ณเรศการแพทย์ Medical & Psychiatic clinic โรคทั่วไป และ ปัญหาทางจิตเวช

ณเรศการแพทย์ Medical & Psychiatic clinic โรคทั่วไป และ ปัญหาทางจิตเวช สุขภาพกาย และ ใจ
ปัญหาทางจิตเวช ภาวะปวดเรื้อรัง เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ แพนิก ซึมเศร้า สารเสพติด

สุขภาพกายและใจ ให้เราดูแล ทุกปัญหามีทางแก้ เพียงแค่..นึกถึงเรา

https://www.facebook.com/share/1ETqUZdWoo/?mibextid=wwXIfr
24/08/2026

https://www.facebook.com/share/1ETqUZdWoo/?mibextid=wwXIfr

ใครพบว่าตัวเองเหมือนจะเป็น
พบจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัยนะคะ

ปล. แก้คำในภาพ brain-gut axis นะคะ

https://www.facebook.com/share/1CyoX9SmiH/?mibextid=wwXIfr
07/08/2026

https://www.facebook.com/share/1CyoX9SmiH/?mibextid=wwXIfr

#กราดยิงในโรงเรียน #เทพศิรินทร์
นานมาแล้วอาจารย์เคยได้รับมอบหมายจากกรมสุขภาพจิตให้ทบทวนองค์ความรู้ด้านความรุนแรงในวัยรุ่นและให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไข อาจารย์ได้อ่านงานวิจัยหลายฉบับเกี่ยวกับกรณีกราดยิงในโรงเรียน ภาพรวมจากงานวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนที่เป็นมือปืนกราดยิงครูและเพื่อนๆในโรงเรียน (school shooter) ก็คือเด็กที่มีความโกรธอยู่ข้างใน ความโกรธนี้มีสาเหตุมาจากหลายอย่างทั้งความรู้สึกเสียใจ ผิดหวัง ถูกด้อยศักดิ์ศรี ด้อยคุณค่า รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีใครรับฟัง ไม่มีใครเข้าใจ ความโกรธที่ถูกเก็บเอาไว้ภายในและไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมจะกลายเป็นความก้าวร้าว และเป็นปฏิปักษ์ต่อโลกใบนี้...

ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์วันนี้

การกราดยิงในโรงเรียนดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหม่ของบ้านเรา แต่ในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นเรื่องที่มีมานานแล้ว 40 กว่าปีที่แล้วตอนที่อาจารย์ไปฝึกอบรมทางจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย อาจารย์ต้องไปเยี่ยมโรงเรียน หรือ school visit เพื่อไปตรวจนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพจิตและให้คำแนะนำคุณครู นักสังคมสงเคราะห์ที่โรงพยาบาลจะเตือนอาจารย์ว่าเวลาเดินผ่านโรงเรียนที่ไหนๆในเขต inner city ของเมืองฟิลาเดลเฟียให้มองขึ้นไปบนดาดฟ้า ถ้าเห็นคนยืนอยู่ให้หยุดและหลบเข้าไปในที่กำบัง เพราะอาจจะมีมือปืนวัยรุ่นยิงลงมาจากดาดฟ้าก็ได้ นอกจากนี้เวลาเดินเข้าไปในโรงเรียนก็จะต้องผ่านเครื่องสแกนโลหะ เพื่อตรวจจับว่ามีอาวุธหรือเปล่า พูดจริงๆนะอาจารย์ไม่อยากไป school visit เลย ไปทีไรก็รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงทุกที

วันนี้ขอนำรายงานการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Pediatric Healthcare ฉบับปี 2022 (ดูเหมือนจะเป็นการศึกษาใหม่ล่าสุดเลย) มาเล่าให้ฟัง

ในช่วงปี 2013 ถึง 2019 มีการยิงกันในโรงเรียนถึง 421 ครั้ง นักวิจัยมีโอกาสรวบรวมข้อมูลนักเรียนที่เป็นมือปืนจำนวน 25 คน พบว่า
100% เป็นเพศชาย อายุที่ยิงเฉลี่ยคือ 16.88 ปี
40% เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น
72% มีประสบการณ์ที่แย่ในวัยเด็ก (ACE -Adverse childhood experiences เช่น ถูกทำร้ายทารุณ / พ่อแม่ดูแลไม่ได้และต้องถูกส่งไปอยู่กับพ่อแม่อุปถัมภ์ / พ่อหรือแม่เสียชีวิต)
36% มีปัญหาทางจิตเวชมาก่อน (เป็นโรคซึมเศร้า 20% เป็นออทิสติก 16% เป็นสมาธิสั้น 8.33%)
60% เคยถูกบุลลี่
76% จะโพสต์เรื่องเกี่ยวกับปืนและข้อความข่มขู่ลงในโซเชียลมีเดีย
48% เคยมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย

จากปัจจัยต่างๆทั้งหมดนี้ก็นำไปสู่ความรู้สึกโกรธแค้น ความโดดเดี่ยว อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น

เอาสั้นๆแค่นี้ก่อน โพสต์หน้าอยากเล่าเรื่องประสบการณ์ที่แย่ๆในวัยเด็ก ว่ามีผลอย่างไร

#ปั้นใหม่

03/08/2026

ได้รับยาต้านเศร้า ≠ เป็นซึมเศร้าเสมอไป
มีโรคหลายโรคใช้ยากลุ่มต้านเศร้ามารักษาโรคเลย

**ไม่ใช่มีทั้งโรคนั้นและโรคซึมเศร้าจึงได้ต้านเศร้า (แต่มีกรณีนี้ได้)

เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่าตัวยาต้านเศร้า
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม SSRI (Sertraline, Fluoxetine, Escitalopram), SNRI (Venlafaxine) หรือ TCA (Amitriptyline, Nortriptyline)

กลไกหลักคือ เพิ่มสารสื่อประสาท (serotonin, norepinephhrine)ในจุดเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทให้มีมากขึ้น และนานพอที่จะทำให้เซลล์ประสาทจุดนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง: เชื่อมวงจรใหม่, ฟื้นฟูการเชื่อมต่อ, ปรับความไวของประสาทให้ปกติ


ดังนั้นจะเห็นว่ากลไกมันกว้างมาก
ขึ้นกับว่า ณ ตอนนั้น มีความผิดปกติอะไร
- ซึมเศร้า: ใช้ฟื้นจุดที่ควบคุมอารมณ์/แรงจูงใจ/ ฯลฯ
- วิตกกังวล/แพนิก: ใช้ฟื้นจุดที่คอยเบรกการคิดวน/การเปิดโหมดแพนิก
- PTSD: ใช้ฟื้นจุดที่ควบคุมไม่ให้ขุดอดีต/อารมณ์ร่วม รุนแรงไป
- เบาหวานลงเส้นประสาท: ใช้ฟื้นฟูระบบเบรกความเจ็บปวด (ระบบ PAG ใช้ serotonin) ทำให้ลดอาการเจ็บขึ้นมาเอง ปวดแสบร้อน
- ไมเกรน: ใช้ฟื้นฟูระบบเบรกความเจ็บ ป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำ
- Fibromyalgia: ใช้ฟื้นฟูระบบเบรกความเจ็บ
- ลำไส้แปรปรวน: ใช้ฟื้นฟูระบบเบรกความเจ็บ (เพราะมีกลไกที่ทำให้รับรู้การเปลี่ยนแปลงลำไส้ไวกว่าปกติ: visceral hypersensitivity)


คือเข้าใจว่าคุยกันในห้องรู้เรื่องแล้วล่ะค่ะว่าเป็นโรคอะไร
แต่พอรับยามาเปิดดูที่บ้าน ก็งงไง อ้าว ทำไมได้ยาต้านเศร้ามา
เราไม่ได้เป็นนี่ เอ๊ะ หรือเราเป็นนะ

25/07/2026

คลินิกปิด
25-30 ก.ค.69
เปิด 31 ก.ค.69
13:00 น.ครับ

https://www.facebook.com/share/18thGRpBoR/?mibextid=wwXIfr
19/07/2026

https://www.facebook.com/share/18thGRpBoR/?mibextid=wwXIfr

ช่วงอดนอนจัดๆ ติดต่อกันเยอะๆ
อย่าหาได้ตัดสินใจอะไรสำคัญในชีวิตเลย
เพราะ emotional จะมาเต็ม

ยิ่งอดนอน หน่วยเตือนภัยมันยิ่งไว ยิ่งแรง
vmPFC/dlPFC ที่คอยควบคุมศูนย์ประมวลอารมณ์อย่าง amygdala ก็จคุมได้แย่มากๆ ดังนั้นเวลามีการวางแผนอะไร การเลือก choice เกิดขึ้น มีการใช้โทนอารมณ์มาเกี่ยวสูงมาก อะไรที่เป็นผลระยะไกลๆ จะแทบไม่ได้มาคิดเลย

‘นอนก่อนแล้วค่อยตื่นมาคิด’
เป็นคำตอบที่ดีที่สุด

ยังไม่นับว่าถ้าเป็นซึมเศร้า/วิตกกังวล
แล้วอดนอนด้วยนะ อันนี้คือหนักเลยค่ะ
ถ้าหายดีแล้ว กลับมามองย้อนจะรู้เลยว่า การตัดสินใจตอนนั้นคือเละเทะมาก

16/07/2026

ไม่ต้องเข้ายิมก็ฟิตได้! แค่วันละ 15 นาที
หลายคนคิดว่า "ไม่มีอุปกรณ์ = สร้างหุ่นไม่ได้"
แต่ความจริงคือ น้ำหนักตัวของเรา ก็เป็นอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมได้!

ทำโปรแกรมนี้ 2–3 รอบ พักระหว่างรอบ 60–90 วินาที

โปรแกรมฝึก
1. Bodyweight Squat – 15 ครั้ง
ฝึกต้นขา สะโพก และแกนกลางลำตัว
เทคนิค: ดันสะโพกไปด้านหลัง หลังตรง เข่าไม่บิดเข้าด้านใน
2. Push-Up – 10–12 ครั้ง
เสริมหน้าอก ไหล่ และหลังแขน
เทคนิค: เกร็งลำตัวตลอด ไม่ปล่อยสะโพกตก
3. Mountain Climber – 30 วินาที
เพิ่มการเผาผลาญ พร้อมฝึกหน้าท้องและหัวใจ
เทคนิค: ขยับเร็วแต่ยังควบคุมท่าได้
4. Lunge – ข้างละ 10 ครั้ง
สร้างความแข็งแรงของขาและก้น
เทคนิค: ก้าวยาวพอดี เข่าหน้าไม่เลยปลายเท้ามากเกินไป
5. Plank – 30–45 วินาที
เสริมแกนกลางลำตัว ลดอาการปวดหลัง
เทคนิค: ศีรษะ–ลำตัว–ส้นเท้าเป็นเส้นตรง
6. Jumping Jack – 30 วินาที
เพิ่มความฟิตของหัวใจและเผาผลาญพลังงาน
เทคนิค: ลงพื้นนุ่ม ๆ และแกว่งแขนเต็มช่วง

✅ ได้ประโยชน์อะไร?
✔️ ฝึกกล้ามเนื้อทั้งตัวในครั้งเดียว
✔️ เพิ่มความแข็งแรงและความอึด
✔️ ช่วยเผาผลาญไขมัน
✔️ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
✔️ เหมาะทั้งมือใหม่และคนที่มีเวลาน้อย
💡 เคล็ดลับ
วอร์มอัป 5 นาที ก่อนเริ่มทุกครั้ง
คุมฟอร์มให้ถูกต้อง ดีกว่ารีบทำให้ครบจำนวน
ทำสัปดาห์ละ 3–5 วัน จะเห็นผลชัดขึ้น
กินโปรตีนให้เพียงพอ และนอน 7–9 ชั่วโมง เพื่อการฟื้นตัว
📌 เซฟโพสต์นี้ไว้ ใช้เป็นโปรแกรมออกกำลังกายที่บ้านได้ทุกวัน
💬 คุณทำได้ครบกี่รอบ? คอมเมนต์ "ครบ!" หรือแท็กเพื่อนมาท้าทำด้วยกัน!
NUTFIT | ฝึกง่าย เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง 💪

16/07/2026

ท้าทายตัวเองใน 30 วัน! หุ่นเฟิร์มง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน 🏋️‍♂️
​สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีชาเลนจ์เจ๋งๆ มาฝาก แค่ทำตาม 6 ท่านี้ทุกวัน รับรองว่าร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นแน่นอน มาดูกันเลยว่าแต่ละท่าเล่นยังไงให้โดนจุดและปลอดภัยที่สุดครับ!

​6 ท่าซ้อมง่ายๆ ลุยได้ทันที
​1. ท่าสควอท (Squats) - [3 เซต × 25 ครั้ง]
​วิธีเล่น: ยืนแยกขาเท่าช่วงไหล่ ย่อตัวลงเหมือนกำลังจะนั่งเก้าอี้ ดันสะโพกไปข้างหลัง เข่าต้องไม่เลยปลายเท้า แล้วดันตัวกลับขึ้นมายืนตรง
​เทคนิค: เกร็งหน้าท้องตลอดเวลา จะช่วยเซฟหลังล่างไม่ให้ปวดครับ
​2. คุกเข่าดันพื้น (Push-ups) - [3 เซต × 12 ครั้ง]
​วิธีเล่น: วางเข่ากับพื้น วางมือสองข้างกว้างกว่าไหล่เล็กน้อย ค่อยๆ ยุบข้อศอกลงให้หน้าอกเกือบชิดพื้นแล้วออกแรงดันตัวขึ้น
​เทคนิค: รักษาลำตัวให้เป็นเส้นตรงตั้งแต่หัวเข่าจนถึงหัวไหล่ อย่าปล่อยให้สะโพกย้อยลงไปก่อนนะ
​3. ท่าลันจ์ (Lunges) - [3 เซต × 20 ครั้ง]
​วิธีเล่น: ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า ย่อตัวลงตรงๆ ให้เข่าทั้งสองข้างทำมุม 90 องศา แล้วสลับข้างทำ
​เทคนิค: พยายามรักษาลำตัวให้ตั้งตรงตลอดเวลา เพื่อให้กล้ามเนื้อต้นขาและก้นทำงานได้เต็มที่
​4. ท่าแพลงก์ (Plank) - [3 เซต × 30 วินาที]
​วิธีเล่น: วางข้อศอกลงกับพื้น ลำตัวเหยียดตรงขนานกับพื้นเหมือนแผ่นไม้ เกร็งค้างไว้
​เทคนิค: อย่ากลั้นหายใจเด็ดขาด! บีบก้นและเกร็งหน้าท้องเข้าด้วยกันจะช่วยให้ทรงตัวได้นิ่งและนานขึ้นครับ
​5. ท่ายกตัว / ครันช์ (Crunches) - [3 เซต × 25 ครั้ง]
​วิธีเล่น: นอนหงาย ชันเข่าขึ้น เอามือแตะไว้ข้างหู ค่อยๆ เกร็งหน้าท้องแล้วยกเฉพาะสะบักไหล่ขึ้นจากพื้นเล็กน้อย
​เทคนิค: โฟกัสที่การบีบหน้าท้องบดขึ้นมา อย่าใช้มือกระชากคอเด็ดขาด เดี๋ยวจะเจ็บต้นคอนะครับ
​6. ท่าขัดสมาธิชิดกำแพง / วอลล์ซิท (Wall Sit) - [3 เซต × 40 วินาที]
​วิธีเล่น: ยืนพิงกำแพง แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงมาจนเข่าตั้งฉาก 90 องศา เหมือนนั่งเก้าอี้ลมกลางอากาศ เกร็งค้างไว้เลย
​เทคนิค: พยายามกดหลังและสะโพกให้แนบสนิทไปกับกำแพงตลอดเวลา จะช่วยลดแรงกดทับที่หลังล่างได้ดีมาก
​💡 ทริคลับอัปเกรดความฟิต:
หัวใจสำคัญคือความสม่ำเสมอครับ! พักระหว่างเซตประมาณ 30-45 วินาที ท่องไว้เลยว่า "หนึ่งวัน หรือ วันแรก... เราเป็นคนเลือกเอง!" ลุยกันเลยครับ!

https://www.facebook.com/share/p/198MmnY2H7/?mibextid=wwXIfr
14/07/2026

https://www.facebook.com/share/p/198MmnY2H7/?mibextid=wwXIfr

🧠 คนที่เป็นแพนิก มีสมอง insula ทำงานผิดปกติ ทำให้รับรู้การเปลี่ยนแปลงในร่าง จนหวาดกลัว กลัวแม้กระทั่งใจที่กำลังสั่น


แพนิก (Panic disorders) เป็นความผิดปกติกลุ่มวิตกกังวล ที่สมองเปิดโหมด ‘ระวังภัย’ แบบ ‘Red flag’ ตลอดเวลา ซึ่งก็คือโหมดกระวนกระวาย นั่นแหละค่ะ ซึ่งในคนปกติ มักจะเปิดตอนที่อันตรายแบบประชิดเลย

แต่ในคนที่เป็นแพนิก จู่ๆ ก็เปิดใช้เองแบบพร่ำเพรื่อ, บางคนปวดนั่นปวดนี่ก็กระตุ้นแพนิกขึ้นมา, บางคนจุกแน่นท้อง (จากอย่างอื่น) ก็กระตุ้นแพนิก, บางคน ไม่มีอะไรซักอย่าง จู่ๆ ก็แพนิกขึ้นมาเอง โดยเฉพาะตอนไปอยู่ใกล้ฝูงชนเยอะๆ


📍 เหตุที่เป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งมาจาก
สมองส่วน Insula - ที่คอยประเมินการรับรู้อวัยวะภายใน (Interoception) ทำงานเยอะผิดปกติ

ทำให้พอมีสัญญาณความเจ็บ/ความไม่สบายของอวัยวะภายใน เช่น ปวดนั่นปวดนี่ ก็จะตีความเป็น ‘ภัยรุนแรง’

แถมการเชื่อมต่อระหว่าง Insula กับ สมองส่วนรับรู้ภายนอก (Sensorimotor area: SMA) ก็เบาบางลง ทำให้ขาดการประเมินสถานการณ์ภายนอกว่ามันไม่มีอะไรเลยข้างนอก ผลคือ สนใจต่อสัญญาณภายในแบบรุนแรง

🧩 พอสมองให้น้ำหนักกับสัญญาณจากภายในมากเกินไป ความรู้สึกปกติของร่างกายที่คนทั่วไปแทบไม่ทันสังเกต ก็อาจถูกขยายให้รู้สึกชัดขึ้น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรแพนิกได้


⚡ พอรับรู้ว่าเป็น ‘ภัยแบบแรง’ ก็จะส่งสัญญาณให้ amygdala สร้างความรู้สึก ‘กระวนกระวาย กลัวแบบรุนแรงขึ้นมา’

และส่งสัญญาณให้ศูนย์สร้างแพนิกอย่าง PAG ที่ก้านสมอง เปิดโหมดประสาทตื่นตัวซิมพาเทติกแบบรุนแรง จนใจเต้นถี่ ปึกๆๆๆๆ, เปิดการหายใจแบบถี่ยิบ, เปิดโหมดพฤติกรรมการหนี ไม่ก็ขาแข็งไปเลย (Tonic immobility)

แล้วสามารถเกิดวงจรอุบาทได้ด้วย คือหัวใจที่เต้นถี่ขึ้น เจ้า insula ก็ยิ่งสนใจว่าเป็นภัย (ทั้งๆ ที่แกนั่นแหละเป็นตัวสั่งทางอ้อม) บางคนซวย Insula สนใจการหายใจมากๆ ก็ยิ่งรู้สึกเป็นภัย ยิ่งเพิ่มการหายใจ เป็นกลไกทำให้เกิดไฮเปอร์เวนร่วมด้วยกลไกหนึ่ง


🤲 ดังนั้นแพนิกก็ไม่ได้คิดไปเอง สมองมีความผิดปกติจริงๆ ซึ่งกลไกการเกิดคล้ายกับกลุ่มวิตกกังวลกลุ่มอื่นๆ ค่ะ

ขณะมีอาการ ทำไงดี
✅ บอกตัวเองว่า “นี่คือแพนิก เดี๋ยวมันจะค่อย ๆ ผ่านไป” มันไม่อันตราย มันไม่จริง เรากำลังปลอดภัย
✅ หายใจช้าลง โดยเน้นหายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้า อย่ากลั้นหายใจ
✅ อย่าหนีจากสถานการณ์นั้นทันที สมองจะเรียนรู้ และอาจเกิดแพนิกในสถานการณ์นั้นง่ายขึ้น (ค่ะ มันยาก แต่ต้องอาศัยการฝึกพอควร)
✅ อย่าเช็ค อย่าจดจ่อกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย เช่น จับชีพจร นับการหายใจ ดึงความสนใจกลับมาที่สิ่งรอบตัวแทน

และพบแพทย์เข้ารับการรักษาเถอะค่ะ มันทรมานนะคะ แพนิกที่ไม่รู้จะโผล่มาเมื่อไหร่ วินาทีไหน

https://www.facebook.com/share/p/1BNdBEhEyt/?mibextid=wwXIfr
30/06/2026

https://www.facebook.com/share/p/1BNdBEhEyt/?mibextid=wwXIfr

🧠 ทำไมอาการซึมเศร้าเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังขี้ลืม จำอะไรยาก อ่านหนังสือไม่ค่อยเข้า ก็เลยมายืนยันค่ะว่า เรื่องความจำ ต้องใช้เวลาฟื้นค่ะ

เหตุผลหลักคือ สมองส่วน Hippocampus
ที่คอยสร้างความจำระยะยาวนั้น
เปราะบางมาก ฝ่อง่าย
กว่าจะฟื้นได้ แวดล้อม (ในตัวมัน) ต้องดี


📌 ขอ scope สั้นๆ ก่อนค่ะว่า ความจำที่พังในซึมเศร้า
คือมันมาได้ 3 ระดับเลย (คนส่วนใหญ่เป็นครบ)

1️⃣ ไม่เข้าหัวตั้งแต่แรก เพราะอยู่โหมดเหม่อ
ปิดข้อมูลการเข้า (Ruminaton/DMN hyperactivation)

2️⃣ ความจำแบบชั่วคราวพัง
เช่น จำตัวเลข จำอะไรสั้นๆ ภายใน 1 นาที
แล้วนึกซ้ำ ลืม จำไม่ได้
บางทีเหมือนไม่เคยได้ยิน (Working memory/dlPFC dysfunction)

3️⃣ สร้างความจำระยะยาวยากขึ้น เรียนรู้ช้าลง
ข้อนี้แหละ เป็นจากตัว Hippocampus ที่พัง


🧬 ช่วงที่เริ่มยาต้านเศร้าไป 2-6 สัปดาห์
เซลล์ประสาทที่หลั่ง serotonin (dorsal Raphe nucleus)
จะเริ่มกลับมากระตุ้น Hippocampus
ให้ทำงานและฟื้นฟูขึ้นละ

แต่ถ้าแวดล้อมตอนนั้นยังมีเครียดเรื้อรัง
มีปัจจัยกระตุ้น ระบบ cortisol จะยังเข้ามา
ยับยั้งการงอกปลายประสาท/และการสร้างเซลล์ใหม่อยู่


วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ฟื้นความจำกลับมา ต้องทำหลายกลไกพร้อมกัน เพื่อระดมกระตุ้นให้เซลล์ประสาทมันหลั่งสารงอกประสาท BDNF/NGF ระดมใส่ Hippocampus

✅ กินยาต้านเศร้าต่อเนื่อง อันนี้น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว
✅ ออกกำลังกาย: อันนี้ recommend มากๆ เลยค่ะ ถ้าฟื้นตัวได้บ้างแล้ว ลุกมาออกเลย เพราะเป็นตัวเพิ่ม BDNF ดีมาก แถมแก้อาการเชื่องช้า/อ่อนเพลียด้วย แต่เน้นย้ำว่า หากเริ่มออกได้แล้ว ให้เพิ่มความหนักเป็น ‘ออกจนเหนื่อย จนหอบ’ นะคะ เดินเฉยๆ ไม่พอ (แต่เป็นจุดเริ่มต้นได้)
✅ จัดระเบียบการนอน ถ้าเริ่มดีขึ้น แล้วเริ่มจัดการนอนเลยค่ะ ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังต้องพึ่งยาช่วยหลับอยู่แน่นอน แต่พยายามจัดตารางชีวิตเป็นกิจลักษณะเลย เข้าโซนเวลานอน ปิด social ปิดกิจกรรมเลย ถ้ายังดิ่ง คิดวน ให้ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ electronics
✅ ฝึกเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดีขึ้นแล้ว เคยลองอยากทำอะไร ทำเลย ทำเลยค่ะ ไม่เอา perfect ขอให้ได้ทำ บางทีอาจจะสิ้นยินดีอยู่ กัดฟัน ทำมันก่อนเลย
✅ ฝึกจัดระเบียบความรู้สึก มีปัญหาเข้ามาปุ๊บ เข้าสู่กระบวนการแยกปัญหาก่อนเลย อันไหนสำคัญเร่งด่วน สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน ถ้าจัดเป็น ฝึกจัดบ่อย มันจะตัดอันสุดท้ายไปก่อนเลย (ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาจิปาถะรายวัน)

หลายคนพอจำอะไรไม่ได้ ก็คิดว่าตัวเองไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่จริงๆ แล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่สมองกำลังป่วยอยู่ค่ะ ขอเพียงให้เวลากับมัน และค่อยๆ แก้ทุกปัจจัยไปพร้อมๆ กัน แม้จะมีบางปัจจัยที่แก้ยากอย่างสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ชีวิตความเป็นอยู่ พิษภัยที่อยู่รอบตัว

✨ แม้มันจะฟื้นช้า แต่มันฟื้นแน่นอน เพราะ Hippocampus แม้จะเปราะบาง แต่เป็นจุดเดียวที่ ณ ตอนนี้มีการยืนยันคือ สามารถสร้างเซลล์ใหม่ได้เลย คือเอาเก่ากาก ปล่อยเลย มันสร้างใหม่เลย มหัศจรรย์มาก แต่ต้องให้เวลามันค่ะ


ปล. อ้อ ถ้าเป็นความจำเชิงลบ
ยังจำแม่นนะคะ เหอะๆ
เพราะมี amygdala ช่วย ลำไยจริงๆ

ที่อยู่

Mae Chan

เวลาทำการ

จันทร์ 13:00 - 20:30
อังคาร 13:00 - 20:30
พุธ 13:00 - 20:30
พฤหัสบดี 13:00 - 20:30
ศุกร์ 13:00 - 20:30
เสาร์ 09:00 - 13:00
อาทิตย์ 09:00 - 13:00

เบอร์โทรศัพท์

0969626249

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ณเรศการแพทย์ Medical & Psychiatic clinic โรคทั่วไป และ ปัญหาทางจิตเวชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท