26/03/2026
Story “พินัยกรรม (will)” ที่ไม่ใช่พินัยกรรมชีวิต (living will)
ในช่วงเวลาหนึ่งของการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่ได้เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ทีมประคับประคองของเราได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย และได้เข้าสู่ระยะของการรักษาแบบประคับประคองอย่างเต็มรูปแบบ ภายหลังจากที่แนวทางการรักษาเพื่อยืดชีวิตไม่สามารถตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อีกต่อไป
ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร และเริ่มมีภาวะคั่งของของเสียในร่างกาย ส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างต่อเนื่อง ทีมสุขภาพจึงได้ให้การดูแลแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการบรรเทาอาการไม่สุขสบายรวมถึงการดูแลด้านจิตใจ สังคม และจิตวิญญาณควบคู่กันไป
เมื่อความสัมพันธ์เชิงความไว้วางใจระหว่างผู้ป่วยกับทีมเริ่มก่อตัว ผู้ป่วยได้เปิดเผยความในใจถึงความกังวลเกี่ยวกับครอบครัวและทรัพย์สินที่ยังไม่ได้จัดการ โดยเฉพาะความห่วงใยว่าภายหลังจากตนเองเสียชีวิตแล้ว อาจเกิดข้อขัดแย้งในครอบครัว
ทีมเราจึงได้ให้การสนับสนุนเชิงข้อมูล และสอดคล้องกับผู้ป่วยมีเจตนาจะจัดทำ “พินัยกรรม” เพื่อแสดงเจตนารมณ์เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพย์สินของตนอย่างชัดเจน กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงเป็นเรื่องทางกฎหมาย แต่ยังเป็นกระบวนการเยียวยาทางจิตใจ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้ทบทวนชีวิต สื่อสารความตั้งใจ และคลายความกังวลที่ค้างคาอยู่ภายในใจ บรรยากาศภายในครอบครัวเต็มไปด้วยความเข้าใจและการยอมรับในเจตนาของผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ได้อย่างมีคุณค่าและมีความหมาย
ประสบการณ์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลแบบประคับประคองมิได้จำกัดอยู่เพียงการบรรเทาความทุกข์ทรมานทางกายเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมถึงการดูแลในมิติของจิตใจ สังคม และกฎหมาย โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้ใช้สิทธิในการกำหนดเจตนารมณ์เกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเอง อันเป็นส่วนหนึ่งของการคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
สำหรับทีมประคอง นี่จึงไม่ใช่เพียงบทบาทของผู้ให้การดูแลรักษา แต่เป็นการทำหน้าที่ “ผู้ประคับประคองชีวิต” ในความหมายที่ลึกซึ้ง คือการได้ร่วมเดินทางกับผู้ป่วยในช่วงเวลาสุดท้าย พร้อมทั้งสนับสนุนให้เขาได้จัดการทุกสิ่งที่สำคัญในชีวิตให้เสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
respect in Palliative