คลินิกเวชกรรมหมอสมคิด ห้วยทับทัน

คลินิกเวชกรรมหมอสมคิด ห้วยทับทัน #คลินิกหมอสมคิด เดิม:ตรวจรักษาโรคทั่วไป ปรึกษาปัญหาสุขภาพ การแพทย์ผสมผสาน

17/08/2026

"ลองจินตนาการดูนะครับ..."
"ครอบครัวพาคนที่รักเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง"
"เกิดความสงสัย เกิดความเสียใจ และท้ายที่สุด กลายเป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์"
"คำถามคือ... ทุกกรณีจำเป็นต้องจบลงในศาลจริงหรือ?"
วันนี้มีแนวคิดที่น่าสนใจจากสมัชชาแพทย์ปฏิรูป คือการจัดตั้ง 'ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์' เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก แต่เป็นการสร้างพื้นที่กลางให้ทุกฝ่ายได้พูดคุย รับฟัง และหาทางออกร่วมกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ กระบวนการนี้จะมีผู้ไกล่เกลี่ยที่ประกอบด้วยทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และด้านกฎหมาย
เพราะข้อพิพาททางการแพทย์มีความซับซ้อน ต้องเข้าใจทั้งข้อเท็จจริงทางการรักษา และหลักความเป็นธรรมทางกฎหมายไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ การพูดคุยในกระบวนการไกล่เกลี่ยยังได้รับการคุ้มครองเป็นความลับ ทำให้ทุกฝ่ายสามารถเปิดใจแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างตรงไปตรงมาและบางครั้ง สิ่งที่ผู้ได้รับผลกระทบต้องการ อาจไม่ใช่เพียงค่าชดเชยเท่านั้นแต่ อาจเป็นคำอธิบายที่ชัดเจน การรับฟังอย่างจริงใจ
หรือแม้แต่คำขอโทษที่ช่วยเยียวยาความรู้สึก
หากสามารถตกลงกันได้ ข้อตกลงดังกล่าวยังมีผลทางกฎหมาย ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินคดีที่อาจยืดเยื้อเป็นเวลานาน
ในที่สุดแล้ว แนวคิดนี้อาจไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาข้อพิพาท แต่เป็นการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจระหว่างประชาชนกับบุคลากรทางการแพทย์ให้กลับคืนมา
แล้วคุณล่ะครับ...
คิดว่าการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องร้อง จะช่วยลดความขัดแย้งในระบบสาธารณสุขได้มากน้อยแค่ไหน?
💬 ร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้ในคอมเมนต์ครับ

🏥 เมื่อเกิดข้อพิพาททางการแพทย์ ต้องจบที่ศาลเสมอไปหรือไม่?
สมัชชาแพทย์ปฏิรูป เสนอแนวคิดจัดตั้ง "ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์" เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ป่วย ญาติ แพทย์ และโรงพยาบาล ได้พูดคุยกันอย่างเป็นธรรม ก่อนที่ความขัดแย้งจะบานปลายสู่การฟ้องร้อง
ท่านคิดว่าแนวทางนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจและลดความขัดแย้งในระบบสาธารณสุขได้หรือไม่?
#แพทยสภา #ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท #สาธารณสุข #กฎหมายการแพทย์

29/07/2026

#สิ่งที่คนไข้และญาติควรรู้เมื่อมาหาหมอ
หมอไม่ใช่ผู้วิเศษ หมอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ใช้ความรู้และประสบการณ์ช่วยรักษาคนไข้และหมอควรเคารพและร่วมมือกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนายจ้างกับลูกจ้าง หมอรักษาได้เท่าที่ข้อมูลและอาการบอก
ไม่สามารถรู้ทุกอย่างหรือรักษาได้ทุกโรค บางครั้งอาการที่แสดงออกอาจไม่ชัดเจน ทำให้การวินิจฉัยมีข้อจำกัด การรักษาอาจมีความคลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงได้ หมอแต่ละคนมีความรู้ ความชำนาญ และแนวทางการรักษาแตกต่างกัน การวินิจฉัยและรักษาอาจต้องปรับแก้ตามอาการ ไม่สามารถถูกต้องสมบูรณ์ตั้งแต่ครั้งแรกได้เสมอ
#ผู้ป่วยแต่ละคนตอบสนองต่อการรักษาไม่เหมือนกัน
แม้เป็นโรคเดียวกัน ผลการรักษาก็อาจต่างกันไม่มีใครรับประกันได้ว่าการรักษาจะได้ผลดี 100% ในทุกคนอย่าฝากทุกความหวังไว้กับหมอคนเดียวหากไม่มั่นใจ สามารถปรึกษาแพทย์คนอื่นเพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมได้คนไข้และญาติต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและดูแลสุขภาพของตนเองหลายโรคมีปัจจัยจากตัวผู้ป่วยเองเช่น พันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหาร การออกกำลังกาย และสิ่งแวดล้อมการดูแลตัวเองและป้องกันโรคเป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับการรักษา
#ข้อคิดสำคัญ
สังคมจะอยู่ร่วมกันได้ดีเมื่อ หมอ คนไข้ และญาติ เข้าใจข้อจำกัดและความเป็นจริงของการแพทย์ การรักษาเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ใช่การคาดหวังให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง หากมีความเข้าใจและไว้วางใจกันมากขึ้น การรักษาก็จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อทุกคนมากขึ้น.

 #สุขสันต์วันครอบครัว 2569 ขออุญาตแชร์ครับ #บ้านปลอดภัยใส่ใจผู้สูงวัย1. พื้นไม่ลื่น2. แสงสว่างเพียงพอ3. มีราวจับพยุง4. ท...
14/04/2026

#สุขสันต์วันครอบครัว 2569 ขออุญาตแชร์ครับ
#บ้านปลอดภัยใส่ใจผู้สูงวัย
1. พื้นไม่ลื่น
2. แสงสว่างเพียงพอ
3. มีราวจับพยุง
4. ทางเดินโล่ง
5. ไม่ใช้พรมเช็ดเท้า
6. ติดกล้องวงจรปิด
7. เตียง-เก้าอี้ สูงพอดี

บ้านปลอดภัยใส่ใจผู้สูงวัย1. พื้นไม่ลื่น2. แสงสว่างเพียงพอ3. มีราวจับพยุง4. ทางเดินโล่ง5. ไม่ใช้พรมเช็ดเท้า6. ติด...

 #สุขสันต์วันครอบครัว
14/04/2026

#สุขสันต์วันครอบครัว

 #อากาศร้อนมากปีนี้ระวังโรคลมแดด
11/04/2026

#อากาศร้อนมากปีนี้ระวังโรคลมแดด

23/12/2025

#การรักษา Plantar Fasciitis (อาการปวดฝ่าเท้า)แยกเป็น ยากิน / ยาทา / ยาฉีด พร้อมข้อควรระวัง
❗ สำคัญ: ยาเป็นเพียงตัวช่วยลดอาการปวด-อักเสบ
การยืดเส้นเอ็น + ปรับรองเท้า คือหัวใจของการหายขาด
💊 1) ยากิน (ใช้บ่อยที่สุด)
🔹 กลุ่มแก้ปวด-ต้านอักเสบ (NSAIDs)
ควรระวัง
• ระคายกระเพาะ / แผลในกระเพาะ
• โรคไต ความดันสูง
• ไม่ควรกินต่อเนื่องเกิน 1–2 สัปดาห์โดยไม่พบแพทย์
🔹 กลุ่มแก้ปวดที่ไม่ต้านอักเสบ
• Paracetamol
✔ ปลอดภัยกว่า
✖ ไม่ลดการอักเสบ เหมาะกับปวดไม่มาก
🔹 ยาคลายกล้ามเนื้อ (บางราย)
• Methocarbamol
• Orphenadrine
ใช้กรณีกล้ามเนื้อน่องตึงร่วมด้วย
🧴 2) ยาทา
• Diclofenac gel
• Ketoprofen gel
✔ ปลอดภัยกว่ายากิน
✔ ใช้ร่วมกับการยืดและประคบเย็น
✖ ออกฤทธิ์ไม่แรงเท่ายากิน
💉 3) ยาฉีด (ใช้เฉพาะราย)
🔹 ยาฉีดสเตียรอยด์เฉพาะที่
ข้อดี
• ลดปวดเร็วมาก
• เหมาะในรายปวดมาก รักษาอื่นไม่ดีขึ้น
ความเสี่ยง (สำคัญมาก)
• เสี่ยงพังผืดใต้ฝ่าเท้าขาด
• ไขมันใต้ส้นฝ่อลง → ปวดเรื้อรัง
• ❌ ไม่ควรฉีดเกิน 1–2 ครั้งในชีวิตตำแหน่งเดียว

🔹 ทางเลือกในรายเรื้อรัง
• PRP (Platelet-Rich Plasma)
✔ ปลอดภัยกว่า steroid
✔ เหมาะรายเรื้อรัง
✖ ราคาแพง / ผลขึ้นกับเทคนิคแพทย์
ปัจจุบันแพทย์กระดูกและเวชศาสตร์กีฬา นิยม Shockwave (ESWT) มากกว่าการฉีด
🟢 สรุปแนวทางที่ดีที่สุด
1️⃣ เริ่มจาก ปรับพฤติกรรม + ยืดเส้นเอ็น
2️⃣ ใช้ ยาทา / ยากินระยะสั้น
3️⃣ กายภาพ / Shockwave หากเรื้อรัง
4️⃣ ฉีดยา = ตัวเลือกสุดท้าย
สรุป ปรึกษาแพทย์ดีกว่า

26/11/2025

งัดผลงาน"ศุภจี" มือโปรเซลล์ขายของ หวดก้นติ่งส้มขี้อิจฉา ไม่รู้จริงอย่าแซะมั่วซั่ว เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Padipon Apinyankul ระบุว่หลายวันก่อน ตอนเขียนเรื่อง รมว.ศุภจี ไปขายข้าวที่สิงคโปร์ . จะมีพลพรรคเพื่อไทยหรือเพื่อส้ม ก็ไม่รู้ ออกมาหัวเราะต่อว่า ศุภจีจะเก่งอะไรกัน รัฐบาลก่อนเจรจาเอาไว้แล้วต่างหาก "ติ่งขี้อิจฉา" เหล่านั้นไม่เคยขายของ คนที่นำเอาสินค้าเพื่อไปเสนอสินค้าตามที่ต่าง ๆ แต่ใช่ว่าลูกค้าจะตอบรับทุกคน ลูกค้ายิ้มให้ ไม่ใช่หมายถึงลูกค้าตอบรับ ลูกค้ารับโบวชัวร์หรือเอกสารเงื่อนไขไว้ ก็ไม่ใช่ว่าลูกค้าตอบรับ เหตุผลที่ลูกค้าไม่ตอบรับมีมากมาย หลัก ๆ คือ ไม่ชอบขี้หน้าเซลล์ขายของ คนนั้น

เมื่อเซลล์คนเก่าแค่เสนอขาย แต่ยังปิดจ๊อบไม่ได้ เซลล์คนต่อมาปิดดีลได้ ควรต้องนับเป็นความสามารถของเซลล์คนใหม่ จะไปตีขลุมว่า คนก่อนมาเสนอขายไว้ ต้องเป็นผลงานของคนเก่า มันก็ไม่ถูก ต้องดูบริบทอื่น ๆ ประกอบ ถ้าผู้ซื้อไม่ชอบขี้หน้าเอ็ง เขาก็ดึงเรื่องไว้ก่อน พอมีคนใหม่ที่คุยแล้วมีความรู้สึกดีต่อกัน จึงค่อยเซ็นสัญญาตกลง เดี๋ยวจะเปรียบเทียบชี้ให้เห็นรายรับจากการขายในตอนท้าย ว่าใครที่ขายเป็น เพื่อให้ประจักษ์

ตอนนี้มาดูผลงานของ รมว.ศุภจี กันก่อน รายงานข่าวบอกว่า ข้าวเปลือกหอมมะลิ พุ่งขึ้นถึง 16,500 บ. (จากราคาข้าวที่ตกต่ำ มานานมาก) ที่จริงก่อนไปสิงคโปร์ ราคาข้าวเปลือกยังต่ำมาก พอปิดดีล 100,000 ตันของสิงคโปร์ ราคาข้าวก็ยังไม่ขยับนัก

ต่อเมื่อในหลวงไทยเสด็จไปเยือนจีน จีนประกาศซื้อข้าวไทย 500,000 ตัน ในตอนนั้นราคาข้าวเปลือกไทยขยับสูงขึ้นมาเป็น 13,000 บาท ต่อตัน ขณะที่นายกฯอนุทินไปจีนในฐานะฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ

ด้านคุณศุภจี ก็เดินสายเป็น "เซลล์แมน" พบทูตอินเดีย เพื่อร่วมกันเป็นหุ้นส่วนทางการค้า , หารือกับทูตรัสเซีย ขายสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูป , บินไปสหรัฐ ทะลุใจกลางประเทศที่ชอบขึ้นภาษีทั่วโลก เพื่อนำเสนออาหารไทย , และในต้นเดือนธันวาคม วางแผนจะไปซาอุดิอาระเบีย เพื่อขายข้าว , ตามด้วยแอฟริกา ทั้งหมด จึงส่งผลทำให้ราคาข้าวเปลือกพุ่งสูงขึ้นถึง 16,500 บาทต่อตัน - ณ ราคาในปัจจุบัน
รัฐบาลเสียงข้างน้อย ในภาวะจำยอมด้วยข้อจำกัดเวลา ทำงานมาตั้งแต่ 19 กย. จนวันนี้ ก็ประมาณ 2 เดือนกับอีก 3 วัน แต่2 เดือน 3 วัน .. ทำให้ราคาข้าวที่เคยตกต่ำติดต่อกันมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ฟื้นตัวขึ้น

เอาละ ที่ได้เกริ่นไว้ในตอนต้น ที่มีพวกติ่งบางพรรคบอกว่า เป็นผลงานของรัฐบาลที่แล้ว ใช่หรือ จริงหรือ .. อย่างไร ? จะเทียบเคียงกับรัฐบาลที่แล้วของแพทองธาร ให้ดูกัน รัฐบาลแพทองธาร สืบต่อจากรัฐบาลเศรษฐา ก็พรรคเดียวกัน รัฐมนตรีเดียวกันนั้นแหละ . แพทองธาร เข้ามาเมื่อ 16 สิงหาคม 2567 ราคาข้าวเปลือกในวันที่ 30 เดือนสิงหาคม 67 อยู่ที่ 11,000 - 14,000 บาท ต่อตัน

รัฐบาลแพทองธารทำงานจากสิงหาคม ถึงกุมภาพันธ์ = 6 เดือน ราคาข้าวเปลือกในวันที่ 17 ก.พ. 68 อยู่ที่ราคา 8,200 - 8,600 บาท ต่อตัน จากสิงหาคม ถึงกุมภาพันธ์ ลดฮวบฮาบลงมาถึง 5,000 - 6,000 บาท ต่อตัน

เทียบกับระยะเวลาของรัฐบาลอนุทิน เข้ามาทำงาน 19 ก.ย. 2568 ทำจนถึงวันนี้ 23 พ.ย. ระยะเวลาทำงานคือ 2 เดือน กับ 3 วัน / ซึ่งเป็นฤดูกาลเดียวกันกับข้าวปีที่แล้ว ที่แพทองธารเป็นรัฐบาล ราคาข้าวเปลือกสูงเป็น 16,500 บาทต่อตัน แนวโน้มต่อไป ถ้าเทียบไปถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า เท่ากับช่วงระยะเวลาเดียวกัน รับรองไม่ตกลงมาเหลือแค่ 8,200 - 8,600 อย่างแน่นอน

ประเทศไทย ประชาชนพื้นฐานส่วนใหญ่คือเกษตรกรรม เรามีสินค้าเกษตรมากมาย เราคือต้นทางของอาหารโลก เราต้องการคนขายของเป็น

9-12  เปิดคลินิก ที่สาขา ถนน เทศบาล 212-16 หยุดพัก16-19 เปิดคลินิก ที่สาขา 2 หน้าชมดาวรีสอร์ท ถนนไปปรางค์ กู่
23/07/2025

9-12 เปิดคลินิก ที่สาขา ถนน เทศบาล 2
12-16 หยุดพัก
16-19 เปิดคลินิก ที่สาขา 2 หน้าชมดาวรีสอร์ท ถนนไปปรางค์ กู่

24/06/2025
13/06/2025

❗ หยุดแชร์ข่าวปลอม “ไทยเป็นมะเร็งอันดับ 1 ของเอเชีย” ❗ดีไหม?
มีการแชร์ต่อกันว่า “ไทยเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในเอเชีย 1 ใน 8 คนจะเป็นมะเร็ง” — ข้อมูลนี้ พบว่าไม่จริง และ ทำให้คนตื่นตระหนกเกินจริง

