พยาบาลคนสุดท้าย ภารกิจด้านการพยาบาล พุทธชินราช พิษณุโลก

พยาบาลคนสุดท้าย ภารกิจด้านการพยาบาล พุทธชินราช พิษณุโลก เรื่องราวการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ แผนกประคับประคอง (Palliative Care) โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

ขอขมา
24/08/2026

ขอขมา

# ทำไมต้องขอขมาตอนเขายังอยู่? เพราะศพพูดตอบเราไม่ได้แล้ว

บางคนยืนร้องไห้หน้าศพ แล้วพูดว่า
“พ่อครับ…ผมขอโทษ”
“แม่คะ…หนูไม่เคยตั้งใจทำให้แม่เสียใจ”

แต่คนที่อยากได้ยินคำนี้ที่สุด อาจไม่มีโอกาสตอบอีกแล้ว

นี่คือความจริงที่เจ็บที่สุดของชีวิต...

**คำขอโทษบางคำ ไม่ได้ยากที่จะพูด แต่เรามักปล่อยให้มันสายเกินไป** 🕯️

---

# # ตอนมีชีวิต เรากลับถือทิฐิ

พ่อกับลูกทะเลาะกันเรื่องเงิน

แม่กับลูกไม่คุยกันเพราะคำพูดเพียงประโยคเดียว

สามีภรรยาต่างคนต่างเงียบ เพราะไม่มีใครยอมเป็นฝ่ายเริ่ม

ทุกคนคิดเหมือนกันว่า

“เดี๋ยวค่อยคุยก็ได้”

คำว่า **“เดี๋ยว”** เป็นคำสั้น ๆ แต่ราคาแพงมาก

เพราะเราไม่เคยรู้ว่าเดี๋ยวของเรา...

จะมาถึงจริงหรือเปล่า

คนเราชอบคิดว่าพรุ่งนี้ยังมี

พ่อยังอยู่

แม่ยังอยู่

คนรักยังอยู่

เพื่อนยังอยู่

จึงเลือกเก็บคำขอโทษไว้ในใจ แล้วใช้ความเงียบเป็นกำแพง

จนวันหนึ่งโทรศัพท์ดังขึ้น...

“แม่เสียแล้วนะ”

ประโยคเดียว

กำแพงทั้งหมดที่สร้างมาหลายปี พังลงทันที

แต่คราวนี้...

ไม่มีใครเปิดประตูออกมาแล้ว

---

# # 🕯️ ขอขมาคนตาย ยังมีความหมายไหม?

ในความเชื่อทางธรรมบางสาย การขอขมาผู้ล่วงลับมีความหมายในด้านการตั้งจิต สำนึกผิด และปล่อยวางความค้างคา

แต่เราไม่ควรเข้าใจว่าการไปขอขมาหน้าศพจะสามารถรับประกันได้ว่า ผู้ตายจะ “อโหสิกรรม” ให้เราแน่นอน

เพราะตามหลักกรรม แต่ละชีวิตย่อมมีเหตุปัจจัยและภพภูมิของตนเอง

เราไม่รู้ว่าผู้ตายไปอยู่ที่ใด

และเราไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเขารับรู้คำพูดของเราในแบบใด

บางคนอาจเชื่อว่าเขายังรับรู้

บางคนอาจมองว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้จิตของผู้ยังอยู่ได้สำนึกและวางความค้างคา

ไม่ว่าเราจะมองแบบไหน มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมาก...

**ตอนเขายังมีชีวิตอยู่ เรามีโอกาสพูดกับเขาได้**

นี่คือโอกาสที่มีค่าที่สุด

---

# # แล้วทำไมไม่ขอขมาตอนที่ยังพูดกันได้?

ลองนึกถึงแม่วัย 70 ปี

ลูกชายวัย 45 ปีไม่ได้กลับบ้านมา 5 ปี

ทั้งคู่เคยทะเลาะกันเรื่องมรดก

แม่พูดแรง

ลูกพูดแรงกว่า

แล้วต่างคนต่างคิดว่า

“ถ้าแม่อยากเจอ ก็ให้แม่โทรมา”

แม่เองก็คิดว่า

“ถ้าลูกสำนึก ก็กลับมาเอง”

ผ่านไปหลายปี

วันหนึ่งลูกได้รับโทรศัพท์จากญาติ

“แม่เข้าโรงพยาบาลแล้ว”

เขารีบขับรถไป

แต่สิ่งที่เห็นคือแม่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง

เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงเป็นจังหวะ

ลูกนั่งลงข้างเตียง แล้วจับมือแม่

เขาพูดเบา ๆ

“แม่...ผมขอโทษนะ”

ไม่มีเสียงตอบ

เขาพูดอีกครั้ง

“ถ้าย้อนเวลาได้ ผมจะกลับบ้านเร็วกว่านี้”

ยังไม่มีเสียงตอบ

บางครั้ง...

**สิ่งที่ทรมานที่สุดไม่ใช่การสูญเสียคนที่เรารัก แต่คือการสูญเสียโอกาสที่จะพูดสิ่งที่ควรพูด**

---

# “รักทุกคน แต่ไว้ใจบางคน”

ประโยคนี้ฟังดูเหมือนขัดกัน

แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นธรรมะของคนที่ผ่านโลกมาพอสมควร

เราเมตตาคนได้

โดยไม่จำเป็นต้องเปิดประตูบ้านให้ทุกคนเข้ามาถึงห้องนอน

เราให้อภัยได้

โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปทำงานร่วมกับคนที่เคยทำร้ายเรา

เราปรารถนาดีต่อใครได้

โดยไม่จำเป็นต้องมอบเงินทั้งหมดให้เขายืม 😅

**เมตตา กับ ความไว้ใจ เป็นคนละเรื่อง**

ความเมตตาคือคุณภาพของใจ

แต่ความไว้ใจคือเรื่องของการพิจารณา

ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท คุณย่อมไม่เอางานบัญชีไปให้คนที่ไม่รู้จักตัวเลขทำ

ไม่ใช่เพราะคุณเกลียดเขา

แต่เพราะคุณรู้ว่า...

