คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา จังหวัดตรัง

คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา จังหวัดตรัง ตรวจประเมิณ รักษา ฟื้นฟู โดยนักกายภาพบำบัด
คลินิกเปิดดูแลรักษาผู้ป่วยมา 16 ปี
คลินิคตั้งอยู่ในอำเภอเมือง ตรงข้ามหอการค้าจังหวัดตรัง ถนนกันตัง

ให้บริการกายภาพบำบัด ทางระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ระบบประสาท กระดูสันหลังคด
-อัมพฤกษ์ อัมพาต กระดูกทับเส้นประสาท ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ข้อเข่าเสื่อม นิ้วล็อก การบาดเจ็บหลังจากเล่นกีฬา

12/08/2026

สวัสดีวันแม่นะคะ
ขอให้คุณแม่ทุกท่านมีความสุขมากๆนะคะ
“วันนี้คลินิกเปิดปกตินะคะ”

วันนี้มาเล่าอาการคนไข้วัย75 ปี มาปรึกษาที่คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา ด้วยอาการปวดเอวร้าวไปทั่วบอกไม่ได้ว่าปวดอยู่จุดไหนกันแน...
06/08/2026

วันนี้มาเล่าอาการคนไข้วัย75 ปี มาปรึกษาที่คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา ด้วยอาการปวดเอวร้าวไปทั่วบอกไม่ได้ว่าปวดอยู่จุดไหนกันแน่เพราะเพิ่งหกล้มมาได้1 วัน ตรวจอาการตามกายภาพบำบัดคนไข้ปวดทั่วไปหมด เนื่องจากคนไข้สูงวัย มวลกล้ามเนื้อน้อย จึงทำการรักษาตามขั้นตอนและอาการที่ตรวจเจอ❤️❤️

วันที่สองคนไข้กลับมารักษาต่อเนื่องบอกว่าเช้าวันนี้อาการเหลือชัดแล้วว่าปวดตรงไหน ชี้ตำแหน่งพร้อมกับบอกว่า ปวดมากตอนเอี้ยวตัว และปวดเวลาออกแรงเบ่งถ่าย เลยชี้ชัดตามที่ตรวจเจออาการตั้งแต่วันแรกว่ามีการอักเสบของกล้ามเนื้อ QL และจากประวัติการหกล้มที่คนไข้บิดตัวล้มไปข้างขวา โดยที่ไม่มีอาการปวดเข่าขวาเลย

วันนี้เรามารู้จักกล้ามเนื้อมัดนี้กันนะคะ

✍️กล้ามเนื้อ Quadratus lumborum หรือเรียกสั้น ๆ ว่า QL เป็นกล้ามเนื้อลึกบริเวณหลังส่วนล่างและเอว มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม ยึดโยงระหว่างกระดูกเชิงกราน กระดูกสันหลังส่วนเอว และซี่โครงซี่ที่ 12 ทำหน้าที่พยุงลำตัว เอี้ยวตัว และช่วยในการหายใจ

✍️ตำแหน่งและกายวิภาคอยู่ลึกสุดของผนังหน้าท้องด้านหลังจุดเกาะเริ่มจากสันกระดูกเชิงกรานจุดเกาะปลายที่ซี่โครงซี่ที่ 12 และกระดูกสันหลัง L1-L5มีสองข้างซ้ายและขวาขนาบกระดูกสันหลัง👗👗หน้าที่ของกล้ามเนื้อช่วยเอนลำตัวไปด้านข้างช่วยยกสะโพกขึ้นขณะเดินช่วยรักษาสมดุลแกนกลางและซี่โครงช่วยพยุงการหายใจเข้า

🧵สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อ QL บาดเจ็บหรือเกร็งค้าง🧵

1.นั่งทำงานนานเกินไป หรือนั่งไขว่ห้างยืนทิ้งน้ำหนักลงขาข้างเดียวบ่อย ๆ
2.ยกของหนัก หรือสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียวออกกำลังกายหักโหม
3.บิดตัวฉับพลัน

อาการเมื่อกล้ามเนื้อมีปัญหาปวดตึงลึก ๆ บริเวณเอวและหลังส่วนล่างปวดร้าวลงบริเวณสะโพกหรือก้นกบเจ็บเวลาพลิกตัว ลุกขึ้นยืน หรือเดินนาน ๆ

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ สามารถโทรมาปรึกษาขอคำแนะนำเบื้องต้นกับทางคลินิกได้ฟรีคะ

☎️0825366351

อยากแชร์เคสนี้ ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Co-Hand มิตรภาพของคลินิกสายกายภาพที่ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เคสแบบนี้แนะนำปรึกษากายภ...
01/08/2026

อยากแชร์เคสนี้ ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Co-Hand มิตรภาพของคลินิกสายกายภาพที่ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

เคสแบบนี้แนะนำปรึกษากายภาพบำบัดหรือพบคุณหมอกระดูก…เพื่อแยกอาการเถอะคะ เรามีวิธีการตรวจชัดเจน

ชาวตรังและจังหวัดใกล้เคียง โทรปรึกษาฟรีก่อนเข้ารับการรักษา

☎️0825366351/0869405859

#คลินิกกายภาพบำบัดตรัง

🧨 เดินแล้วชาขา นั่งพักแล้วอาการดีขึ้น
เมื่ออาการชาลงขา…ไม่ได้เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสมอไป
🧨🧨 หลายคนที่มีอาการปวดหลังร่วมกับอาการชาหรือปวดร้าวลงขา มักคิดว่าเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” และกังวลว่าจะต้องผ่าตัด
แต่ในความเป็นจริง อาการลักษณะนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นคือ Lumbar Spinal Stenosis (ภาวะโพรงประสาทตีบแคบ) ซึ่งมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
วันนี้ของมาแชร์เคสจริง ที่ปวดหลัง
ร้าวลงขา แต่ไม่ใช่หมอนรองทับเส้น
🌳 Patient History
⁃ ชายไทย อายุ 50 ปี
⁃ BMI: มากกว่าปกติ
⁃ อาชีพ: เจ้าของธุรกิจ
⁃ ลักษณะงาน: นั่งทำงาน สลับกับการยืนและเดิน
⁃ เคยมีประวัติปวดหลังร้าวลงขามาก่อน และรักษาจนอาการดีขึ้น
🌳 Chief Complaint (อาการสำคัญ)
ปวดหลังร่วมกับอาการชาร้าวลงขาด้านขวา เป็นมานานประมาณ 10 เดือน
🔺 อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อ🔺
⁃ เดินประมาณ 5–10 นาที
⁃ ยืนนาน
⁃ แอ่นหลัง
🔺แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อ🔺
⁃ นั่งพัก
⁃ ก้มตัวไปด้านหน้า
⁃ ใช้รถเข็นในห้างช่วยพยุงตัวขณะเดิน
เคสนี้กังวลว่าตัวเองเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” และอาจต้องเข้ารับการผ่าตัด
🧐📝 Clinical Question
ก่อนเริ่มรักษา สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การรีบทำการรักษา แต่คือการหาคำตอบว่า
“อาการชาลงขานี้เกิดจากอะไรกันแน่?”
เพราะหากรักษาตรงกับสาเหตุ โอกาสที่อาการจะดีขึ้นก็มีมากกว่า
📝 Subjective Examination (การซักประวัติ)
จากการซักประวัติ พบข้อมูลที่ช่วยบอกสาเหตุของอาการหลายอย่าง เช่น
⁃ ไม่มีประวัติยกของหนักก่อนเริ่มมีอาการ
⁃ เดินได้ไม่นานก็เริ่มชาและต้องหยุดพัก
⁃ เมื่อก้มตัว อาการกลับดีขึ้น
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า อาการไม่ได้มีลักษณะเหมือนหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาททั่วไป
📝 Objective Examination (การตรวจร่างกาย)
🔺Postural Analysis
⁃ Rt. shoulder level higher than Lt.
⁃ Round shoulder
⁃ Increase lumbar lordotic curve
⁃ Footprint analysis: Flat feet
🔺Movement Loss of Lx. Spine
ตรวจการเคลื่อนไหวของหลัง
⁃ Lumbar extension ทำให้อาการชาลงขาเพิ่มขึ้น
🔺Neurodynamic Test
ตรวจการตึงของเส้นประสาท
⁃ Straight Leg Raise : Negative
⁃ Slump Test : Negative
ผลการตรวจเส้นประสาทไม่พบลักษณะที่สนับสนุนการกดทับจากหมอนรองกระดูก
🧐📝 Clinical Reasoning
จากประวัติและผลการตรวจทั้งหมด พบว่าอาการของเคสนี้แตกต่างจาก Lumbar Disc Herniation ซึ่งมักมีอาการมากขึ้นเมื่อก้มตัว นั่งนาน ไอ หรือจาม
แต่เคสนี้กลับมีอาการมากขึ้นเมื่อเดิน ยืน และแอ่นหลัง และอาการดีขึ้นเมื่อก้มตัว ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยใน Lumbar Spinal Stenosis
เพื่อยืนยันสมมติฐาน จึงส่งตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์เฉพาะทาง
🩻 ผล MRI พบว่า
⁃ Central Canal Stenosis ระดับ L4-L5
⁃ Facet Joint Hypertrophy
⁃ Ligamentum Flavum Hypertrophy
⁃ Mild Disc Bulging
⁃ ไม่พบ Disc Extrusion หรือ Nerve Root Compression จากหมอนรองกระดูก
📝🧨 ผลตรวจจึงสอดคล้องกับอาการของเคสว่าเกิดจาก Lumbar Spinal Stenosis มากกว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
🗺️🧭 การวางแผนการรักษา (แบบไม่ผ่าตัด)
การรักษาไม่ได้เน้นเฉพาะบริเวณหลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินและดูการทำงานของร่างกายโดยรวม ทั้งข้อสะโพก การเคลื่อนไหว และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน
🎯Treatment Goal
ระยะสั้น
⁃ ลดอาการชา
⁃ เพิ่มระยะทางในการเดิน
⁃ ลดการกดเบียดเส้นประสาท
ระยะยาว
⁃ กลับไปเดินออกกำลังกายได้
⁃ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
⁃ ลดความเสี่ยงของการเคลื่อนไหวน้อยลงจนส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
🌳แนวทางการรักษา
🔺Flexion-biased Exercise
การออกกำลังกายที่เน้นการก้มตัว จะช่วยเพิ่มพื้นที่ของ Lumbar Canal และ Intervertebral Foramen ทำให้ลดการกดเบียดเส้นประสาทได้ในผู้ป่วย Lumbar Spinal Stenosis
⁃ Posterior Pelvic Tilt
⁃ Single Knee to Chest
⁃ Double Knee to Chest
⁃ Lumbar Flexion Mobility
🔺Hip Mobility
เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อสะโพก เพื่อช่วยลดการชดเชยด้วยการแอ่นหลังขณะเดิน ซึ่งอาจช่วยลดการกระตุ้นอาการได้
🔺Progressive Strength Training
แนวทางของ American College of Sports Medicine (ACSM) แนะนำให้ฝึก Progressive Resistance Training เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยให้เดินได้นานขึ้น และทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
⁃ Sit to Stand
⁃ Step Up
⁃ Split Squat
⁃ Glute Bridge
⁃ Farmer Carry
🧐📝 Discussion
อาการชาหรือปวดร้าวลงขา ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเสมอไป
การแยกความแตกต่างระหว่าง Lumbar Disc Herniation และ Lumbar Spinal Stenosis จำเป็นต้องอาศัยทั้งการซักประวัติ การตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัด และผล MRI มาประกอบกัน
🔺ไม่ใช่ดูจากภาพ MRI เพียงอย่างเดียว!!!🔺
เพราะหลายคนอาจมีความผิดปกติใน MRI แต่ไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางคนมีอาการชัดเจน แต่ภาพ MRI อาจไม่ได้รุนแรงมาก
สำหรับเคสนี้ รูปแบบอาการที่เป็นมากขึ้นเมื่อเดิน ยืน และแอ่นหลัง แต่ดีขึ้นเมื่อก้มตัว ประกอบกับผลการตรวจและ MRI ทำให้วินิจฉัยได้ว่าเป็น Lumbar Spinal Stenosis มากกว่า Lumbar Disc Herniation
การรักษาสามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
ในกรณีที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด เป้าหมายของการรักษาคือการให้ผู้ป่วยเข้าใจโรคของตนเอง ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย และปรับการใช้ชีวิต เพื่อให้สามารถกลับไปทำกิจกรรมที่รักได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
#รักษาที่ต้นเหตุ
#1เปอร์เซ็นต์ที่จะทำให้99เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนไป
🔺The 1% that matters🔺

🤍Contact
🤙🏻 Phone : 064 229 7991
📩 Inbox : m.me/337742299412608
✅ Line : https://lin.ee/pwqTVTJ
📍 Location : https://maps.app.goo.gl/VSrRstKMPef9vFAP7
🤎โคแฮนด์ คลินิกกายภาพบำบัด
Co-hand Physical Therapy Clinic




25/07/2026

สัปดาห์หน้าวันหยุดยาวของหลายคน
คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา เปิดทำการปกตินะคะ
🙏🙏🙏🙏🙏

ปวดหลัง ปวดสะโพก ร้าวลงขา วันนี้เรามาแยกอาการกลุ่มกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ออกมาจากกระดูกทับเส้นก่อนนะคะ👉👉👉👉กล้ามเน...
01/07/2026

ปวดหลัง ปวดสะโพก ร้าวลงขา วันนี้เรามาแยกอาการกลุ่มกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท ออกมาจากกระดูกทับเส้นก่อนนะคะ👉👉👉👉

กล้ามเนื้อ Piriformis นี้อยู่บริเวณสะโพก โดยเกาะจากกระดูกก้นกบ และไปเกาะบริเวณกระดูกต้นขา ทำหน้าที่หมุนสะโพกออก (Hip external rotation) และเหยียดสะโพก (Hip extension) นอกจากนี้ กล้ามเนื้อมัดนี้ยังมีความสำคัญในการเดิน ในช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับข้อสะโพก

☎️สาเหตุของการเกิด Piriformis syndrome

การเกิด Piriformis syndrome เกิดจากกล้ามเนื้อได้รับการบาดเจ็บรุนแรง (Macro trauma) หรือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย (Micro trauma)

1.การบาดเจ็บรุนแรง (Macro trauma) พบประมาณ 50% ของผู้ป่วย โดยเกิดจากการบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุบริเวณสะโพก ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ การเกร็งของกล้ามเนื้อ และสามารถส่งผลให้เส้นประสาท Sciatic ถูกกดทับตามมาได้

โดยการเกร็งของกล้ามเนื้อ Piriformis ส่วนมากสาเหตุ

-เกิดจากอุบัติเหตุโดยตรงต่อกล้ามเนื้อ
-การบาดเจ็บหลังการผ่าตัด
-ปัญหาจากข้อต่อกระดูกสันหลังระดับเอว (Lumbar spine)
-ปัญหาจากข้อต่อเชิงกราน (Sacroiliac joint)
-และอาจเกิดได้จากการหดสั้นของกล้ามเนื้อ Piriformis จากการเปลี่ยนแปลงทางชีวกลศาสตร์ของกระดูกขา หลังส่วนล่าง และบริเวณเชิงกราน

ซึ่งสามารถส่งผลให้เกิดการกดทับหรือรบกวนต่อเส้นประสาท Sciatic ได้

ทำให้เกิดอาการแสดงต่าง ๆ ได้ เช่น💧 อาการปวดไปตามบริเวณที่เส้นประสาท Sciatic ไปเลี้ยงแถวบริเวณสะโพก 💧ปวดต้นขาด้านหลัง 💧ปวดขาส่วนล่าง 💧และปวดบริเวณด้านนอกของเท้า

2.การบาดเจ็บเล็กน้อย (Micro trauma) เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อที่มากเกินไป (Overuse) เช่น การเดินระยะทางไกล การวิ่ง หรือเกิดทับบริเวณกล้ามเนื้อจากการนั่งนาน ๆ

❤️อาการและอาการแสดง piriformis syndrome❤️

~มีอาการปวดสะโพกขณะนั่ง ยืน หรือนอนนานมากกว่า 15-20 นาที^^

~มีอาการปวดสะโพก หรือมีอาการชา (Paresthesia) ไปตามบริเวณเชิงกราน ก้น และต้นขาด้านหลัง ซึ่งส่วนมากจะอยู่บริเวณเหนือเข่า^^

~อาการปวดสะโพกจะดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว แต่อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นเมื่ออยู่ในอิริยาบถนิ่ง ๆ เช่น นั่ง หรือนอนนาน ๆ^^

~มีอาการปวดสะโพกขณะเปลี่ยนท่า เช่น จากท่านั่งลุกขึ้นยืน หรือทำท่าย่อตัว (Squat)
อาการปวดมักจะไม่หายทันทีเมื่อเปลี่ยนท่าทาง^^

~เดินได้ลำบาก (เดินกระเพลก หรือปลายเท้าข้างที่มีปัญหาตก)
อาจมีอาการชาเท้า หรืออาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาข้างนั้น^^

🏃‍♀️‍➡️อาการแสดงของอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) จะมีอาการปวดร้าวลงขา (Sciatica pain) ซึ่งคล้ายกับอาการปวดร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทค่อนข้างมาก แต่มีสาเหตุที่ต่างกัน ทำให้การรักษามีความแตกต่างกัน🏃‍♀️‍➡️🏃‍♀️‍➡️

การซักประวัติคนไข้ให้ละเอียด …มักจะพบว่าคนไข้ที่เป็นอาการกล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) จะเริ่มมีอาการปวดจากบริเวณสะโพกก่อนแล้วค่อย ๆ ร้าวลงขา บางรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจมีอาการชา หรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อขาร่วมด้วย

ซึ่งแตกต่างจากคนไข้ที่มีหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทที่จะมีอาการปวดบริเวณหลังส่วนล่าง (Lumbar spine) ไม่สามารถเหยียดตัวตรง และมีอาการปวดร้าวลงขาได้

📞การตรวจร่างกายทางกายภาพบำบัดให้ละเอียด นอกจากนั้นการตรวจวิเคราะห์ยืนยันด้วยผล MRI จะช่วยให้แยกโรคได้ชัดเจนขึ้นด้วย เมื่อคนไข้มารักษาทางกายภาพบำบัดต่อเนื่อง จะทำให้อาการดีขึ้นตามลำดับ และกรณีที่รักษาต่อเนื่องแล้วคนไข้ยังไม่ดีขึ้น ควรมีการส่งตรวจเพิ่มเติมหรือส่งปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่ชัดเจนขึ้น☎️☎️

มีปัญหาปวดสะโพกชาร้าวลงขา สามารถแวะมาปรึกษาเพิ่มเติมที่คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎาได้คะ หรือโทรปรึกษาฟรีได้ที่ 0825366351 ทางคลินิกยินดีให้บริการคะ✍️

แจ้งหยุดเทศกาลสงกรานต์ ปี 69สวัสดีปีใหม่ไทย ขับขี่ปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะคะ #คลินิกกายภาพบำบัดตรัง #คลินิกคู่...
12/04/2026

แจ้งหยุดเทศกาลสงกรานต์ ปี 69

สวัสดีปีใหม่ไทย ขับขี่ปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้านะคะ

#คลินิกกายภาพบำบัดตรัง
#คลินิกคู่คนตรังมายาวนาน

20/02/2026

คนไข้ใหม่มาจากต่างจังหวัด แล้วบอกว่า มีคนแนะนำมาที่นี่รักษากับหมอผู้หญิง คือทั้งคลินิกมีแต่ผู้หญิงคะ 🙏การบอกต่อของคนไข้เก่า

“สวัสดีปี 2569”จบเทศกาลปีใหม่แล้ว มาดูกันซิคะว่า ใครมีอาการปวดสะบักกันบ้างมั้ย😀😅😂อาการปวดสะบัก ปวดไหล่ เป็นอาการที่สามาร...
04/01/2026

“สวัสดีปี 2569”จบเทศกาลปีใหม่แล้ว มาดูกันซิคะว่า ใครมีอาการปวดสะบักกันบ้างมั้ย😀😅😂

อาการปวดสะบัก ปวดไหล่ เป็นอาการที่สามารถพบได้บ่อย มักจะอยู่ในช่วงวัยทำงานที่ต้องใช้ร่างกายหนักกว่าวัยอื่นๆ จนทำให้กล้ามเนื้อสะบัก เนื้อเยื่อ ข้อต่อ กระดูก และเส้นเอ็นได้รับบาดเจ็บเกิดการอักเสบ หรือ เกิดพังผืด จนกลายเป็นอาการปวดตามบริเวณต่างๆ

❤️อาการปวดสะบักหลังเป็นอาการที่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่


1. การตึงตัวของกล้ามเนื้อจากพฤติกรรมบางอย่าง

สาเหตุมาจากการตึงตัวของกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ เมื่อกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็น เกิดอาการเกร็งมักจะทำให้เกิดพังผืด หรือ เกิดก้อน Trigger point ส่งผลให้เลือดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณสะบักได้ จึงทำให้เกิดอาการปวดสะบัก หรือเมื่อยในที่สุด


2. ปัญหาโครงสร้างและสรีระของร่างกาย

ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการทำกิจกรรมบางประเภท หรือ การนั่งทำงานในท่าเดิมที่ไม่ถูกสุขลักษณะเป็นระยะเวลานาน ได้แก่ การนั่งหลังค่อม นั่งก้มคอ หรือ นั่งยื่นคอ


3. อุบัติเหตุ การบาดเจ็บ

การได้รับบาดเจ็บ เกิดอุบัติเหตุ หรือ การใช้งานกล้ามเนื้อสะบักหนักเกินไปจนทำให้กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ และเส้นประสาทบริเวณรอบๆ เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเล่นกีฬาบางชนิดที่มีโอกาสปวดสะบักมากกว่าคนทั่วไป เช่น เทนนิส เบสบอล และ เวทเทรนนิ่ง เป็นต้น


4. ผลข้างเคียงจากโรคอื่นๆ

ผลข้างเคียงจากโรคอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี จนทำให้เกิดอาการปวดสะบักได้แก่ ออฟฟิศซินโดรม ไหล่ติด กระดูกคอทรุด กระดูกคอเสื่อม หรือภาวะกระดูกคอทับเส้นประสาท

❤️อาการปวดสะบักสามารถเกิดได้หลากหลายรูปแบบและหลายบริเวณ โดยแต่ละบริเวณจะมีระดับความรุนแรงแตกต่างกัน ในปัจจุบันสามารถแบ่งอาการปวดสะบักออกเป็น 5 อาการใหญ่ๆ ได้ดังนี้


1. ปวดสะบักเพียงอย่างเดียว (สะบักจม)

อาการปวดสะบักจม ปวดสะบักซ้าย หรือ ปวดสะบักขวาข้างเดียว สาเหตุมาจากการอักเสบข้อกล้ามเนื้อ และ เส้นประสาทบริเวณรอบๆ ซึ่งทำให้เกิดพังผืดมายึดเกาะ ทำให้ไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ จึงทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย


2. ปวดล้ากล้ามเนื้อระหว่างสะบัก 2 ข้าง

มีสาเหตุมาจากการใช้งานกล้ามเนื้อหนักจนทำให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมัดลึกที่หลังส่วนล่าง (Serratus Posterior Superrior) , กล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงสะบัก (Rhomboid) และ กล้ามเนื้อ Longissimus Thoracis

ทำให้เกิดก้อน Trigger point ซึ่งอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าการเกิดจะไปรบกวนการลำเลียงสารอาหารและออกซิเจน จึงทำให้เกิดอาการปวดสะบักในที่สุด และอาการปวดล้ากล้ามเนื้อระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้าง ยังเป็นสัญญาณเตือนของอาการออฟฟิศซินโดรมอีกด้วย

3. ปวดสะบักร่วมกับอาการอื่น

คนไข้บางรายที่มีอาการปวดสะบักรุนแรง อาจจะมีอาการปวดสะบักร่วมกับอาการอื่นๆ ได้ เช่น

-ปวดสะบักร่วมกับปวดคอ บ่า ไหล่
มักจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคยอดฮิตในปัจจุบันอย่างออฟฟิศซินโดรม โดยการปวดสะบักร่วมกับปวดคอ บ่า ไหล่ เป็นสัญญาเตือนว่าเกิดการกดทับกันของเส้นประสาท ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ควรรีบไปพบแพทย์


-ปวดสะบักร่วมกับปวดหลัง
คนไข้บางรายอาจจะมีอาการปวดสะบักร่วมกับอาการปวดหลัง โดยมีสาเหตุมาจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมัดลึกที่หลังส่วนล่าง (Serratus Posterior Superrior) ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้เข้ารับการรักษาที่ถูกต้องอาการปวดสามารถลามไปยังบริเวณใกล้เคียงอื่นๆ ได้


-ปวดสะบักร่วมกับหายใจไม่อิ่ม
คนไข้บางคนที่มีอาการปวดสะบักเมื่อลองสังเกตตนเองแล้ว รู้สึกว่าหายใจไม่อิ่ม หรือ เจ็บสะบักเวลาหายใจเข้า-ออก อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อส่วนอกที่เชื่อมต่อกับสะบัก ที่อาจจะมีพังผืดเกาะอยู่บริเวณกล้ามเนื้อหน้าอก


4. ปวดสะบักร้าวลงแขน

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดสะบักร้าวลงแขนส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากการใช้งานกล้ามเนื้อสะบักหลังมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็น การทำกิจกรรมบางชนิด การทำงาน การเล่นกีฬา หรือ การออกกำลังกาย จึงทำให้เส้นประสาทถูกรบกวนจนทำงานผิดปกติ


5. อาการปวดสะบักเฉียบพลัน

อาการปวดสะบักเฉียบพลันส่วนใหญ่มักจะเป็นอาการที่มีความรุนแรงและอันตรายสูง โดยผู้ที่มีอาการหัวใจหาย เส้นเลือดอุดตันในปอด หรือ หลอดเลือดฉีกขาด อาจจะเกิดอาการปวดสะบักเฉียบพลันอย่างรุนแรง ซึ่งอาการปวดจะมีความรุนแรงและอันตรายมากกว่าปกติ จึงจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยทันที

👌ทั้งนี้อาการปวดสะบักร่วมกับอาการอื่นๆ นับว่าเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย ที่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายและรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง 👆

💕แนวทางการรักษาอาการปวดสะบักจะขึ้นอยู่กับอาการความรุนแรงของโรค


1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดสะบักไม่รุนแรง หรือ เป็นเพียงอาการเริ่มต้น ควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อยับยั้งความรุนแรงของโรค เพราะสาเหตุของอาการปวดสะบักมักจะมีจากพฤติกรรมบางอย่าง


👉หลีกเลี่ยงการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ
👉ควรบริหารกล้ามเนื้อระหว่างวัน
👉หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
👉ออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ
👉ปรับท่านั่งให้เหมาะสมกับสรีระ

2. การรักษาโดยการใช้ยา

💋ยาทาน
อาการปวดสะบักสามารถบรรเทาอาการปวดได้ด้วย การรับประทานยาคล้ายกล้ามเนื้อ หรือ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ทั้งนี้การรับประทานยาเพื่อลดอาการปวดเมื่อยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

✍️ยาฉีด
ในกรณีที่ผู้ปวดเกิดอาการปวดรุนแรงไม่สามารถทนอาการปวดได้ แพทย์อาจจะแนะนำวิธีบรรเทาอาการปวดด้วยการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ ที่ช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการปวดได้ดี ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีบรรเทาอาการปวดชั่วคราวเท่านั้น


3. การทำกายภาพบำบัด

“การทำกายภาพบำบัด”เป็นวิธีรักษาอาการปวดสะบัก👍ที่ได้ผลลัพธ์ดี แต่การทำกายภาพบำบัดจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือนักกายภาพที่เชี่ยวชาญและมีใบประกอบวิชาอย่างถูกต้องเท่านั้น และไม่แนะนำให้ทำกายภาพด้วยตนเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์เพราะอาจจะทำให้อาการแย่ลงได้

📞ใครที่กำลังปวดสะบัก ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบไหน รุนแรงมั้ย สามารถโทรปรึกษา ฟรี ได้กับทางคลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา 0825366351☎️

ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the knee) เป็นอีกโรคที่มาพร้อมกับสังคมผู้สูงวัย วันนี้เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันแล้วจะไ...
30/10/2025

ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the knee) เป็นอีกโรคที่มาพร้อมกับสังคมผู้สูงวัย วันนี้เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันแล้วจะได้ดูแลตัวเองและคนรอบตัวได้ถูกต้อง

🏃🏻‍➡️สังคมไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มตัว ค่าเฉลี่ยอายุขัยของประชากรมีแนวโน้มมากขึ้น อุบัติการณ์ของโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ🧍🏼🧍🏼🧍🏼

👉เวลาเกิดข้อเข่าเสื่อมจริง ๆ แล้ว ส่วนที่เสื่อมก็คือ "กระดูกอ่อนผิวข้อ" นี่ล่ะที่เสื่อมไป เมื่อเราอายุมากขึ้น ข้อเข่าผ่านการใช้งานนาน ๆ ทั้งการเดิน การขยับงอเหยียด มีแรงกระแทกลงข้อเข่าซ้ำ ๆ ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงภายในกระดูกอ่อนผิวข้อเองที่ความยืดหยุ่นลดลง ทำให้เกิดการแตกสลายหลุดลอกออกของกระดูกอ่อนผิวข้อ 👈

👉เมื่อกระดูกอ่อนผิวข้อหลุดออกไป ชั้นใต้กระดูกอ่อนผิวข้อซึ่งเป็นกระดูกทั่วไปที่มีความแข็ง สาก ไม่ยืดหยุ่น ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับการเคลื่อนไหว เมื่อเกิดการเดิน ขยับ งอเหยียด กระดูกแข็งตรงนี้ก็จะมาเสียดสีกันทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเกิดการอักเสบบวมเปรียบเสมือนข้อต่อเครื่องยนต์ที่ไม่มีน้ำมันหล่อลื่น👈

🤦🏻ปัจจัยเสี่ยงของข้อเข่าเสื่อมแบ่งได้เป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ

1.แบบที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้ เช่น อายุที่มากขึ้น เพศหญิง พันธุกรรม
2. แบบที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น การเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกผิวข้อบาดเจ็บ อาชีพที่ต้องใช้งาน งอเข่าซ้ำ ๆ น้ำหนักตัวที่มาก กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง และกลุ่มโรคความดันสูง ไขมันสูง เบาหวาน

🧜🏼อาการของโรคข้อเข่าเสื่อมมีได้หลายรูปแบบตามระดับความรุนแรงและพยาธิสภาพที่เกิดขึ้น อาการหลัก ๆ ที่ทำให้มาพบแพทย์แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

1.อาการปวด (Pain) ลักษณะอาการปวดจะเป็นอาการปวดเรื้อรัง ตรงบริเวณข้อเข่า สัมพันธ์กับการเดิน การใช้งาน ถ้านั่งเฉยๆก็จะไม่ปวด อาจจะมีเสียงกรอบแกรบร่วมด้วยเวลาขยับซึ่งเกิดจากการที่กระดูกแข็งมากระทบเสียดสีกัน ยิ่งอาการข้อเสื่อมเป็นรุนแรงขึ้น อาการปวดก็จะยิ่งมากขึ้น

2.ใช้งานไม่ได้ (Dysfunction) เดินแล้วเจ็บ หรือเมื่อนั่งนานๆพอลุกแล้วจะเดินทันทีเลยไม่ได้ ต้องค่อยๆตั้งหลักก่อนจึงจะเดินต่อได้

3.ความผิดรูป (Deformity) ในกรณีที่เป็นรุนแรงมากจนกระดูกอ่อนผิวข้อหายไปหมด เมื่อกระดูกแข็งเสียดสีกันซ้ำนาน ๆ ไป ก็จะทำให้เกิดกระดูกงอก รวมถึงกระดูกบางจุดมีการทรุดตัวลง ทำให้เกิดความผิดรูป ซึ่งมีได้หลายแบบเช่น เข่าโก่ง เข่าฉิ่ง เข่าแอ่น เข่าเหยียดได้ไม่สุด เป็นต้น

👼🏻การรักษาข้อเข่าเสื่อม👼🏻

โดยปกติแนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของภาวะข้อเสื่อม โดยจะเริ่มต้นจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนซึ่งได้แก่ การให้ความรู้ ลดน้ำหนัก บริหารกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง และกินยาลดการอักเสบแก้ปวด รวมถึงการกายภาพลดปวดตามอาการ ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยในการดูแลตัวเอง

และสุดท้ายถ้าผู้ป่วยที่ข้อเสื่อมมีระดับความรุนแรงมากแล้วการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักจะไม่ได้ผล จึงแนะนำรักษาโดยการผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยหายปวดปรับแนวข้อเข่าให้ปกติทำให้เดินและใช้งานได้ดีขึ้นช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Ep ต่อไป เรามาดูท่าบริหารที่ลดอาการปวดในคนที่ข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นกันนะคะ

ใส่ใจดูแลสุขภาพกันตั้งแต่วันนี้ ลดน้ำหนัก ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อ ลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดข้อเข่าเสื่อมกันนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี จากคลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา 0825366352

#กายภาพบำบัดในตรัง #คลินิกกายภาพบำบัดตรัง #รักษาอาการปวดด้วยกายภาพบำบัดตรัง

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ขอน้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร...
25/10/2025

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ขอน้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สถิตอยู่ในดวงใจตราบนิรันดร์

ข้าพระพุทธเจ้า
🖤ผู้บริหารคลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา🖤

ที่อยู่

173/1ถ. กันตัง ต. ทับเที่ยง อ. เมือง
Trang
92000

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66869405859

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา จังหวัดตรังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกกายภาพบำบัดรัษฎา จังหวัดตรัง:

ทางลัด

แชร์