Phet Clinic Healthy is very important for every body

🍀ກັນໄຂ້ຫັວດ 4 ສາຍພັນຍັງມີພ້ອມບໍລິການຄືເກົ່າເນີ🧬💉🦠Highlights
18/09/2026

🍀ກັນໄຂ້ຫັວດ 4 ສາຍພັນຍັງມີພ້ອມບໍລິການຄືເກົ່າເນີ🧬💉🦠
Highlights

🍀ທາງຄຮີນິກຍັງມີຢາກັນມະເຮັງປາກມົດລູກ9ສາຍພັນໄວ້ຄອຍບໍລິການທ່ານຄືເກົ່າເນີ🍀Highlights
08/09/2026

🍀ທາງຄຮີນິກຍັງມີຢາກັນມະເຮັງປາກມົດລູກ9ສາຍພັນໄວ້ຄອຍບໍລິການທ່ານຄືເກົ່າເນີ🍀
Highlights

26/08/2026
40+ຕ້ອງໄດ້ກວດເບິ່ງໄຂມັນໃນເສັ້ນເລືອດຢ່າງນ້ອຍປີລະຄັ້ງເນີ🏥✌️
23/08/2026

40+ຕ້ອງໄດ້ກວດເບິ່ງໄຂມັນໃນເສັ້ນເລືອດຢ່າງນ້ອຍປີລະຄັ້ງເນີ🏥✌️

🔴 หมอเตือน “หลอดเลือดหัวใจตีบ” ภัยเงียบวัย 40+ ความแข็งแรงภายนอก ไม่ใช่หลักประกันความปลอดภัย
__________

กรณีการเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันจากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบของคนในวัย 40+ ได้สร้างกระแสความตื่นตัวครั้งใหญ่ให้แก่สังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ยังเชื่อมั่นว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง รูปร่างดี และออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ

'ประชาชาติธุรกิจ' สัมภาษณ์ 'นพ. นิธิวัฒน์ ศรีกาญจนวัชร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม ประจำศูนย์ PRIME Healthspan โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล' เพื่อชี้ให้เห็นถึงกลไกของโรคเงียบ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ตลอดจนแนวทางการตรวจเช็กและการปฐมพยาบาลฉุกเฉินอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความสูญเสียก่อนจะสายเกินไป

🔴 โรคเงียบและสัญญาณเตือน

เริ่มต้นด้วยคำถามเส้นเลือดหัวใจตีบ" ในวัย 40+ เกิดจากอะไร ทำไมคนที่ดูแข็งแรงภายนอกถึงยังเป็นโรคนี้ได้? นพ. นิธิวัฒน์ กล่าวว่า โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเกิดจากคราบไขมันและการอักเสบที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดเป็นเวลานานหลายปี จนทำให้หลอดเลือดค่อยๆ ตีบแคบลง กระบวนการนี้สามารถเริ่มก่อตัวสะสมได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และดำเนินไปเรื่อยๆ โดยที่เจ้าตัวแทบไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แสดงออกมาเลย

ดังนั้น คนที่รูปร่างดี ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือดูแข็งแรงสมบูรณ์จากภายนอก ก็ยังสามารถมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบได้ เพราะความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างรูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยทางชีวเคมีและสุขภาพลึกๆ เช่น ระดับไขมัน LDL-C สูง, ความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, การสูบบุหรี่, โรคไต, พันธุกรรม ตลอดจนประวัติโรคหัวใจในครอบครัว

ที่สำคัญคือ คำว่า “หลอดเลือดตีบมาก” ไม่ได้แปลว่าจะต้องมีอาการแสดงมากเสมอไป เนื่องจากร่างกายมนุษย์สามารถปรับตัวและสร้างหลอดเลือดแขนงเล็กๆ ขึ้นมาช่วยลำเลียงเลือดในบางคนและในบางกรณีได้ เหตุการณ์ที่อันตรายและเป็นวิกฤตถึงชีวิตส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากจุดที่หลอดเลือดตีบมากที่สุด แต่เกิดจาก "คราบไขมันในหลอดเลือดเกิดการปริแตก" (Plaque Rupture) แล้วกระตุ้นให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นมาอุดตันหลอดเลือดอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในที่สุด

"ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างภายนอก และหลอดเลือดที่ตีบมากก็ไม่ได้ส่งสัญญาณเสมอไป วิกฤตที่แท้จริงเกิดจากคราบไขมันปริแตกจนเกิดลิ่มเลือดอุดตันฉับพลัน"

🔴 สัญญาณเตือนแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม?

สำหรับอาการเตือนที่ควรระมัดระวังอย่างยิ่งคือ เจ็บแน่นหน้าอกในลักษณะเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับ โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นขณะออกแรง เดินเร็ว ขึ้นบันได หรือเผชิญกับความเครียด และอาการดังกล่าวมีแนวโน้มทุเลาลงเมื่อได้หยุดพัก

ทว่าอาการอาจไม่ได้ปรากฏอยู่แค่บริเวณหน้าอกเพียงอย่างเดียว แต่อาจกระจายหรือร้าวไปที่ไหล่ แขน คอ กราม หลัง หรือบริเวณลิ้นปี่ รวมถึงมีอาการหายใจไม่อิ่ม เหนื่อยผิดปกติ เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่เคยเหนื่อยง่าย แต่จู่ๆ เมื่อเดินขึ้นบันไดระยะเดิมแล้วรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น หรือทำกิจกรรมเดิมๆ แล้วต้องหยุดพัก อาการเหล่านี้ไม่ควรรีบสรุปเอาเองว่าเป็นเพียงเรื่องของ “อายุที่เพิ่มขึ้น” หรือ “การพักผ่อนน้อย”

อย่างไรก็ตาม อาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นโรคหัวใจ แต่หากเป็นอาการที่เกิดขึ้นใหม่ มีความรุนแรง เกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือเกิดขึ้นแม้กระทั่งในขณะนั่งพัก ผู้นั้นควรรีบเข้ารับการประเมินทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุด

🔴 ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ต่างจากอาการวูบทั่วไปอย่างไร?

นพ. นิธิวัฒน์ กล่าวว่า ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Myocardial Ischemia) เกิดจากการที่เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพออย่างทันทีทันใด มักจะมาพร้อมกับอาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงเหมือนมีอะไรมาทับ

ในขณะที่อาการ “วูบ” หรือหน้ามืดทั่วไปนั้นมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่หลากหลายกว่า ตั้งแต่ภาวะความดันโลหิตตก ร่างกายขาดน้ำ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ไปจนถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

แต่หากมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เหงื่อแตก หรือมีอาการเจ็บร้าวไปยังไหล่ แขน คอ กราม หลัง หรือลิ้นปี่ ร่วมกับอาการวูบ โดยเฉพาะถ้าเป็นอาการที่เกิดขึ้นใหม่หรือมีความรุนแรง ต้องพึงนึกถึงภาวะหัวใจขาดเลือดไว้ก่อนเป็นอันดับแรก และต้องได้รับการประเมินทางแพทย์ฉุกเฉินทันที

🔴 พฤติกรรมยอดฮิตของวัย 40+ ?

นพ. นิธิวัฒน์ ระบุว่าต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความเครียด หรือการอดนอนเพียงไม่กี่คืน ไม่ได้ส่งผลให้เส้นเลือดหัวใจเกิดการตีบ 3 เส้นทันทีในข้ามคืน

แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ เมื่อสิ่งเหล่านี้กลายเป็น "พฤติกรรมเรื้อรัง" ความเครียดเรื้อรังและการนอนหลับไม่เพียงพอจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทอัตโนมัติ การทำงานของฮอร์โมน ความดันโลหิต การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักตัว และพฤติกรรมการกิน ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

ที่สำคัญ คนวัยทำงานมักจะเกิด “พฤติกรรมเสี่ยงหลายอย่างพร้อมกัน” เช่น ทำงานหนัก อดนอน ขาดการออกกำลังกาย รับประทานอาหารนอกบ้าน ดื่มแอลกอฮอล์ และมีความเครียดสูง ดังนั้นเราจึงไม่ควรมอง Lifestyle แต่ละเรื่องแยกจากกัน แติต้องมองเป็น "ภาพรวมของความเสี่ยงสะสม" ทั้งหมด

🔴 พันธุกรรม มีผลแค่ไหน ต้องระวังมากกว่าปกติอย่างไร?

นพ. นิธิวัฒน์ ให้มุมมองถึงเรื่องนี้ว่า พันธุกรรมถือเป็น "พิมพ์เขียว" ทางสุขภาพ หากมีประวัติพ่อ แม่ หรือพี่น้องสายตรงเคยเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร (ผู้ชายเกิดอาการก่อนอายุ 55 ปี, ผู้หญิงเกิดอาการก่อนอายุ 65 ปี) ความเสี่ยงของเราจะสูงกว่าคนทั่วไป โดยหลักฐานทางการแพทย์พบว่า ความเสี่ยงเฉลี่ยอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5–2 เท่า และอาจสูงกว่านี้มากในบางครอบครัว โดยเฉพาะกรณีที่มีสมาชิกหลายคนในครอบครัวเป็นโรคตั้งแดยังอายุน้อย หรือมีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น โรคไขมันในเลือดสูงชนิดพันธุกรรม (Familial Hypercholesterolemia)

คนกลุ่มนี้ไม่ควรรอให้มีอาการแสดงแล้วค่อยเริ่มดูแลตัวเอง แต่ควรเข้ารับการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย พร้อมทั้งติดตามปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ทั้งระดับไขมันในเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และน้ำหนักตัว รวมถึงพิจารณาตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม เช่น ค่า Lipoprotein(a) และ ApoB ตามความเหมาะสม ส่วนการตรวจหัวใจเชิงลึกอย่าง CT Coronary Artery Calcium ควรเลือกทำตามอายุและระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

"พันธุกรรมคือพิมพ์เขียวทางสุขภาพ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร ไม่ควรรอให้มีอาการ แต่ต้องเริ่มประเมินความเสี่ยงตั้งแต่อายุยังน้อย"

------

อ่านเนื้อหาทั้งหมดผ่านลิงก์ในคอมเมนต์

18/08/2026

🇯🇵🎓ທຶນຜູ້ນຳໜຸ່ມ Young Leader's Program (YLP) 2027 ເປີດຮັບສະໝັກແລ້ວ! ✨

📌ກະລຸນາສະແກນ QR code ຫຼື ກົດທີ່ລິ້ງດ້ານລຸ່ມ ເພື່ອກວດສອບເງື່ອນໄຂ, ລາຍລະອຽດການສະໝັກ ແລະ ຂໍ້ມູນອື່ນໆ:
https://www.la.emb-japan.go.jp/itpr_ja/11_000001_01153.html

ພວກເຮົາຂໍໃຫ້ຜູ້ນຳໜຸ່ມໃນອະນາຄົດ ທີ່ມີເປົ້າໝາຍຢາກສ້າງການປ່ຽນແປງທຸກທ່ານ ໂຊກດີ! 🌟🍀

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

🇯🇵🎓Applications for the Young Leaders’ Program (YLP) 2027 are now open! ✨

📌Please scan the QR code or click the link below to check your eligibility, the application criteria, program details, and other information:
https://www.la.emb-japan.go.jp/itpr_ja/11_000001_01153.html

We look forward to receiving applications from young leaders who aspire to make a positive impact in the future! 🌟🍀

17/08/2026

ຄວາມສຳຄັນຂອງນໍ້າຕານສະສົມ
Hb A1c

16/08/2026

🩸 ค่า LDL เท่ากัน แต่อันตรายอาจไม่เท่ากัน
เพราะ LDL ไม่ได้มีแค่ “สูงหรือต่ำ” เท่านั้น 🔎
เวลาตรวจไขมัน หลายคนมักดูแค่ว่า LDL สูงหรือไม่ แต่จริง ๆ แล้ว LDL มีอนุภาคหลายขนาด ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก
โดย LDL ขนาดเล็กและหนาแน่น หรือ small dense LDL มีแนวโน้มแทรกเข้าไปและค้างอยู่ในผนังหลอดเลือดได้ง่ายกว่า รวมทั้งถูกออกซิไดซ์ได้ง่าย จึงสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดคราบไขมันในหลอดเลือดมากขึ้นค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่า LDL ขนาดใหญ่จะปลอดภัยทั้งหมดนะคะ เพราะหากมีอนุภาค LDL อยู่ในเลือดจำนวนมาก ก็ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อหลอดเลือดได้เช่นกันค่ะ
🔍 แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า LDL ของเรามีแนวโน้มเป็นตัวเล็ก?
สามารถประเมินคร่าว ๆ จากผลตรวจไขมันทั่วไป โดยใช้สูตร: ไตรกลีเซอไรด์ (TG) ÷ HDL
ตัวอย่าง
TG 150 mg/dL ÷ HDL 50 mg/dL = 3
สูตรนี้ใช้เมื่อค่า TG และ HDL รายงานเป็นหน่วย mg/dL เหมือนกันค่ะ
แนวทางดูแบบคร่าว ๆ
▪️ ต่ำกว่า 2 : มักพบร่วมกับรูปแบบการเผาผลาญที่ค่อนข้างดี และมีแนวโน้มพบ LDL ขนาดเล็กน้อยกว่า
▪️ ประมาณ 2–3 : ควรเริ่มใส่ใจเรื่องอาหาร น้ำหนัก รอบเอว และระดับน้ำตาลในเลือดมากขึ้น
▪️ มากกว่า 3 : อาจมีแนวโน้มพบ LDL ขนาดเล็ก ภาวะดื้อต่ออินซูลิน หรือปัญหาการเผาผลาญมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางดูคร่าว ๆ ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะตัวเลขที่ใช้ประเมินอาจแตกต่างกันตามเพศ เชื้อชาติ และภาวะสุขภาพของแต่ละคนค่ะ
🍰 ทำไมไตรกลีเซอไรด์สูงจึงสัมพันธ์กับ LDL ตัวเล็ก?
เมื่อกินน้ำตาล น้ำหวาน ขนม แป้งขัดสี หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ตับอาจสร้างไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะคนที่มีไขมันหน้าท้อง ไขมันพอกตับ หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน ยิ่งมีโอกาสพบ LDL ขนาดเล็กและหนาแน่นมากขึ้นค่ะ
💡 วิธีช่วยปรับค่า TG/HDL ให้ดีขึ้น
1️⃣ ลดน้ำตาลและแป้งขัดสี 🧋
ลดน้ำอัดลม ชานม น้ำหวาน ขนม เบเกอรี และอาหารที่ทำจากแป้งขัดสีมากเกินไป
ไม่จำเป็นต้องงดข้าวหรือคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด แต่ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม และเพิ่มผัก ถั่ว ธัญพืช และอาหารที่มีกากใยค่ะ
2️⃣ ลดหรือหยุดแอลกอฮอล์ 🍺
แอลกอฮอล์อาจทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีไขมันพอกตับ เบาหวาน ไตรกลีเซอไรด์สูง หรือรอบเอวเกินเกณฑ์
3️⃣ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 🏊
การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ วิ่ง หรือฝึกกล้ามเนื้อ ช่วยให้ร่างกายนำพลังงานไปใช้มากขึ้น และช่วยให้การควบคุมน้ำตาลและไขมันดีขึ้น
4️⃣ ลดน้ำหนักและไขมันรอบเอว 📏
สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักลงเพียงบางส่วนก็สามารถช่วยให้ไตรกลีเซอไรด์และสุขภาพโดยรวมดีขึ้นได้ค่ะ
5️⃣ หยุดสูบบุหรี่ 🚭
ช่วยลดการอักเสบและความเสียหายต่อผนังหลอดเลือด รวมถึงอาจช่วยให้ระดับ HDL ดีขึ้น
6️⃣ เลือกไขมันที่มีคุณภาพ 🥑
เลือกกินปลา ถั่ว เมล็ดพืช อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก แทนอาหารทอด ไขมันทรานส์ และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
โอเมก้า 3 จากปลาหรือน้ำมันปลาอาจช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ได้ แต่หากต้องใช้ในปริมาณสูงเพื่อการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ
⚠️ อย่าดูแค่ค่า LDL ตัวเดียว
ควรดูร่วมกับ TG, HDL น้ำตาลในเลือด ความดัน รอบเอว และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ
หากต้องการประเมินให้ละเอียดขึ้น อาจตรวจ ApoB ซึ่งช่วยดูว่าในเลือดมีอนุภาคไขมันที่อาจเข้าไปสะสมในหลอดเลือดอยู่มากน้อยแค่ไหนค่ะ
📊 ลองหยิบผลเลือดครั้งล่าสุดมาคำนวณ TG ÷ HDL ดูนะคะ
หากตัวเลขค่อนข้างสูง อย่าเพิ่งตกใจหรือปรับยาเอง แต่ควรดูร่วมกับค่าไขมันตัวอื่น แล้วเริ่มจากการลดหวาน ออกกำลังกาย ควบคุมรอบเอว และดูแลหลอดเลือดอย่างเหมาะสมค่ะ
#อย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ #หมออรรถ #คอเลสเตอรอล #ไตรกลีเซอร์ไรด์

Address

Ladphanit Road
Savannakhét
LAOPDR

Telephone

+8562055002299

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Phet Clinic posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Practice

Send a message to Phet Clinic:

Shortcuts

Share

Category