ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacy

ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacy ให้บริการโดยเภสัชกร ตลอดเวลา ร้านยาสองเภสัชกร ตั้งอยู่บริเวณ ซอย7 หน้าตลาดตาซ่วน (สมหวัง) ตำบลป่าพุทรา อำเภอขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร

14/09/2026
14/09/2026

5 วิธีกินสุขภาพดี ฟินเฟ่อร์
#สสส #สื่อสารสุข #ลดเสี่ยงเลี่ยงNCDs #ลดพุงลดโรค

14/09/2026

ผักคราดหัวแหวน (Acmella oleracea (L.) R.K.Jansen.) หมอฟันจำเป็น

ทั้งดอกและต้นของผักคราดหัวแหวน มีสาร spilanthol ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ ในประเทศจีน มีการนำผักคราดหัวแหวนไปสกัดมาใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ จนเป็นที่รู้จักในชื่อ toothache plant

นอกจากประโยชน์ทางยาแล้ว ผักคราดหัวแหวน สามารถนำมารับประทานเป็นผักสด แกล้มอาหารคาวเพื่อดับกลิ่นและเพิ่มรสชาติทางภาคเหนือใช้แกงร่วมกับแกงดอกแคเพื่อเพิ่มความอร่อย

🔻ตำรับยา

▪️แก้ปวดฟัน :
ใช้ก้านช่อดอกหรือลำต้น มาเคี้ยวหรือขยี้อุดเข้าไปในรูฟันที่ปวด เคี้ยวประมาณ 1 นาที จะรู้สึกชาไปอีกประมาณ 20 นาที

▪️แก้อาการปวดท้องหลังคลอด :
ใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่ม

▪️รักษาไฟลามทุ่ง :
ใช้ใบและลำต้นนำมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าโรง รับประทานวันละ 1 ครั้ง ส่วนกากที่เหลือใช้พอกบริเวณที่เป็น

📚ข้อมูลจาก หนังสือ 10 สมุนไพรไทย งามตา ใกล้ใจ ทุกวัยสุขภาพดี

**************************
ปรึกษาสุขภาพกับเรา👩‍⚕️‍👨‍⚕️
◾️ คลินิกแพทย์แผนไทยออนไลน์: https://lin.ee/E5weKTc
◾️ ปรึกษาสุขภาพ ☎ 037-211289 , 087-5820597 (เฉพาะวันเวลาราชการ)
◾️ สถาบันการแพทย์แผนไทย: https://sites.google.com/view/abhthaimed

14/09/2026

🧸 การอ่านนิทาน สร้างจิตใจอ่อนโยนให้ลูก

การอ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการเลี้ยงดูเด็ก นอกจากจะช่วยสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นระหว่างพ่อแม่และลูกแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาจิตใจของเด็กให้อ่อนโยนอีกด้วย เรื่องราวในนิทานมักสอดแทรกคุณธรรมและข้อคิดดีๆ ซึ่งเด็กๆ สามารถซึมซับได้อย่างแนบเนียนผ่านตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่อง

การอ่านนิทานช่วยพัฒนาจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก เด็กจะได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นผ่านอารมณ์ของตัวละคร ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจและเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ นอกจากนี้ การที่นิทานส่วนใหญ่มักจบลงอย่างมีความสุข ยังช่วยปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกและความหวังให้แก่เด็กๆ อีกด้วย

ตัวละครในนิทานที่แสดงความเมตตาและช่วยเหลือผู้อื่น เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็ก ทำให้เด็กเรียนรู้ว่า การมีหัวใจที่อ่อนโยนเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เด็กๆ มักจะอยากเลียนแบบพฤติกรรมของตัวละครที่พวกเขาชอบ ซึ่งจะช่วยปลูกฝังนิสัยที่ดีได้อย่างเป็นธรรมชาติ

พ่อแม่ควรเลือกนิทานที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจของลูก ควรใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยน และแสดงอารมณ์ตามเนื้อเรื่อง เพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก การชวนลูกพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในนิทานหลังจากอ่านจบ จะช่วยให้เด็กได้ฝึกคิดวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะการสื่อสารและการแก้ปัญหา

