24/08/2026
อ่านฉลากโภชนาการให้เป็น ลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นกว่าที่คิด 👍
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ หมอโยโกะนะคะ หมอเชื่อว่าหลายคนเวลาตั้งใจลดน้ำหนัก ก็จะเลือกซื้ออาหารที่เขียนว่า
✅ Low Fat
✅ No Sugar Added
✅ High Protein
✅ Healthy
แต่พออ่าน “ฉลากโภชนาการ” จริง ๆ กลับไม่รู้ว่าต้องดูอะไร
ความจริงแล้ว ถ้าอ่านฉลากเป็น คุณจะเลือกอาหารได้ดีขึ้น และช่วยให้ควบคุมน้ำหนัก รวมถึงลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจได้
วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังค่ะ ว่า 5 จุดสำคัญที่ควรดูทุกครั้งก่อนซื้ออาหารมีอะไรบ้าง
⸻
1️⃣ ดูจำนวน “หน่วยบริโภค (Serving Size)” ก่อนเสมอ
นี่คือสิ่งที่หลายคนพลาดที่สุด
ตัวอย่าง
ฉลากเขียนว่า
* พลังงาน 180 kcal
* น้ำตาล 8 g
* โซเดียม 350 mg
แต่ด้านบนเขียนว่า
1 ซอง = 2 หน่วยบริโภค
หมายความว่า…
ถ้ากินหมดซอง ต้องคูณ 2
กลายเป็น
* พลังงาน 360 kcal
* น้ำตาล 16 g
* โซเดียม 700 mg
⸻
2️⃣ น้ำตาล ดูทั้ง “น้ำตาล” และ “ส่วนประกอบ”
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้
* น้ำตาลเติม (Free sugars) ไม่เกิน 25 กรัม/วัน (ประมาณ 6 ช้อนชา) จะดีที่สุด
* ไม่ควรเกิน 50 กรัม/วัน (ประมาณ 12 ช้อนชา)
สำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วน เบาหวาน หรือผ่าตัดกระเพาะ หมอแนะนำให้ตั้งเป้า
≤25 กรัมต่อวัน
เพราะน้ำตาลเหลวและน้ำตาลที่ดูดซึมเร็ว ทำให้หิวเร็ว น้ำหนักขึ้นง่าย และในผู้ป่วยผ่าตัดกระเพาะบางรายอาจเกิดอาการคล้าย Dumping syndrome ได้ โดยเฉพาะหลังการผ่าตัดแบบ Gastric Bypass
⸻
3️⃣ โซเดียม ยิ่งน้อยยิ่งดี
องค์การอนามัยโลกแนะนำ
โซเดียมไม่เกิน 2,000 mg/วัน
หรือเทียบเท่า
เกลือประมาณ 5 กรัมต่อวัน (1 ช้อนชา)
สำหรับผู้ที่มี
* ความดันโลหิตสูง
* โรคไต
* โรคหัวใจ
ควรระวังมากเป็นพิเศษ
วิธีจำง่าย
* ≤140 mg/เสิร์ฟ = โซเดียมต่ำ
* 141–400 mg = ปานกลาง
* 400 mg = ค่อนข้างสูง
* 600 mg/เสิร์ฟ = สูง ควรกินไม่บ่อย
⸻
4️⃣ โปรตีน ยิ่งมาก ยิ่งอิ่มนาน
สำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือผ่าตัดกระเพาะ
ควรเลือกอาหารที่ให้โปรตีนสูงก่อนเสมอ
ตัวอย่าง
✔ โปรตีน 15–20 กรัมขึ้นไปต่อมื้อ ถือว่าเหมาะสม
โปรตีนช่วย
* อิ่มนาน
* รักษามวลกล้ามเนื้อ
* ลดการสูญเสียกล้ามเนื้อระหว่างลดน้ำหนัก
* ช่วยให้การเผาผลาญดีขึ้น
⸻
5️⃣ อ่าน “ส่วนประกอบ” อย่าดูแต่น้ำตาล
แม้ฉลากจะเขียนว่า
Sugar Free
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีรสหวานนะคะ
ขอให้สังเกตคำต่อไปนี้
น้ำตาลที่พบบ่อย
* น้ำตาลทราย
* น้ำตาลอ้อย
* น้ำตาลมะพร้าว
* เดกซ์โทรส (Dextrose)
* กลูโคส (Glucose)
* ฟรักโทส (Fructose)
* ซูโครส (Sucrose)
* มอลโทส (Maltose)
* น้ำเชื่อมข้าวโพด (Corn syrup)
* High-fructose corn syrup (HFCS)
* มอลโตเดกซ์ทริน (Maltodextrin)
* น้ำผึ้ง
* ไซรัปต่าง ๆ
⸻
สารให้ความหวานที่พบบ่อย
กลุ่มให้พลังงานต่ำหรือไม่มีพลังงาน
โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยเมื่อบริโภคในปริมาณที่อยู่ในเกณฑ์รับได้ (ADI)
* Sucralose
* Stevia (Steviol glycosides) หรือหญ้าหวาน
* Monk Fruit (Mogrosides) หรือหล่อฮังก๊วย
* Aspartame
* Acesulfame-K
* Saccharin
* Neotame
สารให้ความหวานเหล่านี้ไม่ได้ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงเหมือนน้ำตาลทั่วไป แต่การดื่มหรือกินอาหารรสหวานเป็นประจำอาจทำให้ติดรสหวาน และทำให้ควบคุมพฤติกรรมการกินได้ยากขึ้นในบางคน จึงควรบริโภคแต่พอเหมาะ
กลุ่ม Sugar Alcohol (Polyols)
ควรระวังในผู้ป่วยผ่าตัดกระเพาะ เพราะหากรับประทานมากอาจทำให้ท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสียได้
เช่น
* Erythritol
* Xylitol
* Sorbitol
* Maltitol
* Isomalt
* Lactitol
* Mannitol
⸻
สรุปง่าย ๆ ก่อนหยิบอาหารเข้าตะกร้า
✅ ดูจำนวนหน่วยบริโภคก่อนทุกครั้ง
✅ น้ำตาลเติมทั้งวัน ไม่เกิน 25 กรัม
✅ โซเดียมทั้งวัน ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม
✅ เลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง
✅ อ่าน “ส่วนประกอบ” เสมอ อย่าเชื่อแค่คำว่า “Healthy”, “Sugar Free” หรือ “No Added Sugar”
⸻
สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่า
การลดน้ำหนักไม่ได้เริ่มที่ห้องออกกำลังกาย
แต่เริ่มตั้งแต่ “การหยิบอาหารเข้าตะกร้า” ค่ะ
ถ้าอ่านฉลากเป็น… คุณจะเลือกอาหารได้ดีขึ้นทุกมื้อ และการลดน้ำหนักก็จะง่ายขึ้นกว่าที่คิดค่ะ
ด็อกเตอร์โยโกะ ผ่าตัดกระเพาะ
พญ.ขวัญนรา เกตุวงศ์ ว.39866