✅ สรุปข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญ:

📌 ไทยไม่ได้เป็นอันดับ 1 ของเอเชียด้านอัตรามะเร็ง

ข้อมูลจาก GLOBOCAN 2022: ประเทศไทยมีอัตรามะเร็งประมาณ 154 รายต่อประชากรแสนคน ซึ่ง ต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

📌 “1 ใน 8 คน” ไม่ใช่ค่าแน่นอน

ความเสี่ยงสะสมในการเป็นมะเร็งตลอดชีวิตในไทยอยู่ที่ ราว 1 ใน 9 ถึง 1 ใน 10 คน ไม่ถึง 1 ใน 8 อย่างที่กล่าวอ้าง

📌 อาหารที่ควรระวังจริงๆ ได้แก่
• เนื้อย่างจนไหม้ – เสี่ยงสารก่อมะเร็ง
• น้ำมันทอดซ้ำ – มีสารก่อมะเร็ง PAHs
• พยาธิใบไม้ตับ – มาจากการกินปลาดิบไม่สะอาด เสี่ยง “มะเร็งท่อน้ำดี”

📌 สิ่งที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าก่อมะเร็งโดยตรง
• กะทิค้างคืน
• ผัดผักค้างคืน
• กล่องโฟมใส่อาหาร (หากใช้ถูกวิธี)

🛡️ ทางออกที่ดีที่สุด:

✅ รับประทานอาหารสด สะอาด
✅ หลีกเลี่ยงของไหม้ ของทอดซ้ำ
✅ งดกินปลาดิบที่อาจมีพยาธิ
✅ ตรวจสุขภาพประจำปี



🔎 ข้อมูลจาก: GLOBOCAN, WHO, ศูนย์มะเร็งแห่งชาติ, อย.

❌ หยุดแชร์ข่าวปลอม: ไทยมะเร็งอันดับ 1 เอเชีย ❌
#แล้วเราควรทำอย่างไร

✅ ข้อมูลจริงคือ…

🟠 ส่วนที่ 1: ข้อเท็จจริง
• ไทย ไม่ได้ เป็นอันดับ 1 ด้านมะเร็งในเอเชีย
• ความเสี่ยงสะสม: ~1 ใน 9 ไม่ใช่ 1 ใน 8
• อัตรามะเร็งไทยต่ำกว่าจีน ญี่ปุ่น

🟡 ส่วนที่ 2: อาหารที่ “เสี่ยง” จริง

อาหาร ความเสี่ยง
เนื้อไหม้ ก่อสาร HCA, PAHs
น้ำมันทอดซ้ำ มีสารก่อมะเร็ง
ปลาดิบ (อีสาน) พยาธิใบไม้ในตับ ➜ มะเร็งท่อน้ำดี

🟢 ส่วนที่ 3: เข้าใจให้ถูกต้อง
• ❌ กะทิค้างคืน ➜ ไม่มีหลักฐานว่าก่อมะเร็ง
• ❌ ผักค้างคืน ➜ คุณค่าอาหารลดลง ไม่ใช่สารก่อมะเร็ง
• ❌ กล่องโฟม ➜ ยังไม่มีข้อมูลว่าก่อมะเร็งในระดับการใช้งานทั่วไป

🔵 ส่วนที่ 4: สิ่งที่ควรทำ

✅ กินอาหารสด สุก สะอาด
✅ หลีกเลี่ยงของไหม้ ของทอดซ้ำ
✅ หมั่นตรวจสุขภาพ
✅ หาข้อมูลจากแหล่งเชื่อถือได้



📎 แหล่งอ้างอิง: WHO, GLOBOCAN, สสส., อย., ศูนย์มะเร็ง รพ.จุฬาฯ

ที่อยู่

เทศบาล 2 ตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ
Srisaket
33210

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 12:00
15:30 - 05:30
อังคาร 09:00 - 12:00
15:30 - 17:30
พุธ 09:00 - 12:00
15:30 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 12:00
15:30 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 12:00
15:30 - 17:30
เสาร์ 09:00 - 12:00
15:30 - 17:30
อาทิตย์ 09:00 - 12:00
15:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6645699084

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกเวชกรรมหมอสมคิด ห้วยทับทันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกเวชกรรมหมอสมคิด ห้วยทับทัน:

ทางลัด

แชร์