Si DBP: พัฒนาการและพฤติกรรมเด็กศิริราช

Si DBP: พัฒนาการและพฤติกรรมเด็กศิริราช สร้างเสริมพัฒนาการ เพื่อเพิ่มศักยภาพลูกน้อย

ลูกเรียนเก่งอย่างเดียว... อาจไม่พอรับมือกับโลกอนาคต! 🚀หมดเวลาเดาสุ่มทิศทางเลี้ยงลูก! ชวนคุณพ่อคุณแม่มาติวเข้มเรื่องการ "...
03/09/2026

ลูกเรียนเก่งอย่างเดียว... อาจไม่พอรับมือกับโลกอนาคต! 🚀
หมดเวลาเดาสุ่มทิศทางเลี้ยงลูก! ชวนคุณพ่อคุณแม่มาติวเข้มเรื่องการ "อัปสกิล EF"สร้างทักษะชีวิตให้ลูกคิดเป็นและตัดสินใจได้ กับ อ.นพ. ประกาศิต วรรณภาสชัยยงกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม
เตรียมพบกับอินไซต์เน้น ๆ และความจริงทางการแพทย์แบบไม่มีกั๊ก
จากการรวมตัวของกุมารแพทย์ระดับประเทศกว่า 20 ท่าน
ที่จะมาช่วยไขทุกข้อข้องใจให้คุณพ่อคุณแม่จบในงานเดียว!
📌 อยากรู้เรื่องจริงเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก
พบกันในงาน KIDS FORUM 2026 Facts & Solutions in Children's Health
งานที่รวมความรู้และความจริงที่พิสูจน์ได้ จากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
🗓️ 10-11 ตุลาคม นี้ 📍 ณ บริเวณ ชั้น 1 โซน Central Court ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ลูกเรียนเก่งอย่างเดียว... อาจไม่พอรับมือกับโลกอนาคต! 🚀
หมดเวลาเดาสุ่มทิศทางเลี้ยงลูก! ชวนคุณพ่อคุณแม่มาติวเข้มเรื่องการ "อัปสกิล EF"สร้างทักษะชีวิตให้ลูกคิดเป็นและตัดสินใจได้ กับ อ.นพ. ประกาศิต วรรณภาสชัยยงกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม
เตรียมพบกับอินไซต์เน้น ๆ และความจริงทางการแพทย์แบบไม่มีกั๊ก
จากการรวมตัวของกุมารแพทย์ระดับประเทศกว่า 20 ท่าน
ที่จะมาช่วยไขทุกข้อข้องใจให้คุณพ่อคุณแม่จบในงานเดียว!
📌 อยากรู้เรื่องจริงเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก
พบกันในงาน KIDS FORUM 2026 Facts & Solutions in Children's Health
งานที่รวมความรู้และความจริงที่พิสูจน์ได้ จากกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
🗓️ 10 - 11 ตุลาคม 2026
📍 บริเวณ ชั้น 1 โซน Central Court ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
หรือ 🔴 รับชม Live สดพร้อมกันทางเพจ SirirajKids

27/08/2026

👇🏻👇🏻👇🏻บรรยากาศงานแถลงข่าว👇🏻👇🏻👇🏻

#แน่วแน่ในสิ่งผิด .. เมื่อ กูรู เต็มฟีด พ่อแม่ จะแน่ใจได้อย่างไร ว่าคอนเทนต์ไหน "จริง" 📱⚠️
ข่าวจริงผสมข่าวปลอมจนแทบแยกไม่ออก
และ AI กำลังจะทำให้โลกออนไลน์ เนียนขึ้น
🔥สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ การนำ "ความเชื่อผิดๆ"
หรือคำแนะนำที่มีสปอนเซอร์แฝง มาใช้กับลูก
ถึงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่
ต้องกล้าตั้งคำถามกับความเชื่อเดิมๆ
และกลับมาหาข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ จากโรงเรียนแพทย์
KIDS FORUM 2026
Facts & Solutions in Children’s Health
ครั้งแรก! ที่กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
จะนำความรู้ที่พิสูจน์ได้มาเล่า พร้อมตอบทุกคำถามที่พ่อแม่อยากรู้
เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาหาคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพื่อลูกรัก
เพราะ เรื่องลูก...ต้องถามกุมารแพทย์ 💙
🗓️ 10 - 11 ตุลาคม 2026
📍 บริเวณ ชั้น 1 โซน Central Court ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
#เรื่องลูกถามกุมารแพทย์ #สุขภาพเด็ก

ทำไมเด็กสองคนเจอเรื่องร้ายคล้ายกัน…แต่เติบโตต่างกัน?เด็กสองคนอาจเผชิญเหตุการณ์ยากลำบากคล้ายกันไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคนใน...
11/08/2026

ทำไมเด็กสองคนเจอเรื่องร้ายคล้ายกัน…แต่เติบโตต่างกัน?

เด็กสองคนอาจเผชิญเหตุการณ์ยากลำบากคล้ายกัน
ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคนในครอบครัว การถูกทอดทิ้ง การถูกกลั่นแกล้ง ความรุนแรง หรือการเติบโตท่ามกลางความยากลำบาก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เด็กแต่ละคนอาจมีการปรับตัวและผลลัพธ์ทางพัฒนาการแตกต่างกัน

เพราะ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดว่าเด็กจะเติบโตไปอย่างไร

ผลกระทบจากความยากลำบากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งลักษณะและความรุนแรงของเหตุการณ์ ระยะเวลาที่เกิดขึ้น ปัจจัยเฉพาะตัวของเด็ก รวมถึงสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์รอบตัวเด็ก

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือ

“ระหว่างทาง…เด็กมีอะไรช่วยปกป้องและประคองเขาอยู่บ้าง”

สิ่งเหล่านี้เรียกว่า Protective factors หรือ ปัจจัยปกป้อง

ตัวอย่างเช่น

• มีผู้ใหญ่ที่ดูแลอย่างมั่นคง สม่ำเสมอ และตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก
• มีความสัมพันธ์ที่เด็กรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจได้
• มีคนรับฟัง ช่วยปลอบโยน และช่วยเด็กจัดการกับอารมณ์เมื่อเผชิญเรื่องยาก
• มีความสัมพันธ์ที่ดีกับครู เพื่อน โรงเรียน หรือชุมชน
• มีโอกาสได้เรียนรู้ แก้ปัญหา และพัฒนาความรู้สึกว่า “ฉันสามารถทำอะไรบางอย่างได้”
• มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มั่นคง และเอื้อต่อการเติบโต
• ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมเมื่อเริ่มมีปัญหา

ปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วย ลดหรือบรรเทาผลกระทบของความยากลำบาก และสนับสนุนการเกิด Resilience

Resilience ไม่ได้หมายถึงการที่เด็ก “ไม่รู้สึกอะไร” หรือสามารถผ่านทุกเรื่องไปได้ด้วยตัวเอง

แต่หมายถึง ความสามารถในการปรับตัวและดำเนินพัฒนาการไปได้อย่างเหมาะสม แม้ต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือ adversity

และสิ่งสำคัญคือ

Resilience ไม่ได้เป็นเพียงคุณสมบัติที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด

แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวเด็ก ความสัมพันธ์ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว และสามารถได้รับการส่งเสริมได้

และหนึ่งในปัจจัยสำคัญของเด็กที่สามารถปรับตัวได้ดีแม้เผชิญความยากลำบาก ก็คือการมี ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและเกื้อหนุนกับใครอย่างน้อยหนึ่งคน

คนนั้นอาจเป็น
พ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย ญาติ ครู หรือผู้ใหญ่คนอื่นที่เด็กไว้วางใจ

ดังนั้น เมื่อเด็กคนหนึ่งกำลังมีปัญหา เราไม่ควรมองเพียงว่า “เด็กคนนี้เจออะไรมาบ้าง?”

แต่อาจต้องมองต่อว่า

“หลังจากเขาเจอเรื่องเหล่านั้น…เขามีใครและมีอะไรคอยประคองเขาอยู่บ้าง?”

เพราะเราอาจย้อนกลับไปลบเหตุการณ์ยาก ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเด็กไม่ได้

แต่เรายังสามารถช่วยสร้าง ความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เพิ่มปัจจัยปกป้อง และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฟื้นตัวและเติบโตของเด็กได้ตั้งแต่วันนี้

🌱 ลูกอาละวาดบ่อย ไม่เชื่อฟัง ต่อต้าน ตีคนอื่น หรือเรียกร้องความสนใจ จนคุณพ่อคุณแม่รู้สึกเหนื่อยหรือกังวลใจใช่ไหม?คุณไม่ไ...
06/08/2026

🌱 ลูกอาละวาดบ่อย ไม่เชื่อฟัง ต่อต้าน ตีคนอื่น หรือเรียกร้องความสนใจ จนคุณพ่อคุณแม่รู้สึกเหนื่อยหรือกังวลใจใช่ไหม?

คุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงลำพัง 💛

ขอเชิญผู้ปกครองของเด็กอายุ 2–6 ปี เข้าร่วมโครงการวิจัย “รักลูกให้ดี”

📱 เรียนรู้เทคนิคการเลี้ยงดูเชิงบวกผ่าน LINE Official Account พร้อมคลิปวิดีโอสั้น คลังความรู้และเทคนิคที่นำไปใช้ได้จริง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
📲 สแกน QR Code ในโปสเตอร์ หรือคลิกลิงก์ด้านล่าง เพื่อทำแบบคัดกรองเบื้องต้น
https://docs.google.com/forms/d/10AnGyJY23RRX2opfCGTQ0-xfEaH0PyIPkIaIrw_wNJE

📌 ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการติดต่อกลับเพื่อเข้าร่วมโครงการ

☎️ สอบถามเพิ่มเติม
พญ.วรรษา เลิศสถิร
หน่วยพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลศิริราช

โครงการวิจัยได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน รหัสโครงการ 146/2569

มาสมัครกันครับ ❤️
24/07/2026

มาสมัครกันครับ ❤️

📢 เปิดรับสมัครแพทย์ประจำบ้านต่อยอด
สาขาวิชาพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประจำปีการศึกษา 2570

📌มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและพัฒนาเด็กไทยไปด้วยกัน✨

จุดเด่นของหลักสูตร
• บรรยากาศการทำงานอบอุ่น เป็นกันเอง
• ทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์
• มีทีมสหวิชาชีพครบถ้วน
• ผู้ป่วยหลากหลายเหมาะแก่การเรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์
• มีกิจกรรมนอกหลักสูตรมากมาย
• ศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ
• Work-Life Balance

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 15 กันยายน 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
สาขาวิชาพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก
โทร. 02-414-1018

