Case จากเคาน์เตอร์ยา

Case จากเคาน์เตอร์ยา "พื้นที่แบ่งปันประสบการณ์เคสร้านยา เพื่อการศึกษาสำหรับเภสัชกร งดให้คำปรึกษาเรื่องยาสำหรับบุคคลทั่วไปผ่านช่องทางออนไลน์ทุกกรณี"

เภสัชกรร้านยาพลังบวก ที่จะ up date ความรู้ในร้านยาอย่างสม่ำเสมอ

จากปัญหาหน้าเคาน์เตอร์ พัฒนาสู่ web application
09/09/2026

จากปัญหาหน้าเคาน์เตอร์ พัฒนาสู่ web application

 #เรียบร้อยสำหรับผลงาน portfolio 69 นักเรียน ม.ปลาย รร.สตรีอ่างทองกับการพัฒนาระบบ web application คัดกรองอาการเจ็บคอเบื้...
07/09/2026

#เรียบร้อยสำหรับผลงาน portfolio 69 นักเรียน ม.ปลาย รร.สตรีอ่างทอง
กับการพัฒนาระบบ web application คัดกรองอาการเจ็บคอเบื้องต้น สำหรับประชาชน แจ้งผลคะแนนการประเมินเบื้องต้นการดูแลตัวเอง และส่งข้อมูลเพื่อประกอบการขอคำปรึกษาจากเภสัชกรได้ทันที

🚩เพื่อลดการเรียกหายาปฏิชีวนะ เมื่อเจ็บคอทุกครั้ง
และทำให้การดูแลโดยเภสัชกรครอบคลุมมากขึ้น

web application นี้ในเฟสแรก เฉพาะร้านยาศิวพรเภสัช จ.อ่างทอง เท่านั้น และหากมีกำลังจะพัฒนาต่อไปเพื่อเปิดใช้พร้อมกันค่ะ

ขอบคุณ นักเรียน คุณภาพ รร.สตรีอ่างทองค่ะ ทำได้เกินคาดมากค่ะ

 #บทบาทเภสัชกรร้านยากับการป้องกันAKICASE จากเคาน์เตอร์ยา: หญิงไทย 62 ปี กับการป้องกัน AKI ที่ร้านยา  2024 จัด NSAIDs ไว้...
29/08/2026

#บทบาทเภสัชกรร้านยากับการป้องกันAKI
CASE จากเคาน์เตอร์ยา: หญิงไทย 62 ปี กับการป้องกัน AKI ที่ร้านยา

2024 จัด NSAIDs ไว้ในกรอบของ nephrotoxin stewardship โดยแนะนำให้ประเมินความเสี่ยงและประโยชน์เป็นรายบุคคล และพิจารณาใช้ยาทางเลือกอื่นแทนเมื่อประโยชน์จากการใช้ยาที่มีพิษต่อไตนั้นไม่ชัดเจน

คำถามที่ร้านยาต้องตอบให้ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที — ผู้ป่วยตรงหน้าคนนี้ ใช้ NSAIDs ได้หรือไม่?

เคสที่เดินเข้ามา

หญิงไทย 62 ปี ปรึกษาด้วยอาการบวมเปลือกตาบนทั้งสองข้าง ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่มีผื่น ไม่มีประวัติสัมผัสสารก่อภูมิแพ้

BP แรกรับ 174/103 mmHg | HR 102 ครั้ง/นาที

ประวัติ: DM / HT / DLP, เม.ย. 2569 สะโพกหัก รักษาต่อเนื่อง, เคยมีอาการบวมจาก amlodipine

ยา กลุ่ม
Losartan 50 mg 1×2 ARB
Manidipine 20 mg 1×1 DHP-CCB
Hydralazine 25 mg 1×3 Direct vasodilator
Metformin 500 mg 1×2 Biguanide
Glipizide 5 mg Sulfonylurea
Simvastatin 20 mg hs Statin

และยาแก้ปวดที่ได้ต่อเนื่องมากกว่า 4 สัปดาห์ — naproxen 250 mg 1×2

จุดตัดสินใจ: checklist ตกเกณฑ์ที่ข้อไหน

เปิด NSAIDs Checklist ด้านหลังวงล้อชะลอไตเสื่อม ver.2 แล้วไล่ทีละข้อ

☐ ไม่ได้ใช้ ACEIs / ARBs / Lithium / Cyclosporine ← ผู้ป่วยได้ losartan อยู่

จบตั้งแต่ข้อนี้ ก่อนจะพิจารณาข้ออื่นด้วยซ้ำ

☐ ไม่มีอาการบวม ← มีอาการบวมชัดเจน
☐ วัดสัญญาณชีพ ← BP 174/103, HR 102

ตกเกณฑ์ 3 ข้อในผู้ป่วยรายเดียว

📌ทำไม ARB + NSAID จึงเป็นคู่ที่ต้องระวัง

NSAIDs ยับยั้ง prostaglandin ที่ทำหน้าที่ขยาย afferent arteriole
ARB ยับยั้งการหดตัวของ efferent arteriole

เมื่อกลไกทั้งสองด้านของ glomerulus ถูกยับยั้งพร้อมกัน ความสามารถในการรักษา GFR จะลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในภาวะที่ปริมาตรสารน้ำในร่างกายพร่อง

การศึกษาแบบ nested case-control พบว่าการใช้ RAAS inhibitor ร่วมกับ NSAIDs และยาขับปัสสาวะสัมพันธ์กับอัตราการเกิดไตวายเฉียบพลันที่สูงขึ้น โดยความเสี่ยงสูงที่สุดในช่วง 30 วันแรกของการใช้ และการทำงานของไตในผู้ป่วยส่วนใหญ่ฟื้นตัวได้ภายหลังหยุด NSAIDs

อาการบวมมาจากหลายทางพร้อมกัน

📌Naproxen → ยับยั้ง prostaglandin เกิดการคั่งโซเดียมและน้ำ
📌Manidipine → DHP-CCB กลุ่มเดียวกับ amlodipine ที่ผู้ป่วยเคยบวมมาก่อน กลไก precapillary vasodilation เหมือนกัน
📌Hydralazine → direct vasodilator ที่ทำให้เกิด reflex tachycardia และ compensatory sodium/water retention ซึ่งอธิบาย HR 102 ได้ โดยทั่วไปมักต้องใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะและ beta-blocker เพื่อชดเชย
และผู้ป่วยไม่ได้รับยาขับปัสสาวะ

ผู้ป่วยแทบไม่เหลือกลไกขับน้ำส่วนเกิน — ส่วน BP 174/103 ทั้งที่ได้ยาลดความดัน 3 กลุ่ม สอดคล้องกับ resistant hypertension ที่ยังไม่ได้รับ diuretic ร่วมกับผลของ NSAIDs ที่ลดประสิทธิภาพยาลดความดัน

📌แนวทาง 2025 AHA/ACC Guideline for High Blood Pressure in Adults ได้จัดทำตารางรายการยาและสารที่ใช้บ่อยซึ่งอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นพร้อมคำแนะนำในการจัดการ โดยมี NSAIDs รวมอยู่ในรายการดังกล่าว ขณะที่ AGS Beers Criteria® 2023 ระบุ NSAIDs ชนิดรับประทานไว้ในกลุ่มยาที่อาจไม่เหมาะสมในผู้สูงอายุ โดยฉบับล่าสุดได้เพิ่มคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงแม้การใช้ระยะสั้นในบางสถานการณ์ที่มีอันตรกิริยาระหว่างยา นอกเหนือจากคำแนะนำเดิมที่ให้หลีกเลี่ยงการใช้เรื้อรัง

และยังมีความเสี่ยงชั้นที่สอง

📌ผู้ป่วยได้รับ metformin 500 mg 1×2

หาก naproxen ทำให้ eGFR ลดลง metformin จะสะสมและเพิ่มความเสี่ยงต่อ MALA (Metformin-Associated Lactic Acidosis) ตามมา

นี่คือเหตุผลที่เครื่องมือชิ้นนี้มีทั้ง NSAIDs Checklist และ MALA Checklist อยู่ในแผ่นเดียวกัน — เพราะความเสี่ยงสองอย่างนี้ต่อกันเป็นลูกโซ่

การดำเนินการของเภสัชกร

① ประเมิน pain score → ความปวดลดลงแล้วจากการทำกายภาพบำบัด ความจำเป็นของ NSAIDs หมดไป

② แนะนำการจัดการความปวดตาม pain score → เน้น non-pharmacological ร่วมกับปรับทางเลือกยาให้เหมาะกับระดับความปวดปัจจุบัน

③ ติดตามหลังหยุดยา (dechallenge) → อาการตาบวมลดลงชัดเจน ยืนยันความสัมพันธ์กับ NSAIDs

④ นัดวัดความดันซ้ำที่ร้าน → ประเมินว่า BP เข้าใกล้เป้าหมาย < 130/80 mmHg หรือไม่

⑤ ประสานโรงพยาบาล พร้อมเสนอ 4 ประเด็น

จำกัดการใช้ NSAIDs ในผู้ป่วยรายนี้
ทบทวน manidipine เนื่องจากมีประวัติ CCB-induced edema มาก่อน
พิจารณาเพิ่มยาขับปัสสาวะ ซึ่งอาจแก้ทั้ง resistant HT และอาการบวม (พร้อมติดตาม K⁺ เพราะใช้ร่วมกับ losartan)
ส่งตรวจ SCr / eGFR / K⁺ เพื่อประเมินการทำงานของไตและความปลอดภัยของ metformin

บทเรียน

การแทรกแซงทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่ร้านยา ในเวลาไม่กี่นาที และเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการที่ต้องเข้าโรงพยาบาล

สิ่งที่ทำให้มันเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ความจำ แต่คือระบบคัดกรองที่เป็นมาตรฐาน อยู่ในมือ ตอนที่ผู้ป่วยยืนอยู่ตรงหน้า

NSAIDs Checklist ด้านหลัง CKD Clinic Decision Tool (วงล้อชะลอไตเสื่อม ver.2)

☐ ไม่อยู่ใน CKD stage 3-5 ☐ ไม่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ☐ ไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด ☐ ไม่มีอาการบวมที่ขา ☐ ไม่เสี่ยงไข้เลือดออก ☐ ไม่ได้ใช้ ACEIs/ARBs/Lithium/Cyclosporine ☐ วัดสัญญาณชีพและชั่งน้ำหนัก ☐ ไม่ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร/ทารก < 3 เดือน

ในแผ่นเดียวยังมีการประเมินระยะ CKD 1-5, แนวทางการใช้ยาและสมุนไพรในไตระยะ 1-2, ข้อควรระวังตั้งแต่ระยะ 3 ขึ้นไปพร้อมทางเลือก pain management, การปรับยาในไตระยะ 4 ขึ้นไป (metformin / HCTZ / spironolactone) และ MALA Checklist

ร้านยาคือด่านที่ผู้ป่วยเข้าถึงได้ทุกวัน โดยที่ระบบโรงพยาบาลอาจไม่เคยรู้
และเป็นด่านเดียวที่หยุด AKI ได้ก่อนมันจะเริ่ม

📩 สอบถามรายละเอียดและสั่งซื้อได้ทางกล่องข้อความ
link อยู่ใน comment

เอกสารอ้างอิง
✅KDIGO CKD Work Group. KDIGO 2024 Clinical Practice Guideline for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease. Kidney Int. 2024;105(4S):S117–S314.
✅Lapi F, Azoulay L, Yin H, Nessim SJ, Suissa S. Concurrent use of diuretics, ACE inhibitors, and ARBs with NSAIDs and risk of acute kidney injury: nested case-control study. BMJ. 2013;346:e8525.
✅Calvo DM, et al. Acute kidney injury and morbi-mortality associated with "triple whammy" combination: systematic review and meta-analysis. Br J Clin Pharmacol. 2025. doi:10.1002/bcp.70263
✅2023 AGS Beers Criteria® Update Expert Panel. J Am Geriatr Soc. 2023;71(7):2052–2081.
✅2025 AHA/ACC/Multisociety Guideline for High Blood Pressure in Adults. J Am Coll Cardiol. 2025. doi:10.1016/j.jacc.2025.05.007
bpacnz. Avoiding the triple whammy in primary care. 2018.

ออกแบบโดย รศ.ดร.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย และ ภญ.ศิวพร ปีเจริญทรัพย์ (FACP)
ร่วมกับ ชมรมร้านยารักษ์ไต

#วงล้อชะลอไตเสื่อม #เภสัชกรร้านยา #ชมรมร้านยารักษ์ไต

🩺 ดูแลไตให้เป็นระบบ เริ่มจากการประเมินและสื่อสารความเสี่ยงให้เข้าใจง่ายขอแนะนำ เครื่องมือช่วยตัดสินใจทางคลินิก โรคไตเรื้...
27/08/2026

🩺 ดูแลไตให้เป็นระบบ เริ่มจากการประเมินและสื่อสารความเสี่ยงให้เข้าใจง่าย

ขอแนะนำ เครื่องมือช่วยตัดสินใจทางคลินิก โรคไตเรื้อรัง (CKD Clinical Decision Support Tool)
สำหรับ เภสัชกรร้านยาและบุคลากรหน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อช่วยสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคไตเรื้อรังอย่างเป็นขั้นตอน

✅ ช่วยประเมินและสื่อสารความเสี่ยง CKD
✅ สนับสนุนการใช้ยาอย่างสมเหตุผล โดยเฉพาะ RDU NSAIDs
✅ ใช้ประกอบการให้คำปรึกษาและติดตามผู้ป่วยในร้านยา
✅ เชื่อมโยงการดูแลผู้ป่วยในชุมชนได้อย่างเป็นระบบ

กิจกรรมครั้งนี้ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยน เทคนิคการให้คำปรึกษาผู้ป่วยในร้านยา ผ่านกรณีศึกษาจากร้านยารักษ์ไต เพื่อให้สามารถนำเครื่องมือไปประยุกต์ใช้กับงานจริงได้ง่ายขึ้น

🙏 ขอขอบคุณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม
สำหรับการสนับสนุนเครื่องมือและกิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้

📝 ลงทะเบียนสั่งซื้อได้ที่:
link อยู่ใน comment

🔔 ติดตามข่าวสาร กิจกรรม และอัปเดตโครงการ
ได้ทางเพจ ชมรมร้านยารักษ์ไต

#โรคไตเรื้อรัง #เภสัชกรชุมชน #ร้านยา #ปฐมภูมิ #ชมรมร้านยารักษ์ไต #ดูแลไตห่างไกลโรค

ผลัดนี้ น้องๆ มาฝึก การจัดการ เลยชวนน้องคำนวณการคิดค่าบริการ และให้ได้กำไร โดยลดการพึ่งพาจากรัฐให้มากที่สุดนี่คือตัวเลขท...
26/08/2026

ผลัดนี้ น้องๆ มาฝึก การจัดการ เลยชวนน้องคำนวณการคิดค่าบริการ และให้ได้กำไร โดยลดการพึ่งพาจากรัฐให้มากที่สุด

นี่คือตัวเลขที่ร้านยาขาดทุน "ทุกครั้ง" ที่ให้บริการชวนเลิกบุหรี่อย่างเต็มรูปแบบ — ตามการคำนวณของนักศึกษาเภสัชศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ในวิชาที่ให้ทำ Business Model Canvas ของโครงการเภสัชชวนเลิกบุหรี่

เขาคิดง่าย ๆ แต่ตรงไปตรงมามาก

ให้บริการครั้งแรก 30 นาที ติดตามอีก 4 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที รวมเป็น 90 นาทีต่อผู้รับบริการ 1 ราย ตีมูลค่าเวลาเภสัชกรที่นาทีละ 5 บาท = ต้นทุนเวลา 450 บาท/ราย

ขายเป็น Package ได้กำไรจากตัวยา 222–256 บาท

หักลบแล้ว = ติดลบ 194 ถึง 228 บาท

ทำมากขึ้น = ขาดทุนมากขึ้น

แล้วเขาหาทางออกยังไง?

เขาไปดูว่า ถ้าคนไข้คนนี้ประทับใจแล้วกลับมาซื้อของที่ร้านอีก เฉลี่ยครั้งละ 300 บาท ที่ gross margin 38% = ได้กำไรครั้งละ 114 บาท

ซื้อซ้ำ 2 ครั้ง = คุ้มทุนพอดี ซื้อซ้ำ 4 ครั้ง = กำไร 228 บาท

น่าสนใจใช่ไหมคะ — บริการที่ขาดทุนบนกระดาษ กลับมีกำไรถ้ามองยาวพอ

แต่ก่อนจะดีใจ ขอชวนดูงานวิจัยกันหน่อย

📚 โลกเขาศึกษาเรื่องนี้ไว้ว่ายังไง

สิ่งที่ นศ. ทำ ในภาษาการตลาดคือ loss leader + customer lifetime value (CLV) ซึ่งมีงานทั้งฝั่งที่หนุนและฝั่งที่เตือน

ฝั่งหนุน — Shampanier, Mazar & Ariely (Marketing Science, 2007) พบว่าคำว่า "ฟรี" ไม่ได้ทำงานเหมือนส่วนลดธรรมดา เมื่อราคาลดลงจนเป็นศูนย์ คนเลือกตัวเลือกนั้นมากขึ้นแบบก้าวกระโดดเกินกว่าที่แบบจำลองต้นทุน-ผลประโยชน์จะอธิบายได้ เขาเรียกว่า zero-price effect — แปลว่าบริการฟรีดึงคนเข้าร้านได้แรงกว่าที่ตัวเลขบอก

ฝั่งร้านยาเองก็มีสิ่งที่เรียกว่า halo effect — ในสหรัฐฯ วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นบริการที่เชนใหญ่ใช้ดึงคนเข้าร้าน ถึงขั้นแจกคูปอง/บัตรของขวัญให้คนมาฉีดที่ร้านตัวเอง เพราะหวังยอดใบสั่งยาและยอดซื้อที่ตามมา — โมเดลเดียวกับที่ นศ. คิดเป๊ะ ๆ

ฝั่งเตือน — งานที่อยากให้อ่านที่สุดคือ Datta, Foubert & van Heerde (Journal of Marketing Research, 2015) ที่ตามดูลูกค้าจริงของบริการทีวีดิจิทัล แล้วพบว่า CLV เฉลี่ยของลูกค้าที่ได้มาจาก free trial ต่ำกว่าลูกค้าปกติถึง 59%

คนที่มาเพราะของฟรี ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกับคนที่ยอมจ่าย

แต่มีข่าวดีซ่อนอยู่ — งานเดียวกันพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ตอบสนองต่อ "การใช้บริการซ้ำ" ได้ดีกว่า เพราะการได้ใช้บริการบ่อย ๆ ย้ำเตือนเขาว่าตัวเองได้อะไร

พูดอีกอย่างคือ: การติดตาม 4 ครั้ง ไม่ใช่ "ต้นทุนที่ต้องลด" แต่คือ "กลไกที่ทำให้โมเดลนี้ทำงาน"

⚖️ ข้อดี–ข้อเสีย ของโมเดลนี้

ข้อดี

ทำได้ทันที ไม่ต้องรอนโยบาย ไม่ต้องรออัตราจ่ายจากใคร
บังคับให้เราวัดต้นทุนเวลาของตัวเอง ซึ่งร้านยาไทยส่วนใหญ่ไม่เคยทำ
เปลี่ยนเป้าจาก "ขายยาให้ได้" เป็น "ทำให้เขากลับมา" ซึ่งเป็นเป้าที่ดีต่อคุณภาพบริการ

ข้อเสีย (และข้อนี้สำคัญกว่า)

Attribution พิสูจน์ยาก — คนที่กลับมาซื้อ อาจเป็นคนที่ตั้งใจซื้อร้านนี้อยู่แล้ว ไม่ได้เกิดจากบริการ ถ้าจะเคลมต้องเทียบกับกลุ่มควบคุม
Conflict of interest — ถ้ารายได้ผูกกับยอดขายสินค้าอื่น จะเกิดแรงกดดันแฝงให้แนะนำของเกินจำเป็น ทั้งที่งานวิจัยเชิงคุณภาพชี้ว่าสิ่งที่ผู้รับบริการเลิกบุหรี่ให้คุณค่าที่สุดคือ "การที่เภสัชกรตั้งใจฟัง ไม่เร่งรีบ และรู้สึกว่ามีคนใส่ใจว่าเขาจะสำเร็จไหม"
และข้อที่อยากให้คิดหนักที่สุด — ทุกครั้งที่เราพิสูจน์ว่า "ไม่เก็บค่าบริการก็อยู่ได้" เรากำลังยืนยันสมมติฐานที่เราอยากล้ม ว่าเวลาของเภสัชกรไม่มีราคา

🔍 มองคำว่า Profit ให้ไกลกว่า Pharmacist Fee

ปัญหาของไทยไม่ใช่ว่าเภสัชกรไม่สร้างคุณค่า

การจ่ายหมากฝรั่งนิโคติน 1 ครั้ง มีข้อความที่ต้องสื่อสารเป็นสิบประโยค — ประเมินความพร้อม เลือกขนาด สอนเทคนิคเคี้ยว-พัก เตือนเรื่องกาแฟ/น้ำอัดลม วางแผนลดขนาด ติดตามอาการถอน ทั้งหมดนี้คือ evidence-based intervention ที่มีผลต่ออัตราเลิกสำเร็จจริง

แต่ระบบไม่มีกลไก "จับ" คุณค่านั้นมาเป็นรายได้ มันเลยถูกซ่อนอยู่ในกำไรสินค้าแบบมองไม่เห็น

นี่ไม่ใช่ปัญหา value creation แต่เป็นปัญหา value capture

ทางออกจึงไม่ได้มีแค่ "ขอค่าบริการ" มีอีกอย่างน้อย 3 ทางที่โลกเขาทำแล้วมีงานตีพิมพ์:

1) เปลี่ยนผู้จ่าย ไม่ใช่เปลี่ยนราคา ขายให้คนที่ได้ประโยชน์ทางการเงินจากการที่ลูกค้าเลิกได้ — Berman และคณะประเมินว่าพนักงานที่สูบบุหรี่ทำให้นายจ้างมีต้นทุนส่วนเกินราว 5,800 ดอลลาร์/คน/ปี (ก้อนใหญ่ที่สุดคือเวลาพักสูบบุหรี่) ร้านยาในเขตนิคมอุตสาหกรรมคุยกับ HR โรงงานได้เลย หรือคุยกับกองทุนสุขภาพตำบล

2) Membership model กรณี Good Shepherd Pharmacy (สหรัฐฯ) รายได้มาจากค่าสมาชิก ไม่ใช่จากจำนวนใบสั่งยา ข้อดีเชิงจริยธรรมคือแรงจูงใจสอดคล้องกัน — ร้านไม่ต้องขายเยอะเพื่ออยู่รอด เหมาะกับเคสซับซ้อนที่ผู้ป่วยยินดีจ่ายเอง

3) ราคาแบบผูกผลลัพธ์ NHS อังกฤษจ่ายเป็นขั้น — ค่าตั้งระบบก้อนหนึ่ง แล้วบวกค่าให้คำปรึกษาเป็นครั้ง ๆ ตามสเปคที่เขียนไว้ชัดว่าอะไรอยู่ในและนอกสัญญา ร้านยาเอกชนดัดแปลงได้ เช่น เก็บ 60% ตอนเริ่ม อีก 40% เมื่อผ่าน 4 สัปดาห์

💬 อยากชวนคุยต่อ

ร้านของท่าน เคยจับเวลาจริงไหมว่าบริการหนึ่งใช้เวลากี่นาที และถ้าตีเป็นเงิน จะเท่าไร
ถ้าจะเก็บค่าบริการวิชาชีพจริง ๆ ท่านคิดว่าอุปสรรคใหญ่สุดคืออะไร — ผู้บริโภคไม่ยอมรับ ร้านข้าง ๆ ไม่เก็บ หรือเราเองก็ยังไม่กล้าตั้งราคาให้ตัวเอง
ถ้ามีร้านยา 30 ร้านช่วยกันเก็บข้อมูลต้นทุนเวลาแบบเดียวกับสไลด์นี้ ท่านคิดว่ามันจะเปลี่ยนการเจรจาเชิงนโยบายได้ไหม

ขอบคุณนักศึกษาที่ทำสไลด์ชุดนี้ค่ะ — สมมติฐานในนี้ยังต้องพิสูจน์อีกหลายข้อ แต่การกล้าเอาต้นทุนเวลาของเภสัชกรมาใส่ในสมการ คือก้าวแรกที่ถูกต้อง

เพราะไม่มีผู้จ่ายรายไหนในโลก กำหนดอัตราจ่ายให้บริการที่ไม่มีใครรู้ว่าต้นทุนเท่าไร

#ร้านยาคุณภาพ #เภสัชกรชุมชน #เลิกบุหรี่
- นางสาวณัฏฐนิช เกียรติธีรชัย
- นางสาวอภิสรา อุบลรัตน์
มหาวิทยาลัยศิลปากร

📌 อุปกรณ์ช่วยงานหน้าร้าน ที่เภสัชกรร้านยาและหน่วยงานที่ทำงานด้าน RDU NSAIDs ไม่ควรพลาด!🔄 "วงล้อชะลอไต" Version ล่าสุด ปร...
20/08/2026

📌 อุปกรณ์ช่วยงานหน้าร้าน ที่เภสัชกรร้านยาและหน่วยงานที่ทำงานด้าน RDU NSAIDs ไม่ควรพลาด!

🔄 "วงล้อชะลอไต" Version ล่าสุด ปรับเพื่อเภสัชกรปฐมภูมิ — เครื่องมือช่วยตัดสินใจทางคลินิก โรคไตเรื้อรัง (CKD Clinical Decision Support Tool)
ออกแบบโดย
รศ.ดร.ภญ.มยุรี ตั้งเกียรติกำจาย
และ ภญ.ศิวพร ปีเจริญทรัพย์ (FACP)

ใช้ประเมินระยะโรคไตเรื้อรัง (GFR) ยาที่ควรเลี่ยง สมุนไพรที่ห้ามใช้ และแนวทางดูแลผู้ป่วยไตในร้านยา ครบในที่เดียว หยิบใช้หน้าเคาน์เตอร์ได้ทันที สื่อสารกับคนไข้ให้เข้าใจง่ายขึ้นเยอะ ✅

🏥 เหมาะสำหรับ

🧲ร้านยาที่ต้องการเครื่องมือช่วยงาน RDU NSAIDs และดูแลผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงไต
✅หน่วยงาน/องค์กรที่ต้องการทำโครงการร่วมกับชมรมร้านยารักษ์ไต

💰 ราคาเริ่มต้นเพียง 149 บาท มีราคาพิเศษเมื่อสั่งจำนวนมาก (ราคาหน่วยงานร่วมโครงการเริ่มที่ 10 ชิ้นขึ้นไป)

💙 รายได้ทั้งหมดจากการสั่งซื้อครั้งนี้ นำไปสนับสนุนกิจกรรมวิชาการเภสัชกรรมร้านยาของชมรมร้านยารักษ์ไต

📝 ลงทะเบียนสั่งซื้อได้ที่: https://forms.gle/wBWjd8acpbUKtLJy8 🔔 ติดตามข่าวสารและอัปเดตโครงการได้ทางเพจชมรมร้านยารักษ์ไต

#ชมรมร้านยารักษ์ไต #วงล้อชะลอไต #เภสัชกรร้านยา #ดูแลไตห่างไกลโรค

🩺 สรุปความรู้รอบตัว: แยกแยะ "ลักษณะไข้ออกผื่น" ให้เข้าใจง่ายในภาพเดียว! 📚✨สวัสดีค่ะ/ครับทุกคน วันนี้เพจการศึกษาของเราขอพ...
18/08/2026

🩺 สรุปความรู้รอบตัว: แยกแยะ "ลักษณะไข้ออกผื่น" ให้เข้าใจง่ายในภาพเดียว! 📚✨

สวัสดีค่ะ/ครับทุกคน วันนี้เพจการศึกษาของเราขอพาทุกคนมาเรียนรู้สรุปสาระความรู้ที่มีประโยชน์มากๆ จาก ผลงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 6 ที่ได้รวบรวมและเปรียบเทียบอาการของ "โรคที่มีอาการไข้ออกผื่น" ทั้ง 7 โรคยอดฮิต เพื่อให้คุณครู ผู้ปกครอง และน้องๆ สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้อย่างแม่นยำครับ/ค่ะ!

🦠 ทำความเข้าใจ 7 โรคไข้ออกผื่นยอด,บ่อย
โรคอีสุกอีใส: ตุ่มแดง กลายเป็นตุ่มน้ำใส ต่อมากลายเป็นหนองและแห้งเป็นสะเก็ด มักมีอาการคัน ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ และเบื่ออาหารร่วมด้วย มักขึ้นบริเวณใบหน้าและลำตัว

โรคงูสวัด: กลุ่มตุ่มน้ำใสบนพื้นผิวแดง ร่วมกับปวดแสบปวดร้อน พบได้บริเวณตามแนวเส้นประสาท

โรคหัด: ไข้สูง ตาแดงไม่สู้แสง ไอ จากนั้น 2-4 วัน เกิดผื่นแดงราบูน เริ่มขึ้นที่ใบหน้าแล้วลามไปทั่วตัว

โรคหัดเยอรมัน: ผื่นราบสีชมพูเล็กๆ ขึ้นในวันเดียวกับที่มีไข้ และหายภายใน 3-6 วัน มักมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย และเริ่มขึ้นไรผม หน้าผาก หลังหู แล้วกระจายไปคอ ลำตัว แขน และขา

ไข้อีดำอีแดง: ไข้สูง หนาวสั่น เจ็บคอมาก จากนั้น 12-48 ชั่วโมง มีผื่นแดงตุ่มนูนเล็กๆ สากเหมือนกระดาษทราย ลิ้นมีจุดแดงคลายสตรอว์เบอร์รี่และต่อมทอนซิลบวมแดง อาจมีหนอง

โรคไข้เลือดออก: จุดแดงเล็กๆ คล้ายจุดเลือดออก ร่วมกับไข้สูง ปวดหัว มักขึ้นที่แขน ขา ลำตัว โดยผื่นจะเกิดหลังมีไข้ 2-5 วัน

โรคมือเท้าปาก: ตอนแรกจะเริ่มมีจุดแดงๆ ในปาก ต่อมาเป็นตุ่มน้ำใส ไม่คัน ก่อนผื่นขึ้น 1-2 วัน มักมีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร เจ็บคอ และมักขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า

💡 เกร็ดความรู้เพื่อการศึกษา: สื่ออินโฟกราฟิกนี้เป็นผลงานสุดสร้างสรรค์จากนักศึกษาชั้นปีที่ 6 ที่ช่วยย่อยเนื้อหาทางการแพทย์ให้เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับใช้เป็นสื่อการสอนและความรู้รอบตัวสำหรับทุกคน หากพบอาการผิดควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องนะคะ/ครับ

ฝากกดไลก์ กดแชร์ และกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผลงานดีๆ ของน้องๆ นักศึกษา และเพื่อไม่พลาดสาระความรู้ดีๆ จากเพจเราด้วยน้า! 👇💖
- นางสาวณัฏฐนิช เกียรติธีรชัย
- นางสาวอภิสรา อุบลรัตน์
- นางสาววาสิฏฐี ชูวงษ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

#การศึกษา #สรุปความรู้ #ไข้ออกผื่น #สุขภาพเด็ก #ผลงานนักศึกษา #สื่อการสอน #สุขภาพน่ารู้

11/08/2026

"จากชีทเรียนหนาๆ สู่การเคาะเคสจริงหน้างาน! 💊✨

หลายคนอาจมองว่าการเรียนและการฝึกงานเภสัชกรรมคือการจำชื่อยา กลไกการออกฤทธิ์ หรือขนาดยาให้แม่นยำ แต่ความจริงแล้ว หัวใจสำคัญของการฝึกงาน คือการฝึกกระบวนการคิดและประเมินอย่างเป็นระบบ (Systematic Clinical Thinking)

#ฝึกงานเภสัช #เรียนรู้จากเคสจริง #เภสัชกรฝึกงาน #การศึกษาเภสัชกรรม

🩺📊 เปลี่ยน "เคสคลินิก" ให้เป็น "กลยุทธ์ธุรกิจ": มุมมองใหม่จากฝึกงาน Pharmacy Managementหลายคนอาจมองว่าการฝึกงานบริหารร้า...
30/07/2026

🩺📊 เปลี่ยน "เคสคลินิก" ให้เป็น "กลยุทธ์ธุรกิจ": มุมมองใหม่จากฝึกงาน Pharmacy Management

หลายคนอาจมองว่าการฝึกงานบริหารร้านยา (Management Rotation) คือเรื่องของสต็อก การเงิน หรือการบริหารจัดการร้านทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว "งานคลินิกและงานบริหาร" สามารถบูรณาการเข้าด้วยกันเพื่อขับเคลื่อนร้านยาให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ครับ!

ลองมาดูแนวทางการถอดบทเรียนเคสผู้ป่วยจริงจากโครงการรักษ์ไต & บริการเลิกบุหรี่ ผ่านเลนส์ผู้จัดการร้านยา:

✅Identify Clinical Pain Point: เริ่มต้นจากปัญหาเฉพาะหน้าของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3b ที่มีพฤติกรรมใช้สมุนไพร ยา NSAIDs และสูบบุหรี่ เภสัชกรไม่ได้แค่มองหาผลิตภัณฑ์แก้ปลายเหตุ แต่เจาะลึกถึงต้นตอของปัญหาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

✅Map with Customer Journey & 5A Model: ออกแบบเส้นทางลูกค้ายุคใหม่ ตั้งแต่การสร้างความตระหนักรู้ (Awareness - A1) ผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ ไปจนถึงกระบวนการติดตามผลและการสร้างความบอกต่อ (Purchase to Advocacy - A3-A5)

✅Strategic Business Thinking: วิเคราะห์ความคุ้มค่า (Cost-effectiveness) และโมเดลการสร้างรายได้/คุณค่าของบริการ เพื่อให้ร้านยาหลุดพ้นจากการแข่งขันตัดราคา สู่การสร้างความผูกพัน (Loyalty) และลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ (CAC) ผ่านความไว้วางใจ

💡 Key Takeaways:
การบริหารร้านยาที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้แยกขาดจากงานคลินิก แต่เป็นการใช้ Clinical Expertise เป็นหัวใจหลักในการส่งมอบบริการ และใช้ Management Tools เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อให้ร้านยาสามารถดูแลชุมชนได้อย่างยั่งยืนครับ 🚀

#ฝึกงานเภสัชชุมชน

คนไข้อายุ 85 ปี มีโรคประจำตัว HT, DLP, Gount ไม่ทราบค่าไต ไม่ถือยามา ญาติมาขอซื้อยาแก้อาเจียน เพราะอาเจียนทานอะไรไม่ได้ ...
20/07/2026

คนไข้อายุ 85 ปี มีโรคประจำตัว HT, DLP, Gount ไม่ทราบค่าไต ไม่ถือยามา ญาติมาขอซื้อยาแก้อาเจียน เพราะอาเจียนทานอะไรไม่ได้ มา 1 วัน
📌4-5 วันก่อน ระคายคอ ซื้อยาจากร้านที่ไม่มีเภสัชกร ไม่ทราบว่าได้ยาอะไร เดาได้หลากหลายว่า อาจจะได้ NSAIDs หรือ ยาฆ่าเชื้อ ญาติให้ประวัติเพิ่มว่า ได้ยาที่ทาน เช้าเย็น ซึ่งมีความเป็นไปได้ ว่าจะได้ Ciprofloxacin(500) หรือ Amoxy ก็ได้
📌พฤติกรรมดื่มน้ำน้อยกว่า 1.8 ลิตร (ดื่มได้เพียง 600 cc)

จากกรณีศึกษาดังกล่าว สิ่งที่ต้องเอ๊ะ และระวังมีอะไรบ้าง ในสถานการณ์ที่มีข้อมูลให้เราเพียงเท่านี้

#สถานการณ์เสี่ยงที่ควรสังเกต
ผู้ป่วยสูงอายุ (โดยเฉพาะ ≥ 75-80 ปี) ที่มีประวัติอาเจียน/ทานไม่ได้ 1-3 วัน ร่วมกับดื่มน้ำได้น้อยกว่าปกติ และมีโรคประจำตัว HT/DM/CKD โดยไม่ทราบค่าไต — เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อ pre-renal AKI จากภาวะ renal hypoperfusion ยิ่งมีคนมาซื้อยาแทนโดยไม่พาผู้ป่วยมา ยิ่งประเมินความเสี่ยงได้ยากขึ้น

#กลไกที่ควรระวังเป็นพิเศษ — Triple/Quadruple Whammy
Dehydration + ACEI/ARB + Diuretic + NSAIDs คือ combination ที่เพิ่มความเสี่ยง AKI อย่างมีนัยสำคัญในผู้สูงอายุ หากผู้ป่วยมีประวัติ HT อยู่แล้ว มีโอกาสสูงที่จะได้รับ ACEI/ARB หรือ diuretic เป็นยาประจำ แม้ไม่ได้ถือยามาแสดง แต่ประวัติการไปซื้อยาแก้ระคายคอทานเอง มีโอกาสสูงที่จะได้ NSAIDs มาทานด้วย

ดังนั้นเคสนี้
#ข้อควรระวังในการจ่ายยา

💊หลีกเลี่ยงการจ่าย NSAIDs ให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้โดยไม่มีข้อมูลทางคลินิกเพียงพอ
💊ยาปฏิชีวนะที่ต้องปรับขนาดตาม renal function (เช่น Ciprofloxacin) ควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากไม่ทราบค่าไต โดยเฉพาะเมื่อมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย ซึ่งอาจทำให้ renal function ลดลงเฉียบพลันโดยไม่รู้ตัว

ญาติตัดสินใจดูอาการก่อน ดังนั้นเภสัชกร จึงให้คำแนะนำสัญญาณธงแดง ที่ต้องพาไป รพ.ทันที เพื่อได้รับการรักษาที่ทันท่วงที

#ไตวายเฉียบพลัน #ผู้สูงอายุ #ร้านยา #เภสัชกรแนะนำ #ศิวพรเภสัช #ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน

ที่อยู่

ร้านยาศิวพรเภสัช
Ang Dhong
14000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Case จากเคาน์เตอร์ยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท