22/06/2026
สาวกมัตจะ ควรรู้นะคะ 🍵🍵
🙋🏻♀️🙋🏻♀️ สวัสดีเช้าวันจันทร์ที่ฉดใฉ 🌤️🍵
วันนี้มาเล่าเรื่องของ การดื่มมัตจะ กับ โลหิตจาง มันจริงมั๊ย???
เรามาเริ่มทำความเข้าใจกับมัตจะก่อนนะ ว่า...ไอ้ต้าวมัตจะ มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัว อาทิ โพลีฟีนอล (Polyphenols), แทนนิน (Tannins)ที่ทำให้มันมีรสฝาด, คาเทชิน (Catechins) ในปริมาณที่สูงมาก โดยเฉพาะ EGCG (Epigallocatechin Gallate) มีงานวิจัยชี้ว่ามีปริมาณสูงกว่าชาเขียวทั่วไปถึง 137 เท่า ซึ่งไอ้สาร EGCG นี้แหละ เป็นพระเอกที่ทำให้มันมีประโยชน์ต่อสุขภาพ น้องช่วยชะลอวัย ลดการอักเสบในร่างกาย ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
แต่ๆๆๆ ไอ่สารที่อยู่ในมัตจะนี้ ก็เข้าไปรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กได้เช่นกัน ฉะนั้นจึงมีหลายๆคนออกมาเตือนว่า มันจะทำให้เลือดจางได้นะ และก็มีหลายคนออกมาเห็นแย้ง พร้อมโชว์ผลตรวจเลือดว่ากินมายาวนานไม่เห็นเป็นอะไร
ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกลไกของการดูดซึมธาตุเหล็กกันบ้าง
ก่อนอื่นขอแบ่งแยก ธาตุเหล็กในร่างกายออกเป็น 2 ชนิด
1. Non-Heme (Non-Heme Iron) ซึ่งร่างกายได้รับจากพืชผัก เช่น ถั่ว เต้าหู้ หรือผักใบเขียว
2. Heme (Heme Iron) ร่างกายได้รับมาจากเนื้อสัตว์
🔆🔆และความสำคัญอยู่ตรงนี้ ไอ้ต้าวสารในมัตจะ มีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ สามารถเข้าไปจับกับธาตุเหล็กชนิด Non-Heme (Non-Heme Iron) ที่อยู่ในพวกผักได้ ผลคืออะไรน่ะหรอ ผล ก็คือ กลุ่มบุคคลที่ทานเจ หรือ มังสวิรัส(vegan) หากดื่มมัตจะเป็นเวลานาน และดื่มใกล้มื้ออาหาร สารในมัตจะจะเข้าไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กชนิดนี้ จึงทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กน้อยลง อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางได้ นอกจากนี้ ยังพบรายงานจาก Verywell Health ระบุว่า สารจากมัตจะอาจลดการดูดซึมเหล็ก Non-Heme ได้ 60-90% เมื่อดื่มพร้อมมื้ออาหาร หากดื่มมัทฉะบ่อยและติดกับมื้ออาหารที่มีเหล็กจากพืชเป็นหลัก อาจทำให้ร่างกายได้รับเหล็กไม่เพียงพอ จนเสี่ยงเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งส่งผลให้เหนื่อยง่าย หน้าซีด เวียนหัว ผมร่วง และเล็บเปราะได้ในระยะยาว อีกทั้งยังอาจกระทบต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น
ส่วนธาตุเหล็กชนิด Heme (Heme Iron) ไม่มีผลกระทบใดๆ ดังนั้นแล้ว นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมหลายๆคน ดื่มมัตจะมายาวนาน แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อความเข้มข้นของเลือด หรือภาวะเลือดจาง
🍵แล้วใครที่ควรระวังในการดื่มมัตจะ? 🍵
1. ผู้ที่ทานเจ หรือชาวมังสวิรัติ (Vegan/Vegetarian) เพราะอาหารส่วนใหญ่จะมาจากพืช ซึ่งเป็นแหล่งของธาตุเหล็กชนิด Non-Heme
2. แม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพราะช่วงนี้ร่างกายคุณแม่ต้องการธาตุเหล็กสูงมากเป็นพิเศษ
3. ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางอยู่แล้ว (Pre-existing Anemia) เพราะการดื่มมัทฉะที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้อาการแย่ลงได้
📍สรุป ควรดื่มมัตจะยังไงให้ได้ประโยชน์สูงสุด?📍
1. เว้นช่วงการดื่มมัตจะ ให้ห่างจากมื้ออาหารที่มีธาตุเหล็กสูงสัก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นก่อน
2. ทานอาหารที่มีวิตามินซีเพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารที่เน้นพืชผัก เพราะวิตามินซีจะเข้าไปเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างดีเยี่ยม
3. ดื่มแต่พอดี ปริมาณมัทฉะที่เหมาะสมต่อวันคือ 2-5 กรัม (ประมาณ 1-2 ช้อนชา) และไม่ควรเกิน 10 กรัมต่อวัน เพื่อควบคุมปริมาณคาเฟอีนไม่ให้เกิน 400 มิลลิกรัม (เกณฑ์ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป) ซึ่งจะเทียบเท่ากับการดื่มมัทฉะเข้มข้นวันละ 1-2 แก้ว
4. เลือกวิธีชงที่ดี เช่น เคลียร์มัตจะในน้ำแร่ หรือน้ำด่างก็ดีทั้งนั้น หรือเพิ่มไซรัปเพียงเล็กน้อย ส่วนสายลงนมทั้งหลาย ก็เลือกเป็นนมขาดมันเนย พร่องมันเนย หวานน้อย และเลือกผงมัตจะที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ก็จะช่วยให้สบายใจเรื่องความปลอดภัยมากขึ้นจ้า
ใครอยากฟังเรื่องไหนอีก คอมเม้นท์ หรือ อินบ๊อกมาได้นะงับ
#แค่อยากเล่าให้ฟัง ัดรีวิว #การดื่มมัทฉะ #มัตจะ