นพ.คณิต วิทยาวนิชชัย ศัลยแพทย์ตกแต่ง

นพ.คณิต วิทยาวนิชชัย ศัลยแพทย์ตกแต่ง ศัลยแพทย์พลาสติกตกแต่งเฉพาะทาง
A board certificated plastic surgeon

จากจุดเริ่มต้นจากการใช้ Facebook เพราะคนไข้ของผมแนะนำมา เพื่อจะได้พูดคุยกันแลกเปลี่ยนกัน และเริ่มขยายเป็นเพื่อนของเพื่อนเรื่ิอยๆมา
ทำให้ปัจจุบันไม่สามารถรองรับการใช้งานได้ จึงเห็นว่า Fanpage นี้จะได้สื่อสารกันได้มากขึ้น ในโอกาสต่อไปจะมีบทความที่มีสาระมาร่วมด้วย

ดึงหน้า ไม่ได้ช่วยเรื่องอะไร?หลายคนเข้าใจว่า “ดึงหน้า” แล้วใบหน้าจะดูอ่อนวัยขึ้นในทุกด้านแต่ในความเป็นจริง การดึงหน้าไม่...
17/09/2026

ดึงหน้า ไม่ได้ช่วยเรื่องอะไร?
หลายคนเข้าใจว่า “ดึงหน้า” แล้วใบหน้าจะดูอ่อนวัยขึ้นในทุกด้าน
แต่ในความเป็นจริง การดึงหน้าไม่ได้แก้ปัญหาของใบหน้าได้ทุกเรื่องครับ

การดึงหน้า (Facelift) เน้นแก้ปัญหาเรื่อง “ความหย่อนคล้อย” เป็นหลัก
เช่น แก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง หรือผิวบริเวณคอหย่อนคล้อย
แต่ถ้าปัญหาหลักคือ ใบหน้าตอบ ขมับตอบ แก้มตอบ หรือมีร่องลึก การดึงหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด

รวมถึงปัญหาเรื่อง คุณภาพผิว ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องดูแลแยกต่างหาก
ดังนั้น ก่อนวางแผนผ่าตัด สิ่งสำคัญคือการประเมินก่อนว่า
ใบหน้าดูมีอายุจาก “ความหย่อน” หรือ “ไขมันบนใบหน้าหายไป” หรือมีทั้งสองปัจจัยร่วมกัน

ในบางรายจึงอาจพิจารณา ดึงหน้า (Facelift) + เติมไขมัน (Fat Grafting) เพื่อช่วยเติมเต็มบริเวณที่ตอบ ทำให้สัดส่วนของใบหน้าดูสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

การดึงหน้าที่ดี ไม่ใช่แค่ดึงให้ตึง แต่ต้องวิเคราะห์สาเหตุของใบหน้าที่ดูมีอายุ และวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคลครับ

Facelift #แก้ดึงหน้า #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #หมอคณิตที่ไม่ได้ทำแค่ดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง #หน้าคล้อยย #ดึงหน้า #ดึงหน้าธรรมชาติ #ดึงหน้าแล้วหน้าแข็ง #ดึงหน้าชั้นลึก

อุทาหรณ์จากข่าวศัลยกรรม อย่าให้ความสวยต้องแลกด้วยความเสียใจ !! จากข่าวหญิงวัย 56 ปีรายหนึ่งที่เข้ารับการผ่าตัดยกคิ้ว แก้...
09/09/2026

อุทาหรณ์จากข่าวศัลยกรรม อย่าให้ความสวยต้องแลกด้วยความเสียใจ !!

จากข่าวหญิงวัย 56 ปีรายหนึ่งที่เข้ารับการผ่าตัดยกคิ้ว แก้ปัญหาตาตก แต่ผลหลังผ่าตัดกลับเกิดแผลเป็นขนาดใหญ่ จนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและสภาพจิตใจ ต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาแก้ไขต่อเนื่อง

หมอในฐานะศัลยแพทย์ อยากฝากเรื่องนี้ไว้เป็น อุทาหรณ์สำหรับทุกคนที่กำลังตัดสินใจทำศัลยกรรม

ศัลยกรรมไม่ใช่แค่เรื่อง “ทำแล้วสวยไหม”
แต่ต้องถามให้ครบว่า ใครเป็นคนผ่าตัด? ผ่าที่ไหน? ใช้วิธีอะไร? ความเสี่ยงคืออะไร? และถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน จะมีใครดูแลเรา?

โดยเฉพาะการผ่าตัดบริเวณใบหน้าและรอบดวงตา ซึ่งเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อน ผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาโครงสร้างเดิมของแต่ละคน สภาพผิว อายุ โรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด รวมถึงวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสม

หลายคนอาจสงสัยว่า
“จริง ๆ แล้วการยกคิ้วมีวิธีไหนบ้าง และเราสามารถซ่อนแผลได้หรือไม่?”

หมออยากอธิบายว่า การยกคิ้วมีหลายเทคนิคครับ และไม่ได้มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกคน การเลือกเทคนิคต้องดูทั้งโครงสร้างใบหน้า ปัญหาของคนไข้ ตำแหน่งคิ้วที่ต้องการปรับ รวมถึงสภาพผิวและแนวผมของแต่ละคน

หนึ่งในเทคนิคที่หมอใช้คือ Endoscopic Brow Lift หรือการยกคิ้วแบบส่องกล้อง

เทคนิคนี้จะใช้กล้องขนาดเล็ก หรือ Endoscope ส่องผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณหนังศีรษะ เพื่อให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจน จากนั้นจึงสามารถเลาะและปรับโครงสร้าง รวมถึงจัดการกล้ามเนื้อบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดึงรั้งบริเวณคิ้ว ตามความเหมาะสมของแต่ละคน

ข้อดีอย่างหนึ่งของเทคนิคนี้คือ ตำแหน่งแผลสามารถวางไว้ในบริเวณหนังศีรษะและแนวผม เพื่อช่วยให้แผลสังเกตเห็นได้ยากขึ้น แต่จะสามารถซ่อนแผลได้มากน้อยแค่ไหน ต้องประเมินเป็นรายบุคคล ไม่สามารถรับประกันได้ว่าแผลจะมองไม่เห็น 100%

ดังนั้น คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่แค่
“เทคนิคไหนแผลเล็กที่สุด?”
แต่ควรเป็น
“เทคนิคไหนเหมาะกับโครงสร้างและปัญหาของเรามากที่สุด และแพทย์สามารถวางแผลให้เหมาะสมกับเราได้อย่างไร?”

และก่อนตัดสินใจ สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนทำคือ
“ตรวจสอบศัลยแพทย์ และตรวจสอบสถานพยาบาลให้เรียบร้อยก่อน”

ลองเช็กให้ชัดเจนว่า
✅ แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่ และสามารถตรวจสอบชื่อแพทย์ได้จากฐานข้อมูลของแพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th
✅ แพทย์มีความรู้ความชำนาญตรงกับการผ่าตัดที่เรากำลังจะทำหรือไม่ โดยเฉพาะการผ่าตัดบริเวณใบหน้า รอบดวงตา และการยกคิ้ว ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจโครงสร้างที่ละเอียดอ่อน
✅ สถานพยาบาลมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ สามารถตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาลเอกชนผ่านช่องทางของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ https://hosp.hss.moph.go.th
✅ ผ่าตัดที่ไหน? มีห้องผ่าตัดและระบบดูแลความปลอดภัยที่เหมาะสมหรือไม่ รวมถึงหากเกิดภาวะแทรกซ้อน มีแพทย์และทีมที่สามารถดูแลต่อได้หรือไม่

และอย่าลืมถามให้ละเอียดก่อนผ่าตัดว่า
“ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อน จะดูแลอย่างไร?”
เพราะการดูแลหลังผ่าตัดก็สำคัญไม่แพ้ตัวการผ่าตัดเอง
ไม่มีการผ่าตัดใดที่รับประกันได้ว่าจะไม่มีภาวะแทรกซ้อน 100%

แต่สิ่งที่คนไข้สามารถทำได้ คือเลือกศัลยแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ตรงกับการผ่าตัดนั้น ๆ เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และพูดคุยถึงความเสี่ยง รวมถึงแผนการดูแลหลังผ่าตัดให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

และที่สำคัญ…
อย่าตัดสินใจจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว
เพราะสิ่งที่เรากำลังฝากไว้กับศัลยแพทย์ ไม่ใช่แค่เงิน แต่คือ ใบหน้า ดวงตา และความมั่นใจของเรา
หากเกิดปัญหาหลังผ่าตัด อย่าอายที่จะขอคำปรึกษาหรือขอความเห็นจากศัลยแพทย์ท่านอื่น การได้รับการประเมินอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจช่วยลดความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขที่ตามมาได้

ศัลยกรรมที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้เราสวยขึ้น
แต่ต้องทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแลตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงหลังผ่าตัดด้วยครับ

ที่มา: https://www.topnews.co.th/news/1681599

#ยกคิ้ว #คิ้วตก #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง

🚨 ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศ…ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิตได้?จากกรณีข่าวการเสียชีวิตของ อูบิริโบ (Igho Tiny Ubiribo) อินฟลู...
08/09/2026

🚨 ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศ…ทำไมถึงอันตรายถึงชีวิตได้?
จากกรณีข่าวการเสียชีวิตของ อูบิริโบ (Igho Tiny Ubiribo) อินฟลูเอนเซอร์ชาวอังกฤษ หลังเข้ารับการฉีดสารเพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศในประเทศไทย ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า

“แค่ฉีดฟิลเลอร์ ทำไมถึงรุนแรงจนเสียชีวิตได้?”

หมอขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและคนใกล้ชิดของอูบิริโบต่อการสูญเสียในครั้งนี้ครับ 🖤
ทั้งนี้ รายละเอียดและสาเหตุที่แท้จริงยังต้องอ้างอิงจากผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราจึงไม่ควรสรุปว่าเกิดจากการฉีดสารโดยตรงครับ
แต่ในทางการแพทย์ มีภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้จัก คือ Pulmonary Embolism (PE) หรือภาวะหลอดเลือดปอดอุดตัน

Pulmonary Embolism คืออะไร?
พูดง่าย ๆ คือ มีสิ่งบางอย่างไปอุดตันหลอดเลือดที่นำเลือดไปยังปอด โดยทั่วไปมักเกิดจาก ลิ่มเลือด (Thrombus) แต่หากสิ่งอุดตันไม่ใช่ลิ่มเลือด อาจเรียกว่า Non-thrombotic Pulmonary Embolism
เมื่อหลอดเลือดปอดถูกอุดตัน เลือดจะไหลผ่านปอดลดลง การแลกเปลี่ยนออกซิเจนผิดปกติ และหัวใจด้านขวาต้องทำงานหนักขึ้น
หากรุนแรงอาจมีอาการ
⚠️ หายใจลำบาก
⚠️ เจ็บหรือแน่นหน้าอก
⚠️ ใจเต้นเร็ว
⚠️ ออกซิเจนต่ำ
⚠️ ความดันตก หน้ามืด หรือหมดสติ
และอาจ เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ

แล้วการฉีดสารเกี่ยวข้องอย่างไร?
บริเวณอวัยวะเพศมี หลอดเลือด เส้นประสาท และโครงสร้างสำคัญจำนวนมาก การฉีดจึงต้องอาศัยความรู้ด้าน Anatomy และเทคนิคที่เหมาะสม
หากสารเข้าสู่หลอดเลือดโดยไม่ได้ตั้งใจ สารอาจเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิตและไปยังหลอดเลือดปอดได้ครับ แต่ไม่ได้หมายความว่า การฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้งจะทำให้เกิด PE และแต่ละเหตุการณ์ต้องตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดครับ
⚠️ “ฟิลเลอร์แท้” ไม่ได้แปลว่า “ฉีดตรงไหนก็ปลอดภัย”

ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับ
• ตำแหน่งและชั้นที่ฉีด
• ปริมาณ
• เทคนิคของผู้ฉีด
• ความรู้ด้านกายวิภาค
• การประเมินความเสี่ยง
• และระบบดูแลเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน
ดังนั้น “ไม่ผ่าตัด” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีความเสี่ยง” ครับ

🚨 หลังฉีด หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอดูอาการ
หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ใจเต้นเร็ว หน้ามืด หมดสติ ปากหรือปลายมือปลายเท้าเขียว หรือบริเวณที่ฉีดปวดบวมแดงและสีผิวเปลี่ยนผิดปกติ
ควรรีบไปโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันทีครับ

หมออยากฝากไว้ว่า
ก่อนตัดสินใจ อย่าถามแค่ “ทำแล้วใหญ่ขึ้นไหม?”
แต่ควรถามด้วยว่า
❓ ใครเป็นคนฉีด?
❓ ใช้สารอะไร?
❓ ฉีดบริเวณไหนและชั้นไหน?
❓ มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
❓ หากเกิดภาวะแทรกซ้อน ใครจะดูแล?

เพราะคำว่า “แค่ฉีด” “ไม่ต้องผ่าตัด” หรือ “ปลอดภัย 100%” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงครับ
ความสวยและความมั่นใจสำคัญ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอครับ ❤️
#ฟิลเลอร์ #เพิ่มขนาดอวัยวะเพศ #เตือนภัย #หมอเตือน #สวยปลอดภัย #อูบิริโบ
📌 หมอจะมาอัปเดตเรื่องราว ความรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์ และภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้ผ่านทางหน้าเพจนี้ครับ
รู้ก่อนตัดสินใจ เข้าใจความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยครับ

ดึงหน้าชั้นลึก ยิ่งลึกยิ่งดีจริงหรือ?หลายคนอาจเคยได้ยินว่า“ดึงหน้าชั้นลึก ยิ่งลึกยิ่งดี ผลลัพธ์ยิ่งอยู่ได้นาน”แต่จริง ๆ ...
03/09/2026

ดึงหน้าชั้นลึก ยิ่งลึกยิ่งดีจริงหรือ?
หลายคนอาจเคยได้ยินว่า
“ดึงหน้าชั้นลึก ยิ่งลึกยิ่งดี ผลลัพธ์ยิ่งอยู่ได้นาน”
แต่จริง ๆ แล้ว ไม่เสมอไปครับ

การดึงหน้าที่ดีไม่ได้วัดกันว่า “ลงไปลึกแค่ไหน” แต่ต้องดูว่า “แก้ปัญหาได้ตรงชั้นและเหมาะกับใบหน้าของแต่ละคนหรือไม่”
1. หน้าหย่อน ไม่ได้หย่อนเหมือนกันทุกคน
บางคนมีปัญหาหลักที่ผิวหนัง
บางคนมีการหย่อนของชั้น SMAS และเนื้อเยื่อชั้นลึกร่วมด้วย
บางคนมีไขมันบริเวณแก้มหรือเหนียงร่วมกับความหย่อนคล้อย
ดังนั้น เทคนิคที่เหมาะสมจึงแตกต่างกันไป

2. ยิ่งลึก ไม่ได้แปลว่ายิ่งดี
การผ่าตัดในชั้นที่ลึกขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าสำหรับทุกคน
สิ่งสำคัญคือ ศัลยแพทย์ต้องรู้ว่า ควรจัดการเนื้อเยื่อชั้นไหน และควรยกในทิศทางใด เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยโดยไม่ทำให้ใบหน้าดูตึงหรือเปลี่ยนไปมากเกินจำเป็น

3. เป้าหมายคือ “ยกให้ตรงจุด” ไม่ใช่ “ยกให้ลึกที่สุด”
การดึงหน้าที่ดีควรเป็นการวางแผนตามโครงสร้างของแต่ละคน ตั้งแต่ผิวหนัง ไขมัน ไปจนถึงชั้น SMAS หรือเนื้อเยื่อชั้นลึกที่เกี่ยวข้อง
เพราะถ้าเลือกเทคนิคที่เหมาะสม การยกกระชับก็สามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่ลึกที่สุดเสมอไป

4. แล้วเทคนิคไหนดีที่สุด?
คำตอบคือ ไม่มีเทคนิคเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
สิ่งที่ดีที่สุดคือเทคนิคที่ เหมาะกับปัญหา โครงสร้างใบหน้า และระดับความหย่อนของคนนั้น ๆ

ดังนั้น ก่อนเลือกว่าจะทำ SMAS, Deep Plane หรือเทคนิคอื่น สิ่งสำคัญกว่าการถามว่า “เทคนิคไหนลึกที่สุด?” คือการถามว่า “ ใบหน้าของเรามีปัญหาอยู่ที่ชั้นไหน และเทคนิคไหนจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด? ”
เพราะสุดท้ายแล้ว…
ดึงหน้าไม่ใช่การแข่งขันว่าใครดึงได้ลึกกว่า
แต่คือการแก้ความหย่อนคล้อยให้ตรงจุด และได้ใบหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

#แก้ดึงหน้า #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #หมอคณิตที่ไม่ได้ทำแค่ดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง #หน้าคล้อยย #ดึงหน้า #ดึงหน้าธรรมชาติ #ดึงหน้าแล้วหน้าแข็ง #ดึงหน้าชั้นลึก

ดึงหน้าแค่ผิวหนังพอไหม? ทำไมต้องดึงชั้น SMAS?เวลาพูดถึง การดึงหน้า (Facelift) หลายคนอาจนึกภาพว่า“ดึงผิวหนังให้ตึง แล้วตั...
28/08/2026

ดึงหน้าแค่ผิวหนังพอไหม? ทำไมต้องดึงชั้น SMAS?
เวลาพูดถึง การดึงหน้า (Facelift) หลายคนอาจนึกภาพว่า
“ดึงผิวหนังให้ตึง แล้วตัดส่วนเกินออก ก็น่าจะจบ”
แต่จริง ๆ แล้ว ใบหน้าของเราไม่ได้หย่อนเฉพาะผิวหนัง
เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ผิว ไขมัน และชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิว ก็สามารถหย่อนคล้อยและเคลื่อนตัวลงได้เช่นกัน
ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ดึงผิวให้ตึงได้ไหม?”
แต่คือ “อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้หน้าหย่อน และควรแก้ที่ชั้นไหน?”
________________________________________
1. SMAS คืออะไร?
SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนังและชั้นไขมัน มีความเกี่ยวข้องกับระบบพังผืดและกล้ามเนื้อของใบหน้า
ถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ ใบหน้าของเรามีหลายชั้นเรียงกัน
ผิวหนัง → ไขมัน → SMAS → เนื้อเยื่อชั้นลึก
เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ได้มีแค่ผิวที่หย่อน แต่เนื้อเยื่อด้านล่างก็สามารถหย่อนและเคลื่อนตัวลงได้ด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ในคนไข้บางราย การดึงเฉพาะผิวหนังอาจไม่เพียงพอ
________________________________________
2. ถ้าดึงแค่ผิวหนัง จะเกิดอะไรขึ้น?
การดึงเฉพาะผิวหนัง หรือ Skin only Facelift สามารถช่วยลดผิวส่วนเกินและทำให้ผิวกระชับขึ้นได้
แต่ถ้าเนื้อเยื่อชั้นลึกยังหย่อนอยู่ ผิวหนังอาจต้องรับแรงดึงมากขึ้น เพื่อช่วยพยุงเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านล่าง พูดง่าย ๆ คือ
“ถ้าสิ่งที่หย่อนไม่ได้มีแค่ผิว แต่เราแก้เฉพาะผิว ผิวก็อาจต้องรับแรงมากเกินไป”
ในบางกรณีจึงอาจทำให้ใบหน้าดู ตึง แข็ง หรือไม่เป็นธรรมชาติ และการยกเนื้อเยื่อชั้นลึกอาจยังไม่เพียงพอ
นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่การดึงหน้าให้ความสำคัญกับการจัดการ ชั้น SMAS ในคนไข้ที่เหมาะสม
________________________________________
3. แล้วการดึงหน้า ชั้น SMAS ช่วยอะไร?
แนวคิดสำคัญคือ ไม่ได้พยายามดึงผิวเพียงอย่างเดียว แต่จัดการชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปด้วย
เมื่อมีการยกหรือจัดตำแหน่ง SMAS อย่างเหมาะสม แรงในการยกสามารถส่งไปยังเนื้อเยื่อชั้นลึก ทำให้การแก้ไขความหย่อนคล้อยไม่ต้องพึ่งผิวหนังเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ต้องการคือ
• ช่วยยกแก้มที่หย่อนคล้อย
• ช่วยให้กรอบหน้าชัดขึ้น
• ช่วยลดแก้มล่างหรือ Jowls
• ช่วยกระชับแนวกราม
• ลดการดึงผิวหนังมากเกินความจำเป็นในบางกรณี
________________________________________
4. ทำไม ดึงหน้า ชั้นลึก จึงเกี่ยวข้องกับความเป็นธรรมชาติ?
หลายคนกลัวว่า “ถ้าทำ SMAS แล้วหน้าจะตึงหรือแข็งไหม?”
จริง ๆ แล้ว การทำ SMAS ไม่ได้หมายถึงการดึงหน้าให้ตึงมากขึ้นเสมอไป
หัวใจสำคัญคือ การยกให้ถูกชั้น ถูกทิศทาง และใช้แรงอย่างเหมาะสม
หากความหย่อนเกิดขึ้นทั้งที่ผิวและชั้นเนื้อเยื่อด้านล่าง การแก้เฉพาะผิวอาจทำให้ต้องดึงผิวมากเกินไป
แต่ถ้าสามารถจัดการชั้นลึกได้อย่างเหมาะสม ก็อาจช่วยให้ผิวไม่ต้องรับแรงดึงทั้งหมด
จึงมีหลักคิดง่าย ๆ ว่า “ไม่ใช่ดึงผิวให้ตึงที่สุด แต่ต้องยกชั้นที่หย่อนให้ถูกจุด”
อย่างไรก็ตาม ความเป็นธรรมชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับ SMAS เพียงอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับ เทคนิค ทิศทางการยก ปริมาณผิวที่ตัด และการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าโดยรวม
________________________________________
5. แล้ว SMAS, High SMAS และ Deep Plane ต่างกันอย่างไร?
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า SMAS, High SMAS และ Deep Plane Facelift แล้วสงสัยว่าเหมือนกันหรือไม่
จริง ๆ แล้วเป็น เทคนิคที่มีรายละเอียดและชั้นการผ่าตัดแตกต่างกัน
SMAS Facelift เป็นการจัดการชั้น SMAS เพื่อช่วยยกและปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อใบหน้า
High SMAS เป็นการจัดการ SMAS ในตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถยกเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าส่วนกลางและด้านข้างได้ตามแผนการผ่าตัด
ส่วน Deep Plane Facelift เป็นการผ่าตัดในชั้นที่ลึกกว่า โดยมีแนวคิดในการยกหน่วยเนื้อเยื่อของใบหน้าไปด้วยกัน
แต่สิ่งสำคัญคือ
ไม่มีเทคนิคไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน
เทคนิคที่เหมาะสมต้องดูทั้ง กายวิภาค ระดับความหย่อน และเป้าหมายของคนไข้แต่ละคนครับ
________________________________________
หัวใจสำคัญคือ
อะไรหย่อน?
หย่อนอยู่ชั้นไหน?
ควรยกอย่างไร?
เพราะสุดท้ายแล้ว…
การดึงหน้าที่ดี ไม่ใช่การดึงให้ตึงที่สุด แต่คือการแก้ความหย่อนให้ตรงจุด เลือกเทคนิคให้เหมาะกับแต่ละคน และทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยขึ้น โดยยังคงความเป็นธรรมชาติครับ

#แก้ดึงหน้า #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #หมอคณิตที่ไม่ได้ทำแค่ดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง #หน้าคล้อยย #ดึงหน้า #ดึงหน้าธรรมชาติ #ดึงหน้าแล้วหน้าแข็ง #ดึงหน้าชั้นลึก

ดึงหน้าอย่างไร ให้หน้าตึงแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ?หลายคนกังวลว่า “ดึงหน้าแล้วหน้าจะตึงจนดูไม่เป็นธรรมชาติไหม?”จริง ๆ แล้ว กา...
25/08/2026

ดึงหน้าอย่างไร ให้หน้าตึงแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ?

หลายคนกังวลว่า “ดึงหน้าแล้วหน้าจะตึงจนดูไม่เป็นธรรมชาติไหม?”

จริง ๆ แล้ว การดึงหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้หมายถึงการดึงผิวให้ตึงที่สุด แต่คือการแก้ไขความหย่อนคล้อยให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน

สิ่งสำคัญคือ ศัลยแพทย์ต้องประเมินว่า ความหย่อนเกิดจากอะไร และควรแก้ไขที่ชั้นไหน ไม่ว่าจะเป็น ผิวหนัง ไขมัน หรือชั้น SMAS (ชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อของใบหน้า)

1. ไม่ใช่ยิ่งดึงตึง ยิ่งสวย

การดึงผิวมากเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูตึงผิดธรรมชาติ และอาจเกิดความผิดปกติบริเวณใบหูหรือแนวไรผมได้

2. ต้องดึงในทิศทางที่เหมาะสม

ใบหน้าแต่ละคนมีโครงสร้างและการหย่อนคล้อยไม่เหมือนกัน การกำหนดทิศทางและแรงดึงจึงมีความสำคัญ เพื่อให้ใบหน้าดูยกกระชับ แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

3. ต้องจัดการชั้นลึก ไม่ใช่แค่ดึงผิว

ในบางคน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผิวอย่างเดียว แต่มีการหย่อนของชั้น SMAS และเนื้อเยื่อด้านล่างร่วมด้วย หากแก้เฉพาะผิว อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติหรืออยู่ได้ไม่นาน

4. เป้าหมายไม่ใช่ “หน้าเด็กที่สุด” แต่คือ “หน้าที่เหมาะกับตัวเอง”

การดึงหน้าที่ดีควรทำให้ใบหน้าดูสดใสและกระชับขึ้น โดยยังคงลักษณะเดิมของเจ้าของใบหน้าไว้ คนรอบข้างอาจรู้สึกว่า “ดูดีขึ้น ดูเด็กลง” มากกว่ารู้ทันทีว่าไปดึงหน้ามา

ดังนั้น การดึงหน้าให้สวยและเป็นธรรมชาติ ไม่ได้วัดจากความตึงของผิวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า การเลือกเทคนิค และการวางทิศทางการยกที่เหมาะสมกับแต่ละคนครับ

เพราะสุดท้ายแล้ว…
ดึงหน้าไม่ใช่การดึงให้ตึงที่สุด แต่คือการยกให้พอดี และดูเป็นธรรมชาติที่สุด

#แก้ดึงหน้า #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #หมอคณิตที่ไม่ได้ทำแค่ดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง #หน้าคล้อยย #ดึงหน้า #ดึงหน้าธรรมชาติ #ดึงหน้าแล้วหน้าแข็ง #ดึงหน้าชั้นลึก

ใบหน้าผิดรูปหลังดึงหน้า เพราะดึงผิดวิธี จริงหรือ?จริงครับ…แต่ไม่ใช่ทุกกรณีหลังการผ่าตัดดึงหน้า หากใบหน้าดูตึง เบี้ยว หรื...
20/08/2026

ใบหน้าผิดรูปหลังดึงหน้า เพราะดึงผิดวิธี จริงหรือ?

จริงครับ…แต่ไม่ใช่ทุกกรณี

หลังการผ่าตัดดึงหน้า หากใบหน้าดูตึง เบี้ยว หรือผิดรูป อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากการ “ดึงผิดวิธี” เสมอไป

ในช่วงแรกหลังผ่าตัด อาการบวมไม่เท่ากัน เลือดคั่ง หรือการหายของเนื้อเยื่อที่ยังไม่สมบูรณ์ อาจทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตรชั่วคราวได้

แต่ในบางกรณี หากมีการ ดึงผิวมากเกินไป หรือจัดทิศทางการดึงของเนื้อเยื่อไม่เหมาะสม อาจทำให้ใบหน้าดูตึง รั้ง หรือมีลักษณะที่ไม่เป็นธรรมชาติ เช่น บริเวณหางตา มุมปาก หรือใบหูดูผิดตำแหน่ง

ดังนั้น การดึงหน้าที่ดีไม่ใช่การ “ดึงให้ตึงที่สุด” แต่ต้องวางแผนและจัดชั้นเนื้อเยื่อให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ ตึงกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ และยังคงความเป็นตัวเอง

หากหลังดึงหน้าแล้วรู้สึกว่าใบหน้าผิดรูป ควรให้ศัลยแพทย์ประเมินก่อน เพราะบางอาการสามารถดีขึ้นได้เมื่ออาการบวมลดลง ขณะที่บางกรณีอาจต้องได้รับการแก้ไขเพิ่มเติม

ดึงหน้าให้สวย ไม่ใช่แค่ “ดึงให้ตึง” แต่ต้อง “ดึงให้ถูกชั้นและถูกทิศทาง” ครับ

#แก้ดึงหน้า #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #หมอคณิตที่ไม่ได้ทำแค่ดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง #หน้าคล้อยย #ดึงหน้า #ดึงหน้าธรรมชาติ #ดึงหน้าแล้วหน้าแข็ง #ดึงหน้าชั้นลึก

แล้วถ้าผ่านไปหลายปี ต้องดึงหน้าใหม่ไหม?คำถามนี้หมอเจอบ่อยมากครับคำตอบคือ  “ ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องดึงหน้าซ้ำ ”เพราะการด...
13/08/2026

แล้วถ้าผ่านไปหลายปี ต้องดึงหน้าใหม่ไหม?
คำถามนี้หมอเจอบ่อยมากครับ
คำตอบคือ “ ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องดึงหน้าซ้ำ ”
เพราะการดึงหน้าไม่ได้มีอายุการใช้งานเหมือนสิ่งของที่ครบกำหนดแล้วต้องเปลี่ยนใหม่ แต่เป็นการปรับโครงสร้างและแก้ไขความหย่อนคล้อยของใบหน้า ณ ช่วงเวลาหนึ่ง
หลังจากผ่าตัดแล้ว ใบหน้าจะยังคงมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย เพียงแต่จุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อยถูกปรับให้กลับมากระชับขึ้น
ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น ใบหน้าก็อาจมีความหย่อนคล้อยเพิ่มขึ้นอีกครั้งได้ แต่โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปเหมือนก่อนผ่าตัดในทันทีครับ
สิ่งสำคัญกว่าคำว่า “อยู่ได้นานกี่ปี” สำหรับหมอ สิ่งที่สำคัญกว่า คือ “เราดึงหน้าอย่างไร”
เพราะการดึงหน้ามีหลายเทคนิค และแต่ละเทคนิคเหมาะกับปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนมีปัญหาหลักที่ผิวหย่อน
บางคนมีปัญหากล้ามเนื้อและชั้นพังผืดหย่อน
บางคนมีแก้มตก มีกรอบหน้าไม่ชัด หรือมีเหนียงร่วมด้วย

ดังนั้น การประเมินก่อนผ่าตัดจึงสำคัญมาก
หมอไม่ได้มองเพียงว่า “มีริ้วรอยเยอะหรือไม่”
แต่ต้องดูว่า ความหย่อนคล้อยเกิดจากชั้นไหน และควรแก้ที่ชั้นไหน

เพราะถ้าแก้ไม่ตรงจุด ต่อให้ดึงผิวให้ตึงมาก ผลลัพธ์ก็อาจไม่ได้ดูเป็นธรรมชาติ และอาจไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ในระยะยาว

ดึงหน้าแบบไหน ถึงจะดูเป็นธรรมชาติ?
หมอเชื่อว่า การดึงหน้าที่ดีไม่ใช่การทำให้หน้าตึงที่สุดครับ
แต่คือการทำให้ใบหน้า “กลับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม”
ไม่ว่าจะเป็นแก้ม กรอบหน้า แนวกราม หรือบริเวณใต้คาง ทุกอย่างควรสัมพันธ์กัน
*** เป้าหมายจึงไม่ใช่
❌ หน้าตึงจนดูผิดธรรมชาติ
❌ เปลี่ยนรูปหน้าไปจากเดิม
❌ ทำให้คนอื่นรู้ทันทีว่าไปผ่าตัดมา
*** แต่คือ
✅ ใบหน้ากระชับขึ้น
✅ กรอบหน้าชัดขึ้น
✅ ความหย่อนคล้อยลดลง
✅ ใบหน้าดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น
✅ และที่สำคัญคือ ยังดูเป็นตัวเราเอง
เพราะสุดท้ายแล้ว… การดึงหน้าไม่ใช่การหยุดเวลา
แต่เป็นการช่วยให้เรากลับไปดูดีขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง และเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ยังคงแก่ขึ้นตามธรรมชาติ เพียงแต่เราเริ่มต้นจากจุดที่ดูอ่อนวัยกว่าเดิมครับ ดังนั้น หากใครกำลังคิดเรื่องดึงหน้า Facelift หมออยากให้เปลี่ยนคำถามจาก

“ดึงหน้าแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตไหม?” เป็น
“ถ้าดึงหน้าแล้ว จะทำอย่างไรให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และคงความอ่อนวัยได้นานที่สุด?”
เพราะคำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า “ดึงแล้วอยู่ได้กี่ปี”
แต่อยู่ที่ว่า “เราเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับใบหน้าของเราหรือยัง”

#แก้ดึงหน้า #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #หมอคณิตที่ไม่ได้ทำแค่ดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง #หน้าคล้อยย #ดึงหน้า #ดึงหน้าธรรมชาติ #ดึงหน้าแล้วหน้าแข็ง #ดึงหน้าชั้นลึก

มีใครเคยสงสัยไหมครับว่า… ดึงหน้าแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตหรือเปล่า? “หมอคะ ถ้าดึงหน้าแล้ว หน้าจะตึงไปตลอดชีวิตไหม?”หมอมักตอบต...
10/08/2026

มีใครเคยสงสัยไหมครับว่า… ดึงหน้าแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตหรือเปล่า?
“หมอคะ ถ้าดึงหน้าแล้ว หน้าจะตึงไปตลอดชีวิตไหม?”
หมอมักตอบตรง ๆ ว่า
“ไม่ครับ เพราะการดึงหน้าไม่ได้หยุดความแก่ของเรา”
ฟังแล้วอาจจะรู้สึกว่า แล้วจะดึงไปทำไม?
จริง ๆ แล้วการดึงหน้า ( Facelift ) คือการช่วยแก้ปัญหา หน้าหย่อน แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือเหนียง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
หลังจากดึงหน้าแล้ว เราก็ยังแก่ขึ้นตามธรรมชาติครับ
ผิวก็ยังเปลี่ยน ไขมันบนใบหน้าก็ยังเปลี่ยน และแรงโน้มถ่วงก็ยังทำงานเหมือนเดิม
แต่ไม่ได้หมายความว่า ดึงหน้าแล้วอีกไม่กี่ปีก็กลับมาหย่อนเหมือนเดิมนะครับ
การดึงหน้าที่ดี จะช่วยให้ใบหน้ากลับมากระชับและดูอ่อนวัยขึ้น จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามอายุอีกครั้ง
พูดง่าย ๆ คือ
“ เราไม่สามารถหยุดเวลาได้ แต่เราสามารถย้อนวัยของใบหน้าได้บางส่วนครับ ”

แล้วดึงหน้าอยู่ได้นานแค่ไหน?
คำตอบคือ แต่ละคนไม่เท่ากันครับ
ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว พันธุกรรม น้ำหนัก การสูบบุหรี่ การดูแลตัวเอง รวมถึงวิธีและเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัด
เพราะฉะนั้น หมอไม่อยากให้คนไข้คาดหวังว่า
“ ดึงครั้งเดียวแล้วหน้าไม่แก่ไปตลอดชีวิต ”
แต่ควรคิดว่า
“ดึงหน้าเพื่อให้หน้ากลับมากระชับ ดูสดใส และคงความอ่อนวัยให้นานที่สุด”
และสำหรับหมอ ผลลัพธ์ที่ดีไม่ใช่การทำให้คนอื่นรู้ทันทีว่าเราไปดึงหน้ามา
แต่คือการที่คนรอบข้างทักว่า
“ช่วงนี้ดูสดใสขึ้นนะ ไปทำอะไรมา?”
แบบนี้ครับ…ดูเป็นธรรมชาติ และยังเป็นตัวเราเอง

#แก้ดึงหน้า #ศัลยกรรมดึงหน้า #แผลดึงหน้า #หมอคณิตที่ไม่ได้ทำแค่ดึงหน้า #ศัลยแพทย์ตกแต่ง #แพทยสภา #ศัลยแพทย์ . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง #หน้าคล้อยย #ดึงหน้า #ดึงหน้าธรรมชาติ #ดึงหน้าแล้วหน้าแข็ง #ดึงหน้าชั้นลึก

ช่วงนี้มีคนไข้ผู้ชายจากหลากหลายประเทศเดินทางมาให้หมอดูแลกันมากขึ้นครับประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางสำหรับการท่อ...
08/08/2026

ช่วงนี้มีคนไข้ผู้ชายจากหลากหลายประเทศ
เดินทางมาให้หมอดูแลกันมากขึ้นครับ

ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวและการพักผ่อน
แต่ยังเป็นอีกหนึ่ง Destination ที่คนทั่วโลกเลือกมา ดูแลตัวเองและเติมความมั่นใจ

หลายคนวางแผนการเดินทางมาเมืองไทย
เพื่อเข้ารับการศัลยกรรมกับทีมแพทย์ที่ไว้วางใจ
พร้อมใช้ช่วงเวลาหลังการรักษาในการพักผ่อนและท่องเที่ยวไปด้วย

Surgery - Recovery - Relaxation
การผ่าตัด การพักฟื้น และการพักผ่อน
สามารถวางแผนให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งเดียวได้อย่างลงตัว

สำหรับหมอแล้ว ไม่ว่าคนไข้จะเดินทางมาจากประเทศไหน
สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นเหมือนเดิมครับ

คือการออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
ใส่ใจในทุกรายละเอียด
ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
และมุ่งหวังผลลัพธ์ที่ ดูดี เป็นธรรมชาติ และยังคงความเป็นตัวเอง

เพราะการดูแลตัวเองสำหรับผู้ชายในวันนี้
ไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนอื่น

แต่คือการทำให้ตัวเอง
ดูดีขึ้น มั่นใจขึ้น และเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด

เพราะเมื่อเดินทางมาไกลถึงประเทศไทย
สิ่งที่ควรได้รับกลับไป
ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์จากการผ่าตัด

แต่คือ ความมั่นใจที่มากกว่าเดิมครับ

#หมอคณิต . #หมอคณิต #ศัลยกรรมปลอดภัย #ศัลยแพทย์เฉพาะทาง

ที่อยู่

654 ซอยจินดาถวิล แขวงมหาพฤฒาราม
Bang Rak
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นพ.คณิต วิทยาวนิชชัย ศัลยแพทย์ตกแต่งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง นพ.คณิต วิทยาวนิชชัย ศัลยแพทย์ตกแต่ง:

ทางลัด

แชร์

ประเภท