**ความรักไม่ได้แปลว่าต้องละทิ้งปัญญา**

---

# # คนที่ด่าคุณ กำลังให้บทเรียนเรื่อง “กำลังใจ”

เคยไหม?

ใครพูดอะไรนิดเดียวก็เอากลับมาคิดทั้งคืน

เจ้านายตำหนิหนึ่งประโยค

เราคิดซ้ำสิบรอบ

คนในครอบครัวพูดแรงหนึ่งครั้ง

เราจำไปอีกสิบปี

เสียงของเขาเข้าเพียงหู

แต่เรากลับเอามันไปสร้างบ้านอยู่ในหัวตัวเอง

เรื่องนี้น่าคิดมาก

เพราะเสียงด่าเป็นเพียง **เสียง**

แต่สิ่งที่ทำให้เราเจ็บนานคือ ความหมายที่เราเลือกเอามาติดไว้กับเสียงนั้น

คนหนึ่งพูดว่า

“คุณไม่ได้เรื่อง”

ถ้าเราเชื่อทันทีว่า

“ใช่ ฉันไม่ได้เรื่อง”

เสียงนั้นก็กลายเป็นบาดแผล

แต่ถ้าเราฝึกจิตให้เห็นว่า

“เขากำลังพูดจากอารมณ์ของเขา ส่วนฉันจะพิจารณาเองว่าคำไหนจริง คำไหนไม่จริง”

เสียงเดิมจะมีอำนาจน้อยลง

นี่คือการฝึก **กำลังใจ**

ไม่ใช่ทำให้ตัวเองเป็นคนไม่มีความรู้สึก

แต่คือ **รู้สึกได้ โดยไม่ปล่อยให้ความรู้สึกเป็นคนขับรถ**

---

# # 🧠 “ตัวรู้” สำคัญกว่าการรู้เรื่องคนอื่น

บางคนรู้หมด

รู้ว่าใครนินทา

รู้ว่าใครไม่ชอบ

รู้ว่าใครมีแฟนใหม่

รู้ว่าใครเงินเดือนเท่าไร

รู้ว่าใครกำลังจะตกงาน

รู้ข่าวชาวบ้านเร็วกว่าข่าวของตัวเองอีก 😂

แต่ถามว่า...

**“ตอนนี้ใจของคุณกำลังเป็นอย่างไร?”**

กลับตอบไม่ได้

ธรรมะจึงไม่ได้พาเราไปแข่งกันรู้เรื่องภายนอก

แต่พาเรากลับมารู้จักสิ่งที่อยู่ภายใน

ตอนโกรธ...

รู้ว่าโกรธ

ตอนกลัว...

รู้ว่ากลัว

ตอนอยากเอาคืน...

รู้ว่าอยากเอาคืน

ตอนอยากพูดแรง...

รู้ว่ากำลังอยากพูดแรง

การเห็นจิตของตัวเองก่อนที่จะปล่อยให้มันกลายเป็นการกระทำ

นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนกรรม

เพราะถ้าไม่เห็น...

เราก็ทำเหมือนเดิม

แล้วกลับมานั่งเสียใจทีหลัง

---

# สวดมนต์เพื่ออะไร?

บางคนสวดมนต์เพราะอยากรวย

บางคนสวดเพราะอยากให้โชคดี

บางคนสวดเพราะอยากให้ปัญหาหาย

บางคนสวดเพราะกลัวผี

แต่ถ้าสวดแล้ว...

ใจเย็นลง

พูดดีขึ้น

ให้อภัยง่ายขึ้น

หยุดทำร้ายคนอื่นได้เร็วขึ้น

รู้จักหยุดก่อนตอบโต้

รู้จักเห็นความคิดของตัวเอง

**นั่นคือผลที่จับต้องได้ของการฝึกจิต**

อย่าเพิ่งกังวลว่าคาถาจะทำให้เกิดสิ่งเหนือธรรมชาติหรือไม่

ลองถามง่าย ๆ ก่อนว่า

หลังจากสวดแล้ว...

**เราเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานหรือยัง?**

ถ้าคำตอบคือใช่

การสวดนั้นก็ไม่ได้สูญเปล่า

---

# # 🌙 สวดก่อนนอน ไม่ใช่เพื่อหนีชีวิต

คนวัยทำงานบางคนทั้งวันต้องเป็นคนเข้มแข็ง

ลูกน้องมองหน้า

ลูกมองหน้า

พ่อแม่มองหน้า

ธนาคารมองยอดเงินในบัญชี

ทุกคนต้องการบางอย่างจากเรา

แต่ตอนกลางคืน...

เมื่อปิดประตูห้อง

เราจึงได้เจอความจริงว่า

**คนที่ดูเหมือนรับไหวที่สุด อาจเป็นคนที่เหนื่อยที่สุด**

การสวดมนต์ก่อนนอนจึงอาจเป็นเวลาที่เราวางทุกอย่างลงชั่วครู่

ไม่ต้องเป็นหัวหน้า

ไม่ต้องเป็นพ่อ

ไม่ต้องเป็นแม่

ไม่ต้องเป็นคนเก่ง

ไม่ต้องเป็นคนที่ชนะ

แค่กลับมาอยู่กับลมหายใจ

และระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ตามศรัทธาของตน

ให้ใจมีที่พัก

บางคืนเราอาจไม่ได้คำตอบของปัญหา

แต่ได้ความสงบพอที่จะตื่นขึ้นมาแล้วแก้มันต่อ

แค่นั้นก็มีค่ามากแล้ว

---

# “เศษกรรม” ที่น่ากลัว อาจไม่ใช่สิ่งลึกลับ

เมื่อเราทำร้ายใครสักคน

เหตุการณ์อาจจบลงในวันนั้น

แต่ความรู้สึกผิดอาจอยู่ต่ออีกสิบปี

เราเคยพูดทำร้ายแม่

แม่อาจให้อภัยแล้ว

แต่ทุกครั้งที่เรานึกถึง เรากลับรู้สึกผิดอีก

สิ่งที่ค้างอยู่ในใจแบบนี้ทำให้เราเห็นว่า...

**การกระทำหนึ่งครั้งสามารถทิ้งร่องรอยทางใจไว้นานกว่าระยะเวลาของเหตุการณ์**

วิธีคลี่คลายจึงไม่ใช่เพียงการสวดเพื่อให้ลืม

แต่ต้องกล้ายอมรับ

แก้ไขเท่าที่แก้ได้

ขอโทษคนที่ยังขอโทษได้

ทำความดีชดเชยด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม

และเมื่อถึงเวลาหนึ่ง...

ให้อภัยตัวเองโดยไม่กลับไปทำแบบเดิม

เพราะการสำนึกผิดที่แท้จริงไม่ใช่การเกลียดตัวเอง

แต่คือ **การไม่สร้างความผิดแบบเดิมซ้ำอีก**

---

# ขอขมาตอนมีชีวิต คือการตัดไฟก่อนบ้านไหม้

ถ้าคุณเคยทำผิดกับใคร

และเขายังมีชีวิตอยู่

อย่ารอพิธี

อย่ารอวันพระ

อย่ารอฤกษ์

อย่ารอให้ใครสอนวิธีพูดให้สวย

เดินไปหาเขา

แล้วพูดธรรมดา ๆ ว่า

**“เรื่องวันนั้น เราผิดเอง ขอโทษนะ”**

ถ้าเขายังไม่ให้อภัยทันที ก็อย่าโกรธเขา

เราไม่มีสิทธิ์กำหนดเวลาที่หัวใจของคนอื่นจะหายเจ็บ

หน้าที่ของเราคือรับผิดชอบในส่วนของเรา

การขอขมาไม่ใช่การบังคับให้เขายกโทษ

แต่คือการวางอัตตาของเราลง แล้วพูดความจริง

บางครั้งอีกฝ่ายอาจไม่ตอบ

บางครั้งเขาอาจยังโกรธ

แต่เราได้หยุดการสร้างเหตุใหม่แล้ว

และนั่นสำคัญมาก

---

# # 🕯️ อย่ารอให้มีศพตรงหน้า แล้วค่อยเป็นคนดี

นี่อาจเป็นประโยคที่แรง

แต่จริง

เรามักอ่อนโยนกับคนตายมากกว่าคนเป็น

หน้าศพเราพูดเพราะมาก

“ไม่ต้องห่วงนะ”

“ขอให้ไปสู่สุคติ”

“ถ้าย้อนเวลาได้ ฉันจะดูแลให้ดีกว่านี้”

แต่ตอนเขายังมีชีวิต...

เราอาจไม่มีเวลาโทรหาเขา

ไม่มีเวลานั่งกินข้าว

ไม่มีเวลาฟังเขาบ่น

และไม่มีเวลาพูดว่า

“ขอบคุณนะ”

บางทีธรรมะไม่ได้ต้องการให้เราทำเรื่องมหัศจรรย์อะไร

แค่กลับไปทำสิ่งธรรมดาให้ดี

**ขอโทษคนที่ควรขอโทษ
ขอบคุณคนที่ควรขอบคุณ
ให้อภัยคนที่ควรให้อภัย
และรักษาใจไม่ให้สร้างแผลใหม่**

แค่นี้ชีวิตก็เปลี่ยนไปมากแล้ว

---

# # คนที่เข้าใจเรื่องกรรมจริง ๆ จะระวังมือของตัวเอง

เพราะรู้ว่าทุกคำพูดมีผล

ทุกการกระทำมีผล

ทุกเจตนามีผลต่อใจ

คนที่เข้าใจกรรมจึงไม่ได้เดินไปไหนแล้วหวาดกลัวว่า

“เดี๋ยวเจ้ากรรมนายเวรจะตามมา”

แต่จะคิดง่ายกว่านั้นว่า

**“วันนี้ฉันอย่าสร้างศัตรูเพิ่มเลย”**

เพราะโลกกว้างมาก

คนที่เราเหยียบในวันนี้

วันหนึ่งอาจเป็นคนที่ยื่นมือช่วยเรา

คนที่เราเคยดูถูก

อาจกลายเป็นคนสำคัญในชีวิตลูกของเรา

และคนที่เราเคยทำร้าย...

อาจกลับมาในชีวิตเราในรูปแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว

ไม่จำเป็นต้องรอชาติหน้า

บางครั้งกรรมใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนก็เดินกลับมาหาเราแล้ว

---

# # 🌿 ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ยังแก้ทัน

นี่คือสิ่งที่สวยงามที่สุด

ตราบใดที่ยังหายใจ

เรื่องบางเรื่องยังแก้ได้

คนที่เคยทะเลาะกันอาจกลับมาคุยกัน

คนที่เคยผิดอาจกลับมาขอโทษ

คนที่เคยหลงทางอาจกลับมาเริ่มต้นใหม่

คนที่เคยสร้างกรรมหนักอาจหยุดสร้างกรรมเพิ่ม

และคนที่เคยใช้ชีวิตด้วยความโกรธ...

อาจเปลี่ยนมาใช้ชีวิตด้วยความเมตตา

ไม่ต้องรอให้จิตสูงถึงชั้นไหน

ไม่ต้องรอให้มีญาณพิเศษ

ไม่ต้องรอให้เห็นโลกหลังความตาย

เริ่มจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

**คนตรงหน้า**

คำพูดตรงหน้า

อารมณ์ตรงหน้า

และการตัดสินใจตรงหน้า

เพราะกรรมใหม่กำลังเกิดขึ้นตรงนี้เอง

---

# # บทส่งท้าย

เราไม่รู้ว่าคนข้าง ๆ จะอยู่กับเราอีกกี่ปี
แต่เรารู้ได้ว่า **วันนี้เรายังมีโอกาสพูดคำที่ควรพูด**

อย่ารอให้เหลือเพียงหน้าศพ แล้วจึงกล้าพูดว่า “ขอโทษ” — เพราะคำบางคำ ถ้าพูดในวันที่ยังมีลมหายใจ มันอาจช่วยให้คนสองคนไม่ต้องกลับมาเจอกันอีกด้วยความเจ็บปวดในวันข้างหน้า 🕯️

23/08/2026

เรียนรู้จากบททดสอบชีวิตของคนอื่น สุดจริงค่ะ
แอดมินขอเป็นกำลังใจให้คุณปิ่น❤️

22/08/2026
 #จบอีกหนึ่งสัปดาห์ของพยาบาลพาลิหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...ในหนึ่งวันของพยาบาล Palliativeฉันต้องนั่งคุยกับคนไข้หลากหลายอายุ หล...
21/08/2026

#จบอีกหนึ่งสัปดาห์ของพยาบาลพาลิ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป...
ในหนึ่งวันของพยาบาล Palliative
ฉันต้องนั่งคุยกับคนไข้หลากหลายอายุ หลากหลายโรค หลากหลายครอบครัว และหลากหลายเรื่องราวของชีวิต
แต่ทุกคนมีปลายทางเดียวกัน...
คือความตาย
สิ่งที่แตกต่างกันคือ
ระหว่างทางก่อนจะไปถึงตรงนั้น แต่ละคนกำลังแบกอะไรเอาไว้
บางคนมีน้ำตา
บางคนมีความกลัว
บางคนมีความหวัง
บางคนมีความโกรธ
บางคนมีเรื่องติดค้างในใจ
บางครอบครัวมีความขัดแย้ง
และบางคนยังไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำว่า ชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
สัปดาห์นี้ฉันเจอผู้หญิงอายุเพียง 30 ต้น ๆ
หน้าที่การงานดี ครอบครัวพร้อม ชีวิตกำลังเดินไปในทิศทางที่สวยงาม
เธอกำลังวางแผนจะมีลูก
จึงไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยความหวังว่า จะได้เตรียมตัวเป็นแม่คน
แต่จากวันที่ไปโรงพยาบาลเพราะอยาก “สร้างชีวิตใหม่”
กลับกลายเป็นวันที่พบว่า
ตัวเองเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย โดยไม่มีอาการใดๆ
จากความหวังเรื่องการเกิด
ชีวิตพาเธอมายืนอยู่ตรงหน้าความตายอย่างไม่ทันตั้งตัว
อีกเตียงหนึ่ง...
อดีตพยาบาลที่ครั้งหนึ่งเคยมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง
เคยเป็นคนดูแลคนอื่น
เคยตัดสินใจ เคยสั่งการ เคยผ่านชีวิตการทำงานมามากมาย
แต่ในบั้นปลาย
กลับต้องเผชิญความทุกข์ทรมานจากโรคที่ดำเนินมาถึงระยะท้าย
จนวันนี้ลูกต้องเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาพวกเรา และขอคำปรึกษาเรื่องการดูแลแบบประคับประคองให้กับแม่
ชีวิตก็เป็นแบบนี้...
วันหนึ่งเราเป็นคนดูแลเขา
อีกวันหนึ่ง เราอาจกลายเป็นคนที่ต้องให้ผู้อื่นดูแล
อีกครอบครัวหนึ่ง
อดีตตำรวจยศใหญ่ เคยมีลูกน้องนับพัน
วันที่แข็งแรงอาจเคยมีทั้งอำนาจ ตำแหน่ง และผู้คนรายล้อม
แต่เมื่อชีวิตเดินมาถึงปลายทาง
ครอบครัวกลับต้องมานั่งตัดสินใจว่า จะใส่ท่อช่วยหายใจหรือไม่ จะยื้อชีวิตไปอีกนานเพียงใด
และเบื้องหลังการตัดสินใจนั้น
ไม่ได้มีเพียงเรื่องความรักหรือความกลัวการสูญเสีย
แต่ยังมีเรื่อง เงินบำนาญและความอยู่รอดของคนที่ยังอยู่ เข้ามาเกี่ยวข้อง
ครอบครัวจึงเลือกขอให้ช่วยยื้ออย่างเต็มที่
เรื่องแบบนี้ไม่มีคำตอบง่าย ๆ
และหน้าที่ของเราไม่ใช่การนั่งตัดสินว่าใครดีหรือไม่ดี
เพราะเมื่อได้ฟังลึกลงไป
หลายการตัดสินใจของมนุษย์มีทั้งความรัก ความกลัว ความจำเป็น ความผูกพัน และเงื่อนไขของชีวิตซ่อนอยู่พร้อมกัน
และยังมีอีกหลายคน
หลายเตียง
หลายครอบครัว
ที่รอให้เราเดินเข้าไปหา
บางคนรอการประเมิน
บางคนรอคำปรึกษา
บางคนอยากรู้ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
บางคนไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรเลย...
แค่อยากมีใครสักคนนั่งฟัง
วันหนึ่งฉันจึงรับเรื่องราวของผู้คนเอาไว้มากมาย
ฟังคนหนึ่งร้องไห้
เดินออกมาเจออีกครอบครัวกำลังทะเลาะกัน
อีกห้องกำลังกลัวความตาย
อีกเตียงกำลังถามว่าจะทรมานไหม
อีกคนห่วงลูก
อีกคนห่วงพ่อแม่
อีกครอบครัวยังยอมรับไม่ได้ว่าคนที่รักกำลังจะจากไป
และเมื่อหมดเวลาราชการ...
งานของ “พยาบาลคนสุดท้าย” ยังไม่หมด
เพราะฉันยังมีอีกพื้นที่หนึ่งที่ดูแลอยู่
มีเรื่องราวที่ต้องคิดว่าจะถ่ายทอดอย่างไรให้คนทั่วไปเข้าใจ Palliative Care
มี Inbox ที่มีคนส่งเรื่องราวชีวิตเข้ามาปรึกษา
มี Comment ที่บางครั้งควรตอบ
มีเรื่องราวจากหน้างานที่อยากนำมาเป็นบทเรียนให้กับสังคม
ทั้งหมดนี้ไม่มีเวลาราชการ
กลางวันฉันทำงานกับคนไข้และครอบครัวเต็มที่
นอกเวลางาน ตอนกลางคืนหรือวันหยุด ฉันจึงค่อยกลับมาดูแลเพจ
มันเป็นแบบนี้มาตลอด
แทบไม่มีวันหยุดและไม่ค่อยมีเวล่ำเวลา
จนบางวัน...
ฉันก็ไม่รับโทรศัพท์
ไม่เปิด Inbox
ไม่อ่าน Comment
ไม่คิด Story
และแทบไม่เปิดเพจเลย
ไม่ใช่เพราะไม่อยากช่วยใคร
แต่บางวัน...
ฉันก็ไม่ไหวจริง ๆ เหมือนกัน
เพราะคนที่ทำงานกับความทุกข์ของมนุษย์ทุกวัน
ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีวันที่เหนื่อย
พยาบาลก็มีหัวใจ
มีร่างกาย
มีความรู้สึก
และมีชีวิตของตัวเองที่ต้องกลับไปดูแล
ยิ่งสำหรับฉัน...
ฉันไม่ได้มีเพียงสถานะของ
“พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง”
แต่อีกด้านหนึ่งของชีวิต
ฉันเองก็เป็น “ผู้ป่วยมะเร็งคนหนึ่ง” เช่นกัน
ฉันจึงรู้จักทั้งสองฝั่งของเตียง
รู้ว่าการยืนดูแลคนอื่นเป็นอย่างไร
และรู้ด้วยว่า วันที่เราเป็นคนป่วยเสียเอง ความรู้สึกมันเป็นอย่างไร
บางวันฉันเหนื่อย
บางวันฉันสดใส
บางวันมีแรงเหลือเฟือ
บางวันขอเพียงกลับบ้านแล้วเงียบ ๆ ไม่รับรู้อะไรเพิ่มอีกสักคืน
ฉันไม่ได้เข้มแข็งทุกวันหรอก
และพยาบาลก็ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งทุกวัน
เรามีสิทธิ์เหนื่อย
มีสิทธิ์พัก
มีสิทธิ์วางเรื่องราวของคนอื่นลงชั่วคราว
เพื่อกลับมาดูแลหัวใจของตัวเองบ้าง
เพราะการพัก ไม่ได้แปลว่าเรารักงานน้อยลง
และไม่ได้แปลว่าเราทอดทิ้งใคร
มันคือการเติมแรงให้ตัวเอง
เพื่อพรุ่งนี้...
เมื่อฉันเดินกลับเข้าไปข้างเตียงคนไข้คนใหม่
ลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ
มองหน้าเขา
และถามเบา ๆ ว่า
“วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ...”
ฉันจะยังมีหัวใจที่พร้อมพอ
จะรับฟังคำตอบของเขาอย่างจริง ๆ
จบอีกหนึ่งสัปดาห์ของพยาบาล Palliative 🤍
รับรู้เรื่องราวของความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตายมามากมาย
วันนี้ขอวางเรื่องของทุกคนลงชั่วคราว
พักกาย พักใจ และกลับมาอยู่กับชีวิตของตัวเองบ้าง
เพราะวันจันทร์...
เราก็จะกลับไปนั่งข้างเตียง
และเดินทางช่วงสุดท้ายไปพร้อมกับใครอีกหลายคนเหมือนเดิม
ดูแลเขาให้ดีที่สุด
และอย่าลืมเหลือความกรุณาไว้ดูแลตัวเราเองด้วย 🤍
#พยาบาลคนสุดท้ายภารกิจด้านการพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก #44กรุณาฮอสพิซ #การดูแลแบบประคับประคอง #การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
Cr. Pic Pinterest