การอ่านนิทานให้ลูกฟังเป็นประจำ จะช่วยสร้างนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็ก ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเรียนรู้ในอนาคต เด็กที่มีนิสัยรักการอ่านมักจะมีความรู้กว้างขวาง มีความเข้าใจโลกรอบตัว และมีทักษะทางภาษาที่ดี ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่จะช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จในชีวิตต่อไป

ดังนั้น การอ่านนิทานจึงเป็นวิธีการเลี้ยงดูลูกที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งในแง่ของการพัฒนาจิตใจให้อ่อนโยน การสร้างความผูกพันในครอบครัว และการวางรากฐานสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ่อแม่ควรให้ความใส่ใจกับการอ่านหนังสือกับลูกและทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดีงามและเติบโตอย่างมีความสุขนะคะ
♥️
พี่ดวงค่ะ

14/09/2026

ตำรับยาน่ารู้ | “ประสะมะแว้ง” ตำรับยาแก้ไอ ขับเสมหะ

ตำรับยาประสะมะแว้ง มีส่วนผสมหลัก คือ มะแว้งต้น (Solanum indicum L.) มะแว้งเครือ (Solanum trilobatum L.)
สรรพคุณแผนไทย ผลแก่สด มีรสขม บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ

🔎งานวิจัย
มะแว้งต้น มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เช่น
▪️ต้านอักเสบ
▪️แก้ปวด
▪️แก้ไข้

🔻การใช้ตามบัญชียาจากสมุนไพร บัญชียาหลักแห่งชาติ ตำรับยาประสะมะแว้ง ในผงยา 96 กรัม ประกอบด้วย
1. ผลมะแว้งต้น ผลมะแว้งเครือ หนักสิ่งละ 24 กรัม
2. ใบสวาด ใบตานหม่อน ใบกะเพรา หนักสิ่งละ 12 กรัม
3. เหง้าขมิ้นอ้อย หนัก 9 กรัม สารส้มสะตุ หนัก 3 กรัม

🔻ข้อบ่งใช้
บรรเทาอาการไอ มีเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับเสมหะ

🔻ขนาดและวิธีการใช้
▪️ชนิดผง
ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือรับประทาน
- ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 - 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ
- เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ

▪️ชนิดเม็ดและชนิดลูกกลอน
ละลายน้ำมะนาวแทรกเกลือรับประทานหรือใช้อม
- ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1 - 1.4 กรัม เมื่อมีอาการ
- เด็ก อายุ 6 - 12 ปี รับประทานครั้งละ 200 - 400 มิลลิกรัม เมื่อมีอาการ

🚫ข้อควรระวัง
▪️ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 15 วัน หากอาการ
ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
▪️ไม่ควรใช้น้ำมะนาวแทรกเกลือ กับผู้ป่วยที่ต้องจำกัดการใช้เกลือ หากสะดวกสามารถอมยาให้ละลายในปาก

🔖ข้อมูลอ้างอิง
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

#ตำรับยาไทย #ประสะมะแว้ง #แก้ไอ #ขับเสมหะ #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

13/09/2026

ถึง เธอ...พี่คนโต
คืนนี้ต่างไปจากทุกที
ปกติหลังนิทานจบลงพ่อแม่จะปิดไฟส่งเธอนอน
แต่คืนนี้ไฟยังส่องสว่าง พ่อแม่ที่กลับมานั่งลงข้างๆ
เพื่อบอกเธอว่า "เธอจะได้เป็นพี่แล้วนะ"
ความง่วงหายวับไปทันที
ตอนแรกเธอรู้สึกเหมือนมีคนจุดพุลในหัว
เธอดีใจที่ในที่สุดจะได้มีเด็กเพิ่มขึ้นในบ้าน
และเธอจะมีเพื่อนเป็นของตัวเอง
แต่ไม่ทันไรความกังวลเข้าแทรกฉับพลัน
แล้วถ้าน้องที่เกิดมาใหม่ไม่ชอบเธอล่ะ
แล้วพ่อแม่จะมีเวลาให้เธอเท่าเดิมไหม
ทุกอย่างเปลี่ยนไปหรือเปล่า?
เธอยังเด็กและไม่รู้ว่า "เป็นพี่ต้องเป็นยังไง"
และถ้าต้องแบ่งทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอคนเดียว
"เธอต้องแบ่งปันความรักอย่างไรดี"
ฉันอยากบอกเธอว่า "ไม่เป็นไรนะที่เธอจะกลัว"
และไม่เป็นไรจะที่เธอยังไม่พร้อม"
แต่ฉันในวันนี้ที่เป็นพี่ของน้องมานานแล้ว
อยากเล่าให้เธอฟังว่า...
ตอนน้องเกิดมาพ่อแม่จะมีเวลาน้อยลง
ทำให้เธอน้อยใจที่พ่อแม่ดูไม่สนใจเธอเท่าเดิม
แต่เพราะน้องยังช่วยตัวเองไม่ได้เท่าเธอ
พ่อแม่เลยต้องดูแลก่อน
แต่พ่อแม่ไม่เคยรักเธอน้อยไปกว่าเดิมเลย
เธอรู้ไหมว่าเธอคือ "รักแรกที่ไม่มีเงื่อนไข" ของพ่อแม่
เธอทำให้คนสองคนกลายเป็น "พ่อแม่" ครั้งแรก
เธอทำให้พ่อแม่ได้เรียนรู้ที่จะเติบโตเป็น "พ่อแม่"
เธอจึงเป็น "ลูกคนแรก" ที่พ่อแม่รักและสำคัญเสมอ
ความรักในครอบครัวเราไม่ได้น้อยลงหรือถูกแบ่งครึ่ง
การมีน้องเข้ามาเพิ่มทำให้ความรักในครอบครัวของเรา
แค่กำลังขยายใหญ่ขึ้น...
การมีน้องพ่อแม่กลับต้องการเธอมากกว่าเดิมเสียอีก
เธอทำอะไรได้มากกว่าที่เธอคิด...
บางทีพ่อแม่ทำอะไร น้องไม่ยอมทำ
แต่เมื่อเธอทำอะไร น้องยอมทำ
บางทีพ่อแม่เล่นกับน้อง
แต่น้องอยากเล่นกับเรามากกว่า
น้องมักจะอยากเลียนแบบพี่มากกว่าผู้ใหญ่
เธอทำอะไรน้องจะอยากทำตาม
นอกจากเธอจะเป็นพี่ของน้องแล้ว
เธอจะเป็นเพื่อน เป็นครู เป็นโค้ช ของน้องด้วย
แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอต้องแบกทุกภาระไว้บนบ่า
เธอแค่เป็นเธอ และทำในสิ่งที่เธอทำได้เท่านั้นเอง
ในวันที่มีน้อง เธอไม่ได้กลายเป็นผู้ใหญ่
เธอยังเป็นเธอ เธอยังเป็นเด็กเช่นกัน
ถ้าเธอไม่ไหว...
อย่าเก็บไว้คนเดียว
ถ้าเธอโกรธ เธอควรพูด
ถ้าเธอเศร้า เธอร้องไห้ได้นะ
ถ้าเธอเหงา เธอบอกพ่อแม่ได้เช่นกัน
บางครั้งพ่อแม่ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไง
ถ้าเธอบอกออกไปตรงๆ
พ่อแม่จะเข้าใจมากขึ้น
เธอจะได้ไม่โดดเดี่ยว
ฉันรู้ว่า...
คืนนี้ที่พ่อแม่บอกเธอว่าเธอจะเป็นพี่
เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เธอหวั่นใจ
การเป็นพี่ดูน่ากลัว
แต่วันที่เธอได้เป็นพี่แล้ว
ฉันเชื่อว่าเธอจะเป็นพี่ที่ดีที่สุดของน้องเลย
ไม่ต้องกลัวนะ...
บางเวลา บ่อยครั้งที่ต้องทะเลาะกับน้องบ้าง
ตีกัน ว่ากัน แย่งของกัน แกล้งกัน
เพราะมีเวลาอีกมากมายที่พี่น้องรักกัน
กอดกัน เล่นกัน ช่วยกัน เคียงข้างกัน
แต่นั่นแหละ...
พี่น้องรักกันไม่แปลว่าห้ามทะเลาะกัน
หรือดีกันตลอดเวลา
แต่พี่น้องรักกันคือเมื่อเมื่อเจอปัญหา
เราเลือกที่จะอยู่ข้างกัน
เช่น
เวลาที่อยากให้พ่อแม่ซื้อของเล่นชิ้นใหญ่ให้
เราพร้อมประนีประนอม ต่อรองว่าเราจะไม่ทะเลาะกันถ้าได้ของเล่นนี้
เวลาที่แม่จับได้ว่าเราแอบกินขนมก่อนกินข้าว
เราพร้อมจะช่วยกันปัดเศษขนมจากหน้าให้กัน
เวลาที่เราทำดินน้ำมันเปื้อนโซฟาตัวโปรดของพ่อ
เราพร้อมจะเข้าเบี่ยงความสนใจพ่อด้วยกัน
เวลาที่เราแอบลงมาดูทีวีตอนเช้าตรู่
เราพร้อมจะย่องลงไปข้างล่างเงียบๆ ด้วยกัน
สุดท้ายเมื่อเธอผ่านช่วงวัยเด็กกับน้องมาได้
เธอจะพบว่าเรื่องใหญ่โตที่ทะเลาะกันแทบตาย
กลับกลายเป็นเรื่องตลกเล็กๆ ในวันนี้
วันนี้เธอกับน้องกลายเป็นผู้ใหญ่
เธอกับน้องอาจจะไม่ได้อยู่กันตลอดเวลา
แต่ในเวลาที่ต้องการ เราจะอยู่ตรงนั้น
**********
💬👶🏻
"แนวทางในการคุยกับลูกในวันที่จะมีน้อง"
พ่อแม่คุยกับลูกได้ว่า
"พ่อแม่รู้ว่าหนูกลัวว่าถ้ามีน้อง
ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"
พ่อแม่ควรอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า
"ช่วงแรกที่น้องเพิ่งเกิดมา
น้องต้องการคนดูแลเยอะหน่อย
เพราะน้องยังทำอะไรไม่ได้เอง
เหมือนตอนหนูเล็กๆ เลย
ทุกคนก็ช่วยกันดูแลหนู
แต่พ่อแม่สัญญา...จะหาเวลาให้หนูแน่นอน
เรายังทำอะไรที่อยากทำได้สองต่อสองนะ"
💬 พ่อแม่ให้สัญญาว่า
"แม่จะรักหนูไม่เปลี่ยนแปลง
และมีแต่มากขึ้นไปทุกวัน"
💬 พ่อแม่ให้ความสำคัญกับลูกได้
"แม่อยากให้หนูเป็น...
ผู้ช่วยคนสำคัญของพ่อกับแม่ได้ไหม
แม่อยากให้หนูช่วยแม่ตั้งชื่อเล่นให้น้อง
ช่วยสอนน้องทำสิ่งต่างๆ และสอนน้องเล่น
แม่อยากให้หนูมีเพื่อนเล่นเพิ่มนอกจากแม่กับพ่อ
เราจะได้เล่นกันสนุกขึ้น"
เมื่อลูกรับรู้ก็รู้สึกว่า
ตัวเองกลายเป็นคนสำคัญ
เพราะตัวเองได้รับมอบหมายให้เป็น
"ผู้ช่วยคนสำคัญของพ่อแม่"
ลูกจะรู้สึกภาคภูมิใจและมีคุณค่า
และอยากช่วยทำหน้าที่นี้
🏠❤️
ทุกคนในบ้านควรทำตามที่ประชุมกันไว้
นั่นคือ...
(1) ให้ความสำคัญกับพี่คนโตเช่นเดิม
ได้แก่ ทักทาย กอดและพูดคุยเล่นกับคนพี่ก่อน
(2) ไม่พูดเปรียบเทียบระหว่างพี่คนโตกับน้องคนเล็ก
(3) มีเวลาให้พี่คนโตสองต่อสอง
*****
👶🏻🍼
หลังจากน้องเกิดมา
พ่อแม่ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้
พ่อแม่ผลัดกันใช้เวลากับเธอสองต่อสอง
แม้จะเป็นช่วงเวลาก่อนนอน
หรือ ก่อนไปโรงเรียน
แต่พ่อแม่ก็จะหาเวลาสั้นๆ มาคุยกับเธอ
พ่อมาเล่นกับเธอบ่อยขึ้น
ชดเชยที่แม่ต้องไปดูแลน้อง
และทุกคนในบ้านช่วยกันดูแล
"หัวใจ" ของคนพี่เป็นอย่างดี
แม้พี่คนโตจะมีอาการกังวล
และน้อยใจบางครั้ง
แต่ด้วยความรักที่พ่อกับแม่
และคนในครอบครัวมอบให้
พี่คนโตจะค่อยๆ ก้าวข้าม
ความกลัวและความโดดเดี่ยวไป
👧🏻👶🏻
"ขอบคุณพี่คนโตที่ทำให้พ่อแม่โตขึ้น
ลูกเก่งมากแล้ว...พี่คนโตของเรา"
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

13/09/2026

ทำไมความรู้สึก “หนูทำได้” จึงสำคัญต่อเด็ก

เด็กคนหนึ่งจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้ เอาตัวรอดได้ และพาชีวิตของตัวเองเดินต่อไปข้างหน้า ไม่ได้เกิดจากการเรียนเก่งหรือการจำเก่งเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากความรู้สึกง่าย ๆ อย่างหนึ่งที่เด็กมีต่อตัวเองว่า “หนูทำได้”

ในหนังสือ “เลี้ยงลูกอย่างไรให้ได้ EF” นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ อธิบายว่า ก่อนที่เด็กจะสามารถควบคุมตัวเองได้ เด็กต้องมี “ตัวเอง” หรือตัวตนเสียก่อน และตัวตนที่เติบโตขึ้นมาอย่างมั่นคงจะค่อย ๆ นำไปสู่ความรู้สึกว่าตัวเองสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ความรู้สึกนี้เกี่ยวข้องกับ Self-esteem หรือการเห็นคุณค่าและความสามารถของตัวเอง

เด็กเล็กเรียนรู้เรื่องนี้ไม่ได้จากคำชมเพียงอย่างเดียว แต่เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง เมื่อเด็กกินข้าวเองได้ เก็บของเล่นเองได้ แต่งตัวเองได้ ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือทำงานบางอย่างจนสำเร็จ เขาจะค่อย ๆ ค้นพบด้วยตัวเองว่า “หนูทำได้” และเมื่อทำได้ เขาก็อยากทำอีก

นี่คือประสบการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในชีวิตประจำวัน แต่มีความหมายต่อการเติบโตของเด็ก เพราะเด็กไม่ได้เพียงทำงานหนึ่งชิ้นให้สำเร็จ เขากำลังเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองว่า ตัวเขาสามารถลงมือทำบางสิ่งจนสำเร็จได้

ในทางกลับกัน หากเด็กพยายามทำอะไรแล้วถูกตำหนิอยู่เสมอ หรือถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้ อ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ จำไม่ได้ หรือทำอะไรช้ากว่าเด็กคนอื่น เด็กอาจไม่ได้เรียนรู้เพียงว่า “งานนี้หนูทำไม่ได้” แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความรู้สึกว่า “หนูเป็นคนที่ทำอะไรไม่ได้”

หนังสือจึงให้ความสำคัญกับการที่เด็กได้ทำสิ่งต่าง ๆ สำเร็จตามวัย มากกว่าการเร่งให้เด็กทำสิ่งที่เกินวัยเพื่อให้เก่งกว่าใคร เพราะความสำเร็จเล็ก ๆ ที่เด็กลงมือทำด้วยตัวเองจะค่อย ๆ สร้างความรู้สึกว่าเขาสามารถทำอะไรได้ และความรู้สึกนี้จะเป็นแรงให้เขาอยากลองทำสิ่งต่อไป

การเล่นก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่ช่วยสร้างความรู้สึกนี้ได้ดี เด็กต่อบล็อกไม้แล้วต่อไม่ได้ เขาอาจลองใหม่ เปลี่ยนวิธี หรือเดินไปดูจากอีกมุมหนึ่ง หากยังไม่ได้ก็อาจปรับเป้าหมายให้เหมาะกับความสามารถของตัวเอง เมื่อทำสำเร็จ เด็กจะได้รับประสบการณ์ว่า ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้หมายความว่าเขาทำไม่ได้เสมอไป เขาสามารถลองวิธีอื่นได้

เมื่อเด็กมีประสบการณ์เช่นนี้มากขึ้น เขาจะค่อย ๆ พัฒนาความสามารถในการควบคุมตัวเอง ใช้ความจำใช้งาน และคิดวิเคราะห์อย่างยืดหยุ่น ซึ่งเป็นองค์ประกอบของ EF

ความรู้สึกว่า “หนูทำได้” จึงไม่ได้จบอยู่ที่ความภูมิใจในความสำเร็จเล็ก ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำให้เด็กกล้าลงมือทำ เมื่อเจองานยากก็ไม่จำเป็นต้องถอยทันที และเมื่อวิธีเดิมไม่ได้ผลก็สามารถลองเปลี่ยนวิธีใหม่ได้

พ่อแม่จึงไม่จำเป็นต้องสร้างความรู้สึกว่า “หนูทำได้” ด้วยการบอกลูกว่าเก่งที่สุด หรือชมลูกทุกครั้งที่ทำอะไรสำเร็จ แต่สามารถสร้างได้ด้วยการ เปิดโอกาสให้ลูกได้ทำด้วยตัวเอง

ให้เขากินข้าวเอง แม้จะเลอะบ้าง ให้เขาเก็บของเล่นเอง แม้จะยังไม่เรียบร้อย ให้เขาช่วยงานบ้านตามกำลัง ให้เขาเล่นอย่างเต็มที่ ให้เขาลองผิดลองถูก และให้งานบางอย่างเป็นความรับผิดชอบของเขาจริง ๆ

เพราะถ้าพ่อแม่ทำทุกอย่างแทนลูก เด็กอาจได้รับความสะดวก แต่ไม่ได้รับโอกาสที่จะค้นพบความสามารถของตัวเอง

บางครั้งสิ่งที่พ่อแม่คิดว่าเป็นการช่วยลูก อาจเป็นการหยิบโอกาสที่จะทำให้ลูกได้พูดกับตัวเองว่า “หนูทำได้” ออกไปโดยไม่รู้ตัว

และเมื่อเด็กค่อย ๆ มีความรู้สึกนี้มากขึ้น เขาก็จะพร้อมก้าวไปสู่ขั้นต่อไปของชีวิต เพราะจาก “หนูทำได้” จะค่อย ๆ กลายเป็น “หนูลองทำดูได้” และเมื่อเจอสิ่งที่ยากขึ้น เขาจะมีประสบการณ์เดิมคอยบอกอยู่ข้างในว่า ถ้าลองลงมือทำ เราอาจทำสำเร็จได้

บางทีสิ่งที่ลูกต้องการจากเรา จึงไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างง่ายสำหรับเขา แต่คือการอยู่ใกล้ ๆ ในขณะที่เขากำลังพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และปล่อยให้เขาได้พบกับความรู้สึกเล็ก ๆ ที่มีความหมายมากว่า

“หนูทำได้”
♥️
พี่ดวงนะคะ

ที่อยู่

ร้านยาสองเภสัชกร 23/1 หมู่12 ตำบลป่าพุทรา อำเภอขาณุวรลักษบุรี
Amphoe Khanuworalak Buri
62130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+6655779166

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง ร้านยาสองเภสัชกร - 2Pharmacy:

ทางลัด

แชร์