คลินิกเด็กแพทย์ศิวาพา หมอนิว

คลินิกเด็กแพทย์ศิวาพา หมอนิว เฉพาะทางโรคเด็ก รักษาโรคผู้ใหญ่ทั่วไป ฉีดวัคซีนทุกชนิด

13/05/2026

เช้านี้ 13/5/2569 เปิด 09-12.00 น
รอบเย็น เปิด 17-20.00 น .😍

05/05/2026

เย็นนี้ 5/5/2569 เปิดตรวจปกติค่ะ

05/05/2026

พรุ่งนี้(6/5/2569)
คลินิกหยุด1 วัน
หน้าร้านเปิดขายยาเคสเดิมนะคะ...

13/04/2026

คลินิกปิด
12-15 เมษายน

เปิด 16 เมษายน ค่ะ

⚠️โรคไข้กาฬหลังแอ่น  #พบน้อยแต่ร้ายแรง (Invasive Meningococcal Disease)***Credit  ’s Story by หมอรวงข้าว
22/03/2026

⚠️โรคไข้กาฬหลังแอ่น #พบน้อยแต่ร้ายแรง
(Invasive Meningococcal Disease)
***Credit ’s Story by หมอรวงข้าว

⚠️โรคไข้กาฬหลังแอ่น #พบน้อยแต่ร้ายแรง
(Invasive Meningococcal Disease)

⮕ เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง

◾️ #สาเหตุ
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis
ในประเทศไทยสาเหตุหลักเกิดจากเชื้อซีโรกรุ๊ป B

ทำให้เกิด
☑️ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
☑️ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
☑️ เชื้อ Neisseria meningitidis สามารถเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว
☑️ ปล่อยสารพิษ ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการอักเสบในร่างกายสูงมาก ไปทำลายผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดการรั่วของเลือดและการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (disseminated intravascular coagulation - DIC)

**การศึกษาในเด็กและวัยรุ่นไทยพบมีเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น เกาะอยู่ที่บริเวณลำคอถึง 14.2% บางคนไม่แสดงอาการแต่เป็นพาหะของเชื้อ มีรายงานพบโรคนี้ประมาณ 20-30 รายต่อปี

***ปี 2568 พบผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น 39 ราย
เสียชีวิต 5 ราย (ภาพประกอบในคอมเมนท์)

◾️ #การติดต่อ :
แพร่ผ่านละอองฝอยจากทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม น้ำลาย หรือใช้ภาชนะร่วมกับผู้ป่วยหรือพาหะ

◾️ #กลุ่มเสี่ยง
1. เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และวัยรุ่น
#เด็กเล็กวัยทารก – 2 ขวบ (กลุ่มเสี่ยงที่สุด)​​
2. ผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องบางชนิด
3. ผู้ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานผิดปกติ
4. ผู้ที่อยู่ในสภาพแออัด เช่น หอพัก ค่ายทหาร โรงเรียนประจำ
5. เด็กหรือผู้ที่อยู่ในสถานที่ที่มีคนหลายเชื้อชาติ เช่น #โรงเรียนนานาชาติ​​
6. ผู้ที่เตรียมตัว เดินทาง/ #ไปศึกษาต่อต่างประเทศ
โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายงาน การระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่น เช่นสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ประเทศในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ จีน
7. นักเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาดของโรคไข้กาฬหลังแอ่น เช่น ประเทศในแถบตะวันออกกลางและทวีป แอฟริกา

◾️ #ระยะฟักตัวของโรค
โดยเฉลี่ยประมาณ 3-4 วัน
โรคนี้สามารถลุกลามอย่างรวดเร็ว
และอาจรุนแรงจนเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง

◾️ #อาการ
⮕ อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด มีไข้สูง เจ็บคอ
ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ
และสามารถก่อให้เกิดอาการรุนแรง ได้แก่

1. #เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
* อาการไข้สูง
* คอแข็ง อาเจียน ปวดศีรษะรุนแรง
* ซึมลง หมดสติ
* ชัก หลังแอ่น

2. #ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
* มีอาการไข้สูง
* ผื่นช้ำเลือด มือเท้าเย็น
* สามารถนำไปสู่ภาวะช็อก และอวัยวะล้มเหลวได้
(ไข้สูงร่วมกับ ผื่นสีแดงอมม่วง (purpura) ที่กดไม่จางและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว #หากเกิดที่ปลายมือปลายเท้า อาจต้องตัดแขนขา​​)

****ในเด็กเล็ก
จะมีอาการร้องไห้ผิดปกติ ซึมลง และไม่ยอมกินอาหาร

⮕ อาการจะแย่ลงอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง
โรคสามารถลุกลามได้ไว อาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเสียชีวิตที่ 10-15%

⮕ 1 ใน 5 #ของผู้รอดชีวิตอาจมีความพิการ เช่น
เกิดความพิการทางสมอง โรคลมชัก ส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ สูญเสียแขนขา และการได้ยิน

◾️ #การรักษา
⮕ ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำทันที
⮕ ให้สารน้ำและยาช่วยความดันหากมีภาวะช็อก

◾️ #การป้องกัน
⮕ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย/พาหะ
⮕ ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยทุกคน (ครอบครัว เพื่อนร่วมห้อง) จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกัน
⮕ #รับวัคซีนป้องกันกาฬหลังแอ่น
เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ จนอาจเสียชีวิตหรือพิการ
⮕ ปัจจุบันสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ได้เพิ่มวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นเป็นวัคซีนเสริม (4CMenB ป้องกันซีโรกรุ๊ป B ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคในไทย)
⮕ เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป (รายละเอียดดังภาพในคอมเม้นท์) ** #ฉีดแล้วมักจะมีไข้จึงแนะนำให้กินยาลดไข้หลังรับวัคซีนได้เลยค่ะ

แม้โรคนี้จะพบได้ไม่บ่อย #แต่มีความรุนแรงสูงและสามารถส่งผลกระทบระยะยาวต่อผู้ป่วย
ในปัจจุบัน สามารถ ป้องกัน/ลดความเสี่ยงการติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย และลดการอยู่ในสถานที่แออัด #วัคซีนยังเป็นหนึ่งในทางเลือกการป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น

ปล. ข้อมูลในการตัดสินใจ
1. #ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้
แต่คนที่เสี่ยงมากดังรายละเอียดด้านบน
2. ยังพบไข้กาฬหลังแอ่นในประเทศไทยทุกปี ปีละ 20-30 ราย

หมอรวงข้าว
กุมารแพทย์
#คลินิกเด็กหมอรวงข้าว
#ไข้กาฬหลังแอ่น #วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น

**ข่าวใหญ่ที่ต้องรู้! "ไข้กาฬหลังแอ่น" ระบาดหนักที่อังกฤษ !!!
22/03/2026

**ข่าวใหญ่ที่ต้องรู้! "ไข้กาฬหลังแอ่น" ระบาดหนักที่อังกฤษ !!!

🚨 **ข่าวใหญ่ที่ต้องรู้! "ไข้กาฬหลังแอ่น" ระบาดหนักที่อังกฤษ
กระทบนักศึกษา จบชาติภพนี้เฉียบพลัน... เราต้องระวังตัวแค่ไหน?**

อ่านเถอะครับ... ถามกันมามาก เขียนสรุปให้แล้ว ครับ

ช่วยแชร์หน่อยนะครับ...เพราะข่าวทำนองนี้ คนมักไม่เห็นครับ

ใครไม่ไหว ข้ามไป ตอนท้ายเรื่อง การป้องกันเลยครับ

หลายคนอาจจะเห็นข่าวการระบาดของโรคติดเชื้อที่อังกฤษแล้วรู้สึกตกใจ
กลัวจะเหมือน พี่กระบือหวิด หลายปีก่อน

ชื่อโรคอาจจะฟังดูน่ากลัวและอาการมีความรุนแรงมาก
แต่หากเราเข้าใจและรู้วิธีป้องกัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้มากครับ