21/08/2026

🌺 “ตายดี” เราเลือกได้ แม้ความตายไม่อาจเลือกเวลา...
การจากไปของใครสักคนในชีวิต อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้เราเริ่มทบทวนเรื่อง "ความตาย"
ชวนทุกคนสำรวจชีวิตก่อนตาย ผ่านเช็กลิสต์ 15 ข้อ ที่จะได้ทบทวนการใช้ชีวิตและการวางแผนเตรียมตัวตายก่อนวาระสุดท้ายจะมาถึง
นี่อาจเป็นเพียง 15 ข้อพื้นฐานที่ช่วยให้ตระหนักถึงเส้นทางระหว่างการมีชีวิต ว่าได้เตรียมตัวแต่ละด้านไว้แล้วแค่ไหน ก่อนจากลา
อย่างน้อย...การได้เริ่มเตรียมจากตัวเราในวันที่ยังมีชีวิต นอกจากช่วยลดภาระให้คนข้างหลัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยให้ตัวเราได้กลับมาทบทวนระหว่างทาง ว่าแท้จริงแล้ว ท่ามกลางสิ่งของมากมาย อะไรคือสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายกับเราอย่างแท้จริง
The Active และ The Visual จาก Thai PBS มีแบบทดสอบเพื่อพาทุกคนค่อย ๆ เดินทางไปพร้อมกับเรา ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ หรือเป็นใครในสังคมนี้ และดาวน์โหลด “สมุดเบาใจ” ที่จะช่วยวางแผนดูแลทั้งมิติทางร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ที่สามารถทำได้ในทุกช่วงของชีวิต
🔗 คลิกลิงก์ที่ช่องคอมเมนต์ เพื่อสำรวจความพร้อม "ตายดี" 👇
#ตายดี #ความตาย #สมุดเบาใจ

 #จะรีบไปไหน_นั่งฟังก่อน_ตาอยากคุยด้วยหน้าที่พยาบาลพาลิ แผนก OPD ก็คือ...เดินไปทั่วทั้งโรงพยาบาล ไปหาเคสคนไข้ที่มีอยู่ใน...
20/08/2026