#กุมารศิริราช #เรียนต่อเฉพาะทาง

22/07/2026

#ความเครียด ความกดดัน หรือแม้แต่ภาวะซึมเศร้าช่วงตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้!! แต่หลายครั้ง สิ่งที่ทำให้แม่เครียดกว่าเดิม คือคำพูดที่ว่า “อย่าเครียดนะ เดี๋ยวกระทบลูก” ฟังเหมือนหวังดี แต่สำหรับแม่หลายคน ประโยคนี้กลับทำให้ยิ่งกังวล และยิ่งจมอยู่กับความรู้สึกผิด
🤰🏻 แม่เครียดตอนท้อง
ลูกเสี่ยงสมาธิสั้นขึ้นจริงไหม ?
คำถามนี้ทำให้แม่หลายคนใจหาย
เพราะแค่ตั้งครรภ์ก็เหนื่อยมากพอแล้ว
แต่ความจริงทางวิทยาศาสตร์
ไม่ได้มีไว้เพื่อโทษแม่ ไม่ใช่ความเครียดทุกครั้งที่จะทำร้ายลูก
สิ่งที่นักวิจัยกังวลมากกว่า
คือความเครียดที่รุนแรง ยาวนาน จัดการไม่ได้
หรือแม่ต้องแบกอยู่คนเดียว
จนร่างกายเหมือนค้างอยู่ในโหมด “ต้องเอาตัวรอด” นานเกินไป
ภาวะแบบนี้เรียกว่า
toxic stress response
เวลาร่างกายอยู่ในโหมดนี้ต่อเนื่อง
ฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล (cortisol) อาจสูงขึ้น
และในช่วงตั้งครรภ์
คอร์ติซอลบางส่วนสามารถผ่านรกไปถึงลูกได้
แม้รกจะมีระบบช่วยกรองและลดผลกระทบอยู่ระดับหนึ่งก็ตาม
สัญญาณความเครียดเหล่านี้
อาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบตอบสนอง
ต่อความเครียดของลูก
หรือที่เรียกว่า HPA axis
ซึ่งเป็นระบบสำคัญ
ที่ช่วยให้ร่างกายรับมือกับความเครียดและกลับมาสงบได้
งานวิจัยจึงพบว่า ความเครียดที่รุนแรง
หรือยืดเยื้อระหว่างตั้งครรภ์
อาจสัมพันธ์กับความเสี่ยง
ที่เด็กบางคนจะมีปัญหาด้านสมาธิ
การกำกับอารมณ์ หรือพฤติกรรม
คล้ายสมาธิสั้นมากขึ้น (ADHD-like symptoms)
หนึ่งในกลไกที่ใช้อธิบายเรื่องนี้
คือ epigenetics พูดง่าย ๆ คือ
สิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการ
“เปิด–ปิด” หรือ “เร่ง–เบา”
การทำงานของยีนบางส่วน
โดยไม่ได้เปลี่ยนรหัสพันธุกรรมของลูกโดยตรง
แต่ประโยคสำคัญคือ
แม่เครียด ไม่ได้แปลว่าลูกจะเป็นสมาธิสั้นแน่นอน
ยีน ไม่ใช่ชะตากรรม
ที่กำหนดไว้ตายตัว (Genes are not destiny)
ความเครียดไม่ใช่คำตัดสินอนาคตของลูก
สมองของเด็กยังเติบโต
และเปลี่ยนแปลงได้อีกมากหลังคลอด
การอุ้ม กอด สัมผัส ปลอบเมื่อลูกร้อง
และตอบสนองอย่างอบอุ่นสม่ำเสมอ
ล้วนเป็นสัญญาณที่บอกสมองของเด็กว่า “โลกนี้ปลอดภัยพอ”
ในทางชีววิทยา ประสบการณ์เหล่านี้
เกี่ยวข้องกับระบบ ออกซิโทซิน (oxytocin)
ซึ่งมีบทบาทต่อความผูกพัน
ความไว้วางใจ และความรู้สึกปลอดภัย
ความรักไม่ได้ลบอดีตได้ทั้งหมดในวันเดียว
แต่ความอบอุ่นที่เกิดซ้ำ ๆ ทุกวัน
ช่วยประคับประคองให้ระบบความเครียดของเด็กค่อย ๆ กลับมาสมดุลขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่แม่ต้องการ
อาจไม่ใช่คำเตือนว่า “อย่าเครียด”
แต่คือคนที่ช่วยรับฟัง แบ่งเบา และอยู่ข้าง ๆ
เพราะการดูแลสมองของลูก
บางครั้งเริ่มจากการที่แม่เองก็ได้รับการดูแลด้วย
❤️ แม่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ
เพราะแม่ที่สมบูรณ์แบบไม่มีจริง
แต่แม่ที่ไม่ต้องแบกทุกอย่างคนเดียว
และลูกที่ได้รับความรักอย่างสม่ำเสมอ
มีความหมายต่อพัฒนาการของเด็กมากจริง ๆ
👉🏻 สนใจข้อมูลสุขภาพจิตและพัฒนาการเด็ก
ที่อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พิมพ์ #ติดตาม #กุมารศิริราช
📌 อยากรู้เรื่องจริงเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูก
พบกันในงาน KIDS FORUM 2026: Fact&Solution in Children's Health
🗓️ 10-11 ตุลาคม นี้ 📍 ณ บริเวณ ชั้น 1 โซน Central Court ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
#กุมารศิริราช #สุขภาพจิตเด็ก #พัฒนาการเด็ก #ตั้งครรภ์
🔗 อ้างอิงแนวคิดจาก:
• Nigg, J. T. (2017). Getting Ahead of ADHD. The Guilford Press.
• Robinson, L. R., et al. (2022). Prevention Science, 25(Suppl 2), 272–290. doi:10.1007/s11121-022-01383-3
• งานวิจัยด้าน prenatal stress, HPA axis, epigenetics, early caregiving และ oxytocin ในพัฒนาการเด็ก