----
🦠 ** ไข้กาฬหลังแอ่น คืออะไร? เกิดจากเชื้ออะไร? **

ไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal disease) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า *Neisseria meningitidis*

เชื้อนี้ ก่อให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดที่รุนแรงและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ชื่อโรคในภาษาไทยมาจากอาการของผู้ป่วยในระยะรุนแรงที่อาจมีอาการ "ชักเกร็ง" และ "หลังแข็งแอ่น"

----

**ติดต่อกันได้อย่างไร**

เชื้อนี้ติดต่อผ่านทางเดินหายใจและการสัมผัสใกล้ชิด
คล้ายกับไข้หวัดแต่ติดยากกว่า โดยต้องสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง
เช่น การไอ จามใส่กัน การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น

แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อนส้อม หรือการจูบ (บอกแล้ว ห้ามหอมลูกคนอื่น !!!)

----

**อาการแสดง: จากเริ่มต้น... จนถึง ตุยเย่ **

โรคนี้รุนแรงและลุกลามเร็วมาก อาจทำให้กลับบ้านเก้าขึ้นเตาเมรุ
ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังมีอาการ

**ระยะเริ่มต้น** มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และมีอาการคอแข็ง

**ระยะลุกลาม** เริ่มมีผื่นจ้ำเลือดสีม่วง (purpura fulminan) ขึ้นตามลำตัว ขา และเท้า ผู้ป่วยจะเริ่มซึมลง สับสน

**ระยะวิกฤต** เกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด อวัยวะล้มเหลว และ ตุยเย่ อย่างรวดเร็ว ครับ

สำหรับผู้ที่รอดชีวิต ประมาณ 10-20% อาจเผชิญกับความพิการทางสมอง สูญเสียการได้ยิน หรือต้องสูญเสียอวัยวะ เช่น ตัดแขนตัดขา จากภาวะเนื้อตุยในช่วงติดดเชื้อหนักๆ

----

**อัตราการตุยเย่**

อัตราการ ตุยเย่ สูงถึง 8-15% แม้จะได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้อง และหากไม่ได้รับการรักษา อาจพุ่งสูงถึง 50%

--------

**ประวัติศาสตร์การระบาดในโลก และในไทย**

**ในระดับโลก** มักพบการระบาดใหญ่ในพื้นที่ที่เรียกว่า "Meningitis Belt" แถบแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ซึ่งอาจพบผู้ป่วยสูงถึง 1,000 รายต่อประชากรแสนคน

**ในประเทศไทย** โรคนี้มีรายงานในไทยมานานแล้วครับ
แต่มักพบแบบประปราย ไม่ค่อยระบาดเป็นกลุ่มก้อนใหญ่

สถิติในอดีตพบผู้ป่วยราว 15-74 รายต่อปี

ล่าสุดในปี 2026 (ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมีนาคม) ไทยพบผู้ป่วยประปราย 5 ราย และ ซึ่งได้จบชาติภพนี้ไปแล้ว 3 ราย ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่ายังควบคุมได้และไม่ได้ระบาดเป็นคลัสเตอร์แบบที่อังกฤษ

------------

ที่น่าสนใจคือ **เกิดอะไรขึ้นที่อังกฤษในปี 2026**

การระบาดที่สหราชอาณาจักรในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2026 เกิดขึ้นในกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเคนต์ (University of Kent) และนักเรียนในเมืองแคนเทอร์เบอรี

ต้นตอพบว่าเชื่อมโยงกับการรวมตัวในสถานบันเทิง (ไนท์คลับ) แห่งหนึ่ง ทำให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อตัวนี้สายพันธุ์บี อย่างรวดเร็ว
มีผู้ติดเชื้อหลายสิบราย และมีจบชาติภพนี้ไปแล้วอย่างน้อย 2 ราย

จนทางการอังกฤษต้องสั่งปิดสถานที่ เร่งจ่ายยาปฏิชีวนะ และฉีดวัคซีนให้นักศึกษาในพื้นที่ทันที

----------------

**แนวทางการป้องกัน: วัคซีน vs การดูแลตัวเอง**

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น เช่น ชนิดคอนจูเกต ACWY และชนิด B) ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีประสิทธิภาพ (VE) สูงถึง 82% - 100% ในการป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากสายพันธุ์ที่ครอบคลุม

** วัคซีนโรคนี้ **"มีราคาสูงมากในประเทศไทย"** (หลักหลายพันบาทต่อเข็ม) การฉีดจึงมักแนะนำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงจริงๆ เช่น ผู้ที่ถูกตัดม้าม ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อ/แสวงบุญในประเทศที่มีการระบาด

ดังนั้น "การป้องกันด้วยตนเองเบื้องต้น" จึงเป็นวิธีที่สำคัญที่สุด คุ้มค่าที่สุด และทุกคนสามารถทำได้ทันทีครับ

✅ ห้ามใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด แก้วน้ำ, หลอดดูด, ช้อนส้อม, ลิปสติก (ช่างแต่งหน้ารับงานก็ระวังหน่อยครับ)

✅ รักษาสุขอนามัย ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ

✅ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเทเป็นเวลานาน

✅ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการป่วยทางเดินหายใจ หรือเมื่อต้องเข้าไปในชุมชนที่คนหนาแน่น

*** ไปสัมผัสเชื้อแล้วทำอย่างไร ***

เรามียาสำหรับป้องกันที่กินทันที หรือ Post-Exposure Prophylaxis หรือ PEP คือ Rifampicin (ยาโบราณมากๆ ใช้รักษาวัณโรค) โดย 600 มก. ทุก 12 ชั่วโมง ติดต่อกัน 2 วัน (รวม 4 มื้อ)

จุดประสงค์เพื่อกำจัดเชื้อ Neisseria meningitidis ที่อาจอยู่ในโพรงจมูกและคอหอยของผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการป่วยและการแพร่กระจายเชื้อครับ

ยาตัวนี้ อาจทำให้ปัสสาวะ น้ำตา หรือสารคัดหลั่งในร่างกายเปลี่ยนเป็น
"สีส้มแดง" ซึ่งเป็นอาการปกติของยาตัวนี้ และอาจทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลดลง คนที่กินยาคุ้มระวังหน่วยครับ

ควรได้รับยาเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะภายใน 24 ชั่วโมง หลังการสัมผัสโรค หากเกิน 14 วันไปแล้ว การให้ยาแทบจะไม่มีประโยชน์

การใช้ยา PEP ควรอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและสั่งการโดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากต้องประเมิน "ระดับความเสี่ยง" ของการสัมผัส

#หมอจิรรุจน์

ปล. มิติใหม่แห่งการเขียน ที่ต้องใช้คำแทน เพื่อลดการจำกัดการมองเห็นครับ

01/01/2026

คลินิกปิด
2-4 ม.ค.69

เปิด 5 ม.ค. 69

01/01/2026

วันนี้ รอบเย็น
เปิดปกตินะคะ
หมอลงตรวจ 5 โมงเย็นค่ะ

01/01/2026

วันนี้ 1 ม.ค. 69
รอบเช้า
หมอลงตรวจ
09.30 -12.00

31/12/2025

วันนี้ 31 ธ.ค.68
คลินิกเปิด
เช้า 8.00-12.00
เย็น 16.00-20.00

11/12/2025

เดือนธันวาคม เปิดทุกวันค่ะ
เทศกาลปีใหม่ เปิด 31ธค - 1มค 69
(ปิด 2-4 มค 69 ค่ะ)

ที่อยู่

Ban Tak
63120

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 08:30
16:00 - 20:00
อังคาร 07:00 - 08:30
16:00 - 20:00
พุธ 07:00 - 08:30
16:00 - 20:00
พฤหัสบดี 07:00 - 08:30
16:00 - 20:00
ศุกร์ 07:00 - 08:30
16:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 12:00
16:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 12:00
16:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66809965661

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คลินิกเด็กแพทย์ศิวาพา หมอนิวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์