คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ

คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ ตรวจรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง. กุมารแพทย์ และสูตินรีแพทย์

👩‍🍼 คุณแม่ตั้งครรภ์ปวดท้อง เรื่องปกติที่พบได้ แต่ปวดเกร็งท้องร่วมกับอาการอื่น อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม1. อาหารไม่ย่...
20/08/2026

👩‍🍼 คุณแม่ตั้งครรภ์ปวดท้อง เรื่องปกติที่พบได้ แต่ปวดเกร็งท้องร่วมกับอาการอื่น อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

1. อาหารไม่ย่อยหรือรู้สึกแสบร้อนที่หน้าอก (heartburn) – บางครั้งอาจคลื่นไส้อาเจียนด้วย
2. เส้นเอ็นรอบมดลูกของคุณยืดตัว – อาการปวดเกร็งท้องจะไม่รุนแรง
3. ความรู้สึกตึงเครียด – อาการปวดเกร็งท้องระหว่างหรือหลังจากถึงจุดสุดยอด (or**sm)

👩‍🍼 ปวดท้องแบบไหนที่น่าเป็นห่วง?

1. อาการปวดท้องดังต่อไปนี้ โปรดปรึกษาแพทย์โดยทันที ภาวะครรภ์เป็นพิษ:
2. ปวดท้องที่เกิดขึ้นร่วมกับอาการอื่นๆ
3. การตั้งครรภ์นอกมดลูก – ปวดท้องหัวทั้งบริเวณท้อง
4. การแท้ง – ปวดเกร็งช่องท้องและมีเลือดออกทางช่องคลอด
5. การคลอดก่อนกำหนด – ปวดท้อง หรือ ปวดเกร็ง และมีท้องเสีย ปวดหลัง หรือ การหดรัดตัว ในช่วงสัปดาห์ที่ 20 ถึง 36
6. อาการปวดระหว่างการตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำถือเป็นอาการปกติ แต่ถ้าอาการเจ็บหรือปวดทำให้คุณรู้สึกกังวลใจ ควรปรึกษาสูติแพทย์ทันที

ที่มา : https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/labor-and-delivery/in-depth/c-section-recovery/art-20047310

ที่มาของรูปประกอบ: https://www.hifamilyclub.com/pregnancy/common-health-worries/stomach-pain-in-pregnancy.html

14/08/2026
12/08/2026

สุขสันต์วันแม่
คลินิกเปิด
12.00 - 20.00 น.

ก่อนจะดุ... ก่อนจะด่า... อยากให้หยุดคิดสักนิดว่า เด็กกำลังทรมานอยู่หรือเปล่า? 🏫💔เวลาเห็นเด็กคนหนึ่งเรียนไม่ดี ไม่อยากไปโ...
10/08/2026

ก่อนจะดุ... ก่อนจะด่า... อยากให้หยุดคิดสักนิดว่า เด็กกำลังทรมานอยู่หรือเปล่า? 🏫💔
เวลาเห็นเด็กคนหนึ่งเรียนไม่ดี ไม่อยากไปโรงเรียน มัวแต่เล่นเกม หรือเข้ากับเพื่อนไม่ได้... ผู้ใหญ่หลายคนมักจะเผลอตัดสินและดุด่าทันทีว่า "ขี้เกียจ" "ดื้อ" หรือมองว่าเด็กมีนิสัยก้าวร้าว
แต่รู้ไหมครับว่า... ในหัวใจดวงเล็กๆ ดวงนั้น เด็กทุกคนอยากเป็นเด็กดี อยากเรียนเก่งๆ และอยากให้ผู้ใหญ่รักและภูมิใจในตัวเขาทั้งนั้น ไม่มีเด็กคนไหนอยากเกิดมาเป็น "เด็กปัญหา" ในสายตาใครเลย
ลุงหมอมีเคสจริงที่น่าสงสารมากๆ จากห้องตรวจเมื่อวันก่อนมาเล่าให้ฟังครับ...
คุณยายพาหลานอายุ 8 ปี มาพบลุงหมอขอให้ช่วย "ตรวจพัฒนาการ" เพราะคุณครูบอกว่าเด็ก "ไม่สนใจเรียน" พอเข้าห้องเรียนทีไรก็บ่นปวดหัว ขอไปนอนห้องพยาบาลตลอด พออยู่นอกห้องเรียนก็เล่นได้ แต่พอเข้าห้องเรียนกลับบ่นปวดหัวจนเรียนไม่ไหว คนรอบข้างเริ่มมองว่าเด็กแกล้งทำ ดื้อ หรือขี้เกียจเรียน
แต่พอหมอนั่งลงคุยกับน้อง น้องกลับตั้งใจฟัง พูดคุยโต้ตอบได้ดีมาก และให้ความร่วมมือดีทุกอย่าง เมื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด จึงได้เห็นความจริงที่น่าสงสาร...
น้องมีประวัติเป็นภูมิแพ้อากาศ ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆ ด้วยอาการไซนัสและทางเดินหายใจอักเสบ พ่อแม่และยายคิดว่าเด็กมีน้ำมูกจากภูมิแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น จึงกำจัดไรฝุ่นด้วยการใช้เครื่องฟอกอากาศ ใช้สเปร์กันไรฝุ่น ซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์ ร่วมกับใช้ที่นอนกันไรฝุ่น และใช้ยาภูมิแพ้พ่นจมูกทุกวัน พอลุงหมอลองกดเบาๆ ที่บริเวณคิ้วและข้างแก้ม น้องก็ร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างชัดเจน
ความจริงแล้ว... เด็กไม่ได้มีปัญหาพัฒนาการ ไม่ได้ดื้อ
แต่น้องต้องทน "ปวดหัวอย่างรุนแรงจากโรคไซนัสอักเสบภูมิแพ้จมูกที่ยังควบคุมสิ่งแวดล้อมไม่ดี จึงทำให้มีน้ำมูกไหลอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาต้องนั่งเรียนในห้องแอร์เย็นๆ ความเย็นยิ่งกระตุ้นให้โพรงไซนัสอักเสบปวดบวมทรมานจนเด็กนั่งเรียนต่อไม่ไหวจริงๆ แต่เขาเป็นเด็ก... เขาอธิบายความทรมานข้างในไม่ถูก รู้แค่ว่าการต้องอยู่ในห้องเรียนมันเจ็บและทรมานเหลือเกิน
พอลุงหมอส่งตรวจเลือดหาสารก่อภูมิแพ้ ถึงได้พบว่าน้องไม่ได้แพ้ไรฝุ่น แต่แพ้ "ขนแมว" อย่างรุนแรง ทั้งๆที่ในบ้านไม่ได้เลี้ยงแมว เมื่อสืบดูว่าขนแมวมาจากไหน จึงได้รู้ว่าเพื่อนบ้านข้างๆเลี้ยงแมวหลายตัวและมักจะปล่อยออกนอกบ้านเมื่อครอบครัวนี้ออกจากบ้านไปทำงานหรือไปโรงเรียนแล้ว และเพื่อนสนิทที่น้องเล่นด้วยก็เลี้ยงแมว จึงมีขนแมวติดเสื้อมาโรงเรียนทุกวัน…หลังจากหลีกเลี่ยงขนแมว และลุง@@หมอให้ยารักษาภูมิแพ้ทางจมูกอย่างถูกวิธี
ผลลัพธ์คือ... น้องหายปวดหัว สามารถกลับไปเรียนได้อย่างสดใส นั่งเรียนได้ตามปกติ ไม่ล้า ไม่งอแงอีกเลย 😊
💡 ข้อคิดจากลุงหมอฝากถึงผู้ปกครอง
ลองจินตนาการดูนะครับว่า เด็กคนหนึ่งต้องทนปวดหัวทุกวัน นั่งทรมานอยู่ในห้องเรียน แถมยังต้องมารู้สึกแย่ที่ถูกผู้ใหญ่มองว่า "ดื้อ" "ขี้เกียจ" หรือ "แกล้งทำ" จิตใจของเด็กจะเจ็บปวดขนาดไหน...

เมื่อผู้ปกครองพบว่าลูกไม่อยากไปโรงเรียน ลุงหมอแนะนำให้รับมืออย่างสติและเป็นระบบ โดยใช้ แนวทาง 5 ขั้นตอน (S-E-A-R-C-H Checklist) เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขได้ตรงจุด ดังนี้ครับ
ขั้นที่ 1: ตั้งหลักและควบคุมอารมณ์ตนเอง (Stop & Stay Calm)
หยุดการดุ ด่า หรือลงโทษเด็ก หลีกเลี่ยงการตัดสินว่าเด็ก "ขี้เกียจ" "ดื้อ" หรือ "ติดสบาย"
ควรสร้างพื้นที่ปลอดภัยทำให้ลูกรู้สึกว่าการบอกความจริงกับพ่อแม่จะไม่โดนทำโทษ
ขั้นที่ 2: ตรวจหาสาเหตุทางร่างกายก่อนเสมอ (Examine Physical Health)

✅เน้นว่าควรรักษาโรคทางกายให้หายขาดจริงๆ โดยพบกุมารแพทย์

ขั้นที่ 3: พูดคุยรับฟังแบบไม่ตัดสิน (Ask & Active Listening)
เลือกช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย
ใช้คำถามเปิดกว้างเช่น
"มีอะไรที่โรงเรียนที่ทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจไหมลูก?"
"ช่วงนี้ในห้องเรียนหรือตอนพักเที่ยงเป็นอย่างไรบ้าง?"
สังเกตสัญญาณเตือนด้านจิตใจและสังคม:
ด้านสังคม: โดนเพื่อนบูลลี่/รังแก ไม่มีเพื่อนเล่น เข้ากับเพื่อนไม่ได้
ด้านการเรียน: เรียนไม่ทัน อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ โดนทำโทษบ่อย
ด้านครูผู้สอน: กลัวครูบางท่าน หรือกลัวการถูกดุหน้าห้อง

การถูกรังแกหรือถูกบูลลี่ (Bullying) มักเป็น "ความลับ" ที่เด็กไม่กล้าบอกผู้ใหญ่ เพราะกลัวโดนแกล้งหนักกว่าเดิม หรือกลัวผู้ใหญ่จะมองว่าตัวเองอ่อนแอครับ

ขั้นที่ 4: ประเมินพัฒนาการและสุขภาพจิตเด็ก (Assess Learning & Mental Health)
หากตรวจร่างกายแล้วปกติทุกอย่าง แต่เด็กยังกลัวหรือต่อต้านการไปโรงเรียนอย่างรุนแรง
เช็กภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้: เช่น สมาธิสั้น (ADHD), ความบกพร่องด้านการเรียนรู้ (LD), หรือภาวะออทิสติกที่ส่งผลต่อการเข้าสังคม
เช็กภาวะวิตกกังวล: เช่น โรคกลัวการแยกห่างจากผู้ปกครอง (Separation Anxiety) หรือโรคกลัวสังคม (Social Anxiety)
✅พาน้องไปพบกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม หรือจิตแพทย์เด็กเพื่อประเมินอย่างละเอียด

ขั้นที่ 5: ประสานงานร่วมมือกับทางโรงเรียน (Collaborate with School)
✅นัดคุยกับครูประจำชั้นแลกเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมของเด็กทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เพื่อดูว่าอาการเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาใด (เช่น เฉพาะคาบเรียนบางวิชา หรือเฉพาะตอนอยู่กับเพื่อนบางกลุ่ม)
ให้ครูช่วยเป็นที่พึ่งพาในโรงเรียน

อย่าลืมนะครับว่าเด็กดื้อไม่ไปโรงเรียนส่วนใหญ่เกิดจากโรคทางกายเป็นส่วนใหญ่ ก่อนจะดุหรือตำหนิเด็กควรหาสาเหตุที่ต้นตอแล้วแก้ไปพร้อมๆกัน ลุงหมอขอเป็นกำลังใจ

#คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ #ลุงหมออาคม #สุขภาพเด็ก #ภูมิแพ้ในเด็ก #เด็กไม่อยากไปโรงเรียน #หมอเด็กแนะนำ

ทำไมการฉีดวัคซีนเด็ก ถึงควรได้รับการดูแลโดย "กุมารแพทย์"? 👶🩺คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่า... การพาเจ้าตัวเล็กมาฉีดวัคซ...
06/08/2026

ทำไมการฉีดวัคซีนเด็ก ถึงควรได้รับการดูแลโดย "กุมารแพทย์"? 👶🩺
คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่า... การพาเจ้าตัวเล็กมาฉีดวัคซีน ก็แค่การรับวัคซีนตามวัย ทำไมถึงควรตรวจและฉีดโดยกุมารแพทย์?
เพราะสำหรับเด็กๆ แล้ว "วัคซีน 1 เข็ม ไม่ใช่แค่การป้องกันโรค แต่คือโอกาสในการดูแลสุขภาพทั้งชีวิต" ครับ ❤️
✨ ข้อดีของการรับวัคซีนภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์:
1. ประเมินความพร้อมอย่างถี่ถ้วนก่อนฉีด: กุมารแพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตรวจฟังปอด หัวใจ คอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีไข้ซ่อนอยู่ หรือมีความเจ็บป่วยที่ต้องเลื่อนวัคซีน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย
2. ประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย: ทุกนัดหมายวัคซีน คือช่วงเวลาสำคัญที่คุณหมอจะได้วัดน้ำหนัก ส่วนสูง รอบศีรษะ พร้อมประเมินพัฒนาการตามวัย หากพบสิ่งผิดปกติจะได้ดูแลช่วยเหลือได้ทันท่วงที
3. วางแผนวัคซีนเฉพาะบุคคล: เด็กแต่ละคนมีรายละเอียดสุขภาพไม่เหมือนกัน คุณหมอจะช่วยเลือกชนิดวัคซีน ปรับตาราง และแนะนำวัคซีนทางเลือกที่เหมาะสม ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงให้ได้มากที่สุด
4. ตรวจพบความผิดปกติที่คุณแม่อาจไม่ทันสังเกต: การตรวจร่างกายก่อนฉีดวัคซีน ช่วยให้เจอสัญญาณความผิดปกติบางอย่างได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม
5. พูดคุย ให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงดู: ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลูกไม่ยอมกินข้าว การนอน พฤติกรรมตามวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถพูดคุยและขอคำแนะนำจากกุมารแพทย์ได้โดยตรงในนัดเดียว
6. อุ่นใจ ปลอดภัยในทุกสถานการณ์: ในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงหรือปฏิกิริยาแพ้วัคซีน (ซึ่งเจอน้อยมาก) กุมารแพทย์มีความเชี่ยวชาญพร้อมดูแลและรับมือได้อย่างถูกต้องทันที
ที่ คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ ทุกเคสวัคซีนได้รับการดูแล ตรวจเช็ก และฉีดโดยแพทย์ วัคซีนใช้ชนิดเดียวกับที่ฉีดในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ และเก็บวัคซีนในตู้เย็นสำหรับเก็บวัคซีนโดยเฉพาะ และมีห้องแยกสำหรับผู้มาฉีดวัคซีนโดยเฉพาะ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ และลูกน้อยได้รับการดูแลที่ประณีตที่สุดครับ 🥰
คุณพ่อคุณแม่สามารถสอบถามตารางวัคซีน ปรึกษาวัคซีนทางเลือก ได้ทาง Inbox เพจได้เลยนะครับ 📩
#คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ #ฉีดวัคซีนเด็ก #กุมารแพทย์ #พัฒนาการเด็ก #ดูแลลูกน้อยด้วยความอุ่นใจ

สำหรับคนที่โอนเงินจองเท่านั้นครับ
05/08/2026

สำหรับคนที่โอนเงินจองเท่านั้นครับ

🗓️ ปฏิทินเวลาทำการ เดือน สิงหาคม 2569 คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมแม่และเด็กอุ่นใจ ❤️👶⏱️ เวลาทำการ วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี ...
01/08/2026

🗓️ ปฏิทินเวลาทำการ เดือน สิงหาคม 2569 คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมแม่และเด็กอุ่นใจ ❤️👶

⏱️ เวลาทำการ
วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี และ วันเสาร์
⏰ เปิดทำการเวลา 12.00 - 20.30 น.
วันอาทิตย์
⏰ เปิดทำการเวลา 09.00 - 16.00 น. (เปิดเร็วขึ้นสำหรับวันหยุดครอบครัวค่ะ)
วันศุกร์
❌ คลินิกปิดทำการ (หยุดทุกวันศุกร์)

ให้บริการ
✅ฉีดวัคซีนเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งวัคซีนหลัก และวัคซีนเสริมทุกชนิด
✅ตรวจรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ และทางเดินอาหาร เช่น RSV hMPV ไข้หวัดใหญ่ adenovirus,rhinovirus parainfluenza virus โรคมือ เท้า ปาก ติดเชื้อในลำไส้
✅พ่นยา รักษาปอดบวม ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ หลอดลมไว อาการไอเสียงแหบ croup ไอเรื้อรัง
✅รักษาภูมิแพ้ผิวหนัง ภูมิแพ้อากาศ หอบหืด ไซนัสอักเสบ
✅ตรวจเลือดหาสารภูมิแพ้อาหาร และภูมิแพ้อากาศ และทำ skin prick test
✅ฝากครรภ์ อัลตร้าซาวน์ ตรวจเลือด
✅ใบรับรองแพทย์

#คลินิกเฉพาะทางเด็ก #คลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวช
#คลินิกเด็ก #คลินิกกุมารเวช
#คลินิกเด็กรังสิต #วัคซีนเด็ก #ฝากครรภ์
#คลินิกเด็กคลองหลวง

[ทำไมลูกไปโรงเรียนหรือ Kid Cafe แล้วติดป่วยกลับมา? ทั้งที่ไม่มีเพื่อนคนไหนดูป่วยเลย!]เฉลยความลับเรื่อง "เชื้อซ่อนแอบ" ตา...
31/07/2026

[ทำไมลูกไปโรงเรียนหรือ Kid Cafe แล้วติดป่วยกลับมา? ทั้งที่ไม่มีเพื่อนคนไหนดูป่วยเลย!]
เฉลยความลับเรื่อง "เชื้อซ่อนแอบ" ตามของเล่นและระยะแพร่เชื้อที่พ่อแม่ควรรู้! 🛑แทรมโพลีน/ของเล่น/สนามเด็กเล่น 🧸ซุกซ่อนเชื้อโรคอย่างไร?
เวลาพาลูกไปโรงเรียน สนามเด็กเล่น Kid Cafe หรือสวนสนุกกลางแจ้ง พ่อแม่หลายท่านมักจะคอยสแกนมองรอบๆ ใช่ไหมครับว่า "มีเด็กคนไหนไอหรือมีไข้ไหม?" ถ้าไม่มี... เราก็มักจะสบายใจ
แต่พอกลับมาบ้านได้ 2–3 วัน... ลูกกลับป่วยซะอย่างนั้น!
คำถามคือ เชื้อโรคมาจากไหน ทั้งที่ไม่มีใครดูป่วยเลย? วันนี้ลุงหมอมีเฉลยครับ!
1️⃣ ของเล่นและสิ่งแวดล้อม... คือ "จุดแพร่เชื้อ" ชั้นดี
นอกจากตัวเด็กด้วยกันแล้ว ของเล่น เครื่องเล่น สไลเดอร์ ลูกบอลในบ้านบอล หรือโต๊ะเรียน นี่แหละครับคือแหล่งสะสมและแพร่กระจายเชื้อชั้นยอด!
เด็กๆ เล่นสนุกกัน หยิบจับของเล่นชิ้นเดียวกัน นำมือสัมผัสของเล่นแล้วมาจับหน้า แคะจมูก หรืออมมือ เชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิดทนทานมาก สามารถเกาะอยู่บนพื้นผิวของเล่นหรือเครื่องเล่นได้นานหลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน! แม้จะไม่มีเด็กป่วยยืนอยู่ตรงนั้น แต่เชื้อโรคยังคง "นั่งรอ" บนของเล่นเรียบร้อยแล้วครับ
2️⃣ เชื้อแพร่ได้ตั้งแต่ "ยังไม่มีอาการ" (Presymptomatic)
เด็กที่มาเล่นของเล่นชิ้นเดียวกับลูกเรา อาจจะดูสดใสร่าเริง ร่างกายแข็งแรงดีทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้ว เขารับเชื้อมาและอยู่ในระยะแพร่เชื้อแล้ว เพียงแค่อาการไข้หรือไอยังไม่แสดงออกมาเท่านั้นเองครับ
ไข้หวัดใหญ่ & โควิด-19: แพร่เชื้อล่วงหน้าได้ 1–2 วัน ก่อนเริ่มมีไข้หรือไอ
มือ เท้า ปาก: แพร่เชื้อทางน้ำมูกน้ำลายได้ตั้งแต่ 1–2 วัน ก่อนผื่นหรือตุ่มน้ำจะขึ้น
RSV & ไวรัสทางเดินหายใจอื่นๆ: แพร่เชื้อกระจายออกมาได้ก่อนมีอาการ 1–2 วันเช่นกัน
อีสุกอีใส: แอบแพร่เชื้อทางอากาศและน้ำลายได้ 1–2 วัน ก่อนตุ่มน้ำใสเม็ดแรกจะปรากฏ!
3️⃣ แม้ "หายไข้แล้ว" ก็ยังแพร่เชื้อต่อได้!
พ่อแม่หลายท่านคิดว่า พอเด็กไม่มีไข้ อาการดีขึ้น วิ่งเล่นได้แล้ว แปลว่าปลอดภัย... แต่ในความเป็นจริง ไวรัสหลายชนิดยังคงถูกขับออกมาทางร่างกาย (Persistent Shedding) ต่ออีกพักใหญ่!
โรคมือ เท้า ปาก: แม้แผลในปากจะหาย ตุ่มน้ำจะแห้งแล้ว แต่เชื้อใน อุจจาระ ยังแพร่ต่อได้นาน หลายสัปดาห์ถึงเป็นเดือน! หากเด็กห้องน้ำเดียวกันหรือเล่นของเล่นชิ้นเดียวกันแล้วล้างมือไม่สะอาด เชื้อก็ติดกันได้ง่ายๆ
ไข้หวัดใหญ่ / RSV / Adenovirus: เชื้อยังคงเกาะและแพร่กระจายในลำคอและระบบหายใจได้อีก 5–14 วัน แม้ไข้จะลดลงจนปกติแล้วก็ตาม
💡 บทสรุปจากลุงหมอ:
การรอให้เห็นเด็กคนอื่น "มีไข้หรือไอ" แล้วค่อยให้ลูกหลบ... จึงไม่ทันการณ์ครับ เพราะทั้ง สถานที่ ของเล่น และ ตัวเด็กที่ดูปกติ ก็สามารถส่งต่อเชื้อโรคให้ลูกเราได้ตลอดเวลา
🛡️ แล้วเราจะปกป้องลูกได้อย่างไร?
ในเมื่อเราห้ามเชื้อโรคตามสถานที่สาธารณะไม่ได้ การป้องกันที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่แค่การ "หลบคนป่วย" แต่คือ "การป้องกันที่ T-Zone (ตา จมูก ปาก) ของลูกเราเอง"
1. ฝึกไม่จับ T-Zone: สอนลูกว่าหน้าคือพื้นที่สะอาด ไม่ใช้มือเปล่าจับตา แคะจมูก หรือจับปาก ถ้าคันจมูกให้ใช้กระดาษทิชชูเช็ดแทน
2. ล้างมือบ่อยๆ: ทั้งก่อนทานอาหาร หลังเล่นของเล่นร่วมกับผู้อื่น และทันทีที่กลับถึงบ้าน (ใช้สบู่ล้างนาน 20 วินาที หรือใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาไฮโปคลอรัส)
3. พกของใช้ส่วนตัว: เช่น ขวดน้ำ ทิชชูเปียก หรือของเล่นชิ้นโปรดส่วนตัว เพื่อลดการหยิบจับของใช้ร่วมกับคนอื่น

"เพราะการป้องกันที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรอให้สถานที่หรือคนอื่นปราศจากเชื้อ... แต่คือการสร้างสุขอนามัยที่เข้มแข็งให้ลูกของเราครับ" ❤️

ด้วยความห่วงใยจาก คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ 🏥
#คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ #หมอเด็ก #สุขภาพเด็ก #โรคติดเชื้อในเด็ก #ติดเชื้อจากโรงเรียน #สนามเด็กเล่น #มือเท้าปาก #ไข้หวัดใหญ่

ที่อยู่

55/1-2หน้าหมู่บ้านพฤกษา 40 ถนนเลียบคลองสาม ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จ. ปทุมธานี
Amphoe Khlong Luang
12120

เวลาทำการ

จันทร์ 12:00 - 20:30
อังคาร 12:00 - 20:30
พุธ 12:00 - 20:30
พฤหัสบดี 12:00 - 20:30
เสาร์ 12:00 - 20:30
อาทิตย์ 09:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6625922596

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง คลินิกแม่และเด็กอุ่นใจ:

ทางลัด

แชร์