Dr. Sasikan Tanayapong

  • Home
  • Dr. Sasikan Tanayapong

Dr. Sasikan Tanayapong แพทย์สาวประเภทสอง ให้ข้อมูลด้านเวชศาสตร์ความงามและชะลอวัย

ใครบอกว่าอุดมการณ์กินไม่ได้ ที่มีชีวิตดีมีเงินใช้อยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะอุดมการณ์นี่แหละเพียงแค่มันไม่ง่ายค่ะ ตลอดการเดินท...
14/11/2025

ใครบอกว่าอุดมการณ์กินไม่ได้ ที่มีชีวิตดีมีเงินใช้อยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะอุดมการณ์นี่แหละ

เพียงแค่มันไม่ง่ายค่ะ ตลอดการเดินทาง 15 ปี ในวิชาชีพนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แต่ไม่เคยนึกเสียดายเลยกับสิ่งที่เคยสูญเสียไป เพราะเรามีอุดมการณ์ในการทำงานและการใช้ชีวิตที่ชัดเจน

นั่นก็คือ First is do no harm.

เป็นหลักอันดับหนึ่งของความเป็นแพทย์ค่ะ แปลเป็นไทยก็คือ “อันดับแรก คือห้ามทำให้เกิดอันตรายแก่คนไข้”

แปลไทยเป็นไทยอีกทีก็คือ ไม่ว่าจะทำหัตถการหรือการตัดสินใจใดลงไปแก่คนไข้ สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ห้ามก่อให้เกิดความเสียหายเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว

มันจึงไม่ง่ายที่จะยึดหลักนี้ในการเป็นหมอความงาม เพราะในโลกธุรกิจ เงินคืออันดับหนึ่ง แต่ดิฉันสามารถยึดหลักนี้แล้วประกอบอาชีพนี้ไปได้ด้วยกันอย่างสมดุลย์ แม้จะต้องผ่านความผิดหวังหรือเสียใจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

เคยถูกหลายคลินิกเลิกจ้าง เพียงเพราะลดจำนวนฟิลเลอร์ที่จะฉีดบนหน้าคนไข้ลง เนื่องจากเราเห็นว่ามันเยอะเกินไป แต่มันไปกระทบยอดของเซล กระทบผลประกอบการของคลินิก จึงถูกเชิญออก (ไล่ออกนั่นแหละ)

แล้วชีวิตก็เดินทางมาถึงจุดที่เลือกได้ประมาณหนึ่ง เพราะประสบการณ์เรามากขึ้น ภาษีก็ดีขึ้นตาม ปัจจุบันทำงานกับคลินิกที่ให้ความยืดหยุ่นแก่เราในระดับหนึ่ง ที่จะสามารถเลือกทำหรือเลือกไม่ทำหัตถการใดกับลูกค้าก็ได้ ตามดุลพินิจ

แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันนี่แหละเป็นเซลตัวดีเลย ขายเก่งมาก เผลอๆเก่งกว่าเซลหลายคนซะอีก แม้ยอดขายเมื่อแรกเจอกับลูกค้าอาจจะยังไม่เยอะ แต่ลูกค้าคนนั้นจะเป็นลูกค้าประจำของเรา ที่จะซื้อซ้ำไม่รู้จบ เพราะเขาไว้ใจในอุดมการณ์และทัศนคติของหมอ นี่คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจคลินิกที่เราทำงานด้วยยังอยู่รอดได้ แล้วเจ้าของก็ยังจ้างเราต่อไป

ผิดกับหลายคลินิกที่ใช้วิธีขายเหมือนกองโจร คือทุบหัวลูกค้าเข้าคลินิกแล้วยัดเยียดขายยังกับอีแร้งที่หิวซากศพ กลัวว่าถ้าไม่ทำแบบนี้จะไม่สามารถขายได้อีก แต่ที่ไหนได้ นั่นแหละคือครั้งแรก ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายที่คุณจะเจอลูกค้าคนนี้… และแล้วคลินิกแบบนี้ก็เริ่มทยอยล้มหายตายจากกันไป

