สมุนไพรผักเชียงดา - ตราวังทอง สมุนไพรผู้ฆ่าน้ำตาล ออแกนิก 100%

สมุนไพรผักเชียงดา - ตราวังทอง สมุนไพรผู้ฆ่าน้ำตาล ออแกนิก 100% อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ผักเชียงดาชนิดแคปซูล ลดน้ำตาล ความดัน

มารู้จักผักเชียงดา และประโยชน์ผักเชียงดากันครับ
26/02/2020

มารู้จักผักเชียงดา และประโยชน์ผักเชียงดากันครับ

รายการ ตามอำเภอจาน ดำเนินรายการโดย คุณอโนชา ศิริจร สัปดาห์นี้ชวนมาชิมเมนูจากผักเชียงดา ผักมากคุณค่าและสา...

👉 คณะนักวิจัยจากศูนย์โรคเบาหวานมหาวิทยาลัยลุนด์ของสวีเดน และสถาบันเพื่อการแพทย์ระดับโมเลกุลของฟินแลนด์ ได้วิเคราะห์ตัวอย...
25/02/2020

👉 คณะนักวิจัยจากศูนย์โรคเบาหวานมหาวิทยาลัยลุนด์ของสวีเดน และสถาบันเพื่อการแพทย์ระดับโมเลกุลของฟินแลนด์ ได้วิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยเบาหวาน 14,775 คนในแถบสแกนดิเนเวีย และพบว่าสามารถแบ่งกลุ่มผู้ป่วยตามอาการที่เป็นอยู่รวมทั้งลักษณะทางเคมีในเลือดได้อย่างน้อย 5 กลุ่ม ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าการแบ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานออกเป็นชนิดที่ 1 ซึ่งแพ้ภูมิคุ้มกันตนเอง และชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นเบาหวานเพราะความอ้วน แบบที่ทำกันมาแต่เดิมอย่างมาก
ลดความอ้วน คุมน้ำหนัก แนวไหนกำลังมาแรง
ผลวิจัยชี้ "อ้วนแต่แข็งแรง" ไม่มีอยู่จริง
อาหารผ่านการแปรรูปมากเป็นพิเศษ 'อาจเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็ง'
มีการตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสารการแพทย์ Lancet Diabetes and Endocrinology โดยระบุถึงโรคเบาหวาน 5 ชนิดไว้ดังนี้
🌡ชนิดที่ 1 เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากการแพ้ภูมิคุ้มกันในร่างกายตนเองอย่างรุนแรง ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุยังน้อย แต่การที่ภูมิคุ้มกันโจมตีตนเองทำให้เบตาเซลล์ในตับอ่อนถูกทำลายและไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโรคเบาหวานชนิดนี้คล้ายกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ตามแบบดั้งเดิม
🌡ชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากร่างกายขาดอินซูลินอย่างรุนแรง ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุยังน้อยคล้ายกับผู้ป่วยกลุ่มแรก แม้จะมีน้ำหนักตัวปกติและไม่เป็นโรคแพ้ภูมิคุ้มกันในร่างกายตนเองก็ตาม
🌡ชนิดที่ 3 ผู้ป่วยจะมีความต้านทานอินซูลินสูงเนื่องจากมีน้ำหนักเกิน แม้ร่างกายจะยังผลิตอินซูลินอยู่แต่ไม่ตอบสนองต่ออินซูลินที่หลั่งออกมาอีกต่อไป
🌡ชนิดที่ 4 เป็นโรคเบาหวานแบบไม่รุนแรงซึ่งเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับโรคอ้วน ผู้ป่วยมักจะมีน้ำหนักตัวเกินอย่างมาก แต่การทำงานของระบบเผาผลาญนั้นใกล้เคียงกับคนปกติมากกว่าผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 3
🌡ชนิดที่ 5 เป็นโรคเบาหวานแบบไม่รุนแรงซึ่งเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับความชรา ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการเมื่อมีอายุมากแล้ว แต่ไม่สู้ร้ายแรงนักเมื่อเทียบกับผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ

👉 4 วิธีรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอย่างได้ผล✅🌡 แม้โรคเบาหวานจะถือว่าเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่หายขาด แต่ผู้ป่วยก็สามารถอยู่ร่วมก...
14/02/2020

👉 4 วิธีรักษาระดับน้ำตาลในเลือดอย่างได้ผล✅
🌡 แม้โรคเบาหวานจะถือว่าเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่หายขาด แต่ผู้ป่วยก็สามารถอยู่ร่วมกับเบาหวานอย่างเป็นปกติสุขได้ เพียงแค่เข้าใจ รับมืออย่างถูกต้อง และดูแลตัวเองไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
🩸1. จัดตารางอาหารให้สมดุล สำหรับผู้ป่วยเบาหวานการกินแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตมีผลอย่างมากต่อค่าระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องจัดตารางอาหารให้สมดุล และควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยมีความยืดหยุ่นในการเลือกกินอาหารได้ในแต่ละวัน
🩸2. กระฉับกระเฉงเข้าไว้ พยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้มาก ทำตัวกระฉับกระเฉง ออกกำลังกายที่ไม่หักโหมเกินไปอยู่เสมอ ก็สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยาฉีดอินซูลินควรปรึกษาแพทย์ถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสมด้วย
🩸3. ป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำฉับพลัน ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลนานๆ อาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำฉับพลันได้ ซึ่งจะมีอาการหน้ามืดตาลายหรือหมดสติได้ ผู้ป่วยจะต้องกินน้ำหวานเพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลให้อาการหน้ามืดทุเลาลงจนกลับมาเป็นปกติ ซึ่งแนะนำให้ซื้อน้ำหวานหรือมีลูกอมติดตัวไว้เพื่อภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้
🩸4. ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ การตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดมีทั้งจากแพทย์และตรวจด้วยตนเอง เพื่อประเมินการกินอาหารที่สอดคล้องกับระดับน้ำตาลในเลือด และเพื่อให้แพทย์ประเมินการให้ยาและการรักษาที่เหมาะสมในครั้งต่อไปด้วย
👉 นอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี เพราะระดับน้ำตาลในเลือดสูงๆ อาจส่งผลมาถึงสายตาและการมองเห็นหรือเป็นต้อได้

🩸ความดันโลหิต🌡“ความดันโลหิต” เป็นแรงดันที่ผลักต้านภายในหลอดเลือดในระบบไหลเวียนโลหิต  มีค่าตัวเลข 2 ค่า ได้แก่ความดันโลหิ...
13/02/2020

🩸ความดันโลหิต🌡

“ความดันโลหิต” เป็นแรงดันที่ผลักต้านภายในหลอดเลือดในระบบไหลเวียนโลหิต มีค่าตัวเลข 2 ค่า ได้แก่

ความดันโลหิตซีสโตลิก เป็นค่าความดันขณะที่หัวใจบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
ความดันโลหิตไดแอสโตลิก เป็นค่าความดันขณะหัวใจคลายตัว
ดังนั้นการรายงานผลความดันโลหิตจึงประกอบด้วยตัวเลข 2 ตัวเสมอ เช่น วัดความดันโลหิตได้ 120/80 มิลลิเมตรปรอท

🧪ความหมายของค่าความดันโลหิตแต่ละระดับ

🧪ความดันโลหิตซีสโตลิก (มิลลิเมตรปรอท)

น้อยกว่า 120 ความดันโลหิตปกติ
120-139 ระดับก่อนการเป็นความดันโลหิตสูง
140 ขึ้นไป ความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตไดแอสโตลิก (มิลลิเมตรปรอท)

น้อยกว่า 80 ความดันโลหิตปกติ
80-89 ระดับก่อนการเป็นความดันโลหิตสูง
90 ขึ้นไป ความดันโลหิตสูง
อย่างไรก็ตามจากการแนวปฏิบัติสำหรับการป้องกัน การค้นหา การประเมินและการจัดการของระดับความดัน

โลหิตสูงในผู้ใหญ่ ปี ค.ศ.2017 ได้มีการปรับเปลี่ยนจุดตัดของการวินิจฉัยภาวะความดันโลหิตสูง โดยใช้จุดตัด 130/80 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากแนวปฏิบัติดังกล่าว

➡️ สาเหตุของภาวะความดันโลหิตสูง

ภาวะความดันโลหิตสูง ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยร่วมบางอย่างที่ทำให้ความดันโลหิตสูง โดยมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะไม่ทราบสาเหตุ แต่อาจเกิดจาก 2 ปัจจัยคือ พันธุกรรมและพฤติกรรม และน้อยกว่าร้อยละ 10 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเป็นความดันโลหิตสูงชนิดที่ทราบสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตสูงจากการใช้ยาคุมกำเนิดบางชนิด หรือการเกิดเนื้องอกของต่อมหมวกไต เป็นต้น

➡️ การดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

อาหาร

หากรับประทานเนื้อสัตว์ ควรเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และควรรับประทานผักผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป เพราะผลไม้หลายชนิดมีรสหวาน หากเลือกรับประทานนมควรเป็นนมไขมันต่ำ

การออกกำลังกาย

ควรเลือกออกกำลังกายแบบแอโรบิค(Aerobic exercise) หรือการออกกำลังกายแบบต่อเนื่อง ระดับการออกกำลังกายที่สามารถออกได้ คือเบาถึงปานกลาง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักหรือหักโหม

บุหรี่และสุรา

ควรงดสูบบุหรี่และงดดื่มสุรา เนื่องจากทั้งบุหรี่และสุราส่งผลกระทบทางลบต่อสุขภาพและระดับความดันโลหิต

➡️ การใช้ยา

รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปรับยาเอง การรับประทานยาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้รักษา

ควบคุมน้ำหนัก

✅ พยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงการออกกำลังกายที่เหมาะสม

📣ปัญหาของผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือโรคอ้วนส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย หนึ่งในนั้นคือ โรคเบาหว...
12/02/2020

📣ปัญหาของผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือโรคอ้วนส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย หนึ่งในนั้นคือ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้ถึงร้อยละ 95 ของผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานทั้งหมด และ 4 ใน 5 ของผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดนี้มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็น "โรคอ้วน"🧑‍🦼
โดยอาการของโรคที่ปรากฏมักไม่ค่อยรุนแรง แต่จะค่อยเป็นค่อยไปและต้องเข้ารับการรักษาในระยะยาว ดังนั้นการตระหนักถึงโรคที่จะเกิดขึ้นตามมาเมื่อมีภาวะอ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจและดูแลตัวเองก่อนสายเกินแก้
>>ทำไมอ้วนแล้วเสี่ยงเบาหวาน❓

โรคอ้วนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ เนื่องจากไขมันส่วนเกินภายในร่างกายจะถูกย่อยสลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) กับกลูโคส และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดส่งไปยังอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อกลูโคสและกรดไขมันอยู่ในกระแสเลือดมากจนเกินไปจะส่งผลให้ตับอ่อนที่มีหน้าที่ผลิตอินซูลินเพื่อช่วยดูดซึมน้ำตาลในเลือดที่เข้าสู่ร่างกายต้องผลิตอินซูลินมากขึ้น ทำให้ตับอ่อนทำงานหนักมากขึ้นและถูกทำลายลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งตับอ่อนทำงานไม่ไหวส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ในที่สุด
❌ระวังอย่าให้อ้วนลงพุง

ภาวะอ้วนลงพุงหรือภาวะเมทาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) เป็นกลุ่มอาการผิดปกติเกี่ยวกับเมทาบอลิซึมในร่างกาย โดยเซลล์ไขมันบริเวณช่วงเอวหรือช่วงท้องมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีลักษณะอ้วนตรงกลางลำตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดร่วมกับการมีระดับไขมันดี HDL-C (High-Density Lipoprotein Cholesterol) ลดลงและระดับไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) เพิ่มขึ้น ทำให้กลไกการเผาผลาญน้ำตาลผิดปกติ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานมากขึ้น

✅โดยผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงจะมีองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

➡️ รอบเอว ผู้ชายมากกว่าหรือเท่ากับ 90 เซนติเมตร ผู้หญิงมากกว่าหรือเท่ากับ 80 เซนติเมตร
➡️ ระดับไขมันดี HDL-C ในเลือด ผู้ชายต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม / เดซิลิตร ผู้หญิงต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม / เดซิลิตร
➡️ ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 150 มิลลิกรัม / เดซิลิตร
➡️ ระดับความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 130 / 85 มิลลิเมตรปรอท
➡️ ระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ต่ำกว่า 100 มิลลิกรัม / เดซิลิตร

ดังนั้นการควบคุมระดับน้ำตาล ระดับไขมัน ระดับความดันโลหิต และรอบเอวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติคือสิ่งสำคัญ รวมทั้งควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากเกิดความปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที

3 หลัก อ. ทำได้ไกลอ้วน🧀

การป้องกันและรักษาโรคอ้วนและโรคเบาหวาน มีหลักการที่คล้ายกันและทำได้ไม่ยาก ดังนี้

✅ อาหาร ลด ละ เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
✅ ออกกำลังกาย เป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 30 นาที
✅ อารมณ์ บริหารความเครียด ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้คงที่

ผ่าตัดลดน้ำหนักแก้เบาหวาน🔪
ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคอ้วนและมีโรคเบาหวานแทรกซ้อน หากไม่สามารถลดน้ำหนักเองได้ การผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้โรคเบาหวานทุเลาลงและหายขาดได้ เนื่องจากช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมน้ำหนักและปริมาณอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน ส่งผลให้สามารถลดน้ำตาลสะสมได้ บางรายสามารถลดและหยุดยาเบาหวานได้หรือถึงขั้นหายขาดได้ ถ้าผู้ป่วยคุมน้ำตาลสะสมได้น้อยกว่า 6.0-6.5% ติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปีโดยไม่ต้องใช้ยาเบาหวานเลยถือว่าเบาหวานหายขาด และจากข้อมูลในการติดตามผู้ป่วยเบาหวานที่เข้ารับการผ่าตัดลดน้ำหนักไป 1 - 5 ปีพบว่า โรคเบาหวานจะหายขาดได้ถึง 30-63% หลังผ่าตัดลดน้ำหนัก นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานให้มีอัตราการเสียชีวิตลดลง 💡

📣ขออนุญาตเเชร์ประสบการณ์เจ้าของเพจเอง 🌿พ่อเป็น เบาหวาน ปู่เป็นเบาหวาน ตาเป็นเบาหวาน จึงค้นหาทุกวิถีทางที่จะทำให้คนที่ผมร...
11/02/2020

📣ขออนุญาตเเชร์ประสบการณ์เจ้าของเพจเอง 🌿พ่อเป็น เบาหวาน ปู่เป็นเบาหวาน ตาเป็นเบาหวาน จึงค้นหาทุกวิถีทางที่จะทำให้คนที่ผมรักเหล่านั้น ให้กลับมาแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น ยาหมอ สมุนไพร ต่างๆ ผมไม่อยากรับโรคกรรมพันธ์นี้ #จนมาเจอกับราชินีแห่งผักพื้นบ้านผักเชียงดา บอกเลยตอบโจทย์ทุกอย่าง ผมน่าจะรู้จักเร็วกว่านี้ คนที่ผมรักจะไม่ได้ป่วยเป็นเบาหวาน ใครมีเรื่องราวดีๆ เเชร์กันได้นะครับ #เราเลือกคัดสรรค์มารตรฐานและความปลอดภัยจนกล้าส่งต่อให้ทุกคนด้วยความสุขที่เห็นทุกคนแข็งเเรงยิ้มได้ครับ💊

10/02/2020

🍂เราคัดสรรค์อย่างมั่นใจ การันตีความปลอดภัย เห็นผลทันตา ผักเชียงดาราชินีผักพื้นบ้าน ผู้ฆ่าน้ำตาล ที่หลายๆคนยังไม่รู้ ท้าให้ลอง💊 #เห็นผลตั้งแต่กระปุกแรก #ลดน้ำตาลในเลือด #ไขมัน #ความดัน #ไม่ทำลายตับ #สมุนไพรผักเชียงดาตาวังทอง กระปุกละ 390 บาท โปรพิเศษสุด 2 แถม 1 ราคา 780 บาท ปลายทาง + 50 บาท บรรจุ 60 แคปซูล ทานได้ 1 เดือน ทานเช้า ก่อนอาหารด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่า #สนใจทักข้อความได้เลยคะ

10/02/2020

📣มาดูกันครับ 🌿สวนผักเชียงดาและการดูแลผักเชียงดาเบื้องต้น “ ราชินีแห่งผักพื้นบ้าน “ 💊 #แคปซูลเชียงดา #สมุนไพรผักเชียงดาตราวังทอง #สมุนไพรผู้ฆ่าน้ำตาล

10/02/2020
🍚 น้ำตาลแบบไหนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ? น้ำตาลเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต โดยปกติจะพบน้ำตาลได้ในอาหารที่มีคาร์โบไ...
08/02/2020

🍚 น้ำตาลแบบไหนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ?

น้ำตาลเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต โดยปกติจะพบน้ำตาลได้ในอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เป็นต้น ซึ่งอาหารดังกล่าวล้วนประกอบไปด้วยสารอาหารอื่น ๆ ที่สำคัญต่อร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีน เส้นใยอาหาร หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลตามธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหารแบบไม่ผ่านกรรมวิธีการผลิตจึงมักไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตหลายรายในปัจจุบันมักเติมน้ำตาลลงในอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนม เพื่อปรุงแต่งรสชาติให้หวานถูกปากผู้บริโภค โดยน้ำตาลที่ใช้ในการประกอบอาหารโดยทั่วไป คือ น้ำตาลซูโครสหรือน้ำตาลทราย ในประเทศไทยสามารถผลิตน้ำตาลชนิดนี้ได้จากการแปรรูปอ้อย ซึ่งหากกินเข้าไปในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

ปริมาณน้ำตาลที่ควรบริโภคต่อวัน

น้ำตาลที่มากเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จึงแนะนำให้ผู้ใหญ่และเด็กบริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม/วัน

อย่างไรก็ตาม บางคนกลับบริโภคน้ำตาลเกินมาตรฐานของกรมอนามัยโลกไปมาก โดยอาจบริโภคสูงสุดถึง 20 ช้อนชา/วัน คนวัยทำงานเป็นคนกลุ่มหลักที่บริโภคน้ำตาลในปริมาณมาก เพราะมีศักยภาพในการใช้จ่ายด้วยตนเอง และลักษณะการทำงานในปัจจุบันยังเอื้อต่อการกินอาหารและเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลเข้าไป ซึ่งเครื่องดื่มและน้ำผลไม้เติมน้ำตาลอย่างน้ำอัดลม น้ำหวาน กาแฟ หรือชานมไข่มุก ถือเป็นแหล่งที่มาของน้ำตาลในอันดับต้น ๆ โดยปริมาณน้ำตาลที่ใช้กับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มนั้น นับว่าสูงที่สุดในบรรดาน้ำตาลที่ถูกบริโภคทางอ้อม

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำตาลโดยประมาณในเครื่องดื่มที่คนทั่วไปนิยมบริโภค มีดังนี้

🧃ชาเขียว 500 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 14.5 ช้อนชา
☕️กาแฟสด 475 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 10.5 ช้อนชา
🥫น้ำอัดลม 450 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 10.75 ช้อนชา
🥛นมเปรี้ยว 400 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 19 ช้อนชา
🍶ชานมไข่มุก 350 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 11.25 ช้อนชา
🍹น้ำผลไม้ 200 มิลลิลิตร มีน้ำตาล 6.25 ช้อนชา

ที่อยู่

Nong Bua Lamphu

เบอร์โทรศัพท์

+66637399779

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมุนไพรผักเชียงดา - ตราวังทอง สมุนไพรผู้ฆ่าน้ำตาล ออแกนิก 100%ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง สมุนไพรผักเชียงดา - ตราวังทอง สมุนไพรผู้ฆ่าน้ำตาล ออแกนิก 100%:

ทางลัด

แชร์