คลินิกสูตินรีเวช หมอรุชจิรินทร์

คลินิกสูตินรีเวช หมอรุชจิรินทร์ คลินิกสูตินรีเวชกรรม

วันนี้ตีลังกาในท้องมาเป็นท่าหัวได้แล้วใช่มั้ยเอ่ย เลยยอมให้เห็นหน้าง่ายๆเลย 😍
14/05/2026

วันนี้ตีลังกาในท้องมาเป็นท่าหัวได้แล้วใช่มั้ยเอ่ย
เลยยอมให้เห็นหน้าง่ายๆเลย 😍

14/05/2026

ลูกฉีดยาป้องกัน RSV เพิ่มได้ไหม?
ถ้าตอนท้อง… แม่เคยฉีดวัคซีน RSV มาแล้ว 🤔

ปีนี้นี่น่าจะเป็น “คำถามยอดฮิต” ของพ่อแม่หลายบ้าน

เพราะตอนนี้มีทั้ง
• วัคซีน RSV สำหรับคุณแม่ตอนตั้งครรภ์
และ
• ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกัน RSV สำหรับลูกน้อย

หลายคนเลยงงว่า…

“ถ้าแม่ฉีดตอนท้องไปแล้ว ลูกยังต้องฉีดอีกไหม?”

คำตอบสั้นๆ คือ
“ฉีดได้ครับ” ✅

แต่คำถามสำคัญกว่า คือ
“จำเป็นไหม?”
“คุ้มค่ากับการลงทุนหรือเปล่า?”

โพสต์นี้สรุปให้ฟัง 10 ข้อ ง่ายๆครับ 😊
(เจอคำถามนี้ที่ไหน ส่งโพสต์นี้ไปให้อ่านได้เลยครับ)

========================

1️⃣ วัคซีน RSV ที่ฉีดในคุณแม่ตอนตั้งครรภ์ คืออะไร?

วัคซีนตัวนี้ชื่อว่า “Abrysvo”

หมอสูติฯ จะฉีดช่วงไตรมาส 3
เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายแม่สร้างภูมิคุ้มกันต่อ RSV

แล้วภูมินั้นจะ “ส่งผ่านรก” ไปให้ลูก 👶

ดังนั้น…
หลังคลอด เด็กจะมีภูมิป้องกัน RSV ติดตัวมาในช่วงแรกของชีวิตครับ

========================

2️⃣ ภูมิจากแม่ อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไป
ภูมิที่ส่งจากแม่ → จะช่วยป้องกันลูกได้ประมาณ “6 เดือน”

หลังจากนั้น ภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดลง

ดังนั้น คำถามสำคัญคือ…

“ตอนลูกอายุครบ 6 เดือน… ตรงกับช่วง RSV ระบาดไหม?”

========================

3️⃣ RSV ในไทย ระบาดช่วงไหน?

ในไทย RSV มักระบาดช่วงประมาณ
📌 มิถุนายน – พฤศจิกายน

ดังนั้น ถ้าลูกอายุครบ 6 เดือน “พอดีกับช่วงระบาด”

ก็แปลว่า…

ภูมิจากแม่เริ่มหมด
แต่เชื้อกำลังระบาดพอดี 😅

ตรงนี้เอง ที่ต้องเริ่มคิดว่า…

“ควรฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเพิ่มไหม?”

========================

4️⃣ ยาป้องกัน RSV ที่ฉีดในเด็ก คืออะไร?

ปัจจุบันในไทยมีตัวเดียวคือ
“Nirsevimab”
(กำลังจะมีอีกตัวเข้ามา ชื่อ clesrovimab)

ยาตัวนี้ไม่ใช่วัคซีน
แต่เป็น “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป” 💉

ข้อดีคือ
ฉีดแล้ว → ป้องกัน RSV ได้ทันที

และป้องกันได้นานอย่างน้อยประมาณ 6 เดือน

📌 อายุที่แนะนำ
• เด็กอายุน้อยกว่า 12 เดือน → ฉีดได้ทุกคน
• เด็ก 12–24 เดือน → แนะนำเฉพาะกลุ่มเสี่ยง
เช่น คลอดก่อนกำหนด, โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, โรคปอดเรื้อรัง, ภูมิคุ้มกันต่ำ ฯลฯ

========================

5️⃣ ถ้าแม่ “ไม่ได้” ฉีดวัคซีน RSV ตอนท้องล่ะ?

กรณีนี้ง่ายเลย

ถ้าช่วง RSV ระบาด (มิ.ย.-พ.ย.)
และลูกอายุยัง

น้องเหมือนแม่มากค่ะ หมอคอนเฟิร์ม 😊
12/05/2026

น้องเหมือนแม่มากค่ะ หมอคอนเฟิร์ม 😊

หมอก็แจก Aspirin เก่งซะด้วยสิ
12/05/2026

หมอก็แจก Aspirin เก่งซะด้วยสิ

🩺✨ อัปเดตการคัดกรองความเสี่ยง Preeclampsia เพื่อพิจารณา Low-dose Aspirin

ฝากครรภ์ครั้งแรก…อย่าลืมถาม risk factors ให้ครบ ✅
เพราะการให้ prophylactic low-dose aspirin ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง สามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิด preeclampsia ได้

📌 SMFM Special Statement 2026 ได้อัปเดต checklist สำหรับคัดกรองความเสี่ยง preeclampsia เพื่อช่วยให้ HCP ตัดสินใจเรื่อง aspirin prophylaxis ได้เป็นระบบมากขึ้น

🔄 อะไรเปลี่ยนไปจากเดิม?

📘 คำแนะนำเดิม

จากแนวทางเดิม ผู้ป่วยที่มี moderate-risk factors มากกว่า 1 ข้อ
➡️ ให้ “consider” low-dose aspirin

แต่ในคำแนะนำที่อัปเดตใหม่
➡️ เปลี่ยนเป็น “recommended” low-dose aspirin

💡 หมายความว่า กลุ่ม moderate-risk factors หลายข้อร่วมกัน มีน้ำหนักมากขึ้นในการตัดสินใจให้ aspirin prophylaxis

🆕 จุดเปลี่ยนสำคัญในคำแนะนำใหม่

1️⃣ Moderate-risk factors >1 ข้อ

✅ จากเดิม: consider aspirin
✅ ปัจจุบัน: recommend aspirin

ตัวอย่างเช่น
🔸 Nulliparity + อายุ ≥35 ปี
🔸 BMI ≥30 kg/m² + family history of preeclampsia
🔸 IVF pregnancy + nulliparity
🔸 Previous adverse pregnancy outcome + obesity

2️⃣ เพิ่ม IVF pregnancy เป็น moderate-risk factor

🧬 IVF pregnancy ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นหนึ่งใน moderate-risk factors

ดังนั้น ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์จาก IVF ควรถูกคัดกรองร่วมกับ risk factors อื่น ๆ เพื่อพิจารณา aspirin prophylaxis อย่างเป็นระบบ

3️⃣ ปรับคำด้าน social risk factors

แนวทางใหม่มีการปรับถ้อยคำให้ชัดขึ้น เช่น

🔹 “African ancestry” → “Black or African American”
🔹 “Low socioeconomic status” → “Lower income”

📍 สำหรับบริบทประเทศไทย ควรตีความประเด็นนี้อย่างระมัดระวัง และอาจพิจารณาในมิติของ social determinants of health เช่น การเข้าถึงบริการฝากครรภ์ ความต่อเนื่องของการดูแล และข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ

✅ ใครบ้างที่ควรได้รับ Low-dose Aspirin?

🔴 มี High-risk factor อย่างน้อย 1 ข้อ

➡️ Recommend low-dose aspirin

High-risk factors ได้แก่

🔹 Previous preeclampsia
🔹 Multifetal pregnancy
🔹 Chronic hypertension
🔹 Type 1 หรือ Type 2 diabetes
🔹 Kidney disease
🔹 Autoimmune disease เช่น SLE หรือ antiphospholipid syndrome
🔹 Combination of multiple moderate-risk factors

🟠 มี Moderate-risk factors มากกว่า 1 ข้อ

➡️ Recommend low-dose aspirin

Moderate-risk factors ได้แก่

🔸 Nulliparity
🔸 Obesity: BMI ≥30 kg/m²
🔸 Mother or sister had preeclampsia
🔸 Black or African American race
🔸 Lower income
🔸 Maternal age ≥35 years
🔸 Personal history factors เช่น เคยคลอดทารกน้ำหนักน้อย, SGA, adverse pregnancy outcome
🔸 Interpregnancy interval >10 years
🔸 IVF pregnancy

💊 ขนาดยาและช่วงเวลาเริ่มยา

โดยทั่วไป ACOG/SMFM แนะนำ

💊 Low-dose aspirin 81 mg/day
🕒 เริ่มที่อายุครรภ์ 12–28 สัปดาห์
⭐ เหมาะสมที่สุดคือเริ่ม ก่อน 16 สัปดาห์
➡️ รับประทานต่อเนื่องจนคลอด

📌 ในบางประเทศอาจมี aspirin ขนาด 75, 100 หรือ 150 mg ขึ้นกับ formulation ที่มี
แต่แนวทาง ACOG/SMFM ยังอ้างอิง 81 mg daily เป็นหลัก

📝 ทำไม Checklist จึงสำคัญ?

Risk factors หลายข้ออาจถูกมองข้ามได้ง่าย เพราะอยู่คนละส่วนของประวัติ เช่น

✅ Medical history
✅ Obstetric history
✅ Family history
✅ Examination findings
✅ BMI
✅ IVF history
✅ ประวัติแม่หรือพี่/น้องสาวเคยมี preeclampsia

การใช้ 1-page checklist ช่วยให้ HCP คัดกรองครบ ลดการตกหล่น และช่วยให้ผู้ป่วยที่ควรได้รับ aspirin ได้รับการป้องกันอย่างเหมาะสม

🩺 Practical tip สำหรับคลินิกฝากครรภ์

ในการฝากครรภ์ครั้งแรก ควรมีระบบคัดกรอง aspirin eligibility เช่น

📄 Provider-completed checklist
หรือ
📱 Patient-completed checklist ก่อนพบแพทย์

จากนั้น HCP ทบทวน risk factors และร่วมตัดสินใจกับผู้ป่วยเรื่องการใช้ low-dose aspirin

🇹🇭 การนำมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย: 81 mg หรือ 162 mg?
ในบริบทประเทศไทย การใช้ low-dose aspirin เพื่อป้องกัน preeclampsia ควรอิงจากการคัดกรอง risk factors ตั้งแต่ early antenatal care เช่นเดียวกับแนวทางสากล
📌 ตาม ACOG/SMFM guideline
ขนาดยาที่แนะนำคือ💊 Aspirin 81 mg/day
🕒 เริ่มอายุครรภ์ 12–28 สัปดาห์
⭐ เหมาะสมที่สุดคือเริ่ม ก่อน 16 สัปดาห์
➡️ รับประทานต่อเนื่องจนคลอด

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ หลายโรงพยาบาลในประเทศไทยอาจใช้ 💊 Aspirin 162 mg ก่อนนอน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีหลาย risk factors ร่วมกัน

เหตุผลที่บางแห่งเลือกใช้ 162 mg คือ…

🔹 ขนาด 162 mg เทียบได้กับการใช้ aspirin 81 mg จำนวน 2 เม็ด
🔹 มีแนวคิดว่า dose ที่สูงกว่า 81 mg อาจเหมาะกับหญิงตั้งครรภ์บางกลุ่ม เช่น obesity หรือ high-risk preeclampsia
🔹 งานวิจัยบางส่วน เช่น ASPRE trial ใช้ aspirin 150 mg ก่อนนอน และพบว่าสามารถลด preterm preeclampsia ในกลุ่ม high-risk ได้
🔹 หลายประเทศใช้ dose 100–150 mg ตาม formulation ที่มีในประเทศนั้น ๆ

ดังนั้น การใช้ 162 mg ก่อนนอน อาจถือเป็นแนวทางที่ “มีเหตุผลทางคลินิก” ในบาง setting แต่ควรอยู่ภายใต้ institutional protocol หรือดุลยพินิจของสูติแพทย์/MFM

••••••••

⚠️ Aspirin 162 mg อันตรายไหม?

โดยรวม low-dose aspirin ในหญิงตั้งครรภ์ถือว่าปลอดภัย และมีโอกาสเกิด serious maternal หรือ fetal complications ต่ำ
แต่ควรอธิบายผู้ป่วยว่า “ปลอดภัย” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีความเสี่ยงเลย”

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

🔸 ระคายเคืองกระเพาะอาหาร
🔸 คลื่นไส้ หรือแน่นท้อง
🔸 เลือดออกง่ายขึ้นเล็กน้อย เช่น เลือดกำเดา หรือจ้ำเลือด
🔸 แพ้ยา aspirin ได้ในบางราย
🔸 อาจต้องระวังมากขึ้นในผู้ที่มีความเสี่ยง bleeding สูง

กลุ่มที่ควรระวังหรือหลีกเลี่ยง
🚫 ประวัติแพ้ aspirin หรือ NSAIDs
🚫 Aspirin-exacerbated respiratory disease / asthma ที่สัมพันธ์กับ NSAIDs
🚫 Active peptic ulcer หรือ GI bleeding
🚫 Bleeding disorder หรือ thrombocytopenia ที่มีนัยสำคัญ
🚫 ใช้ anticoagulant หรือมีความเสี่ยงเลือดออกสูง
🚫 มีภาวะเลือดออกผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ที่ยังไม่ได้ประเมิน

••••••••

🕘 ทำไมมักให้ “ก่อนนอน”?

การให้ aspirin ก่อนนอนมาจากแนวคิดด้าน chronotherapy และข้อมูลจากบางการศึกษา เช่น ASPRE trial ที่ใช้ aspirin 150 mg รับประทานตอนกลางคืน

ในทางปฏิบัติ การรับประทานก่อนนอนยังช่วยให้ผู้ป่วยจำง่าย และอาจลดอาการระคายกระเพาะในบางราย โดยแนะนำให้รับประทานหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอนตามที่แพทย์สั่ง

•••••••

🩺 Practical approach สำหรับ HCP ในไทย
1️⃣ คัดกรอง risk factors ตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก
2️⃣ เริ่ม aspirin ช่วง 12–16 สัปดาห์ หากเข้าเกณฑ์
3️⃣ เลือก dose ตาม guideline หรือ local protocol
4️⃣ ถ้าใช้ 162 mg ควรบันทึกเหตุผล เช่น high-risk, multiple moderate-risk factors, obesity, prior preeclampsia
5️⃣ ประเมิน contraindications และ bleeding risk ก่อนเริ่มยา
6️⃣ ให้คำแนะนำผู้ป่วยเรื่องการสังเกตอาการเลือดออกผิดปกติ
7️⃣ ทบทวนการหยุดยาตามแนวทางของแต่ละสถาบัน โดยเฉพาะช่วงใกล้คลอดหรือก่อน planned procedure

••••••••

Checklists ใน comment ครับ
👇

คนไข้ที่มีนัดเดิม หากยังเป็น 9:30 กับ 9:45 น.ยังมาเวลาตามเดิมนะคะ ส่วนรายใหม่หรือคนไข้นัดหลังจากนี้หมอจะปรับเวลาเปิดค่ะ ...
11/05/2026

คนไข้ที่มีนัดเดิม หากยังเป็น 9:30 กับ 9:45 น.
ยังมาเวลาตามเดิมนะคะ ส่วนรายใหม่หรือคนไข้นัดหลังจากนี้หมอจะปรับเวลาเปิดค่ะ เนื่องจากหมอไม่เคยมาทัน 9:30 เพราะต้องแวะไปดูคนไข้ที่โรงพยาบาลก่อนมาคลินิก ไม่อยากให้คนไข้มารอค่ะ

ขออนุญาตส่งภาพให้คุณแม่ทางโพสต์นะคะ เนื่องจากส่งใน inbox ไม่ได้ อีกแล้ววว
09/05/2026

ขออนุญาตส่งภาพให้คุณแม่ทางโพสต์นะคะ
เนื่องจากส่งใน inbox ไม่ได้ อีกแล้ววว

04/05/2026

วันนี้ 4 พฤษภาคม
คลินิกเปิดปกติ
17:00-19:00 นะคะ

27/04/2026

คลินิกเปิดปกตินะคะ
สัปดาห์นี้ท่านใดยังไม่มีคิว ต้องการ walk in แนะนำให้มาช่วงเกือบ 1 ทุ่มค่ะ

หมอมาประชุมอัพเดทความรู้ เพื่อกลับไปใช้ดูแลคนไข้ค่า หวังว่าการลาครั้งนี้จะนำสิ่งดีๆไปฝากทุกคนนะคะ ขออภัยที่ต้องปิดคลินิก...
23/04/2026

หมอมาประชุมอัพเดทความรู้
เพื่อกลับไปใช้ดูแลคนไข้ค่า
หวังว่าการลาครั้งนี้จะนำสิ่งดีๆไปฝากทุกคนนะคะ
ขออภัยที่ต้องปิดคลินิกหลายวันค่ะ

23/04/2026

คลินิกหยุดยาวนะคะ
เปิดอีกที 27 เมษายน

คุณแม่ทักขอรูป แต่หมอตอบกลับแชทไม่ได้ ขออนุญาตลงให้หน้าเพจค่ะ
20/04/2026

คุณแม่ทักขอรูป แต่หมอตอบกลับแชทไม่ได้
ขออนุญาตลงให้หน้าเพจค่ะ

ที่อยู่

นิกรบำรุง
Phetchabun
67000

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 19:00
อังคาร 17:00 - 19:00
พฤหัสบดี 17:00 - 19:00
ศุกร์ 17:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 11:00

เบอร์โทรศัพท์

+66875459552

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกสูตินรีเวช หมอรุชจิรินทร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์