แต่แล้ววันนึงได้ไปทำงานกับสาขาหนึ่งที่เรียกว่าดูดพลังชีวิตไปมาก เพราะชุดความคิดของผู้จัดการคือขายให้ได้ยอดมากที่สุด แล้วหมอประจำสาขาก็ตามน้ำซะด้วย พอเราได้ไปร่วมงาน ก็ต้องจูนทัศนคติกันยกใหญ่ เวลาผ่านไปก็ดีขึ้นนะ ไปกันได้ดี แต่ด้วยสถานการณ์ที่ผ่านมายอดขายตก เค้าก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอดแบบเดิมๆ คือ hard sell จนสุดท้ายเราก็พ่ายแพ้ต่อความไม่เข้ากัน เพราะเราตัวคนเดียวในสาขา จิตตกจนไม่อยากทำงานไปช่วงนึงเลย พอได้กลับมาที่ กทม คิดทบทวนแล้ว ก็ยอมรับว่าถ้าไปอีกคงทนไม่ไหวแน่ๆ จนต้องขอไม่ไปสาขานั้นอีก ซึ่งผู้บริหารก็น่ารักมาก จัดให้ตามคำขอ

หลังจากนั้นไม่นานสภาพจิตใจก็ดีขึ้น เมื่อได้ร่วมงานกับคนที่มีทัศคติไปในทางเดียวกัน คุณค่าที่ยึดถือก็ไม่ถูกสั่นคลอน ความสนุกในการทำงานก็ค่อยๆกลับมา พลังงานในการลุยงานก็ถูกชาร์จจนเต็มอีกครั้งหนึ่ง

แกเอ๊ยยย เป็นหมอฟานี่มันไม่ง่ายเลยว่ะ 😅

สุดท้ายอยากชวนคิดหน่อยค่ะ ว่าอุดมการณ์ที่คุณใช้ในชีวิตหรือการทำงาน นำพาคุณไปอยู่จุดไหนบ้าง กว่าจะผ่านอุปสรรคต่างๆที่ขัดกับอุดมการณ์ กว่าจะอดทนอยู่กับความขัดแย้งในใจมาได้ ชีวิตต้องเสียอะไรไปบ้าง แล้วในที่สุดคุณได้อะไรที่ยิ่งใหญ่มาแทน แชร์กันได้นะคะ ❤️

ขอบคุณพี่ ๆ ไรเดอร์ ที่ไม่ตะแคงกล่องพิซซ่านะครับ ☺️First impression เกิดขึ้นทันทีที่เห็นข้อความนี้ หลังสั่งพิซซ่ามาทาน แ...
23/10/2025

ขอบคุณพี่ ๆ ไรเดอร์ ที่ไม่ตะแคงกล่องพิซซ่านะครับ ☺️

First impression เกิดขึ้นทันทีที่เห็นข้อความนี้ หลังสั่งพิซซ่ามาทาน แม้จะพิมพ์ผิด เป็น น่ะครับ แทนที่จะเป็น นะครับ แต่มนุษย์เยอะสิ่งอย่างอิชั้นก็ปล่อยผ่านค่ะ เพราะเกิดความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น 😚

ขอบคุณที่ไม่… ก็มีความหมายเดียวกับคำว่าอย่าหรือห้าม แต่ทุกคนรู้สึกเหมือนกันใช่ไหมคะ ว่ามันทำให้เรารู้สึกดีกว่ามาก รู้สึกเต็มใจที่จะทำตาม ไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ

ใช่ค่ะ นี่คือหนึ่งในจิตวิทยาการสื่อสาร ที่ตัวเราเองให้ความสำคัญมากขึ้น

ตามห้องน้ำในที่สาธารณะ มักมีข้อความ ห้ามหรืออย่าทิ้งกระดาษชำระหรือผ้าอนามัยลงในโถชักโครกบ่อย ๆ แต่ก็ยังเห็นทิ้งกันเกลื่อน ถ้าเค้าลองมาใช้คำว่าขอบคุณที่ไม่… ส่วนตัวคิดว่าคนอาจจะให้ความร่วมมือมากขึ้นก็ได้นะ

กลับมาเรื่องพิซซ่ากันต่อ พอได้ทานก็รู้สึกว่าอร่อยมากจริง ๆ เป็นพิซซ่าโฮมเมดเตาถ่านที่เครื่องแน่น ชีสเยอะ อร่อยมากมากเลยค่ะ ยิ่งเจอความประทับใจแรกในข้อความที่เห็นยิ่งทำให้รู้สึกอร่อยเข้าไปอีก จากเดิมเป็นคนที่แทบจะไม่รีวิวอะไรเท่าไหร่กลายเป็นช่วยไปรีวิวร้านในแพลตฟอร์มให้ แล้วร้านนี้ก็กลายเป็นร้านโปรดของเราแน่นอน ไว้สั่งอีกบ่อย ๆ นะคะ 😘

ป๊า ทำไมลูกๆป๊าตั้งใจเรียนทุกคนเลยอะ ? 🧐🤓เมื่อคืนก่อนเลิกงาน เคสหมดละ เลยนั่งดู podcast ไหนเล่าซิ ที่มียิปซี เนะ และปาย ...
17/10/2025

ป๊า ทำไมลูกๆป๊าตั้งใจเรียนทุกคนเลยอะ ? 🧐🤓

เมื่อคืนก่อนเลิกงาน เคสหมดละ เลยนั่งดู podcast ไหนเล่าซิ ที่มียิปซี เนะ และปาย 3 สาวออกมาเม้ามอย Ep นี้เกี่ยวกับ คติการใช้ชีวิตของแต่ละคน

น่าจะ 2 ใน 3 หรือทั้ง 3 คนเลยมั้งที่พูดเหมือนกันว่า ถูกสอนให้มีวินัยตั้งแต่เด็กๆ โดยพ่อแม่ใช้วิธีที่ต่างกัน เราเลยย้อนมองตัวเองว่า เออจริงสิ วินัยนี่แหละ นี่นำพาลูกพ่อค้าแม่ค้าอย่างเรา และพี่น้องมีชีวิตดีกว่าคนส่วนใหญ่ได้อย่างทุกวันนี้

กลับมาคอนโด อาบน้ำเสร็จเลยโทรหาป๊า แล้วยิงคำถามเลยว่า ทำไมลูกๆป๊าตั้งใจเรียนทุกคนเลยอะ แล้วฟาเองก็ไม่เคยรู้สึกว่าถูกบังคับเลยนะ มันอยากทำเอง

ป๊าเล่าให้ฟังว่า ป๊าม้าเองเป็นคนมีวินัยอยู่แล้ว เลยปลูกฝังวินัยให้กับลูกๆด้วย ตั้งแต่เล็กๆ ปลุกให้ตื่นเช้า 6.30 - 7.00 น มั้งไม่แน่ใจ แต่เป็นแบบนี้ทุกวัน อาบน้ำ กินข้าวเช้า เค้าเองก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ตั้งใจทำงาน ดูแลลูกๆอย่างดี

ป๊าเป็นลูกคนจีนแท้ๆ มีพี่น้องอีก 7 คน ถือว่าเป็นลูกชังเลยค่ะ ป๊ามีออกนอกลู่บ้าง แต่สุดท้ายด้วยความมีวินัย ตั้งใจดี และเป็นคนเรียนเก่ง จึงกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้

ม้าเป็นลูกแม่ค้า เชื้อไทย > จีน ยายเป็นแม่ค้า ตาเป็นครูที่เข้มงวดมาก หม่าม้าช่วยยายขายของตั้งแต่เล็กๆ เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวกับพี่น้องชายอีก 5 คน ม้าเลยได้เรียนน้อย แต่เป็นคนขยันและมีวินัย พอมีเจอกับป๊า วินัย + วินัย เลยส่งผ่าน DNA และสอนลูกๆ ให้มีวินัยได้แบบเต็มๆ

ฟาเองเดิมเป็นเด็กผู้ชายที่เรียนกลางๆ ป๊าไม่ได้เคี่ยวเข็ญ แต่แค่สอนให้มีวินัย สอนกระบวนการความคิดอย่างมีเหตุผล ที่เหลือก็ go on the flow ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกว่าโชคดีมาก เพราะบ้านเราเน้นกระบวนการ ไม่ได้เน้นผลลัพธ์ เหตุนี้จึงทำให้เรารู้สึกไม่ถูกกดดัน แล้วสามารถทำต่อไปได้เป็นขั้นเป็นตอน จนติดเป็นนิสัยมีวินัย มีความมุ่งมั่น และรักดี เราเริ่มฉายแววเรียนเก่งตั้งแต่ประถมปลาย คนที่เร่งปฏิกิริยานี้ได้อย่างชัดเจน คือคุณครูอรุณ แกเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในจังหวัดยะลา คอยเคี่ยวเข็ญให้เด็กๆตั้งใจเรียน จนฟาเกาะกลุ่มได้และโดดเด่นในช่วงมอต้น จนสอบเข้าได้มอปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แล้วก็สอบติดหมอจุฬาเป็นรอบแรกของ entrace รุ่นสุดท้าย จับผลัดจับผลูมาเป็นหมอความงาม จนมาเป็นหมอฟาแบบในทุกวันนี้

ปกติไม่ค่อย deep talk กันในครอบครัวกันแบบนี้เท่าไหร่ รอบนี้คุยกันนานประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจบป๊าก็พูดขึ้นว่า เสียดายจังน่าจะอัดคลิปนี้ไปให้แพร (น้องสาว) ฟัง เพราะตอนนี้นางก็มีลูกชายวัยเกือบ 4 ขวบ แต่เราก็เห็นอยู่แล้วว่าน้องสอนให้ลูกมีวินัยด้วยเหมือนกัน แต่ก็ปล่อยให้เล่นได้อย่างอิสระได้ตามสมควร สิ่งไหนที่ควรมีวินัยก็ต้องเคร่งครัด ส่วนสิ่งไหนที่ปล่อยจอยได้ก็ให้หลานเล่นอย่างอิสระ

โพสต์นี้เลยตั้งใจขออวยยศป๊าซะหน่อย ป๊าเพิ่งอายุครบ 71 ปี ในวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา รู้สึกโชคดีจังที่มีป๊าม้าเป็นพ่อแม่ โชคดีที่ตัวเองถูกสอนให้มีวินัยมาตั้งแต่เด็ก จนเป็นตัวเองที่ถือว่าเป็นผู้เป็นคนที่ดีในระดับหนึ่งในสังคมได้อย่างทุกวันนี้ ขอบคุณป๊าม้านะคะ รักป๊าม้าที่สุดเลย 💗 #วินัย

รักมากแค่ไหนก็ได้ แต่อย่ารักใครจนเค้าเป็น serotonin (ลมหายใจ) ของเรา 😮‍💨หลายๆคน คงเคยรู้จักสารสื่อประสาท หรือ neurotrans...
30/04/2025

รักมากแค่ไหนก็ได้ แต่อย่ารักใครจนเค้าเป็น serotonin (ลมหายใจ) ของเรา 😮‍💨

หลายๆคน คงเคยรู้จักสารสื่อประสาท หรือ neurotransmitters 3 ตัวที่เกี่ยวข้องกับความสุขกันใช่มั้ยคะ ถ้าใครไม่เคยได้ยิน หมอฟาขอสรุปสั้นๆ (มั้ง🥲) ดังนี้

❤️ แรกรัก หรือที่เรียกว่าหลง ร่างกายเราจะหลั่ง dopamine ออกมามากขึ้น เป็นสารสื่อประสาทที่เกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกฟิน จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็น reward system ทำให้เราเคลิบเคลิ้ม ซึ่งจะเกิดขึ้นแค่แป๊บเดียว แล้วก็จะลดลงในเวลาอันสั้น ถ้าได้รับตัวกระตุ้นใหม่ ก็ต้องกระตุ้นรุนแรงกว่าเดิม dopamine จึงจะมีระดับใกล้เคียงกับตอนแรก จึงทำให้เกิดอาการเสพติดได้ คือต้องกระตุ้นบ่อยๆ และแรงขึ้นเรื่อยๆ สารตัวนี้จึงเป็นสารแห่งความสุขชั่วคราว ที่ไม่คงทนถาวร และจางหายไปอย่างรวดเร็ว

💝 เมื่อเราอยู่กับใครนานๆ เราจะหลั่ง oxytocin มากขึ้น ซึ่งเป็นสารแห่งความรัก ความผูกพัน ทำให้เรายึดติด เมื่อเวลาผ่านไป อาจจะไม่ได้รู้สึกซาบซ่านแบบตอนแรก แต่ก็ขาดกันไม่ได้ เรียกว่าตัวติดกันเลยทีเดียว

🤍 ตัวสุดท้ายคือสารสื่อประสาทแห่งคนโสดหรือคนที่รักสันโดษ (อันนี้หมอฟาคิดเอง😆) คือ serotonin เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับความสุขสงบภายในใจ เป็นความรู้สึกนิ่งๆ ไม่หวือหวา ไม่ยึดติด เข้าใกล้จะบรรลุละ 🤣 จึงถือว่า serotonin เป็นหนึ่งในสารกลุ่ม mood stabilizer หรือสารที่ทำให้อารมณ์สงบนิ่งนั่นเอง สารตัวนี้มักจะเกิดขึ้นในสภาวะที่เรารู้สึกพอดี พึงพอใจในตัวเอง … ใช่ค่ะ เกิดขึ้นเมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง ไม่เกี่ยวกับคนหรือสิ่งอื่น แต่ แต่ ถ้าเรารักใครมากซะจนยึดเค้าไว้เป็นส่วนหนึ่งของเรา แล้ววันหนึ่งวันใดเราขาดเค้าขึ้นมา เราจะแย่ยิ่งกว่าเราขาดรัก หรือขาดความหวือหวาในชีวิตอีกนะคะ เรียกได้ว่า แทบไม่เหลืออะไรเลย

ซึ่งในคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามักจะมีระดับ serotonin ต่ำค่ะ หนึ่งในการรักษาคือใช้ยาเพื่อเพิ่มระดับ seorotonin ในร่างกายนั้นเอง

หมอฟาจึงขออุปมาตามหัวข้อไว้ว่า อย่ารักใครจนเค้าเป็นลมหายใจของเรา รักแต่พอดี และที่สำคัญคือรักตัวเองให้เป็นก่อนที่จะรักใครด้วยนะคะ แล้วไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ความสูญเสียนั้นๆจะทำร้ายเราได้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะเรายังเหลือ serotonin หรือความรักให้ตัวเอง เพื่อโอบกอดตัวเรา ในวันที่เศร้าหรือสูญเสียสิ่งที่รักไป รักและสวัสดีค่ะ 🤍🥰

ชอบตอนท้ายที่อาจารย์พูดว่า ขณะเกิดภัยพิบัติ คนที่เรานึกถึงคือคนที่มีความหมายกับเรา แสดงถึงตัวตนและเป็นความสุขของเราอย่าง...
23/04/2025

ชอบตอนท้ายที่อาจารย์พูดว่า ขณะเกิดภัยพิบัติ คนที่เรานึกถึงคือคนที่มีความหมายกับเรา แสดงถึงตัวตนและเป็นความสุขของเราอย่างแท้จริง ถ้าคุณยังจัดลำดับความสำคัญในชีวิตไม่ถูก จงใช้โอกาสนี้ จัดเรียงความสำคัญในชีวิตซะใหม่

คนคนนั้นของเพื่อนๆคือใคร ของเราคือ ป๊าม้า และถัดมาคือผู้ชายในโพสต์ที่แล้ว ที่เราไม่กล้าแม้แต่จะทักไปถามไถ่ ได้แต่รักและเป็นห่วงอยู่ห่างๆ 🖤🤍☺️

เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายและความสูญเสียเฉพาะในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่.....

ฉากโรสตอนแก่ ที่พูดก่อนโยนเพชรสีน้ำเงินรูปหัวใจ หรือ Heart of Ocean ลงมหาสมุทรว่า “หัวใจผู้หญิงลึกยิ่งกว่ามหาสมุทร” ตอนแ...
22/04/2025

ฉากโรสตอนแก่ ที่พูดก่อนโยนเพชรสีน้ำเงินรูปหัวใจ หรือ Heart of Ocean ลงมหาสมุทรว่า “หัวใจผู้หญิงลึกยิ่งกว่ามหาสมุทร” ตอนแรกๆที่ดูยังไม่ค่อยอิน จนมาเจอเข้ากับตัวเอง แล้วตอนนี้ก็โยนเพชรก้อนนั้นทิ้งลงมหาสมุทรแล้วเหมือนกัน 💙

มีผู้ชายคนนึงที่เราเคยคุยด้วย คุยกันทุกวัน เป็นเวลาพอสมควร แต่ไม่เคยได้เจอกัน วันนึงต้องหยุดลง เพราะทางบ้านผู้ชายไม่โอเคกับเพศสภาพเรา เลยตกลงเป็นเพื่อนกัน แล้วก็ยังติดต่อกันอยู่ ทุกครั้งที่เงียบหายกันไปแล้วกลับมาคุยกันอีก ความรู้สึกเรายังเหมือนเดิม แต่ก็มีเหตุให้ต้องหยุดติดต่อกัน มาวันนี้ได้รับข่าวว่าเค้าจดทะเบียนสมรสละ นี่ก็คิดว่าตัวเองจะเจ็บ แต่ไม่เลย กลับรู้สึกยินดีที่เค้ามีความสุข

หัวใจผู้หญิงบางคน อาจเก็บใครไว้ข้างใน กาลเวลาไม่เคยทำให้ความรู้สึกเปลี่ยน มันแค่เปลี่ยนสถานะของเรา ไม่ต้องเป็นอะไรกัน ไม่ต้องคุยกันทุกวัน หรืออาจไม่ต้องคุยกันอีกเลย แต่เค้าก็จะไม่ไปไหน..อยู่ลึกๆข้างในแบบนี้แหละดีแล้ว … Heart of Mine 💗

5 วิธีง่ายๆที่จะทำให้เค้าหายไปภายใน 7 วัน1. บอกมอร์นิ่งและกู๊ดไนท์ ทุกวัน2. คอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และ support จิตใจเค้...
19/04/2025

5 วิธีง่ายๆที่จะทำให้เค้าหายไปภายใน 7 วัน

1. บอกมอร์นิ่งและกู๊ดไนท์ ทุกวัน
2. คอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และ support จิตใจเค้าอย่างสม่ำเสมอ
3. เป็นผู้ฟังที่ดี
4. ชวนเค้าทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ เช่น ออกกำลังกาย เล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรือฟัง podcast
5. คุยกับเค้าคนเดียว ใครเข้ามาก็ไม่ว่อกแว่ก

คนโง่ เค้าจะไม่เห็นคุณค่าของคนดีๆ และโลกนี้เต็มไปด้วยคนโง่มากพอแล้ว เราอย่าโง่ไปอีกคน เดินออกมาค่ะ โอบรับคุณค่าในตัวเอง อย่าทนอยู่กับคน toxic … ใช่ค่ะ มันไม่ง่าย แต่วันนึงมันจะทำได้ เวลาเท่านั้นที่ช่วยเยียวยาใจ ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่รักจริงและซื่อสัตย์นะคะ มันมีที่ยืนสำหรับคนแบบคุณเสมอ อย่างน้อยก็ในใจตัวเราเอง รัก 💗

หมอเนียนนี by พี่หมอฟา 👩🏻‍⚕️

ซินเจียหยู่อี่  ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๋ ขอให้ชาวเพจของหมอฟาร่ำรวย สุขภาพดี มีความสุขมากๆ ด้วยเทอญ สาธุ 🧧🦁❤️💰😘   ...
27/01/2025

ซินเจียหยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๋ ขอให้ชาวเพจของหมอฟาร่ำรวย สุขภาพดี มีความสุขมากๆ ด้วยเทอญ สาธุ 🧧🦁❤️💰😘 🐉🐲🏮🧨🧧🇨🇳🎎🏯㊙️

Tough gal, don’t be too masculine. Be more feminine, if you want a good guy comes closer. 👧🥰เพิ่งเข้าใจประโยคนี้ตอนได้ดู...
13/01/2025

Tough gal, don’t be too masculine. Be more feminine, if you want a good guy comes closer. 👧🥰

เพิ่งเข้าใจประโยคนี้ตอนได้ดู podcast และเพิ่งสะกดถูกด้วย เพราะก่อนหน้านี้สะกดเป็น musculine มาตลอด คิดว่ามันมากจากคำว่า muscle 🥲

ในตัวคนทุกคนมีพลังงานของความเป็นชาย (masculine) และความเป็นหญิง (feminine) แต่มีในสัดส่วนที่ต่างกัน ไม่ขึ้นกับเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ มักจะมีความเป็นหญิงมากกว่าความเป็นชาย

ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะชอบผู้หญิงที่มีความ feminine มากกว่า masculine และผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ชอบผู้ชายในลักษณะตรงกันข้าม ย้ำว่าส่วนใหญ่!!

ทีนี้ก็เพิ่งมารู้ตัวว่าสาวแกร่งและทำงานเก่งอย่างอิชั้นก็มักจะตกหลุมพรางตัวเอง ด้วยการแสดงออกถึงความ masculine มากเกินไป เช่น มีความมั่นใจสูง พูดจาตรงไปตรงมาและฉะฉาน รวมถึงสีหน้าที่มีความจริงจัง ทำให้หนุ่มๆหลายคนไม่กล้าเข้าใกล้ อย่าลืมว่า masculine กับ masculine มันผลักกันจ่ะสาว

มันเลยทำให้เรามักจะดึงดูดผู้ชายที่มีลักษณะของความ feminine มากขึ้น เช่น ลูกแหง่ ใช้อารมณ์ ไม่มีการวางแผนในชีวิต ติดเพื่อน ติดเกมส์ บลาๆๆ เรียกว่า คือเด็กที่ไม่รู้จักโต

ต่อไปนี้จะปฏิวัติตัวเองด้วยการเพิ่มความเป็นหญิง อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ แสดงออกถึงความน่าเข้าหา มีความน่ารักมากกว่าดุดันและมั่นใจจนเกินไป และพอกันทีกับหนุ่ม type หมา หลังจากนี้จะมีแต่หนุ่มที่มีความเป็นผู้นำ รับผิดชอบ แต่ก็ไม่จริงจังจนเกินไปในลักษณะของ toxic masculinity เข้ามาหา 👦

แต่ทั้งหมดนี้ ไม่มีถูกผิด ใครจะสะดวกใช้ชีวิตและแสดงออกถึงพลังงานแบบไหนก็ทำไป แล้วคุณก็จะดึงดูดคนที่มีพลังงานในขั้วตรงข้ามเข้ามาในชีวิต รับมือกันให้ได้นะคะ..รัก 💗

ภารกิจแรกของปี 2025 คือการเอาประสบการณ์หมอความงามทั้ง 12 ปี รวบรวมความกล้าร้อยไหมให้หม่าม้า 🎉 นางถึกทนมาก บอกว่าไม่เจ็บเ...
02/01/2025

ภารกิจแรกของปี 2025 คือการเอาประสบการณ์หมอความงามทั้ง 12 ปี รวบรวมความกล้าร้อยไหมให้หม่าม้า 🎉

นางถึกทนมาก บอกว่าไม่เจ็บเลย (อวยลูกสาวเห็นๆ) 💗

มีบวมเล็กน้อย และรอยช้ำใต้ตาขวาจาก botox เมื่อ 3 วันก่อน 😆

รอเข้าที่ที่ 1-3 เดือน จะมาอัพเดทนะคะ 👩🏻‍⚕️💉🪡

สำหรับเรา หนังสือที่ดีไม่ใช่แค่หนังสือที่ดึงให้เราเข้าไปเพลิดเพลินดื่มด่ำในเนื้อหา แต่เป็นหนังสือที่ทำให้เราได้คุยกับตัว...
13/09/2024

สำหรับเรา หนังสือที่ดีไม่ใช่แค่หนังสือที่ดึงให้เราเข้าไปเพลิดเพลินดื่มด่ำในเนื้อหา แต่เป็นหนังสือที่ทำให้เราได้คุยกับตัวเองและเข้าใจตัวเองมากขึ้น…Emotional agility หรือความคล่องแคล่วทางด้านอารมณ์ เป็นหนังสือเล่มนั้น

Emotional agility ไม่ได้บอกให้เราเพิกเฉยอารมณ์ในแง่ลบ เช่น โกรธ กลัว เศร้า หรือขยะแขยง แต่บอกให้เรา “ยอมรับ” อารมณ์ทุกรูปแบบของเรา ด้วยความเข้าใจ โดยการถอยออกมามองตามความเป็นจริง ทำให้เรารู้จักคุณค่าและเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต และนำไปสู่ความสุขและความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

สำหรับนักอ่านหรือใครก็ตามที่อยากจะหาหนังสืออ่านสักเล่ม ขอแนะนำเล่มนี้เลยค่ะ เนื้อหาอ่านง่าย ไม่กดดันให้เราต้องพยายามเข้าใจ แต่อธิบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีเหตุผลและงานวิจัยรองรับแบบไม่ยัดเยียด เหมาะสำหรับทุกคนที่อยากจะก้าวหน้า และต้องการก้าวผ่าน “กับดัก” ที่ทำให้เราไม่ก้าวไปไหนซักที

ลองหาอ่านดู แล้วคุณจะรักหนังสือเล่มนี้ แบบที่เรารัก 💗

Address


Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Dr. Sasikan Tanayapong posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to Dr. Sasikan Tanayapong:

Shortcuts

  • Want your practice to be the top-listed Clinic?

Share