01/08/2026
อยากแชร์เคสนี้ ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Co-Hand มิตรภาพของคลินิกสายกายภาพที่ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
เคสแบบนี้แนะนำปรึกษากายภาพบำบัดหรือพบคุณหมอกระดูก…เพื่อแยกอาการเถอะคะ เรามีวิธีการตรวจชัดเจน
ชาวตรังและจังหวัดใกล้เคียง โทรปรึกษาฟรีก่อนเข้ารับการรักษา
☎️0825366351/0869405859
#คลินิกกายภาพบำบัดตรัง
🧨 เดินแล้วชาขา นั่งพักแล้วอาการดีขึ้น
เมื่ออาการชาลงขา…ไม่ได้เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสมอไป
🧨🧨 หลายคนที่มีอาการปวดหลังร่วมกับอาการชาหรือปวดร้าวลงขา มักคิดว่าเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” และกังวลว่าจะต้องผ่าตัด
แต่ในความเป็นจริง อาการลักษณะนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือ Lumbar Spinal Stenosis (ภาวะโพรงประสาทตีบแคบ) ซึ่งมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
วันนี้ของมาแชร์เคสจริง ที่ปวดหลัง
ร้าวลงขา แต่ไม่ใช่หมอนรองทับเส้น
🌳 Patient History
⁃ ชายไทย อายุ 50 ปี
⁃ BMI: มากกว่าปกติ
⁃ อาชีพ: เจ้าของธุรกิจ
⁃ ลักษณะงาน: นั่งทำงาน สลับกับการยืนและเดิน
⁃ เคยมีประวัติปวดหลังร้าวลงขามาก่อน และรักษาจนอาการดีขึ้น
🌳 Chief Complaint (อาการสำคัญ)
ปวดหลังร่วมกับอาการชาร้าวลงขาด้านขวา เป็นมานานประมาณ 10 เดือน
🔺 อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อ🔺
⁃ เดินประมาณ 5–10 นาที
⁃ ยืนนาน
⁃ แอ่นหลัง
🔺แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อ🔺
⁃ นั่งพัก
⁃ ก้มตัวไปด้านหน้า
⁃ ใช้รถเข็นในห้างช่วยพยุงตัวขณะเดิน
เคสนี้กังวลว่าตัวเองเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” และอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด
🧐📝 Clinical Question
ก่อนเริ่มรักษา สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การรีบทำการรักษา แต่คือการหาคำตอบว่า
“อาการชาลงขานี้เกิดจากอะไรกันแน่?”
เพราะหากรักษาตรงกับสาเหตุ โอกาสที่อาการจะดีขึ้นก็มีมากกว่า
📝 Subjective Examination (การซักประวัติ)
จากการซักประวัติ พบข้อมูลที่ช่วยบอกสาเหตุของอาการหลายอย่าง เช่น
⁃ ไม่มีประวัติยกของหนักก่อนเริ่มมีอาการ
⁃ เดินได้ไม่นานก็เริ่มชาและต้องหยุดพัก
⁃ เมื่อก้มตัว อาการกลับดีขึ้น
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า อาการไม่ได้มีลักษณะเหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาททั่วไป
📝 Objective Examination (การตรวจร่างกาย)
🔺Postural Analysis
⁃ Rt. shoulder level higher than Lt.
⁃ Round shoulder
⁃ Increase lumbar lordotic curve
⁃ Footprint analysis: Flat feet
🔺Movement Loss of Lx. Spine
ตรวจการเคลื่อนไหวของหลัง
⁃ Lumbar extension ทำให้อาการชาลงขาเพิ่มขึ้น
🔺Neurodynamic Test
ตรวจการตึงของเส้นประสาท
⁃ Straight Leg Raise : Negative
⁃ Slump Test : Negative
ผลการตรวจเส้นประสาทไม่พบลักษณะที่สนับสนุนการกดทับจากหมอนรองกระดูก
🧐📝 Clinical Reasoning
จากประวัติและผลการตรวจทั้งหมด พบว่าอาการของเคสนี้แตกต่างจาก Lumbar Disc Herniation ซึ่งมักมีอาการมากขึ้นเมื่อก้มตัว นั่งนาน ไอ หรือจาม
แต่เคสนี้กลับมีอาการมากขึ้นเมื่อเดิน ยืน และแอ่นหลัง และอาการดีขึ้นเมื่อก้มตัว ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยใน Lumbar Spinal Stenosis
เพื่อยืนยันสมมติฐาน จึงส่งตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทาง
🩻 ผล MRI พบว่า
⁃ Central Canal Stenosis ระดับ L4-L5
⁃ Facet Joint Hypertrophy
⁃ Ligamentum Flavum Hypertrophy
⁃ Mild Disc Bulging
⁃ ไม่พบ Disc Extrusion หรือ Nerve Root Compression จากหมอนรองกระดูก
📝🧨 ผลตรวจจึงสอดคล้องกับอาการของเคสว่าเกิดจาก Lumbar Spinal Stenosis มากกว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
🗺️🧭 การวางแผนการรักษา (แบบไม่ผ่าตัด)
การรักษาไม่ได้เน้นเฉพาะบริเวณหลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินและดูการทำงานของร่างกายโดยรวม ทั้งข้อสะโพก การเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน
🎯Treatment Goal
ระยะสั้น
⁃ ลดอาการชา
⁃ เพิ่มระยะทางในการเดิน
⁃ ลดการกดเบียดเส้นประสาท
ระยะยาว
⁃ กลับไปเดินออกกำลังกายได้
⁃ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
⁃ ลดความเสี่ยงของการเคลื่อนไหวน้อยลงจนส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
🌳แนวทางการรักษา
🔺Flexion-biased Exercise
การออกกำลังกายที่เน้นการก้มตัว จะช่วยเพิ่มพื้นที่ของ Lumbar Canal และ Intervertebral Foramen ทำให้ลดการกดเบียดเส้นประสาทได้ในผู้ป่วย Lumbar Spinal Stenosis
⁃ Posterior Pelvic Tilt
⁃ Single Knee to Chest
⁃ Double Knee to Chest
⁃ Lumbar Flexion Mobility
🔺Hip Mobility
เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อสะโพก เพื่อช่วยลดการชดเชยด้วยการแอ่นหลังขณะเดิน ซึ่งอาจช่วยลดการกระตุ้นอาการได้
🔺Progressive Strength Training
แนวทางของ American College of Sports Medicine (ACSM) แนะนำให้ฝึก Progressive Resistance Training เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยให้เดินได้นานขึ้น และทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
⁃ Sit to Stand
⁃ Step Up
⁃ Split Squat
⁃ Glute Bridge
⁃ Farmer Carry
🧐📝 Discussion
อาการชาหรือปวดร้าวลงขา ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสมอไป
การแยกความแตกต่างระหว่าง Lumbar Disc Herniation และ Lumbar Spinal Stenosis จำเป็นต้องอาศัยทั้งการซักประวัติ การตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัด และผล MRI มาประกอบกัน
🔺ไม่ใช่ดูจากภาพ MRI เพียงอย่างเดียว!!!🔺
เพราะหลายคนอาจมีความผิดปกติใน MRI แต่ไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางคนมีอาการชัดเจน แต่ภาพ MRI อาจไม่ได้รุนแรงมาก
สำหรับเคสนี้ รูปแบบอาการที่เป็นมากขึ้นเมื่อเดิน ยืน และแอ่นหลัง แต่ดีขึ้นเมื่อก้มตัว ประกอบกับผลการตรวจและ MRI ทำให้วินิจฉัยได้ว่าเป็น Lumbar Spinal Stenosis มากกว่า Lumbar Disc Herniation
การรักษาสามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
ในกรณีที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เป้าหมายของการรักษาคือการให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคของตนเอง ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และปรับการใช้ชีวิต เพื่อให้สามารถกลับไปทำกิจกรรมที่รักได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
#รักษาที่ต้นเหตุ
#1เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้99เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนไป
🔺The 1% that matters🔺
🤍Contact
🤙🏻 Phone : 064 229 7991
📩 Inbox : m.me/337742299412608
✅ Line : https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location : https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
Co-hand Physical Therapy Clinic