- ต่อแถวเล่นชิงช้า
- ต่อแถวรอซื้อขนม
- ยกมือเพื่อรอครูเรียกตอบคำถาม
- ฟังเพื่อนพูดจบ แล้วค่อยเป็นตาเขาพูด
- เล่นบอร์ดเกม แล้วรอให้ถึงตาเขาเล่น
ซึ่งการรอคอยให้ถึงตาตัวเอง
หรือ ถึงเวลาของตัวเอง
ทำให้เด็กๆ เรียนรู้คุณค่า
ของการได้รับโอกาส
และช่วงเวลาที่เขามีมากขึ้น
***
❤️ ขั้นที่ 3. "อดทนกับความเหนื่อย/ความเบื่อ"
การอดทนแรกที่ทำได้
คือการอดทนทางกาย
เมื่อร่างกายทนได้มากขึ้น
จิตใจของเราจะแข็งแกร่งมากขึ้น
เด็กๆ ที่ออกกำลังกาย
ทำอะไรด้วยตัวเอง
จะมีแนวโน้มอดทนต่อความเหนื่อย
มากกว่าเด็กที่ไม่ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง
และไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน
ร่างกายด่านแรกคือ "การช่วยเหลือตัวเอง"
- กินเอง
- ใส่เสื้อผ้าเอง
- แกะเปลือกส้ม เปลือกไข่เอง
เด็กต้องทนกับความหงุดหงิด
ไม่ได้ดั่งใจที่ต้องทำสิ่งเหล่านั้นเอง
แต่เมื่อทำได้ เขาจะรู้สึกถึงความสำเร็จ
แล้วจะอยากทำอีกๆ เรื่อยๆ
และจะแผ่ขยายทำสิ่งอื่นๆ ใหม่ๆ อีกด้วย
ร่างกายด้านที่สองคือ "การออกกำลังกาย"
- การเดิน
- การวิ่ง
- การปีนป่าย
ที่ทำให้เหงื่อออก
มีสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้เป็นดังใจ
(ร้อนบ้าง ลมแรงบ้าง เหนอะหนะบ้าง)
เด็กๆ จะมีความทนทานที่มากขึ้น
ถ้ากำหนดเป้าหมายแล้ว
พาเด็กๆ ทำได้จนจบ
เด็กๆ จะได้เรียนรู้การอดทน
และความมั่นใจของเขาที่มีต่อ
ร่างกายและจิตใจจะพัฒนาขึ้น
เช่น
- วิ่งที่ไปถึงเส้นชัย
แม้จะเหนื่อยบ้าง
ไม่ได้เร็วอย่างใครเขา
แต่เราจะไปจนจบ
- เดินเที่ยวสวน
เราจะเดินด้วยตัวเอง
ถ้าเหนื่อยเราจะพัก
มีบ้างที่งอแง
แต่เราจะเดินไปด้วยกัน
ข้อนี้จะสำเร็จ
หากพ่อแม่ไม่ใจอ่อน
เหนื่อยเราพัก
ไหวเราไปต่อ
บางครั้งเราพบว่า
เด็กๆ ไม่ได้เหนื่อย
เขาแค่ไม่ชอบความเบื่อ
การทำอะไรนานๆ
แม้สิ่งนั้นจะง่าย
แต่ก็เป็นเรื่องยากของเด็กๆ
เช่น
- การเดิน
- การระบายสี
- การนั่งรถ
ถ้าเบื่อ
เราหยุดพัก
แล้วไปต่อ
เด็กๆ จะได้เรียนรู้
"การไม่ยอมแพ้"
และที่สำคัญ
"เขาอดทนได้
***
❤️ ขั้นที่ 4. "หักห้ามใจทำสิ่งจำเป็น
ก่อนสิ่งที่อยากทำเสมอ"
(Needs ก่อน Wants)
แม้สิ่งนั้นจะชอบหรือไม่ก็ตาม
เช่น
- ทำการบ้าน/งานบ้าน ก่อนไปเล่น
- อาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนไปฟังนิทาน
- กินข้าว ก่อนกินขนม
เมื่อเด็กๆ เรียนรู้
เขาจะรับผิดชอบหน้าที่
และดูแลตัวเองได้ดี้ขึ้น
วุฒิภาวะจึงเติบโตตามวัย
เด็กจึงยับยั้่งชั่งใจได้
เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น-ผู้ใหญ่
***
❤️ ขั้นที่ 5. "หักห้ามใจเรื่องเล็กๆ เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า"
สะสมหรือเก็บเล็กผสมน้อย
เพื่อให้ได้ของชิ้นใหญ่
เช่น
- เก็บเงินค่าขนมไปซื้อของเล่น
- สะสมคะแนนเพื่อให้ได้รางวัลใหญ่
"การหักห้ามใจ"
เพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
ทำให้เด็กๆ ได้ฝึกชั่งน้ำหนัก
และตัดสินใจเพื่อตัวเอง
***
❤️ ขั้นที่ 6. "อดทนเพื่อเป้าหมายปลายทาง"
ตั้งเป้าหมายระยะยาว
แล้วค่อยๆ ทำไปเรื่อย
ตามแผนที่วางไว้
โดยไม่ไขว้เขวต่อสิ่งล่อใจ
แม้จะพบกับ...
"ความเหนื่อยยาก"
"ความพ่ายแพ้"
"ความล้มเหลว"
แต่จะอดทนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น
โดยระหว่างทางอาจจะมีการหยุดพัก
หรือปรับเปลี่ยนทางเดินให้เหมาะสมกับตัวเอง
เช่น
- ออกกำลังกายวันละนิดทุกวัน
เพื่อร่างกายที่แข็งแรง
- อ่านหนังสือสอบ
เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย
- รดนำต้นไม้
เพื่อรอกินผลของมัน
"วินัย"
คือการทำอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ใช่ทำเพียงช่วงเวลาสั้นๆ
แต่คือการทำต่อเนื่องยาวนาน
ทำไม่มาก หรือ น้อยเกินไป
เพื่อสร้าง "ฐาน" ทางกายใจ
ที่มั่นคงและเติบโตไม่สิ้นสุด
**********
⭐
🪜
เด็กๆ ที่มีการควบคุมตัวเองที่ดี
เขาจะสามารถเดินไปได้ไกล
และไปจนถึงจุดหมายที่เขาตั้งใจไว้
แม้สุดท้ายเขาอาจจะ...
พ่ายแพ้
ล้มเหลว
ทำให้ปลายทางอาจจะปรับเปลี่ยน
ไม่ใช่อย่างที่ตั้งไว้ในตอนแรก
แต่อย่างน้อยที่สุด
ทุกความพยายาม
จะทำให้เด็กๆ เติบโต อย่างมีคุณค่า
ชีวิตของเขาจึงมีความหมาย
🌧 "ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ" 🌈
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา