12/06/2026
ถ้าได้รู้ล่วงหน้าก็จะช่วยให้วางแผนชีวิต ทั้งด้านการรักษา ด้านกฏหมาย ด้านสังคม ฯลฯ ไว้ก่อน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทั้งผู้ป่วยและครอบครัวครับ
เดี๋ยวนี้มีการตรวจคัดกรองทั้งโดยแบบสอบถาม การตรวจจากสารน้ำร่างกาย (เลือด น้ำไขสันหลัง) การX-ray พิเศษที่ช่วยให้ทราบโอกาสเกิดโรคได้ (ก่อนเกิดโรคแต่ยังไม่มีอาการมากหรืออาการเบายังไม่เข้าเกณฑ์) บางครั้งช่วยในการยืนยันวินิจฉัย(มีอาการเป็นชัดแล้ว=เป็นโรคแล้ว) ทำให้เข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาได้ไว
รู้ไว รักษาไว ได้ผลดีครับ
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่า อีก 10 ปีข้างหน้า แม่หรือพ่อคุณกำลังจะเป็นอัลไซเมอร์ คุณจะเตรียมอะไรบ้าง?
ฟังดูเหมือนคำถามที่ไม่มีใครตอบได้
แต่วันที่คุณหมอบอกว่า “คุณแม่กำลังเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมครับ”
มันทำให้เรารู้ว่าเวลาที่เหลืออยู่ไม่ใช่เวลาสำหรับตกใจ
แต่เป็นเวลาสำหรับ “เตรียมตัว” และหลายคนคิดว่าการเตรียมตัว คือการเตรียมเงิน
ใช่ค่ะ เงินสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ lifestyle คงเดิม ซึ่งไว้มาเล่าในคราวหน้านะคะ
แต่หลังจากผ่านการดูแลแม่มาหลายปี เราพบว่ามีหลายอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน
🍁เตรียมกล้ามเนื้อ ฟังดูแปลกใช่มั้ย
แต่วันที่สมองเริ่มลืม
การเดิน, การลุก, การนั่ง, การทรงตัว จะค่อยๆ แย่ลง
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะพาแม่เดินมากกว่านี้, พาออกกำลังกายมากกว่านี้, พาเล่นเวทเบาๆ มากกว่านี่
เพราะวันที่ต้องย้ายตัวผู้ป่วยจากเตียงไปห้องน้ำ
คนที่เคยหนัก 50 กิโล จะกลายเป็น 50 กิโลที่พยุงร่างให้ยกยากมากๆ
🏡 เตรียมบ้าน
วันที่ยังเดินได้ บ้านอาจดูปกติ
แต่วันนึง พรมจะกลายเป็นจุดสะดุด
บันไดจะกลายเป็นอุปสรรค
ห้องน้ำจะกลายเป็นพื้นที่อันตราย
ราวจับ, พื้นกันลื่น, แสงสว่าง
สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ ช่วยลดอุบัติเหตุได้มากกว่าที่คิด
🗂️ เตรียมเอกสาร
วันที่ยังจำได้ แนะนำอย่างมากนะคะ
ควรคุยเรื่องบัญชี, ทรัพย์สิน, พินัยกรรม
ผู้มีอำนาจตัดสินใจทางการแพทย์
อย่ารอให้ถึงวันที่เจ้าของทรัพย์สินจำลูกตัวเองไม่ได้ แล้วทุกคนต้องมานั่งเดากันว่า
“แม่เคยบอกไว้หรือเปล่า?“
🤼 เตรียมทีม
ไม่มีใครดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้คนเดียว
ไม่มีจริงๆ
ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน
รักมากแค่ไหน
วันนึงคุณจะเหนื่อย ปางตาย
ญาติ
พี่น้อง
ผู้ดูแล
เพื่อนบ้าน
ทุกคนคือทีม
และยิ่งสร้างทีมได้เร็วเท่าไหร่
คุณจะยิ่งรอดมากขึ้นเท่านั้น
💰 เตรียมเงิน
อันนี้พูดตรงๆ
อัลไซเมอร์เป็นโรคที่ใช้เวลานานมาก
บางคนอยู่กับโรค 10 ปี
บางคน 15 ปี
ค่าใช้จ่ายไม่ได้มาทีเดียวแบบผ่าตัด แต่มาแบบรายเดือน
ผู้ดูแล
อุปกรณ์
กายภาพ
ค่ารถ
ค่าคนพาไปโรงพยาบาล
และค่าใช้จ่ายเล็กๆ ที่รวมกันแล้วไม่เล็กเลย เฉลี่ยราว 1.2 ล้านบาท / ปี
♥️เตรียมหัวใจ
อันนี้ยากที่สุด
เพราะไม่มีใครบอกคุณได้ว่า วันที่แม่จำชื่อลูกไม่ได้ ต้องรับมือยังไง
เราเจอมาแล้ว และแม่นค่ะ
น้ำตาแตก ทะลักทะลายเหมือนสึนามิ
วันที่แม่ด่าคุณ
ทั้งที่เลี้ยงดูท่านมาทั้งชีวิต ต้องรู้สึกวางใจยังไงดี
วันที่แม่ถามคำเดิม 20 รอบ ใน 10 นาที
จะอดทนได้แค่ไหน
สุดท้ายแล้ว อัลไซเมอร์ไม่ใช่โรคของความจำ
แต่มันคือบททดสอบของความรัก
และถ้าย้อนเวลากลับไปได้
สิ่งที่อยากทำมากที่สุด
ไม่ใช่หาเงินเพิ่ม
แต่คือใช้เวลาที่สมองของแม่ยังจำเราได้ให้มากกว่านี้อีกหน่อย
เพราะวันนึง สิ่งที่หายไปก่อนความทรงจำ
อาจเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันแบบเดิม
และนี่คือเหตุผลที่นิกกี้เชื่อเสมอว่า การวางแผนโรคร้ายแรง (CI) ไม่ใช่การเตรียมตัวสำหรับ “การเสียชีวิต”
แต่คือการเตรียมทรัพยากร
สำหรับวันที่เราหรือคนที่เรารัก ยังมีชีวิตอยู่…และต้องใช้ชีวิตต่อไปอีกนาน
และนี่ก็เป็นอีกเหตุผล
ว่าทำไมเรื่อง CI หรือประกันโรคร้ายแรง
ถึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย
เพราะบางโรค ไม่ได้พรากแค่สุขภาพ
แต่มันเปลี่ยนทั้งโครงสร้างของชีวิตคนทั้งบ้าน
วันที่ยังมีแรงวางแผนได้
อาจเป็นวันที่ควรวางให้ดีที่สุดค่ะ
เริ่มต้นจากตรงนี้ ทักเพื่อปรึกษาได้เสมอนะคะ
•
•
•