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา น...
12/06/2026

สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

คู่มือสังเกตลูกสำหรับผู้ปกครองค่ะ
21/05/2026

คู่มือสังเกตลูกสำหรับผู้ปกครองค่ะ

📣 ขอเชิญครู ผู้ปกครอง บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรม✨ “การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีภาวะออทิซึม” ✨พื้นที่ให้ความ...
14/05/2026

📣 ขอเชิญครู ผู้ปกครอง บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่สนใจเข้าร่วมอบรม
✨ “การพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีภาวะออทิซึม” ✨

พื้นที่ให้ความรู้ เพิ่มทักษะ พร้อมเทคนิคการดูแลเด็กที่มีภาวะออทิซึมที่นำไปใช้ได้ทันที

Highlight
👶 เข้าใจเด็กออทิซึมอย่างลึกซึ้ง
🧠 เรียนรู้การช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาบูรณาการประสาทความรู้สึก (Sensory Integration, SI) และได้ไอเดียประยุกต์ของใช้ในบ้านเป็นอุปกรณ์การฝึก
📖 ฝึกทำสื่อการสอนเรื่องราวทางสังคม (Social Story) ที่ใช้ได้จริง
🎓 เรียนรู้แนวทางการปรับการเรียนการสอนที่ตรงกับความสามารถของเด็กออทิซึม
🩷 เรียนรู้แนวทางฝึกทักษะการจัดการอารมณ์ของเด็กออทิซึม

📌 เหมาะสำหรับ: ครู ผู้ปกครอง บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่สนใจพัฒนาเด็กอย่างเข้าใจ

⏰ วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
เวลา 8.00-15.30 น.
ที่ห้องประสงค์ตู้จินดา ตึกอานันทมหิดลชั้น 10 โรงพยาบาลศิริราช

ค่าลงทะเบียน 1800 บาท (สามารถเบิกได้ตามสิทธิต้นสังกัด)

📥 สนใจสมัคร สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://www2.si.mahidol.ac.th/sirirajconference/event/sm/content/3635/TH/34940
หรือสอบถามได้ที่ 02-419-5830 (คุณอรพิน)

☀️เพราะเด็กทุกคนมีศักยภาพ…แค่รอคนเข้าใจและช่วยพัฒนาอย่างถูกวิธี

#อบรมครู #ผู้ปกครอง #ออทิสติก #พัฒนาการเด็ก

ทำทุกอย่างแล้วลูกยังร้องไม่หยุด…อาจไม่ใช่คุณทำผิด แต่อาจเป็น “โคลิก”ลูกร้องเยอะผิดปกติช่วง 2–3 เดือนแรก…ไม่ได้แปลว่าพ่อแ...
11/05/2026

ทำทุกอย่างแล้วลูกยังร้องไม่หยุด…อาจไม่ใช่คุณทำผิด แต่อาจเป็น “โคลิก”

ลูกร้องเยอะผิดปกติช่วง 2–3 เดือนแรก…ไม่ได้แปลว่าพ่อแม่ทำอะไรผิดเสมอไป บางครั้งนี่อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า Colic (โคลิกในทารก)

ลูกบางคนร้องทุกเย็น ร้องนาน อุ้มก็ไม่หยุด วางก็ร้อง
จนหลายบ้านเริ่มถามตัวเองว่า

“นมไม่พอ?”
“ปวดท้อง?”
“หรือเราพลาดอะไรไป?”

ความจริงคือ… Colic เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในเด็กสุขภาพดี และมักค่อยๆดีขึ้นได้เอง เมื่อระบบประสาท การนอน และการปรับตัวของลูกพัฒนามากขึ้น



มาลองอ่านกันดูค่ะว่า Colic คืออะไร?

โดยทั่วไปคือภาวะที่ทารกร้องมากกว่าปกติเป็นเวลานาน
มักเริ่มช่วง 2–3 สัปดาห์แรก
พีคประมาณ 6–8 สัปดาห์
และค่อยๆดีขึ้นช่วง 3–4 เดือน

สำคัญ: โดยทั่วไป Colic คือภาวะที่แพทย์ประเมินแล้วว่า ไม่พบโรคหรือสาเหตุอันตรายอื่นที่อธิบายอาการได้



ทำไมลูกถึงร้องมาก?

ปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุเดียว แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น:

• ระบบประสาทยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ลูกยังกำกับตัวเองได้ไม่ดี
• ลำไส้และการย่อยยังปรับตัว
• กลืนลม / ไม่สบายท้อง
• เหนื่อยเกินไป / สิ่งกระตุ้นมากเกินไป
• บางรายอาจเกี่ยวกับโปรตีนนมวัว (แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักของเด็กทุกคน)

พูดง่ายๆ คือ…
หลายครั้งลูกไม่ได้กำลังมีปัญหาร้ายแรง แต่กำลังค่อยๆปรับตัวกับโลกภายนอกในแบบของเขา



สิ่งสำคัญที่สุด: ต้องแยกก่อนว่า “โคลิก” หรือ “ป่วย”

ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์:

• ไข้ (โดยเฉพาะอุณหภูมิ 38°C ขึ้นไปในเด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน)
• ดูดนมลดลง
• อาเจียนพุ่ง / อาเจียนสีเขียว
• ถ่ายมีเลือด
• ท้องอืดมาก
• น้ำหนักไม่ขึ้น
• ซึมผิดปกติ
• ร้องร่วมกับแอ่นหลังมาก กินแล้วเหมือนเจ็บ หรือสงสัยไม่สบายผิดปกติ



แต่ถ้ามั่นใจว่าลูกสบายดี…มาเรียนรู้หลักการดูแลลูกโคลิกกันค่ะ

1) เช็กพื้นฐานก่อน

• หิวไหม
• เรอหรือยัง
• ผ้าอ้อมเปียกไหม
• ร้อนไปไหม / หนาวไปไหม
• เหนื่อยเกินไหม

สำคัญ: ลูกร้องไม่ได้แปลว่าหิวเสมอไป
บางครั้งอาจง่วง เหนื่อย หรือได้รับสิ่งกระตุ้นมากเกินไป



2) ช่วยให้ลูกสงบ

ค่อยๆลองดูว่าแบบไหนเหมาะกับลูกเรา

• ห่อตัวพอดี (ไม่รัดแน่นเกิน และควรหยุดเมื่อเริ่มพลิกตัว)
• อุ้มแนบอก
• white noise เบาๆ (ไม่เปิดดังหรือวางใกล้หูเกินไป)
• โยกเบาๆ
• ให้ดูดเพื่อปลอบ

ลองเปลี่ยนแนวทางไปเรื่อยๆ ว่าวิธีไหนช่วยได้ดีที่สุด

ถ้ารับมือไม่ไหวจริงๆ ลูกยังไม่สงบ
ให้พัก หรือเปลี่ยนมือได้
หากไม่มีคนช่วย วางลูกในที่ปลอดภัยสักครู่ได้

แต่สำคัญมาก: อย่าโยกหรือเขย่าลูกแรงๆ



3) ระวัง overstimulation

บางทีลูกไม่ได้ต้องการ “อะไรเพิ่ม”
แต่อาจต้องการ “อะไรน้อยลง”

ลองลด:
• แสง
• เสียง
• คนอุ้มสลับไปมา
• การตื่นนานเกินวัย

ถ้าเริ่มเห็นสัญญาณง่วง ลองกล่อมนอนก่อนร้องหนัก
เพราะยิ่งง่วงเกินไป…มักยิ่งหลับยากกว่าเดิม

เด็กแต่ละวัยตื่นได้นานประมาณ (เป็นเพียงแนวทาง):

• 2 เดือน: 60–90 นาที
• 3 เดือน: 75–120 นาที
• 4 เดือน: 90–150 นาที

แต่เด็กแต่ละคนต่างกันได้ ให้ดูสัญญาณง่วงของลูกควบคู่กันไป



4) ดู feeding technique

• เข้าเต้าดีไหม
• ขวดนมมีฟองอากาศมากไหม
• กลืนลมเยอะไหม
• เรอพอไหม
• จุกไหลเร็วไปไหม
• หิวมากจนดูดเร็วแรงเกินไปไหม



เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องรู้:

Colic ไม่ได้สะท้อนว่าคุณดูแลลูกไม่ดี

เด็กร้องมาก สามารถทำให้พ่อแม่เครียด เหนื่อย และหมดแรงได้จริง

ถ้ารู้สึกเริ่มไม่ไหว:
วางลูกในที่ปลอดภัย แล้วพัก 5 นาที ดีกว่าอดทนจนหลุดควบคุม



ข่าวดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่:

Colic ส่วนใหญ่ “ดีขึ้นได้เอง”
เมื่อระบบประสาท การนอน และการควบคุมตัวเองของลูกค่อยๆพัฒนา



บางวัน…
สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ดีที่สุด
อาจไม่ใช่ทำให้ลูกหยุดร้องทันที

แต่คือ
“ช่วยลูกผ่านช่วงนี้ไป…โดยที่พ่อแม่ยังดูแลตัวเองได้เช่นกัน”



หลักการจำง่ายๆ:

ตรวจอาการอันตราย → ปลอบ → ลดสิ่งกระตุ้น → จัด routine → ดูแลใจพ่อแม่



ลูกร้องมาก…ไม่ได้แปลว่าเขามีปัญหาเสมอไป
หลายครั้งเขาอาจแค่กำลังอยู่ในช่วงที่ระบบประสาทยังต้องการเวลา และต้องการเราเป็นตัวช่วยให้เขาก่อนเท่านั้น

ที่มา เพจ พ่อแม่พอเพียง By DBP
: https://www.facebook.com/share/p/18Poxk9VFi/?mibextid=wwXIfr

#โคลิก #เด็กร้องเยอะ #พัฒนาการเด็ก #ทารกแรกเกิด #พ่อแม่มือใหม่ #หมอเด็ก #พ่อแม่พอเพียง

ที่อยู่

รพ. ศิริราช
Bangkok Noi
10700

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Si DBP: พัฒนาการและพฤติกรรมเด็กศิริราชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท