ARULA ณ หอสมุดจักรวาลบรรณาลัย

  • Home
  • ARULA ณ หอสมุดจักรวาลบรรณาลัย

ARULA ณ หอสมุดจักรวาลบรรณาลัย Contact information, map and directions, contact form, opening hours, services, ratings, photos, videos and announcements from ARULA ณ หอสมุดจักรวาลบรรณาลัย, หมอดูและคนทรง, .

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินีฉบับที่ ๗ : เสียงของผู้ไม่ขอโทษที่จะเป็นตัวของตัวเองค่ำคืนนี้เป็นราตรีกาล หลังจากผ่านคืนเดือนดับ...
30/06/2025

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินี
ฉบับที่ ๗ : เสียงของผู้ไม่ขอโทษ
ที่จะเป็นตัวของตัวเอง

ค่ำคืนนี้เป็นราตรีกาล หลังจากผ่านคืนเดือนดับนวจันทรา (New Moon) มาพักใหญ่แล้ว

มันเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นตั้งเจตนารมณ์ใหม่ให้แก่ชีวิตของเราเอง

"I can apologetically be myself."
มันควรเป็นมันตราประจำตัวของเราได้เสียที

"ฉันสามารถเป็นตัวเองได้
โดยไม่ต้องขอโทษใครเลย"

เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า กว่าเราจะมาถึงวันนี้เรารักตัวเองขนาดไหน เคารพตัวเองมากเพียงใด และเรากราบไหว้บูชาตัวเองได้อย่างไร้เงื่อนไข

เพราะฉะนั้น ด้วยทรัพยากรที่เรามีอยู่ในวันนี้ เราจึงมั่นใจได้ว่าการเป็นตัวของตัวเองและการเป็นเนื้อแท้ของเรา (Authenticity) ไม่มีทางจะเบียดเบียนคนอื่นให้เดือดร้อนได้อย่างแน่นอน

จะมีก็เพียงแต่ เราจะเบียดเบียนตัวเองอย่างไรให้น้อยลงทุกวัน โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเกลียดชัง ผลักไส หรือ ไม่ยอมรับเรา จากการที่เราหลอมรวมกับ Higherself หรือตัวตนที่สูงกว่าของเรา 100% เต็ม

คนเราทั่ว ๆ ไป มักจะรักกันในวันที่รู้สึกว่าคน ๆนั้นด้อยกว่าเรา หรือยังต้องการคำปรึกษา และการช่วยเหลือจากเราอยู่ แต่น้อยคนนักที่จะสามารถยินดีและชื่นชมกับความสำเร็จของคนที่เราเคยเกื้อกูลเอาไว้ได้จากหัวใจจริง ๆ

วันที่เขายืนด้วยขาของตัวเองได้ หรือบินด้วยปีกของเขาได้อย่างเสรีแล้ว ธรรมชาติของมนุษย์ผู้ยังไม่เป็นเนื้อแท้กับตัวเองส่วนใหญ่ มักจะไม่สามารถชื่นชมคนที่เคยรักได้

มีแต่จะระคายเคืองและหาเหตุในการกล่าวหาว่าคนที่เขามี Self Esteem สูง เลื่อมใสศรัทธาตัวเองได้แล้วว่าเป็น Narcissist หลงตัวเองแทน

ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่หลงตัวเองที่แท้จริง คือผู้สูญเสียอำนาจของการเคยเป็น 'เจ้าอาวาสศาสดา' (ที่ปรึกษา) เคยเป็นที่พึ่งในชีวิตของคนคนนึงไป และไม่สามารถยอมรับได้ว่าคนๆนั้นเติบโตอย่างเสรีขึ้นแล้วจริง ๆ นั่นต่างหากคือความจริงแท้ของการเป็น Narcissist ผู้มี Low Self Esteem ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างแท้จริง

เก่งแต่วิจารณ์และเติมแสงให้คนอื่น ทั้งที่เนื้อแท้ในใจอยากจะทำให้ตัวเองกลายเป็นแสงเสียเต็มประดา แต่กลับไม่กล้าลุกขึ้นออกมาทำ เพราะกลัวว่าจะถูกวิจารณ์เสียเอง

ลำพองใจในการเป็นที่ปรึกษา ว่าตัวเองอ่านวาระจิตคนอื่นออกได้ในฐานะ 'ครูแนะแนว' แต่กับพันธกิจทางจิตวิญญาณของตัวเองกลับละเลยไม่ยอมทำสักที มัวแต่ทำสิ่งที่ไม่ใช่ภารกิจ ก็เลยทนไม่ได้ที่คนอื่นจะมาพิพากษาตัวเองเหมือนกับที่ตัวเองเคยทำกับคนอื่นเอาไว้ และนี่คือกับดักอันนึงของมายาแห่งการตรัสรู้นั่นเอง

กลับมายอมรับให้ได้ก่อนว่าตัวเองมีความกลัว และจะไม่อุปาทานมั่ว ๆ ซัดความกลัวของตนเอง ไปป้ายสีให้กับผู้อื่นอย่างเสีย ๆ หาย ๆอีกต่อไป

ที่สำคัญคือคำว่า "นกสองหัว" ไม่เกินจริง กล่าวคือเมื่อไม่คิดจะพัฒนาจิตวิญญาณของตัวเองให้สูงขึ้นด้วยการ Learning by Doing เมื่อผลักพลังงานตัวเองออกจากคนที่ตัวเองเพิ่งตัดสินไป จึงไม่แปลกที่จะกลับไปรวมตัวกับคนที่เคยผสมโรงร่วมตัดสินอย่างน่าเสียดาย ดังคำกล่าวที่ว่า "ไม่มีสัจจะในหมู่โจร" นั่นเอง เพียงเพราะอยากกระสันที่จะดำรงอัตตาตัวตนของตัวเองไว้ให้ยังดำรงอยู่อย่างคงกระพันมั่นคงไม่คลอนแคลน เพราะหวงแหนตัวปลอมมากกว่าจิตเดิมแท้ตัวจริงที่ตัวเองดูดายไปจนถึงการผลักไสเงาของตัวเองด้วยเช่นกัน

นี่จึงอาจจะเป็นที่มาของโบราณอุบายที่บอกว่า "อย่าชี้นิ้วไปที่รุ้งกินน้ำ ระวังมือกุด" เพราะถ้าเราเป็นแสงสว่างที่แท้ ครบ 7 สีให้ตัวเองแล้วเมื่อไหร่ เราจะชี้รุ้งกินน้ำเพื่อชวนเพื่อน ๆ ให้ดูความงามในตัวเราเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ โดยไม่ต้องไปป้ายสีว่ารุ้งคือความน่ากลัวอีกเลย และเราจะไม่มีวันรังเกียจเงามืดในตัวเองที่เปรียบได้กับฝนพรำ นั่นเพราะเรารู้เสมอว่า "ฟ้าหลังฝนจะมีรุ้งงามอยู่เสมอ" นั่นเอง

ยายย่า
จันทร์จ๋า มาลินี
#ชวนใคร่ครวญ

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินีฉบับที่ ๖ : การุณย์มั่งมี : เมื่อความดีไม่ต้องแลกด้วยความทุกข์อีกต่อไปแม้ว่าความรักจะเป็นสิ่งที่...
29/06/2025

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินี
ฉบับที่ ๖ : การุณย์มั่งมี
: เมื่อความดีไม่ต้องแลก
ด้วยความทุกข์อีกต่อไป

แม้ว่าความรักจะเป็นสิ่งที่สวยงาม หลายคนมักจะแปลความหมายของคำว่า รัก ว่าคือ การให้ซึ่งก็อาจสร้างความหมายของความรักที่สลักเสลาให้เป็นลายลักษณ์อักษรรูปธรรมมากขึ้นกว่าที่เคย

แต่หลายครั้งที่เราเป็นมนุษย์ที่มีความแตกต่างกัน เป็นกลุ่มลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน หากเราเข้าใจภาษารักที่แตกต่างกันของคนแต่ละแบบ เราก็คงจะมี Empathy เห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น

แต่หลาย ๆ ครั้งที่ความเมตตาของเราหรือภาษารักของเรา มีหน้าตาความปรารถนาและพฤติกรรมในการให้ที่แตกต่างกัน มันจึงทำให้เกิด 'สงครามนักบุญ' ว่าใคร หรือ ศาสนาไหนหรือหน่วยงานใด ที่ให้ความรักที่แท้จริงกว่ากัน

อันที่จริงมันไม่มีหรอกว่า
รักของใครจริงแท้กว่ากัน

โดยเฉพาะในยุคที่ปิตาธิปไตยครองเมืองหนัก ๆ มาก ๆ มาก่อนหน้านี้ มันมักจะมีวาทกรรมประหลาด ๆ ว่า

'ความดีมีเมตตาที่แท้จริง
จะต้องยืนอยู่เคียงข้างชนชั้นกรรมาชน'

'เศรษฐี นักการเมือง และ พระมหากษัตริย์
คือ ตัวร้าย ที่ไม่ได้ตั้งใจให้คนรากหญ้า
มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง'

วาทกรรมซ้ายสุดโต่งนี้ นำทางมาสู่การกวาดล้างชนชั้นสูง Elite อภิสิทธิ์ชน ผู้มีการศึกษาทั้งหลาย ให้กลายเป็นศัตรูของตน แบบที่เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ชาวเขมรแดงทำให้ศิลปวิทยาการแห่งกัมพูชานั้นแทบจะสิ้นชาติไป และเมื่อหัวกะทิปัญญาชนถูกกวาดล้างจนสิ้นกัมพูชา ณ ปัจจุบัน ก็ไม่ต่างอะไรกับ 'สุนัขบ้า' ที่เห่าอาละวาดไปทั่ว เพราะขาดทั้งมารยาทแห่งการอยู่ร่วมกันในฐานะประชาคมโลก และขาดรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าแห่งชาติตนทิ้งไป เพียงแค่คิดตื้นๆว่า

'การทำให้ชนชั้นกรรมาชนขึ้นมามีบทบาทโดยขาดปัญญา และคิดว่าสิ่งนี้คือความเมตตาที่อยากเห็นสังคมนิยมในกัมพูชามีความเท่าเทียมกัน'

มันกลับทำลายอารยธรรมอันดีงามของชาติให้กลายเป็นเพียงตัวตลกน่ารังเกียจของภูมิภาคอาเซียนเท่านั้นเอง

นี่เป็นตัวอย่างของ " #ภาษารักหรือเมตตาที่ไม่ได้ประกอบด้วยปัญญา" มันคือการมองเพียงมุมเดียวว่า ชนชั้นบนมืด ชนชั้นล่างสว่างกว่า จึงนำมาซึ่งหายนะและโศกนาฏกรรมแห่งความแร้นแค้นยาวนานในวันนี้

หากเรามีการประชุมบุคคลทุกองค์กรว่า

"ภาษารักของคุณ คืออะไร? เป็นแบบไหน? แล้วเราจะประสานประโยชน์กันอย่างไร? ได้บ้าง"

มันก็คงจะไม่ต้องเกิดการนองเลือดเพื่อรีเซ็ตระบบใหม่อย่างน่าเศร้าเช่นนี้

เพราะแม้แต่ราชสำนัก ขุนนาง นักการศึกษาหรือปราชญ์ท้องถิ่น ก็ควรมีโอกาสได้ร่วมนั่งอยู่ในวงล้อมเดียวกัน เพื่อฟังภาษารักของกันและกัน และหลอมรวมเอาประโยชน์สูงสุดของ #ความเมตตาที่ประกอบด้วยปัญญา นำเอา #ความรักที่มีแสง นั้นมาใช้เพื่อช่วยพัฒนาประเทศชาติและสังคมโลกให้ยั่งยืนขึ้นกว่าที่เคยเป็น ในนามของ Oneness เพราะเราทุกคน ก็ล้วนมีความรักเฉกฉันกันทั้งหมดทั้งสิ้นเลย

ยายย่า
จันทร์จ๋า มาลินี
#ชวนใคร่ครวญ

28/06/2025

เป็นคนดีแล้วมันได้ผลประโยชน์ คนจึงติดดี ซึ่งเป็นสารเสพติดที่เลิกยายากที่สุด หลายคนต้องลงแดงจนวนลูป

#เทรนด์วันนี้ #ความดีความชั่ว #ขาวดำ #สว่างมืด #ทวิลักษณ์ #วนลูป #สังสารวัฏ #เวียนว่ายตายเกิด #ทางออก #ตรีเอกานุภาพ #ความงามความรักและความจริง #ประตูแห่งการกลับบ้าน #มาลินี_วรรณพงษ์ #แม่มดแห่งบรรณาลัย #ความดีคือมายา

 #หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินีฉบับที่ ๕: ฟากฟ้าทะเลฝันมองออกไปไกลตาดวงดาราอยู่ตรงหน้าดารดาษหากท้องฟ้าเป็นกระดาษดวงดาวทั้งหลา...
28/06/2025

#หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินี
ฉบับที่ ๕
: ฟากฟ้าทะเลฝัน

มองออกไปไกลตา
ดวงดาราอยู่ตรงหน้าดารดาษ
หากท้องฟ้าเป็นกระดาษ
ดวงดาวทั้งหลายก็คงเป็นการหยดสี
จากพู่กันแห่งฟากฟ้า

สลัด...
สะบัด...

โดยไม่กลัวว่าจะเปรอะเปื้อนพื้นกระดาษดำ

พระผู้สร้างเป็นจิตรกร
ส่วนพระแม่ก็เป็นเจ้าของโรงละคร

แห่งท้องฟ้าจำลอง
เพื่อให้ผู้ชมเหล่าพี่น้อง
นั่งนอนมองขึ้นมาด้านบน

หลายคนเหงาเศร้าอยากกลับไปบนฟ้า
แต่แม่บอกกับเราว่า
อยู่ที่นี่ก็เป็นบ้านเหมือนกัน
อยู่กับปัจจุบันให้มีความสุขก่อนนะ

ถึงเวลาก็ได้ไปเพิ่มอีก 1 จุดในดาราจักรเอง

ชีวิตและจิตวิญญาณทั้งหลายก็เป็นแบบนี้
อยู่ข้างล่างอยากกลับขึ้นข้างบน
คนข้างบนก็ตื่นเต้นอยากลงมาเที่ยวข้างล่าง

ไม่เห็นมีใครพอใจวันนี้วินาทีนี้เลย
พูดแต่ว่าอยากกลับบ้าน
อยากกลับบ้าน
และอยากกลับบ้าน

Home is where the heart is.

ถ้าใจเธออยู่กับเนื้อกับตัวได้เมื่อไหร่
ที่นั่นก็เป็นบ้านของเธอเสมอ
นะเจ้าดวงใจ

ยายย่า
จันทร์จ๋า มาลินี
#ชวนใคร่ครวญ

 #หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินีฉบับที่ ๔: ความรัก"ฆาตกร" มักกลายเป็นบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวเสมอ เมื่อถูกกล่าวถึง สมองจะทำงานอย่...
27/06/2025

#หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินี
ฉบับที่ ๔
: ความรัก

"ฆาตกร" มักกลายเป็นบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวเสมอ เมื่อถูกกล่าวถึง สมองจะทำงานอย่างตึงเครียดทันทีหากได้ยินคำนี้ขึ้นมา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ฆาตกรอาจเป็น 'นักบุญ' ที่กรุณาปรานีที่สุดแล้วก็ได้

นัยยะของการจบชีวิต จึงอาจเป็นการตกลงเขียนสนธิสัญญากันมา ระหว่างเจ้าของชีวิตกับบุคคลอีกคนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่จบชีวิตให้แก่บุคคลคนนั้นก็เป็นได้

การตาย จึงเปรียบเสมือนการจบเล่มหนังสือ หรือแม้แต่จบความทรมานทรกรรม ความน่าตื่นเต้นของแต่ละบทตอนของหนังสือ ได้เช่นกัน

เมื่อความน่าหวาดเสียว น่าตื่นเต้น แต่ละช่วงของชีวิตมันจบลง ตัวตนใหม่ ๆ จะถูกสร้างขึ้นมาเสมอ ๆ ตัณหา จึงอาจจะไม่ใช่ ความอยากแต่อาจจะเป็น Motif ของตัวละคร แต่ละตัวที่อยากจะ Transform เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม แบบที่ไม่มีวันหวนคืนไปสู่ Plot เรื่องเดิม ๆ อีกต่อไป

'ความรัก' ที่ปรากฏในนามของ Motif หรือความต้องการของตัวละครที่เป็นนักแสดงสมทบในชีวิตเรา ไม่ว่าเขาจะจงใจ แค่ทำร้ายเราให้ตื่นขึ้นมาใหม่ หรือแม้แต่ตัวละครอีกตัวที่หมายจะเอาชีวิตเรา เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามให้หายไปจากโลกนี้ก็ตาม เจตนาของเราที่เขียนสนธิสัญญาร่วมกันกับเขามาตั้งแต่มิติบนก่อนลงมาเกิดแล้ว ก็ลวนเป็นไปด้วย "ความรัก" ทั้งสิ้น

โรคภัยไข้เจ็บที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับเป็น 'ฆาตกรต่อเนื่อง' ที่พอผู้คนเอ่ยชื่อเท่านั้น ก็พร้อมที่จะหลั่งน้ำตาราวกับได้ยินนามของพญามัจจุราช แต่หากดูดี ๆ เขาอาจจะเป็นนักบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ทำให้เราเลือกจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างไปตลอดกาล เพื่อถือกำเนิดใหม่ในร่างเดิมเท่านั้นเอง

ยายย่า
จันทร์จ๋า มาลินี
#ชวนใคร่ครวญ
#และแสดงความคิดเห็นร่วมกันค่ะ

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินีฉบับที่ ๒: การตีความในวันนั้น...คือก้อนหินก้อนนั้นในวันนี้โลกใบนี้มีคลื่นความถี่ที่ค่อนข้างต่ำจึ...
25/06/2025

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินี
ฉบับที่ ๒
: การตีความในวันนั้น...
คือก้อนหินก้อนนั้นในวันนี้

โลกใบนี้มีคลื่นความถี่ที่ค่อนข้างต่ำ
จึงอาจจะทำให้การชื่นชมยินดีในความสำเร็จ
ของผู้อื่นนั้นทำได้ค่อนข้างยาก

แต่ก็อย่าลืมนะคะว่า
โลกกายภาพมิติที่ 3 นั้น
เป็นชุมทางสำคัญในการเดินทาง
ไปได้ทั้ง 'สายเหนือและสายใต้'

หลายคนจึงเลือกที่จะเข้าใจมนุษย์
ในฐานะเพื่อนมนุษย์
ที่ไม่ว่าสิ่งที่เพื่อนทำ
กำลังดึงเราขึ้น
หรือฉุดเราลง

เราก็จะยังคง
รักษาขอบเขต (Set Boundaries)
ของเราเอาไว้ได้
เพื่อธำรงทะนุถนอมดูแล
Soverein : อำนาจอธิปไตย
ของตัวเราเองเอาไว้
ให้ยังคงอยู่อย่างสง่างาม

บางครั้ง การ need validation
ปรารถนาการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน
ล้วนเป็นเงาและภาพสะท้อนของ
การที่เราตีความความรักของพ่อแม่
บิดเบี้ยวไปทั้งนั้น

เมื่อเกิดอะไรขึ้นมาเป็น
สถานการณ์ในชีวิตเรา
สิ่งที่เราควรทำ
จึงควรเป็นการตั้งคำถาม
ว่า "สถานการณ์นี้ / เหตุการณ์นี้
เกี่ยวเนื่องอะไรกับ
ความหมายของความรัก
ที่เรามีต่อพ่อกับแม่
ในวัยเด็กของเรา
เรื่องราวมันเป็นอย่างไร
และมันเกิดขึ้นตอนกี่ขวบ?"

เราอาจจะใช้การหลับตา
แล้วเห็นปิ๊งแว้บ ภาพแรกออกมา
ว่าความไม่เป็นส่วนหนึ่งของเราในวันนี้
เกี่ยวเนื่องอะไรกับการที่เราคิดว่า
เราไม่เป็นส่วนหนึ่งของพ่อแม่ในวันนั้น

หรืออาจจะใช้การเขียน
สมุดหน้าว่าง ปลายปากกาพร้อม
หายใจเข้าลึกๆหายใจออกยาวๆ
สัก 3 ลมหายใจ
เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ว่างมากพอ
ที่จะจรดรจเรขาแห่งคำเฉลย
ที่กำลังจะพรั่งพรูออกมา

เช่น

#คำถามชวนใคร่ครวญพิจารณา

การทรยศของหญิงสาว 7 คน
ที่เคยให้คำมั่นสัญญาว่า
จะทำภารกิจร่วมกับข้าพเจ้า
แต่สุดท้ายก็ตัดสินข้าพเจ้า
แล้วเดินจากกันไป
มันเกี่ยวเนื่องอะไรกับความหมายใน
ความสัมพันธ์
ระหว่างข้าพเจ้ากับพ่อแม่ หรือไม่
อย่างไร เรื่องราวตอนนั้นเป็นอย่างไร
และตอนนั้นกี่ขวบ?

กับคุณพ่อที่เป็นทหาร
ท่านใจดีและสุภาพกับข้าพเจ้ามาก
ท่านไม่เคยขู่บังคับให้
ข้าพเจ้าเป็นลูกชาย
ท่านบอกแค่ว่า

"ไปติวและสอบเข้า
โรงเรียนเตรียมทหาร
ให้พ่อหน่อยได้ไหมลูก?"

แม้ข้าพเจ้าจะบอกว่า

"หนูไม่ได้เรียนสายวิทย์ ฟิสิกส์ เคมีคณิตศาสตร์นี่ ไม่ได้เรื่องเลย
แล้วตอนนี้ (ม.4 ในขณะนั้น)
หนูก็เรียนศิลป์ภาษาฝรั่งเศสด้วย
มันจะได้หรอคะพ่อ"

พ่อบอกแค่ว่า

"ไม่เป็นไรหรอกลูก
ไปลองสอบให้พ่อดูหน่อย"

จริงๆแล้วมันคือความฝันของพ่อเอง
พี่พยายามจะให้ลูกทั้งสามคน
ไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารทั้งหมด
เผื่อว่าจะมีใครสักคนในบ้าน
ที่ทำได้ตามฝัน
ตามหมุดหมายธงไชยในชีวิตของท่าน

เมื่อไปสอบมาแล้วเรียบร้อย
ประกาศผลว่าไม่ติด

ข้าพเจ้าจึงบอกพ่อว่า
"เดี๋ยวหนูจะตั้งใจสอบให้ติด
อักษรฯ จุฬาฯ ทดแทนให้นะคะ"

พ่อของข้าพเจ้าในฐานะทหารสื่อสาร
จึงดีใจอย่างมากที่
ลูกของท่านได้สอบติดคณะ
ที่มีความชำนาญเรื่องการใช้ภาษา
ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

คำถามต่อมา...
ภาพนี้ที่ผุดขึ้นมาทำให้เรา
ได้เรียนรู้อะไรบ้าง
และอยากจะขอบคุณอะไรบ้าง?

ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่า
เกียรติภูมิและคุณค่าของแต่ละสถาบัน
แม้จะแตกต่างในเนื้อหารายละเอียด
แต่จุดประสงค์ในทุกๆการศึกษา
ก็ล้วนมีคุณค่าทั้งนั้น

และในวันที่ข้าพเจ้า
ได้แอดมิดที่โรงพยาบาล
ในวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา
ข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึง
พลังงานของพ่อผู้วายชนม์
พ่อมาหาที่เตียงแล้วบอกว่า

"ไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับพ่อแล้วนะลูก
หนูเป็นทหารหาญของพ่อเรียบร้อยแล้ว
หนูเป็นแม่ทัพกองกำลังนารีขี่ม้าขาว
และเป็นทหารสื่อสารที่ทรงพลังที่สุด
ของพ่อแล้วลูก"

พร้อมกับติดเข็มคล้ายๆเครื่องราชฯ
ที่หน้าอกข้างขวาของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าน้ำตาไหลสะอึกสะอื้น
ปิติดีใจว่าในที่สุด
ข้าพเจ้าก็ไม่ต้องพิสูจน์อะไร
เกี่ยวกับความเก่งฉกาจของข้าพเจ้า
เพื่อให้พ่อยอมรับอีกต่อไปแล้ว
เพราะข้าพเจ้าได้ทำภารกิจ
ทางจิตวิญญาณของข้าพเจ้าเรียบร้อยแล้ว

ส่วนแม่

ภาพที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่วัยเด็กนัก
แต่เป็นวัยที่ข้าพเจ้า
แต่งตัวเป็นผู้หญิงหลังจาก
เรียนจบมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว
ข้าพเจ้ามักได้ยินแม่พูดเสมอว่า

"คนอื่นเขาอาจจะมองว่าลูกแม่เป็นขี้
แต่แม่มองว่าลูกแม่เป็นทองคำ"

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเจตนาของแม่บริสุทธิ์มาก
ที่ต้องการจะแสดงความรักต่อข้าพเจ้า
แต่ข้าพเจ้าไม่ชอบอุปมาอุปไมยนี้เลย

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าปมเชือกอันนี้
มันยังมีการมัดติดอยู่ภายใน
จิตใต้สำนึกของข้าพเจ้าเสมอก่อนหน้านี้

และมันมักจะส่งผลให้ข้าพเจ้า
ต้องได้ไปพบกับสถานการณ์
I have to dim my light down to fit in.
เสมอเลย

ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น
เพื่อนพี่น้องลูกหลานทั้ง 7 คน
ที่มีเพศกำเนิดเป็นหญิงแท้
เมื่อไม่เข้าใจสภาวะ Rainbow นี้
ในตัวข้าพเจ้า
จึงมักจะเดินออกจากชีวิตข้าพเจ้าไป
หรือไม่ก็ตัดสินเนื้อแท้ของข้าพเจ้ากันท้้งนั้น

หลังจากที่ 7 คนนั้น
ออกจากชีวิตข้าพเจ้าไปแล้ว
ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ถามแม่ของข้าพเจ้า
เกี่ยวกับประโยคนั้นที่แม่มักจะพูด

และข้าพเจ้าได้บอกท่านว่า

"ถึงแม่จะบอกว่าแม่พูดเล่นแต่ว่า
หนูไม่ชอบประโยคนี้เลย

หนูแค่อยากรู้ว่า
แม่เคยรักหนูอย่างไร้เงื่อนไขจริงๆไหม
หนูเป็นลูกสาวที่แม่รักได้หรือยัง?"

แม่ร้องไห้โฮ
แล้วก็บอกข้าพเจ้าว่า
"อย่าถามอีกนะว่าแม่รักหนูหรือเปล่า
การที่คิดว่าแม่ไม่รักหนูนั้นน่ะ
มันทำให้แม่เสียใจมากๆ"

ข้าพเจ้าเลยบอกไปว่า
บอกทั้งน้ำตาเช่นกันว่า

"หนูรู้แล้วว่าแม่รักหนูมากแค่ไหน
แต่หนูอยากรู้ว่าหนูเป็นลูกสาวของแม่
ได้ 100% แล้วหรือยัง?
หรือถ้าหนูไม่เป็นลูกสาวจริงๆ
แม่รักลูกกะเทยคนนี้ได้ไหม?"

แม่ก็ตอบทั้งน้ำตาว่า

"รักสิลูกรักมาก แล้วก็ห่วงมากด้วย
กลัวว่าจะอยู่ในสังคมนี้ได้ลำบาก
แก่เฒ่ามาใครจะดูแล"
นี่คงเป็นเบื้องหลัง motif ของแม่
ในการส่ง Subtext
นั้นออกมาที่ไม่เคยชอบเลย
แท้ที่จริงมันคือการที่แม่
พยายามปกป้องข้าพเจ้าแล้ว
จากคำพูดใดๆของเพื่อนบ้าน

ข้าพเจ้าตอบว่า

"แม่สังเกตไหม
ว่าช่วงที่แม่เป็นห่วงหนูมากๆ
ชีวิตหนูลำบากอย่างไร
แต่ในวันที่แม่สวดมนต์แล้วอวยพรหนู
ให้หนูประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง
ชีวิตหนูก็เป็นแบบนั้นเสมอ
พลังจิตและพลังคำพูดของแม่
ศักดิ์สิทธิ์มากนะคะ
ต่อไปนี้หนูขอแต่พรจากแม่ได้ไหม
แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูเลย
ตอนนี้อาชีพการงานและสิ่งที่หนูทำ
มันมีความหมายต่อหนูมาก
แล้วหนูได้รับการยอมรับจาก
ลูกสาว หลานสาว ลูกชาย หลานชาย
จำนวนมาก
พวกเขานับถือหนูเหมือนแม่
เหมือนยายเหมือนย่า
เป็นลูกหลานทางจิตวิญญาณของหนู
และแน่นอนว่าในเวลาที่
ครอบครัวนี้กำลังเฝ้ามองชีวิตหนู
ไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะทิ้งหนูไป
ในวันที่หนูลำบาก
เจ็บปวดแผล
ไม่สามารถทำงานได้
ครอบครัวทางจิตวิญญาณครอบครัวนี้
ก็ยังดูแลหนูเป็นอย่างดี

ต่อจากนี้แม่อวยพรหนูอย่างเดียวนะคะ
วันที่หนูรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ที่สุด
หนูจะรับแม่มาอยู่ด้วยที่เชียงใหม่
แล้วหนูจะทำหน้าที่ลูกสาว
ที่แม่ต้องการให้อย่างดีที่สุดค่ะ
หนูจะดูแลแม่เองค่ะ
อย่างที่แม่อยากมีลูกสาวตลอดมา"

เมื่อเรารู้แล้วว่าเราเป็นที่รัก
ของพ่อแม่มากแค่ไหน

เราจะแข็งแกร่งพอที่จะยืนหยัดต่อไป
โดยไม่เดือดร้อนอีกเลยว่า
ใครจะยังคงอยู่ในชีวิต
หรือใครจะเดินออกไปจากชีวิตแล้ว

ก็ไม่ใช่เป็นความผิดของเราเองแล้ว

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า

การนั่งลงเงียบๆใคร่ครวญกับตัวเอง
พิจารณาชีวิตของตัวเอง
เป็นส่วนหนึ่งของอริยสัจ 4
ในการมีสมาธิอยู่กับมรรค
อยู่กับปัจจุบันขณะ
อยู่กับลมหายใจ
หรือแม้กระทั่งอยู่กับปลายปากกา
100% เต็ม
และเมื่อได้คำตอบแล้ว
นิโรธ หรือความดับของทุกข์นั้น
จึงปรากฏขึ้นเป็นนิพพาน

การส่งจิตไปหาคำตอบจากข้างนอก
ในฐานะเหยื่อที่ถูกกระทำ
ก็จะค่อยๆเบาบางลง
จะเหลือแต่การให้อภัย
และสุดท้ายแม้แต่การให้อภัยก็ไม่มี
มีแต่ความรักและความเมตตาบริสุทธิ์
ฉันอยากจะขอบคุณ
คนที่เดินจากไปทุกคน
ว่า...

"ขอบคุณนะคะที่ทำให้ยายย่ามีวันนี้"

ด้วยรักจาก
มาลินี
#ชวนใคร่ครวญ

24/06/2025

เราเป็นเพียงกระจกบานใหญ่ในชีวิตเขาเท่านั้น

👑 #อิสระจิตวิญญาณผ่านแฟชั่น💄👠 #หอสมุดจักรวาลบรรณาลัย #มาลินี_วรรณพงษ์ #แม่มดแห่งบรรณาลัย #ความจริง

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินีฉบับที่ ๑ความง่วงงุนยังคงทำงานอยู่กับเปลือกตาของฉันในเวลานี้ ร่างกายก็ยังคงเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่าจ...
24/06/2025

หัตถเลขาแห่งรักจากมาลินี
ฉบับที่ ๑

ความง่วงงุนยังคงทำงานอยู่กับเปลือกตาของฉันในเวลานี้ ร่างกายก็ยังคงเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่าจะหาสิ่งใดมาทดแทนได้

ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน มันช่างพร่าเลือน จนไม่อยากจะคิดอะไร ขอแค่อยู่กับการยืน เดิน นั่ง นอน กิน แล้วก็สังเกตอาการทางร่างกายไปในแต่ละวันอยู่ร่ำไป ก็เพียงพอ

หากฉันรู้ว่าฉันจะต้องตาย ฉันก็คงทำแค่อย่างที่ฉันกำลังทำอยู่นี่แหละ พยายามสงบอยู่กับปัจจุบันขณะมากที่สุด ไม่ดิ้นรนขวนขวายไม่แสวงหาสิ่งใดมาพอกพูนทับ ฉันไม่ได้ใช้ชีวิตมาด้วยความทะยานอยากมาพักใหญ่แล้ว เพราะพลังงานแบบนั้นมันตรงข้ามกับพลังงานชีวิตการออกแบบมนุษย์ (Human Design) ของฉัน

ฉันชอบทำอะไรเหมือนเด็กๆ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แค่ฟังเสียงของ Higherself : มาลินี ของฉันไปวัน ๆ บางวันฉันก็เป็นมาลินีซะเอง ที่เงี่ยหูฟังความทรมานทางร่างกายของจันทร์จ๋าตลอดเวลา เราสองคนตั้งใจจะเขียน Soul Plan ร่วมกัน ให้เราหายดีหายไวในเร็ววัน น่าจะเป็นพรอันประเสริฐที่สุดแล้ว ยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทองใดในขณะนี้

"การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" อโรคยา ปรมา ลาภา ... มันช่างจริงยิ่งกว่าจริง

ผู้คนมักคิดไปเองว่าฉันใส่ใจกับสิ่งอื่นมากกว่าตัวเองในเวลานี้ มักตีความข้อความของฉันไปต่างๆนานา ฉันไม่ได้เขียนอะไรไปพักใหญ่ รู้ไหมทำไม ? เพราะฉันเจ็บแผลไง ความปวดตึงของเส้นประสาทมันทรมานยิ่งกว่าจนฉันไม่สามารถส่งจิตออกนอกไปเขียนถึงใครๆ แบบที่คนอ่านล้วนเข้าใจผิดคิดไปเอง

คงเพราะเราเป็นมนุษย์เหมือนกันกระมัง ทรัพยากรแห่งการเขียนก็อยู่ในอากาศเฉกฉันกัน มันก็ไม่แปลกอะไรนี่นาหากฉันเขียนถึงอะไรบางสิ่งบางอย่างแล้วมันไปกระทบจิตใจของคนอ่าน นั่นคงเป็นเพราะว่าเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน

แต่การทึกทักเอาเองว่าฉันเขียนกระแนะกระแหนกระทบกระเทียบ มันคือภาพสะท้อน 2 อย่างในตัวคนอ่าน

1) คนอ่านหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองมีค่าพอที่ฉันจะด่าดุว่ากล่าว
2) คนอ่านไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง คิดแต่ว่าฉันจะตัดสินพิพากษา

ธรรมะมักเป็นเช่นนี้ บางทีมันไม่จำเป็นจะต้องมีตัวบุคคลขึ้นมา แต่ข้อความก็สามารถขึ้นมาได้ตลอดเวลา เขาเรียกว่า Collective Consciousness Messages : ข้อความการตระหนักรู้ร่วมกัน

ย้อนกลับมาที่ตัวฉัน ณ ปัจจุบัน
ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะทำให้ฉันระคายเคืองหรือทรมานใจไปมากกว่าแผลของฉันอีกแล้ว

อย่าได้สำคัญตัวเองกันนักเลย
รักตัวเองให้มากๆ
มองไปที่ชีวิตตัวเองเท่านั้น
ไม่ต้องมาหาอาชญากรคนผิด
ไม่ต้องมาแปะป้ายว่าใครเป็นตัวร้ายทำลายชีวิตเธอ

ข้อดีของการเอาไตซ้ายออกก็คือ
เรื่องราวของคนอื่นไม่ได้สำคัญเท่ากับเรื่องราวของตัวฉันเองอีกต่อไป

Self Love, Self Respect & Self Esteem ที่ฉันมีอยู่เต็มเปี่ยมก่อนหน้านี้อยู่แล้ว จึงพุ่งทะยานมาจนถึงจุดเต็มสุด

เอาเวลาที่สอดส่องริษยาชีวิตคนอื่นไปทำตัวเองให้ดีเถอะ

ฉันไหว้ล่ะนะ...

ถือว่าฉันขอ

ด้วยรักจาก
มาลินี

D A R K   F E M I N I N E   E N E R G Yหากจะถามว่า "Dark Feminine Energy" คือพลังงานอะไร? และ ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ส...
23/06/2025

D A R K F E M I N I N E E N E R G Y

หากจะถามว่า "Dark Feminine Energy" คือพลังงานอะไร? และ ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ก่อนอื่น เราคงต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า เรามองคำว่า "Dark" หลุดออกไปจากความหมายเดิมที่เราเคยตีความคำว่า "มืดมน" อย่างไม่เป็นธรรมได้หรือไม่? หากเราปลดพันธนาการจากความหมายเดิมนี้ได้อย่างเป็นอิสระเมื่อไหร่ เมื่อนั้นล่ะ เราจึงจะเปิดใช้พลังงานนี้ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

เปรียบเปรยง่าย ๆ เหมือนดั่ง Light เป็น กลางวัน และ Dark เป็นกลางคืน คำถามคือ เรารักกลางคืนในแง่ไหนกันบ้าง?

ในเวลาหลังเลิกงานตั้งแต่ช่วงเย็นอาทิตย์เริ่มอัสดง ไปจนถึงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว รัตติกาลได้เดินทางมาถึง จึงเป็นโมงยามอันศักดิ์สิทธิ์ของ Shadow Priestess นักบวชผู้หยั่งรู้เงา จะเริ่มจุดเทียน เขียนบันทึกว่าวันนี้ได้เรียนรู้อะไรแล้วอยากจะขอบคุณอะไร ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี เพื่อจะมองให้เห็นปัญญาผ่านความมืดในแสงเทียนนั้น

มันอาจจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเปิดไพ่สักใบจากสักสำรับ ทั้งลองอ่านออกเสียงออกมาและ/หรือ ลองจรดปลายปากกาลงบนสมุดโดยไม่ตัดสินว่า มี Star Rose Oracle : ปัญญาจากดอกกุหลาบแห่งดวงดาวอันใดอยากจะบอกเราบ้าง เกี่ยวกับสิ่งที่เราพบเจอในวันนี้

สำหรับฉัน ฉันมองว่า กลางคืนรัตติกาลนั้นเป็นเวลาแห่งการพักผ่อน เฉลิมฉลอง และอยู่กับความพึงพอใจของตนเอง มันเป็นช่วงเวลาของการผ่อนพักตระหนักรู้ตนเอง จากความเมื่อยล้า ที่ทำอะไรเพื่อผู้อื่น มาแล้วตลอดทั้งกลางวันที่ผ่านมา

มองเผิน ๆ Dark หรือ หยิน ที่แปลว่า ความรัก มักตรงกับ พลังงานคำว่า ราตรี ซึ่ง พ้องกับรากศัพท์ ของคำว่า รตี หรือความรัก ในภาษาวรรณกรรม ไม่มากก็น้อย

การที่เราถูกสอนว่า หากเราต้องการเป็นที่รัก เราจะต้องมอบความรักให้กับคนอื่นก่อนเราจึงจะได้รับความรักนั้นกลับคืน มันก็ถูก แต่มันก็ถูกเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และนี่เป็นคำสอนของฝ่ายนิยม Light ที่สอนให้ใช้ปัญญาในทางเมตตาเพียงฝ่ายเดียว และปฏิเสธที่จะใช้ฝั่ง Dark หรือความรักนั้นมอบให้ตัวเองก่อนเสมอ

ความมืดไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่า ครรภ์มารดาในจักรวาล Womb Keeper หรือผู้รักษาดูแลครรภ์ทั้งหลาย ที่เข้าใจธรรมชาติของการกำเนิดใหม่อยู่เสมอ ย่อมจะอนุญาตให้ตนเกิดความรู้สึกอ้างว้างว่างเปล่าและมืดมน หดุจทารกที่วางใจในสายสะดือของแม่เฉกฉันกัน มันเป็นรัตติกาลแห่งความมืดทางจิตวิญญาณ Dark Night of the Soul ที่มีคุณค่า และสมควรแก่การรอคอย เมื่อวันที่ '9 เดือนนั้นมาถึง' เราก็จะได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่ (Rebirth) อยู่เสมอ อย่าได้กังวลไปเลย

ฝ่ายที่ยึดมั่นถือมั่นใน Light หรือความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์เป็นอาจิณ มักมองไม่เห็นความหมายที่แท้จริงของคำว่า Dark ในฐานะการผ่อนพักตระหนักรู้มากนัก แล้วยังหยามเหยียด Self Love โดยเฉพาะของ Dark Feminine ทั้งหลายว่าเป็นความ Selfish เห็นแก่ตัว โดยที่รับบท Toxic Femininity หรือ 'นางแบก' อยู่ตลอดเวลา

แต่ Dark Feminine Energy มักสอนกันว่า ธรรมชาติของเพศแม่มักจะเป็นผู้ให้อยู่แล้วโดยกมลสันดาน และเพราะเหตุนี้ ผู้ชายและผู้หญิงทั้งหลายที่ช่วงชิงเอาผลประโยชน์จากคำว่า "แสง" ไป Take Advantage เอาผลประโยชน์ จน ผู้หญิงใจดีทั้งหลายถูกดูดายในการเห็นคุณค่าความรักไป ; Take It for granted และเมื่อเพศแม่และใครก็ตามที่มีพลังงานความใจดีแบบแม่ ถูกเอารัดเอาเปรียบบ่อยครั้งเข้า สุดท้ายแล้วเธอก็จะรู้จักการใช้พลังงาน Dark Feminine Energy แบบคำกล่าวที่ว่า "I never chase, I attract." อยู่ดี

มันเป็นเส้นทางแห่งการประสบความสำเร็จที่ง่ายดายมากๆเพียงกลับเข้ามาที่ตัวเองด้านในก่อนเสมอ ทั้งประสบความสำเร็จในระดับทางโลกกายภาพ และในระดับของจิตวิญญาณด้วยเช่นกัน

ผู้ที่ Manipulate Energy เป็นเท่านั้นจึงจะสามารถอยู่รอดและเบิกบานได้ในเกมนี้ แต่หลายคนฉาบฉวยและเลือกที่จะ Manipulate People 's mind Game แทน จนเจ็บปวดกันไปต่างๆนานา และเมื่อหญิงสาวทั้งหลาย ที่เคยเจ็บปวด สูญเสียและแตกสลาย กับการให้ / การสละออก / และการจิตอาสา มาอย่างโชกโชน จนตัวเองไม่ได้รับอะไรเลย มีแต่ความทรยศที่เกิดขึ้น เมื่อนั้นเธอจะกลายเป็น Soul Alchemist หรือนักเล่นแร่แปรธาตุทางจิตวิญญาณ ที่สามารถเปลี่ยน Emotions อารมณ์ให้กลายเป็น Energy Flow การไหลเลื่อนทางพลังงานได้ และเปลี่ยนร่างกาย ให้กลายเป็น 'ภาชนะ' ในการบรรจุสัจจะแทน แบบที่ Divine Feminine Spiritual Influencers หลายคนหลายช่องกำลังนำเสนอเรื่องราวของ การรัก การเคารพ และการให้เกียรติตัวเองกันทั้งนั้นในเวลานี้ สำหรับการสร้าง New Normal of Nirvana วิถีใหม่แห่งพระนิพพาน

แต่กว่าจะเดินทางมาถึงตรงจุดนี้ หลายคนก็เสียสละจนหมดเนื้อหมดตัว บางครั้งก็จนตัวตายกันเลยทีเดียว วนอยู่ในเกมแห่งสังสารวัฏต่อไปไม่รู้จักจบจักสิ้น

ส่วนใครที่คิดได้ และกลับมาที่ Dark Feminine Energy คือรักตัวเอง เคารพตัวเอง และกราบไหว้ตัวเองก่อนเสมอได้ทันท่วงที ก็จะมีชีวิตรอดอยู่เพื่อทำภารกิจและพันธกิจทางจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่กว่าเดิมต่อไป

ยายย่า
จันทร์จ๋า มาลินี
#ชวนใคร่ครวญ
🥰🙏🏦📚🌌💗🦋🧡🌼🪻🏵️💮🪷🌺💐🌸🌈🎼🎶🎵🌹

21/06/2025

คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ
ไม่เจอะเจอกันกับฉัน 🥰🙏🏦📚🌌🎼🎶🎵💗🦋🧡🌼🪻🏵️💮🪷🌺🌹💐🌸🌈 #แม่มดแห่งบรรณาลัย #มาลินี_วรรณพงษ์ #หอสมุดจักรวาลบรรณาลัย

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ARULA ณ หอสมุดจักรวาลบรรณาลัย posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share