04/08/2026
🏥สิทธิการรักษาตามอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น
▪️หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(30บาท)
▪️ประกันสังคม
▪️ข้าราชการ
▪️รัฐวิสาหกิจ
เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตความมั่นคงทางการดูแลสุขภาพและรักษาโรค ป้องกันการล้มละลายเมื่อเป็นโรคร้ายแรง แต่ไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดทุกด้านเมื่อเจ็บป่วยและไม่สามารถครอบคลุมยาราคาสูงหรือหัตถการขั้นสูงได้ทั้งหมด รวมทั้งไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางอ้อมในการดูแลคุณภาพชีวิตส่วนอื่นๆ(ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก การสูญเสียรายได้ในวันที่ไม่ได้ทำงาน ฯลฯ)
💰แนวโน้มการจัดการความมั่นคงด้านสุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่ คือ
1️⃣การดูแลสุขภาพให้ดี ลดโอกาสเจ็บป่วย เน้นป้องกันโรค
2️⃣ใช้สิทธิการรักษาตามอาชีพ และการร่วมจ่ายเมื่อเจ็บป่วย
3️⃣มีประกันเอกชนเพื่อเพิ่มทางเลือก เช่น เบิกค่ารักษาในส่วนที่นอกเหนือจากสิทธิการรักษาตามอาชีพ เลือกหัตถการขั้นสูงกว่า(แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ได้ผลดี) เลือกนอนโรงพยาบาลเอกชนได้กรณีโรงพยาบาลรัฐไม่มีเตียงเพียงพอ จ่ายค่ารักษาก้อนโตโดยไม่กระทบเงินออม ได้รับเงินก้อนเมื่อรับการวินิจฉัยเป็นโรคร้ายแรง เงินชดเชยเมื่อนอนโรงพยาบาล
4️⃣ออมเงินไว้ด้วย เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อม และใช้สำรองจ่ายก่อนไปเบิกจากต้นสังกัด
💸ทุกกองทุนสุขภาพตามอาชีพ ถ้ามีคนเจ็บป่วยมาก ใช้งบประมาณมาก ก็มีโอกาสไปสู่จุดที่กองทุนรับไม่ไหว จะต้องมีการปรับเงื่อนไข ข้อกำหนดการเบิกจ่ายต่างๆ ซึ่งน่าจะปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่เรามักได้ข่าวจากสื่อต่างๆอยู่เรื่อยๆในช่วงนี้
เพราะฉะนั้น ความมั่นคงทางการดูแลสุขภาพ จะไม่ใช่เพียงว่ามีสิทธิการรักษาอะไรจากอาชีพ แต่ต้องมีทางเลือกให้ตัวเองเมื่อเจ็บป่วย และมีทางรอดเมื่อเป็นโรคค่าใช้จ่ายสูงด้วย
💪🩺คนที่มั่นคงที่สุด คือคนที่..
มีสิทธิการรักษาตามอาชีพ(เข้าใจและใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ) ➕️มีประกันเอกชน➕️มีเงินออมเพียงพอ เมื่อเจ็บป่วย
❤️ทั้งนี้ ความมั่นคงทั้งทางสุขภาพและจิตใจ ยังต้องมีครอบครัว เพื่อนสนิทมิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน องค์กรสนับสนุนผู้ป่วย ที่สนับสนุนช่วยเหลือเมื่อเจ็บป่วยด้วย
ประธานกรรมการมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง กังวลหากปฏิรูปสวัสดิการ ขรก. แล้วกระทบสิทธิผู้ป่วยมะเร็ง ระบุเป็นสิทธิเดียวที่ช่วยเข้าถึงยามุ่งเป้าได้ หากปรับจริงควรค่อยเป็นค่อยไป แนะเปิดระบบ (Pre- Authorization) - ทำประกันกลุ่ม - ระบบร่วมจ่ายเพื่อให้เข้าถึง “ยานอกบัญชีฯ”
------------------------------
น.ส.ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์ ประธานกรรมการมูลนิธิเครือข่ายมะเร็งและอดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสี่ เปิดเผยกับ “The Coverage” ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมปฏิรูปสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการนำระบบประกันสุขภาพมาใช้ ตอนหนึ่งว่า หากมีการปรับเปลี่ยนระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการจริง ย่อมสร้างความกังวลให้กับผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากปัจจุบันสวัสดิการข้าราชการถือเป็นระบบที่เอื้อต่อการรักษาผู้ป่วยมะเร็งมากที่สุด เป็นเพียงสิทธิเดียวที่สามารถเบิกค่ายาบางชนิดที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 60,000 – 180,000 บาทต่อเดือนได้ ขณะที่สิทธิการรักษาอื่นยังไม่ครอบคลุม ฉะนั้นหากไม่มีสวัสดิการนี้ ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากอาจไม่สามารถเข้าถึงยารักษามะเร็งที่เรียกว่ายามุ่งเป้าซึ่งมีราคาสูงได้เลย
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเห็นด้วยหากมีการปรับสิทธิข้าราชการจริงๆ เนื่องจากในอนาคตรัฐบาลอาจจะแบกรับภาระงบประมาณไม่ไหว ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดลดลง ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนผู้เสียภาษีลดลงเมื่อเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล ดังนั้นหากมีการปรับสิทธิจริง ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป
------------------------------
อ่านเพิ่มเติมได้ที่คอมเมนต์
------------------------------
#ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข