คลินิกแพทย์หญิงณิชกุล สูตินรีเวชกรรม กบินทร์บุรี

คลินิกแพทย์หญิงณิชกุล สูตินรีเวชกรรม กบินทร์บุรี ฝากครรภ์ อัลตราซาวด์2-4มิติ โรคนรีเวช ตรวจภายใน คุมกำเนิด โรคทั่วไป

03/06/2026

วันนี้คลินิกเปิด 17.00-20.00น.ค่ะ

30/05/2026

คำถามที่หลายคนอาจ “สะดุ้ง” เวลาโดนถาม และอาจเป็นคำถามที่คนถามก็อาจสงสัยว่าทำไมคนถูกถามต้อง “สะดุ้ง” ด้วยนะ 🎀💕

ขอมาตอบแบบทางการนะครับว่า … อายุ 37 ปี อยากมีลูกเพิ่มอีกซักคนช้าไปแล้วไหม 👇

••••••••

🟡 อายุ 37 ปี อยากมีลูกอีกคน ถือว่าแก่ไปไหม?

คำตอบคือ
✅ “ไม่แก่เกินไปครับ แต่ควรวางแผนให้เร็วและรอบคอบ”

หลายคนอาจเคยมีลูกมาแล้ว และเมื่ออายุประมาณ 37 ปี อยากมีลูกเพิ่มอีกคน คำถามที่พบบ่อยคือ
“ยังไหวไหม?” “เสี่ยงมากไหม?” “ควรปล่อยเองหรือปรึกษาแพทย์?”

ในทางการแพทย์ อายุ 35 ปีขึ้นไปถือเป็นการตั้งครรภ์ในช่วงอายุมารดาที่มากขึ้น หรือ advanced maternal age แต่ไม่ได้หมายความว่า “มีลูกไม่ได้” หรือ “อันตรายเสมอไป” นะครับ

เพียงแต่เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 35 ปี ตัวเลขหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไปชัดเจน

🔸 โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติลดลง
โดยเฉลี่ยโอกาสตั้งครรภ์ต่อรอบเดือนในวัย 30 ต้น ๆ อาจอยู่ราว 15–20% ต่อเดือน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 37–40 ปี จะลดลงเหลือประมาณ 5–10% ต่อเดือน และลดลงต่อเนื่องหลังจากนั้น

🔸 โอกาสแท้งเพิ่มขึ้น
โดยทั่วไปวัย 20–30 ต้น ๆ มีโอกาสแท้งประมาณ 10–15% แต่ในช่วงอายุประมาณ 37 ปี อาจเพิ่มเป็นราว 20–25% และสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุใกล้ 40 ปี

🔸 ความเสี่ยงโครโมโซมผิดปกติเพิ่มขึ้น
เช่น กลุ่มดาวน์ซินโดรม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุแม่ โดยอายุ 35 ปีอยู่ประมาณ 1 ใน 350 และอายุ 40 ปีประมาณ 1 ใน 100 ดังนั้นอายุ 37 ปีจะอยู่ระหว่างช่วงนี้ จึงควรได้รับคำปรึกษาเรื่องการตรวจคัดกรองโครโมโซม เช่น NIPT หรือการตรวจตามแนวทางฝากครรภ์

🔸 เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง และครรภ์เป็นพิษพบมากขึ้น
การตั้งครรภ์อายุ 35 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางมารดาเพิ่มขึ้น โดยบางการศึกษาพบว่าเบาหวานขณะตั้งครรภ์อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5–2 เท่า และความดันโลหิตสูง/ครรภ์เป็นพิษเพิ่มขึ้นประมาณ 1.3–1.8 เท่า เมื่อเทียบกับหญิงตั้งครรภ์อายุน้อยกว่า

🔸 ถ้าเคยผ่าคลอดมาก่อน ต้องประเมินแผลผ่าตัดเดิม
โดยเฉพาะถ้าจะพิจารณาคลอดทางช่องคลอดหลังเคยผ่าคลอด ความเสี่ยงมดลูกแตกโดยรวมมักอยู่ประมาณ 0.5–1% ในกลุ่มที่คัดเลือกเหมาะสม แต่ต้องประเมินชนิดแผลผ่าตัด ระยะห่างจากครรภ์ก่อนหน้า และข้อบ่งชี้ของการผ่าคลอดครั้งก่อน

แต่ข่าวดีคือ
✅ ผู้หญิงอายุ 37 ปีจำนวนมากยังสามารถตั้งครรภ์และคลอดลูกได้อย่างปลอดภัย
โดยเฉพาะถ้าสุขภาพพื้นฐานดี วางแผนก่อนตั้งครรภ์ และฝากครรภ์เร็ว

••••••••

👩‍⚕️ ถ้าอายุ 37 ปี และอยากมีลูกอีกคน ควรทำอะไร?

✅ 1. ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์
ดูโรคประจำตัว น้ำหนัก ความดัน เบาหวาน ไทรอยด์ ยาที่ใช้อยู่ ยาประจำตัว และวัคซีนที่ควรได้รับ

✅ 2. ทบทวนประวัติการตั้งครรภ์ครั้งก่อน
เช่น เคยคลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ทารกตัวเล็ก ตกเลือดหลังคลอด หรือเคยผ่าคลอดหรือไม่

✅ 3. เริ่มโฟลิกก่อนตั้งครรภ์
โดยทั่วไปแนะนำอย่างน้อย 400 ไมโครกรัมต่อวัน ก่อนตั้งครรภ์ เพื่อลดความเสี่ยงความผิดปกติของท่อประสาททารก

✅ 4. ประเมินรอบเดือนและการตกไข่
ถ้ารอบเดือนเริ่มไม่สม่ำเสมอ หรือมีประวัติเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ผ่าตัดรังไข่ หรือมีบุตรยากมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์เร็วขึ้น

✅ 5. ถ้าพยายามเองเกิน 6 เดือนแล้วยังไม่ตั้งครรภ์ ควรพบแพทย์
เพราะอายุมากกว่า 35 ปีแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอครบ 1 ปี การประเมินเร็วช่วยให้มีทางเลือกมากขึ้น

✅ 6. เมื่อตั้งครรภ์แล้วควรฝากครรภ์เร็ว
เพื่อประเมินความเสี่ยง วางแผนตรวจคัดกรองโครโมโซม ติดตามเบาหวาน ความดัน ครรภ์เป็นพิษ และการเจริญเติบโตของทารกอย่างเหมาะสม

💛

อายุ 37 ปี ไม่ได้แก่เกินไปสำหรับการมีลูกอีกคนครับ
แต่เป็นช่วงวัยที่ควร

✨ วางแผนเร็ว
✨ ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์
✨ ประเมินประวัติครรภ์ก่อนหน้า
✨ ไม่รอนานหากพยายามแล้วไม่สำเร็จ
✨ ฝากครรภ์เร็วเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์

คำสำคัญไม่ใช่ “แก่ไปไหม” แต่คือ “เตรียมตัวดีพอหรือยัง” ครับ

••••••••

37 ปีอยากมีอีกให้รีบมี ซึ่งอาจจริงที่ว่า 37 ปีอาจอาวุโสในตำรา แต่ในภาวะจริงนี่เป็นจุดเริ่มต้นของอีกหลายๆคนเองเลยนะครับ ✌️

02/05/2026

✨🍭 เตรียมตัวยังไงก่อนตรวจน้ำตาลตอนท้อง (OGTT) ให้ผลแม่นที่สุด?

คุณแม่ท้องหลายคนถามว่า
“ก่อนตรวจน้ำตาล ดื่มน้ำได้ไหม?”
“ต้องอดอาหารแค่ไหน?”
“กินน้อยก่อนตรวจจะช่วยให้ผ่านไหม?”

คำตอบคือ… การเตรียมตัวมีผลต่อความแม่นยำของผลตรวจมากครับ 💡

ทำไมต้องตรวจน้ำตาลตอนตั้งครรภ์? 🤰

ช่วงตั้งครรภ์ รกจะสร้างฮอร์โมนหลายชนิดที่ทำให้ร่างกาย
“ดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น”

👉 เป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้มีน้ำตาลส่งไปเลี้ยงทารกมากขึ้น แต่ถ้าร่างกายคุณแม่ปรับตัวไม่ทันน้ำตาลในเลือดจะสูงผิดปกติ → เกิด เบาหวานขณะตั้งครรภ์

ดังนั้นการตรวจ OGTT จึงช่วยคัดกรองภาวะนี้ได้นั่นเอง

•••••••

นี่คือวิธีเตรียมตัวก่อนตรวจ OGTT 📝 ให้ได้ผลที่แม่นยำ เน้นว่าได้ผลที่แม่นยำ ไม่ใช่เพื่อให้ได้ผลที่เป็นอย่างที่เราต้องการนะครับสำคัญมากๆที่จะต้องทำความเข้าใจว่า … เราต้องการผลที่แม่นยำ ถ้าร่างกายในช่วงตั้วครรภ์นี้เป็นเบาหวานเราก็จะได้รู้ว่าเป็นเบาหวานแล้วจะได้คุมระดับน้ำตาลดีๆเพื่อลูกในท้องปลอดภัยครับ

🍚 1. ก่อนตรวจ 2–3 วัน: กินอาหาร “ตามปกติ”

* ไม่ต้องงดแป้ง
* ไม่ต้องลดของหวานผิดปกติ
* ไม่ต้องอดอาหารล่วงหน้า

เพราะถ้ากินน้อยกว่าปกติ อาจทำให้ผลตรวจ เพี้ยนได้ครับ จริงๆเป็นเบาหวานแต่มาเตรียมร่างกายช่วงสั้นๆเพื่อให้ผลเลือดผ่านแบบนี้คือไม่เหมาะสมเพราะจะได้ผลที่ไม่แม่นยำครับ

⏰ 2. คืนก่อนตรวจ: งดอาหารประมาณ 8 ชั่วโมง

* งดอาหารทุกชนิดตามเวลาที่โรงพยาบาลกำหนด
* ส่วนใหญ่จะนัดตรวจตอนเช้าเพื่อให้อดง่ายขึ้นไม่นานเกินไป การตรวจเบาหวานแบบวินิจฉัยมักมีผลเลือดแบบอดอาหารอยู่ในนั่น 1 ค่าครับ

💧 3. ดื่มได้เฉพาะ “น้ำเปล่า”

✅ น้ำเปล่าดื่มได้

❌ แต่ห้าม:
* กาแฟ / ชา
* นม
* น้ำผลไม้
* น้ำหวาน
* น้ำวิตามิน / flavored water

🚫 4. เลี่ยงสิ่งที่รบกวนผลตรวจ

* หมากฝรั่ง / ลูกอม
* สูบบุหรี่
* ออกกำลังกายหนัก
* เดินเยอะผิดปกติระหว่างรอตรวจ

เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ระดับน้ำตาลเปลี่ยนได้

ตอนตรวจจะเกิดอะไรขึ้น? 🩸

1. เจาะเลือดตอนอดอาหาร
2. ดื่มน้ำกลูโคส
3. เจาะเลือดซ้ำตามเวลา

💡 ระหว่างรอควรนั่งพักสบาย ๆ
อย่าเดินช้อปปิ้งหรือขึ้นลงบันไดเยอะ

สรุปง่าย ๆ 📌

“ก่อนตรวจน้ำตาลตอนท้อง: #กินปกติ อดอาหารตามกำหนดเวลาที่คำแนะนำกำหนดมา บางอย่างไม่ต้องงดอาหารแต่บางวิธีให้งดอาหารครับ และดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่า ดื่มได้ไม่ต้องงดน้ำเปล่า“

10/04/2026

คลินิกหยุด 11-15 เม.ย.
เปิด 16 เม.ย 17.00 ค่ะ

06/04/2026

☕ กินกาแฟได้ครับ ในคนท้อง 30 สัปดาห์
แต่ต้อง จำกัดปริมาณคาเฟอีนไม่เกิน 200 mg/วัน (ตาม ACOG, WHO)

เทียบเป็นแก้วประมาณนี้
• กาแฟดำ 1 แก้ว (240 ml) ≈ 80–100 mg → ดื่มได้ ประมาณ 1–2 แก้ว
• เอสเปรสโซ 1 shot ≈ 60–75 mg → ได้ 2–3 shots
• กาแฟนม/ลาเต้ 1 แก้ว ≈ 80–120 mg → 1 แก้วสบาย ๆ
• ชา/ชาเขียว/ชานม ก็มีคาเฟอีน ต้องนับรวม

ข้อดี
✔ ช่วยลดง่วง
✔ ลดปวดศีรษะบางราย
✔ ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

ข้อเสีย (ถ้ากินมากกว่า 200–300 mg/วัน)
⚠ เพิ่มเสี่ยงทารกน้ำหนักน้อย (บางงานวิจัย)
⚠ ใจสั่น นอนไม่หลับ
⚠ กรดไหลย้อนมากขึ้น
⚠ คาเฟอีนผ่านรก ทารก metabolize ช้า

คำแนะนำหมอ
👉 ถ้าอยากกิน กินได้วันละ 1 แก้ว ถือว่าปลอดภัย
👉 อย่ากินตอนท้องว่าง
👉 เลี่ยงช่วงเย็นถ้านอนไม่หลับ
👉 ถ้ากินแล้วใจสั่นให้ลด

29/12/2025

คลินิกหยุด
31 ธค68 -3 มค69
เปิด 4 มค 69 17.00-20.00 ค่ะ

14/12/2025

ทารกในท้องเริ่มดิ้นเมื่อไหร่?

• ทารกเริ่มขยับตัวตั้งแต่ 7–8 สัปดาห์ แต่ยังเล็กมาก คนท้องจะยังไม่รู้สึก
• การดิ้นเริ่มชัดเจนช่วง 16–20 สัปดาห์

••••••

คนท้องจะเริ่มรู้สึกลูกดิ้นเมื่อไหร่?

ขึ้นกับประสบการณ์และร่างกายของแม่

⭐ ครรภ์แรก
• มักเริ่มรู้สึก 18–20 สัปดาห์

⭐ ครรภ์หลัง
• มักเริ่มรู้สึก 16–18 สัปดาห์

••••••

ปัจจัยที่ทำให้รู้สึกเร็ว/ช้า

• รกเกาะด้านหน้า → อาจรู้สึกช้าลง
• ไขมันหน้าท้องมาก
• ความไวต่อความรู้สึกของแต่ละคนก็มีผลด้วยเช่นเดียวกัน

••••••

เมื่อไหร่ควรเริ่มนับลูกดิ้น?

• แนะนำเริ่มตั้งแต่ อายุครรภ์ 28 สัปดาห์ขึ้นไป

• โดยเฉพาะใน ครรภ์เสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดัน โรคไต ทารกตัวเล็ก

••••••

⭐ วิธีนับลูกดิ้นแบบ Cardiff (Cardiff “Count-to-10”)

วิธีนี้เป็นมาตรฐานสากลอันนึงในหลายๆวิธี ใช้ง่าย เหมาะกับการประเมินสุขภาพทารกประจำวัน

วิธีทำ

1. เลือกเวลาที่จะนับลูกดิ้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 12 ชั่วโมง
2. ทำกิจวัตรตามปกติของคนท้อง
3. นับเฉพาะการดิ้นที่รู้สึกได้ชัด
4. เมื่อได้ครบ 10 ครั้ง ให้บันทึก เวลา ที่ดิ้นครบ
5. ทำ วันละครั้ง

••••••

ค่าปกติ

• ส่วนใหญ่ทารกจะดิ้นครบ 10 ครั้ง ภายใน 12 ชั่วโมง

11/10/2025

น้ำมะนาวมีส่วนประกอบหลักคือ กรดซิตริก (citric acid) และวิตามินซีเล็กน้อย ซึ่ง
• #ไม่มีผลโดยตรงต่อการดูดซึมกลูโคสในลำไส้
• #ไม่รบกวนเอนไซม์ที่ใช้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

••••••••

⚠️ ข้อควรระวังในการเตรียมเครื่องดื่ม
• ใช้ มะนาวสด หรือบีบน้ำเล็กน้อยเท่านั้น
• ห้ามเติม น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง น้ำผลไม้ หรือโซดาเพื่อให้รสกลมกล่อมยิ่งขึ้น
• ปริมาณที่แนะนำคือ ไม่เกิน 1–2 ช้อนชา (5–10 มล.) ของน้ำมะนาวสดในสารละลายกลูโคส 300 มล. ดังนั่นไม่ต้องนำมะนาวมาเยอะนะครับ 5-10 มล น่าจะกำลังพอ

• สำคัญมากอีกอย่างคือ #ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น น้ำมะนาวพร้อมดื่มหรือผงมะนาว เพราะอาจมีน้ำตาลผสมครับ

26/07/2025

✅ กินน้อยแต่บ่อย – ห้ามปล่อยให้ท้องว่าง เช่น กินขนมปัง โจ๊ก กล้วย ทุก 2–3 ชั่วโมง
✅ หลีกเลี่ยงของมัน กลิ่นแรง อาหารรสจัด
✅ ดื่มน้ำจิบบ่อย ๆ – น้ำขิงอ่อน ๆ หรือน้ำเปล่าช่วยได้
✅ กินอาหารที่มีวิตามิน B6 – เช่น กล้วย ไข่ ถั่วลิสง
✅ พักผ่อนให้พอ – งีบสั้น ๆ ระหว่างวันช่วยลดอาการ
✅ ลดเครียด ผ่อนคลาย – ฟังเพลง หายใจลึก หรือเดินเบา ๆ
✅ ใช้กลิ่นบำบัด – กลิ่นมะนาว เปลือกส้มช่วยลดเวียนหัว

••••••••

ทำตามนี้ไม่ดีขึ้น …. ปรึกษาหมอ รับยาที่ปลอดภัย จะช่วยบรรเทาได้เยอะครับ

11/04/2025

คลินิกหยุดสงกรานต์
วันที่ 12-15 เมษายน
เปิด 16 เมษายน 68 17.00 ค่ะ

ที่อยู่

379/405 หมู่10 ตำบลหนองกี่
Amphoe Kabin Buri
25110

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
พฤหัสบดี 17:00 - 20:00
ศุกร์ 17:00 - 20:00
เสาร์ 17:00 - 20:00
อาทิตย์ 17:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66959716954

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกแพทย์หญิงณิชกุล สูตินรีเวชกรรม กบินทร์บุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์