#จะรีบไปไหน_นั่งฟังก่อน_ตาอยากคุยด้วย
หน้าที่พยาบาลพาลิ แผนก OPD ก็คือ...
เดินไปทั่วทั้งโรงพยาบาล ไปหาเคสคนไข้ที่มีอยู่ในมือต่อคน บางวันเป็น 10 เคส
วันนี้ไปนั่งข้างเตียงคุณตาท่านหนึ่ง ในหอผู้ป่วยแห่งหนึ่ง
ผู้ป่วยสูงอายุ เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายที่แพร่กระจายไปหลายแห่งแล้ว
ตามหน้าที่ของพยาบาล Palliative เราก็ต้องมาคุยเพื่อประเมินหลายเรื่อง
บ้านอยู่ไหน...
มีลูกกี่คน...
ใครเป็นคนดูแล...
คุณตารู้ไหมว่าตัวเองเป็นโรคอะไร...
รู้ไหมว่าโรคไปถึงไหนแล้ว...
แล้วถ้าวันหนึ่งอาการแย่ลงกว่านี้ คุณตาเคยคิดหรือวางแผนเอาไว้อย่างไรบ้าง...
คำถามอยู่ในหัวพยาบาลเป็นลำดับอย่างดีค่ะ
แต่ปัญหาคือ...
คุณตาไม่ยอมเดินตามคำถามฉันเลยค่ะ 😂
ถามเรื่องโรค
ไปเรื่องลูก
ถามเรื่องแผนการรักษา
ไปเรื่องหลาน
พยายามดึงกลับมาเรื่อง Advance Care Planning
อีกแป๊บเดียว ตาวนกลับไปเล่าว่า ลูกคนนั้นทำงานอะไร หลานคนนี้เป็นอย่างไร
ในหัวพยาบาลก็คิด...
“ตาจ๋า...กลับเข้าฝั่งก่อนค่ะ เราออกทะเลกันมาไกลแล้ว” 😂
การคุยกับผู้สูงอายุบางครั้งจึงต้องใช้ทักษะพอสมควร
ทั้งการฟัง การจับประเด็น การถามซ้ำ
การดึงบทสนทนากลับมา โดยไม่ทำให้คนไข้รู้สึกว่าเรื่องที่เขากำลังเล่านั้น “ไม่สำคัญ”
เพราะถ้าปล่อยไปเรื่อย ๆ
หนึ่งชั่วโมงก็อาจยังไม่ได้คำตอบที่เราต้องการ
แต่วันนี้...
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปจริง ๆ
เพราะระหว่างที่ฉันพยายามจะพาคุณตากลับเข้าประเด็น
คุณตาพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า
“จะรีบไปไหน...นั่งฟังก่อน ตาอยากคุยด้วย”
ฉันเงียบไปเลย
คุณตาเล่าต่อว่า อยู่โรงพยาบาลมาหลายวันแล้ว
ภรรยาก็มาเยี่ยมไม่ได้ เพราะอายุมากพอ ๆ กัน
ลูก ๆ อยู่ต่างจังหวัด
โทรศัพท์ก็ไม่มี
สายตาก็ไม่ดี มองอะไรไม่ค่อยเห็น
วันหนึ่ง ๆ จึงมีเพียงเตียง
เหล็กกั้นเตียง
เพดาน
และพยาบาลชุดสีชมพูที่เดินผ่านไปผ่านมา
“เพิ่งจะมีหนูนี่แหละ มานั่งข้างเตียงคุยกับตานาน ๆ”
โอ๊ยตา...😂🤍
ในใจพยาบาลตอนนั้นมีอยู่สองเสียง
เสียงหนึ่งบอกว่า
“คนไข้รออีกเยอะนะ วันนี้ไม่ได้มีตาคนเดียว”
แต่อีกเสียงหนึ่งบอกว่า
“นั่งต่ออีกหน่อยเถอะ...แกคงเหงาจริง ๆ”
สุดท้ายจึงนั่งฟังต่อ
ฟังเรื่องลูก
เรื่องหลาน
เรื่องชีวิต
เรื่องที่แกภูมิใจ
เรื่องที่เคยเสียใจ
เรื่องที่สมหวัง
และเรื่องที่ผิดหวัง
เรื่องบางเรื่องไม่ได้อยู่ในแบบประเมินของเราเลย
แต่เป็นเรื่องที่มีความหมายกับชีวิตของคนคนหนึ่งมากเหลือเกิน
และเมื่อฟังไปเรื่อย ๆ ฉันก็พบว่า...
จริง ๆ คุณตามีคำตอบเรื่องชีวิตของตัวเองอยู่แล้ว
รู้ว่าโรคของตัวเองเป็นอย่างไร
และมีแผนอยู่ในใจแล้วว่า หากวันหนึ่งอาการแย่ลง คุณตาต้องการอะไร
เพียงแต่กว่าจะไปถึงคำตอบนั้น
เราต้องเดินผ่าน “เรื่องราวทั้งชีวิตของแก” ไปด้วยกันเสียก่อน
บางครั้งพยาบาลเข้าไปหาคนไข้พร้อมกับคำถามที่เราอยากได้คำตอบ
แต่คนไข้กำลังรอใครสักคน เพื่อพูดในสิ่งที่ เขาอยากให้เรารับฟัง
สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันเลย
โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่นอนโรงพยาบาลนาน ๆ
ความทุกข์อาจไม่ได้มีเพียงความปวด เหนื่อย หอบ หรืออาการจากโรค
แต่ยังมี ความเหงา ความคิดถึงบ้าน ความคิดถึงคนที่รัก และความรู้สึกว่าตัวเองถูกตัดขาดจากโลกเดิม
ยาอาจช่วยเรื่องความปวดได้
แต่ยาบางชนิดรักษา “ความเหงา” ไม่ได้
บางครั้งสิ่งที่ช่วยได้
กลับเป็นเพียงเก้าอี้หนึ่งตัวข้างเตียง
คนหนึ่งคนที่ยอมนั่งลง
และเวลาอีกสักหน่อยที่เรายอมมอบให้เขา
วันนี้ฉันเสียเวลาอยู่ข้างเตียงคุณตาไปหนึ่งชั่วโมง
หรือถ้าคิดอีกแบบ...
ฉันอาจไม่ได้ “เสีย” เวลาเลยสักนาที
เพราะสำหรับพยาบาล มันอาจเป็นเพียงหนึ่งชั่วโมงของวันทำงาน
แต่สำหรับคนแก่คนหนึ่ง
ที่ไม่ได้คุยกับใครมาหลายวัน...
หนึ่งชั่วโมงนั้น อาจเป็นช่วงเวลาที่เขารอคอยมาหลายวันแล้วก็ได้ 🤍
งาน Palliative Care บางวันเราไม่ได้ทำอะไรยิ่งใหญ่เลย
ไม่ได้มียาใหม่
ไม่ได้มีหัตถการพิเศษ
ไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่างในชีวิตของคนไข้ได้
เราแค่...
นั่งอยู่ข้าง ๆ และฟังเรื่องที่เขาอยากเล่า
เท่านั้นเอง
แต่บางที สำหรับมนุษย์คนหนึ่ง
การได้รู้ว่ายังมีใครสักคนอยากฟังเรื่องของเรา
ก็มีความหมายมากพอแล้วในวันที่ชีวิตเหลือเวลาไม่มากนัก🥹
#พยาบาลคนสุดท้ายภารกิจด้านการพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก #44กรุณาฮอสพิซ #การดูแลแบบประคับประคอง #การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

 #ความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว😊เมื่อวานนี้ หลังจากการเยี่ยมสำรวจ DSC Palliative Care รอบที่ 2 ประจำปี 2569คณะผู...
19/08/2026

#ความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว😊
เมื่อวานนี้ หลังจากการเยี่ยมสำรวจ DSC Palliative Care รอบที่ 2 ประจำปี 2569
คณะผู้เยี่ยมสำรวจได้แจ้งผลเบื้องต้นว่า
ทีม Palliative Care โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก
“ผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับคะแนนสูง”
แม้ผลอย่างเป็นทางการจะต้องรอการรับรองตามกระบวนการต่อไป
แต่แค่ได้ยินคำว่า “ผ่านแล้วนะ”🎉
ความเหนื่อยหลายเดือนที่ผ่านมา เหมือนได้รับคำตอบในทันที
กว่าจะมาถึงวันนี้...
มีทีมหมอ Palliative ที่อดหลับอดนอน รวบรวมข้อมูลภาพรวมของระบบทั้งหมด
มีสไลด์ที่ทำแล้วแก้ แก้แล้วแก้อีก
มีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องทบทวนเพื่อให้เห็นว่า สิ่งที่พวกเราทำมาตลอดนั้น เชื่อมโยงกันเป็น “ระบบการดูแลผู้ป่วย” อย่างไร
มีทีมพยาบาลที่ทำงาน ดูแลผู้ป่วยและครอบครัวในทุกๆวัน อย่างเต็มความสามารถ
ดูแลแบบองค์รวม ตามมาตรฐานวิชาชีพ และด้วยความเอาใจใส่
เบื้องหลังภาพการประเมินเพียงหนึ่งวัน
คือหลายวัน หลายคืนของความกดดัน ความเครียด ความรับผิดชอบ และความอดทนของคนทั้งทีม
ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทุกวิชาชีพ
ไปจนถึงน้อง ๆ ในหน่วยงานที่ช่วยกันจัดสถานที่ ทำความสะอาด จัดดอกไม้ เติมความสวยงามและความหอมให้พื้นที่ของเรา
ไม่มีหน้าที่ไหนเล็กเกินไปสำหรับความสำเร็จของทีม
ส่วนตัวแอดมินเองก็ดีใจ ที่ได้เป็น “ส่วนเล็ก ๆ” ของงาน Palliative ครั้งนี้
และยิ่งดีใจที่สิ่งที่ลงมือทำด้วยตัวเองมาตลอด ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่ทีมสามารถหยิบไปเล่าในการประเมินได้
ทั้งการร่วมพัฒนา 44 กรุณาฮอสพิซ
พื้นที่ที่เราอยากให้เป็นมากกว่าหอผู้ป่วย แต่เป็นพื้นที่แห่งความกรุณาสำหรับผู้ป่วยและครอบครัวในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต
เพจพยาบาลคนสุดท้าย
ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจเพียงอยากถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้เรื่อง Palliative Care ให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น
แต่เมื่อรวบรวมข้อมูลย้อนหลังเพียง 1 ปี กลับพบว่าเนื้อหาจากเพจมีผู้เข้าถึงรวมแล้วประมาณ 10 ล้านคน
จากงานเล็ก ๆ ที่ทำอยู่หน้าจอหลังเลิกงาน
วันนี้มันกลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการพาความรู้เรื่องการดูแลแบบประคับประคองออกจากกำแพงโรงพยาบาล ไปถึงประชาชนจำนวนมาก
รวมถึงการก่อตั้ง กุฏิชีวาภิบาล วัดวังหิน
และงานจิตอาสาที่ทำร่วมกับผู้คนในชุมชน ซึ่งถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอแนวคิด “ชุมชนกรุณา” (Compassionate Community)
สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นชัดขึ้นว่า
Palliative Care ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนเตียงผู้ป่วย
และไม่ได้จบลงเมื่อผู้ป่วยเดินออกจากโรงพยาบาล
แต่มันเชื่อมต่อจาก โรงพยาบาล → บ้าน → วัด → ชุมชน → สังคม
และบางครั้ง สิ่งที่แต่ละคนทำอยู่คนละมุม ดูเหมือนเป็นเพียงงานเล็ก ๆ ของตัวเอง
เมื่อวันหนึ่งเอาทุกอย่างมาวางต่อกัน
เราจึงเห็นว่า...
ที่แท้พวกเรากำลังช่วยกันต่อจิ๊กซอว์ภาพเดียวกันมาตลอด
การผ่านการประเมิน DSC รอบที่ 2 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่ความสำเร็จของใครคนใดคนหนึ่ง
แต่เป็นผลจากความเพียรของคนจำนวนมาก ที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด
และผลของการพัฒนาระบบเหล่านี้จะไม่ได้หยุดอยู่เพียง DSC
แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล และต่อยอดไปสู่การประเมิน HA ของโรงพยาบาลในครั้งต่อไป
วันนี้จึงอยากบอกทีม Palliative ทุกคนว่า
ยินดีด้วยนะคะ...พวกเราทำได้แล้ว 🤍
ขอบคุณคุณหมอที่อดหลับอดนอน
ขอบคุณทุกวิชาชีพที่ช่วยกันประคับประคองระบบ
ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ ที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
แม้กระทั่งมือที่ช่วยเช็ดพื้น จัดห้อง หรือจัดดอกไม้ให้หอมในวันประเมิน
เพราะความสำเร็จของงาน Palliative
ไม่เคยเกิดจากคนเก่งเพียงคนเดียว
แต่มันเกิดจาก คนธรรมดาหลาย ๆ คน
ที่เชื่อในสิ่งเดียวกัน และช่วยกันทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
ดีใจและภูมิใจที่ “พยาบาลคนสุดท้าย”
ได้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งในภาพใหญ่ของทีมครั้งนี้
และเหนือกว่าคะแนน เหนือกว่าใบรับรอง หรือมาตรฐานใด ๆ
สิ่งสำคัญที่สุดของการพัฒนาทั้งหมดนี้ยังคงเป็นเรื่องเดิมเสมอ...
เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวของเรา
ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ในวันที่ชีวิตต้องการความกรุณามากที่สุด 🤍
#พยาบาลคนสุดท้ายภารกิจด้านการพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก #44กรุณาฮอสพิซ #การดูแลแบบประคับประคอง #การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

19/08/2026

เตรียมวางแผนกันค่ะ

19/08/2026

ที่อยู่

Phitsanulok
65000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:00
อังคาร 08:30 - 16:00
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+66805496275

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พยาบาลคนสุดท้าย ภารกิจด้านการพยาบาล พุทธชินราช พิษณุโลกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท