สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
ภาคว?

📢 ข่าวประชาสัมพันธ์ : กิจกรรมแรกของ ปี 2566 🎊“กลุ่ม PRO PAMA … พ่อแม่มือโปร” เปิดรับสมัครผู้ปกครองของเด็กอายุ 3-12 ปี มา...
13/01/2023

📢 ข่าวประชาสัมพันธ์ : กิจกรรมแรกของ ปี 2566 🎊

“กลุ่ม PRO PAMA … พ่อแม่มือโปร”

เปิดรับสมัครผู้ปกครองของเด็กอายุ 3-12 ปี มาเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มพ่อแม่มือโปร

สิ่งที่ผู้ปกครองจะได้รับ

1. #เทคนิคการสื่อสารเชิงบวก ที่จะช่วยให้ลูกรักสัมผัสได้ถึงความรัก ความปรารถนาดีของพ่อแม่
2. #เทคนิคการชม ที่จะช่วยสร้างคุณค่าในตัวเองให้ลูกรัก เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง
3. #เทคนิคการให้รางวัลที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้ลูกรักติดของรางวัล
4. #เทคนิคการลงโทษ อย่างเหมาะสมและไม่กระทบตัวตนลูกในระยะยาว
5. #เทคนิคการทำตารางให้คะแนน ให้โดนใจลูกและใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📌 วัน-เวลาและสถานที่
วันศุกร์ที่ 3, 10 และ 17 กุมภาพันธ์ 266
*ต้องเข้าครบทั้ง 3 วัน*
สถานที่: อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ชั้น 15 (เหนือ)
หอผู้ป่วยสมพร บุษราทิจ

🔥 รับจำนวนจำกัดนะคะ
*กิจกรรมสำหรับผู้ปกครองเท่านั้น ไม่ต้องพาเด็กมาด้วย*

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้จาก QR code หรือ
v
v

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeGlEt-jRXZ1jOVuMFR5nMIRD9n96mH_NocOIyFilblo4PM-Q/formResponse

📌 หมายเหตุ: กรุณารอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น

10/01/2023

เตรียมพบกับ Net PAMA Live ต้อนรับวันเด็กกันค่า🥳

สำหรับไลฟ์ครั้งแรกของปีนี้ เราตั้งใจจัดขึ้นในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2566 ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่มาฟังความรู้คำแนะนำที่หมอคิดว่าสำคัญมากๆ สำหรับการเติบโตของเด็กคนหนึ่งเลยค่ะ นั่นคือเรื่อง ‘เวลาคุณภาพ’ หรือ ‘Quality time’ ระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับเด็กๆ ค่ะ

🤍 การให้ 'เวลาคุณภาพ' จะส่งผลดีอย่างไรกับลูกๆ
🤍 วิธีสร้าง 'เวลาคุณภาพ' ทำอย่างไร
🤍 อยากให้ 'เวลาคุณภาพ' กับลูก แต่พ่อแม่ไม่มีเวลาเลยจะทำอย่างไร
🤍 ระหว่าง ’คุณภาพ’ และ ‘ปริมาณ’ ของเวลา ทดแทนกันได้หรือไม่
🤍 หากมีลูกหลายคน ควรมี Quality time ส่วนตัวกับลูกแต่ละคนหรือไม่

วิทยากร
🎤 รศ.พญ. สิรินัดดา ปัญญาภาส
อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล

ดำเนินรายการโดย
🎤 พญ. ทัตติยา วิษณุโยธิน
ทีมงานเน็ตป๊าม้า

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566
เวลา 20.00-21.30 น.

ติดตามข่าวสาร/สอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Net PAMA ได้ทาง
FB: Net PAMA: เน็ต ป๊าม้า
Website: www.netpama.com
E-mail: [email protected]
#เน็ตป๊าม้า #เลี้ยงลูกเชิงบวก

🎉 จะปีใหม่แล้ว มีปฏิทินตั้งโต๊ะน่ารักๆ ไว้ใช้กันรึยังคะ  หากใครกำลังมองหาปฏิทินตั้งโต๊ะปี 2566 ขอแนะนำปฏิทิน Net PAMA ที...
21/12/2022

🎉 จะปีใหม่แล้ว มีปฏิทินตั้งโต๊ะน่ารักๆ ไว้ใช้กันรึยังคะ

หากใครกำลังมองหาปฏิทินตั้งโต๊ะปี 2566 ขอแนะนำปฏิทิน Net PAMA ที่มาพร้อมด้วย “คัมภีร์เลี้ยงลูก” ข้อคิดดี ๆ ในแต่ละเดือน สามารถบริจาคเพื่อรับปฏิทินตามรายละเอียดในเพจ Net PAMA: เน็ต ป๊าม้า #สามารถลดหย่อนภาษีได้2เท่า ด้วยนะคะ😇

📣 ประกาศ ประกาศ 📣

ตอนนี้ทางโครงการปิดรับบริจาคสำหรับรับปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2566 แล้วนะคะ

หากต้องการสนับสนุนโครงการเน็ตป๊าม้า ท่านสามารถร่วมบริจาคเข้ากองทุนเน็ตป๊าม้าโดยไม่ขอรับปฏิทินได้ที่ www.netpama.com

📌 สำหรับท่านที่บริจาคและขอรับปฏิทินมาก่อนวันที่ 28 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00 น. และต้องการแจ้งยอดโอนพร้อมแนบสลิปยืนยัน สามารถนำส่งรายละเอียดเพื่อออกใบเสร็จได้ที่อีเมล [email protected] โดยแจ้งรายละเอียดดังนี้
1. ชื่อ สกุล
2. ที่อยู่สำหรับจัดส่งปฏิทินและใบเสร็จรับเงิน
3. เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (เลขประจำตัวประชาชน) สำหรับให้ทางศิริราชมูลนิธิกรอก e-donation
4. หมายเลขโทรศัพท์

ทางทีมงานขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนโครงการเน็ตป๊าม้านะคะ 🙏😄

สำหรับท่านที่บริจาคและกรอกฟอร์มแจ้งข้อมูลเรียบร้อยไปก่อนหน้านี้แล้ว เตรียมรอรับปฏิทินจากเน็ตป๊าม้าได้เลยนะคะ ทางทีมงานกำลังดำเนินการจัดส่งพัสดุไปค่ะ 👨‍👩‍👧‍👦📆

สอบถามเพิ่มเติมที่ 0-2419-4080 นะคะ
ขอบคุณค่ะ
----------------------------------------------------
📣📣ขอเชิญชวนทำบุญปีใหม่ ด้วยการบริจาคเงินเข้า #กองทุนเน็ตป๊าม้า_ศิริราชมูลนิธิ เพื่อช่วยสนับสนุนให้ผู้ปกครองได้เรียนรู้เทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวก ผ่านเว็บไซต์ netpama.com ได้อย่างยั่งยืน 👨‍👩‍👧‍👦

🗓รับปฏิทินตั้งโต๊ะ ปี 2566 ขนาด 7x9 นิ้ว (ในปฏิทินมี "คัมภีร์เลี้ยงลูก" โดยผู้เชี่ยวชาญจากทีมงานเน็ตป๊าม้า) ตามจำนวนเงินบริจาค

- 199 บาท 1 อัน
- 959 บาท 5 อัน
- 1,890 บาท 10 อัน
- 3,590 บาท 20 อัน
- 8,590 บาท 50 อัน
- 16,900 บาท 100 อัน
#ช่องทางการบริจาค
โอนเข้า ธ.ไทยพาณิชย์ เลขบัญชี
016-3-00049-4 ชื่อบัญชี ศิริราชมูลนิธิ กรุณาระบุในสลิปว่า " #สำหรับกองทุนเน็ตป๊าม้า_D004118"

หลังโอนกรุณาส่ง ชื่อ-ที่อยู่ พร้อมสลิปมาที่

https://forms.gle/yWfFnRk4329hdTSu9

เพื่อรับใบเสร็จในการนำไปใช้ลดหย่อนภาษี (ได้ 2 เท่า)

☎️ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
คุณนลินภัสร์ โทร. 02-419-4080, 062-373-7184

🎉🎁 ปีใหม่นี้ NET PAMA ขอส่งความสุขให้เด็กๆ มาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ นะคะ
20/12/2022

🎉🎁 ปีใหม่นี้ NET PAMA ขอส่งความสุขให้เด็กๆ มาร่วมกิจกรรมกันเยอะๆ นะคะ

‘ปีใหม่นี้ หนูอยากขอให้…’

Net PAMA ร่วมฉลองปีใหม่ 2023 กับกิจกรรมลุ้นรับรางวัลพิเศษจากทางเพจค่า🥳

กติการ่วมสนุก
⭐️ เป็นพรปีใหม่ของเด็กๆ อายุ 7-15 ปี ว่า “ปีใหม่นี้ หนูอยากขอให้…” พร้อมระบุอายุ/ชั้นเรียน
⭐️ เขียนด้วย ‘ลายมือ’ ของเด็กๆ เอง (เขียนใส่กระดาษแล้วถ่ายรูปมาหรือเขียนใส่ Tablet ก็ได้ค่ะ)
⭐️ ส่งมาได้ทั้งทาง inbox เพจและอีเมล์ [email protected]

พรปีใหม่ที่สร้างความประทับใจให้ทีมงานได้มากที่สุด 5 อันดับแรก
รับไปเลย! หนังสือจิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง สนับสนุนโดย สสส.🎉
(ภาพของรางวัลอยู่ในคอมเม้นท์ สามารถเลือกเล่มไหนก็ได้ รางวัลละ 1 เล่ม)

ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 27 ธันวาคมนี้

ผู้ที่ได้รับรางวัลทางทีมงานจะติดต่อกลับไปอีกทีค่ะ☺️

**ทางเพจขออนุญาตรวบรวมคำตอบของน้องๆ มานำเสนอลงเพจในช่วงหลังปีใหม่ โดยจะเป็นการลงแบบไม่ระบุชื่อค่ะ รบกวนคุณพ่อคุณแม่ขอความยินยอมจากน้องๆ ก่อนจะถ่ายรูปส่งมาให้ทางเพจนะค้า**

Net PAMA Live ส่งท้ายปี 2022 🎉🎁สำหรับ Net PAMA Live ครั้งสุดท้ายในปีนี้ มาฟังหัวข้อที่เป็นทักษะที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปีท...
17/12/2022

Net PAMA Live ส่งท้ายปี 2022 🎉🎁

สำหรับ Net PAMA Live ครั้งสุดท้ายในปีนี้ มาฟังหัวข้อที่เป็นทักษะที่ถูกพูดถึงอย่างมากในปีที่ผ่านมากัน นั่นคือ ‘resilience’ หรือทักษะการล้มแล้วลุกนั่นเอง

‘How to raise a resilient child เลี้ยงลูกให้อึด ฮึด สู้’

🤍 Resilience คืออะไร ทำไมจึงถูกพูดถึงเยอะในช่วงที่ผ่านมา
🤍 การมี resilient skill ตั้งแต่เด็กสำคัญอย่างไร
🤍 คุณลักษณะที่ควรส่งเสริมเพื่อพื้นฐานที่ดีในการพัฒนา resilience

วิทยากร
🎤 เมริษา ยอดมณฑป (ครูเม)
นักจิตวิทยาเด็ก
เจ้าของเพจ ‘ตามใจนักจิตวิทยา’

ดำเนินรายการโดย
🎤 พญ. ทัตติยา วิษณุโยธิน
ทีมงานเน็ตป๊าม้า

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2565
เวลา 20.00-21.30

ติดตามข่าวสาร/สอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Net PAMA ได้ทาง
FB: Net PAMA: เน็ต ป๊าม้า
Website: www.netpama.com
E-mail: [email protected]
#เน็ตป๊าม้า #เลี้ยงลูกเชิงบวก

Net PAMA Podcast EP 01 | เลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้ติดเกมผู้ปกครองท่านใดที่กำลังหนักใจกับการเล่นเกมของบุตรหลาน เชิญรับฟังได...
14/12/2022

Net PAMA Podcast EP 01 | เลี้ยงลูกอย่างไร ไม่ให้ติดเกม
ผู้ปกครองท่านใดที่กำลังหนักใจกับการเล่นเกมของบุตรหลาน เชิญรับฟังได้เลยค่ะ

📢 ข่าวประชาสัมพันธ์สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รับสมัครผู้ปกครองเข้าร่วม ‘การอบรมผู้ปกครองเพื่อปรับ...
02/12/2022

📢 ข่าวประชาสัมพันธ์

สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รับสมัครผู้ปกครองเข้าร่วม ‘การอบรมผู้ปกครองเพื่อปรับพฤติกรรมเด็ก - Parent Management Training : PMT) ค่ะ

คุณสมบัติ
✅ ผู้ปกครองทุกท่านที่สนใจการเรียนรู้การเลี้ยงลูกเชิงบวก
✅ เข้าร่วมการอบรมได้ทั้ง 7 ครั้ง
ในวันศุกร์ที่ 13, 20 ,27 ม.ค. 66 วันศุกร์ที่ 3, 10, 24 ก.พ. 66 วันศุกร์ที่ 3 มี.ค. 66เวลา 13:00-16:00 น.

🏥 สถานที่
อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช

📞 โทร: 02-419-8950, 02-414-2548

❌ การอบรมนี้สำหรับผู้ปกครองเท่านั้น ไม่ต้องนำบุตรหลานมาด้วย ❌

ผู้ที่สนใจสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่
v
v

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfGPV1qrvyv-zc-Y34TGDirLORfsOecm1og6dfAUqGO7muOdg/viewform

เชิญชวนผู้ปกครองทุกคน มาพัฒนาตัวเองให้เป็น #พ่อแม่ที่ดีพอและพอดีกับลูกรัก กันค่ะยังพอมีที่ว่างเหลืออยู่ สำหรับใครที่ลังเ...
18/11/2022

เชิญชวนผู้ปกครองทุกคน มาพัฒนาตัวเองให้เป็น
#พ่อแม่ที่ดีพอและพอดีกับลูกรัก กันค่ะ

ยังพอมีที่ว่างเหลืออยู่ สำหรับใครที่ลังเลรีบสมัครกันมานะคะ "กลุ่ม PRO PAMA … พ่อแม่มือโปร” จัดเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับปีนี้แล้วค่ะ 😀

👉วิธีสมัคร: สแกน QR code หรือ กดลิงก์สมัครในโพสต์ด้านล่างได้เลยค่ะ

📌สำหรับคนที่สมัครมาแล้ว รอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่นะคะ

📢 ข่าวประชาสัมพันธ์

“กลุ่ม PRO PAMA … พ่อแม่มือโปร”

เปิดรับสมัครผู้ปกครองของเด็กอายุ 3-12 ปี มาเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มพ่อแม่มือโปร

สิ่งที่ผู้ปกครองจะได้รับ

1. #เทคนิคการสื่อสารเชิงบวก ที่จะช่วยให้ลูกรักสัมผัสได้ถึงความรัก ความปรารถนาดีของพ่อแม่
2. #เทคนิคการชม ที่จะช่วยสร้างคุณค่าในตัวเองให้ลูกรัก เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง
3. #เทคนิคการให้รางวัลที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้ลูกรักติดของรางวัล
4. #เทคนิคการลงโทษ อย่างเหมาะสมและไม่กระทบตัวตนลูกในระยะยาว
5. #เทคนิคการทำตารางให้คะแนน ให้โดนใจลูกและใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📌 วัน-เวลาและสถานที่
วันศุกร์ที่ 2, 9, 16 และ 23 ธันวาคม 2565
*ต้องเข้าครบทั้ง 4 วัน*
สถานที่: อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ชั้น 15 (เหนือ)
หอผู้ป่วยสมพร บุษราทิจ

🔥 รับจำนวนจำกัดนะคะ
*กิจกรรมสำหรับผู้ปกครองเท่านั้น ไม่ต้องพาเด็กมาด้วย*

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้จาก QR code หรือ
v
v
https://forms.gle/1BDXMBYKD6buFj2n6

📌 หมายเหตุ: กรุณารอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น

17/11/2022

ถ้าไม่ให้พูดว่า "อย่าคิดมาก" แล้วพูดคำว่าอะไรได้บ้าง ?

กลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ เนื่องจากโพสต์ของพิธีกรท่านหนึ่ง เกี่ยวกับการพูดถึง อยากรณรงค์ให้คนเลิกพูดคำว่า 'อย่าคิดมาก'

มีคนไปแสดงความเห็นเยอะเลย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และมีจำนวนไม่น้อยที่แสดงความเห็นเชิงตั้งคำถามว่า แล้วถ้าอย่างงั้นจะให้พูดว่าอะไร ? , แล้วอย่างงั้นพูดว่าอะไรได้บ้าง ?
บทความนี้หมอจะลองยกตัวอย่างครับ ว่าถ้าเวลามีคนไม่สบายใจมาปรึกษาเรา ถ้าไม่พูดว่าอย่าคิดมาก เราสามารถพูดว่าอะไรได้บ้าง

เรื่องนี้ทำให้หมอนึกไปถึงเรื่องที่เคยอ่านในหนังสือชื่อ ชวนม่วนชื่น ผู้เขียนคือพระอาจารย์พรหมวังโส เป็นพระสงฆ์สายหลวงปู่ชา ท่านประจำอยู่ที่วัดในเมืองเพิร์ธประเทศออสเตรเลีย ท่านได้เขียนเล่าประสบการณ์ว่า ครั้งหนึ่งมีหญิงชาวออสเตรเลียคนหนึ่ง มาขอคำปรึกษาท่านด้วยความทุกข์ใจ เพราะเธอเศร้าโศกกับความรู้สึกผิดมาตลอด 6 เดือน เรื่องเกิดขึ้นเนื่องจากตอนเย็นวันหนึ่ง เธออยากชวนเพื่อนสาวของเธอและแฟนหนุ่มของเพื่อนสาวไปขับรถชมวิวในป่า แม้ว่าเพื่อนสาวและแฟนหนุ่มจะไม่อยากไป แต่เธอก็คะยั้นคะยอจนสองคนยอมไปกับเธอในที่สุด
แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
รถยนต์เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้เพื่อนสาวของเธอเสียชีวิต แฟนหนุ่มของเพื่อนพิการเป็นอัมพาต ส่วนเธอเองที่เป็นผู้โดยสารกลับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย
ความเศร้าโศกและรู้สึกผิดกับเหตุการณ์นี้เกาะกินเธอมาตลอด 6 เดือน เธอเคยคุยกับใครหลายๆคน หลายๆที่ เขาก็ต่างพูดทำนองเดียวกันคือ 'อย่าคิดมาก' , 'มันไม่ใช่ความผิดของเธอ' , 'จงปล่อยวางเสีย' , 'ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก'
เมื่อพระอาจารย์พรหมวังโสได้ยินเธอระบายเรื่องราวความทุกข์นี้ให้ฟัง ในตอนแรกท่านก็คิดจะพูดกับเธอในทำนองเดียวกันนี้ แต่ท่านก็ฉุกคิดได้ว่า เธอคงได้ยินคำพูดพวกนี้มานับสิบนับร้อยครั้งแล้ว และเห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้ผล ท่านจึงเลือกที่จะตอบไปว่า
"ที่โยมรู้สึกผิดอยู่นั้นมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว"
สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนจากโศกเศร้าเป็นประหลาดใจ และจากประหลาดใจกลายเป็นความโล่งใจในที่สุด
เธอไม่เคยได้ยินใครพูดเช่นนี้มาก่อนว่าเธอควรจะรู้สึกผิด
..เพราะมนุษย์เรามีความรู้สึกผิดชอบ และไม่แปลกเลยที่เธอจะรู้สึกผิดกับเรื่องนี้...

ในบางครั้งการพยามย้ำกับผู้ที่กำลังทุกข์ใจให้ไม่ทุกข์ ไม่เศร้า ไม่ต้องรู้สึกผิด ก็อาจทำให้พวกเขา 'รู้สึกผิดยกกำลังสอง' ก็เป็นได้ คือทั้งต่อเรื่องราวทุกข์ใจเดิม และต่อคนรอบข้างที่ทำให้เขารู้สึกไปว่า การที่เขากำลังรู้สึกแย่ รู้สึกไม่ดี รู้สึกเศร้านี้ มันเป็นเรื่องที่ผิด
ตัวอย่างเรื่องราวที่เกิดที่เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลียเรื่องนี้ แต่ละคนอาจได้มุมมองที่ต่างไปก็ได้ สามารถแชร์ความคิดเห็นได้นะครับ

กลับมาที่ประเด็นว่า ถ้าไม่พูดคำว่าอย่าคิดมาก แล้วพูดว่าอะไรได้บ้าง ?

ก่อนอื่น หมอขออนุญาตนิยามศัพท์เฉพาะที่จะใช้ในบทความนี้ซักนิดนะครับ

ผู้เล่า : หมายถึง ผู้ที่กำลังมีความทุกข์ร้อนใจ อึดอัด ไม่สบายใจ เศร้าใจและจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ผู้เล่าตัดสินใจเล่าเรื่องเหตุการณ์ทุกข์ใจนี้ให้ผู้ฟังได้ฟัง
ผู้ฟัง : หมายถึง คนที่ผู้เล่าเลือกที่จะเล่าให้ฟัง (สั้นๆแค่นี้แหละ 😅)

แล้วเรา ถ้าอยู่ในฐานะผู้ฟัง คำพูดอะไรบ้าง ที่อาจจะดีกว่า 'อย่าคิดมาก' , 'ไม่เป็นไรหรอก' , 'เรื่องเล็กน้อย' , 'อย่าเครียดไปเลย'

1.....ไม่พูดอะไรเลย........ : เพราะบางทีผู้เล่าก็แค่ต้องการระบายออกให้ใครสักคนได้รับฟังเพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นความต้องการที่แท้จริง

มีคนไข้หลายคนเหมือนกันครับที่หมอเคยเจอ พวกเขาเล่าว่า เวลามีเรื่องไม่สบายใจ เขาจะบ่น ระบายให้สุนัขหรือแมวที่บ้านฟัง เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ฟังพวกเขาโดยไม่ตัดสิน ไม่เถียงกลับ ไม่แนะนำว่าควรจะต้องทำอย่างนู้นอย่างนี้ต่อ พวกมันแค่จ้องหน้าเขาแล้วมีท่าทีรับฟังก็เท่านั้น
ในหลายๆครั้ง อวัจนภาษาท่าทีสนใจรับฟังอย่างตั้งใจของผู้ฟัง ก็มีคุณค่ามากมายแล้วครับ และในหลายๆครั้งเช่นกันผู้เล่าก็สบายใจขึ้นมาก เพียงแค่ได้เล่า ระบายให้ใครสักคนรับฟังเพียงแค่นั้น
และมีบางครั้งเช่นกัน ที่ผู้เล่าอาจจะฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง แค่ผ่านการเรียบเรียงและเล่าออกมาให้คนอื่นได้ฟังนั่นเอง อาจรวมถึงทางออกของปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ก็เป็นได้

บางที ปัญหามันอาจไม่ได้อยู่ที่คำพูดว่า 'อย่าคิดมาก'
แต่เป็น process ก่อนที่ผู้ฟังจะ ตอบ(response) ออกไปต่างหาก ซึ่งทำให้ผู้เล่ารู้สึกว่ามันเร็วเกินไป ด่วนตัดสิน ไม่รับฟังเขา

ชวนให้นึกถึงประโยคที่ Stephen Covey เคยกล่าวไว้

"The biggest communication problem is we do not listen to understand. We listen to reply."

ปัญหาใหญ่ที่สุดของการสื่อสาร
คือเราไม่ได้ฟังเพื่อทำความเข้าใจ , เราฟังเพื่อที่จะโต้ตอบ

2. "แล้วเรื่องนี้ ทำให้เธอรู้สึกอย่างไรบ้าง ?" :
การสะท้อนความรู้สึก (reflection) เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ โดยเฉพาะถ้าผู้เล่ามีอารมณ์ด้านลบที่ยากจะอธิบาย บางครั้งผู้เล่าก็ไม่รู้จะนิยามกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้ว่าอะไร การช่วยให้พวกเขาสามารถระบุ (identify) อารมณ์ ทำให้เขารับรู้ ตระหนักรู้ถึงอารมณ์ด้านลบที่กำลังเกิดขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นของการหาทางแก้ปัญหาได้ บางครั้งผู้เล่าก็มาพร้อมอารมณ์ด้านลบที่รู้แน่ชัดอยู่แล้วเช่น เศร้า อึดอัด เบื่อเซ็ง ท้อแท้ ถ้าผู้ฟังคิดตามเรื่องราวแล้วเห็นด้วยก็สามารถสะท้อนอย่างเข้าอกเข้าใจ (empathy) ออกไปได้ครับ เช่น "เจออย่างนี้เป็นใครก็ต้องเศร้าเนอะ" , "ถ้าฉันเป็นเธอ เจออย่างนี้ฉันก็คงเซ็งเหมือนกัน" ทั้งนี้ การสะท้อนอารมณ์ของผู้เล่าถึงแม้จะทำได้ยาก และบางครั้งจังหวะไม่อำนวย แต่การฟังเพื่อพยามทำความเข้าใจก็มีประโยชน์มากมายแล้วครับ

3. "แล้วเธอจะเอายังไงต่อกับเรื่องนี้ ? " :
การถามหาวิธีการแก้ปัญหา(problem solving) ถามถึงแผนในอนาคต(future planing) เป็นอีกวิธีที่สามารถนำมาใช้ได้เหมือนกัน ผู้เล่าบางคนก็อาจจะรู้อยู่แล้วลึกๆ ว่าจะต้องจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง การให้พวกเขาได้เรียบเรียงเป็นคำพูด เป็นขั้นเป็นตอนชัดเจนจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นได้ แต่ในบางครั้งผู้เล่ารู้สึกว่าปัญหาที่เจออยู่นี้มันใหญ่มาก มันมืดแปดด้านไม่มีทางออก ผู้ฟังในฐานะที่มองจากมุมมองคนนอกกลับมองเห็นวิธีแก้ปัญหามากมาย เราสามารถชวนมองว่าถ้างั้นใช้วิธีที่ 1 ได้มั้ย ถ้าไม่เวิร์คลองวิธีที่ 2 , 3 , 4 , 5...
ถ้าผู้ฟังนึกวิธีแก้ปัญหาไม่ออก อาจจะลองสมมุตในใจว่า ถ้าเราเป็นผู้เล่า ผู้เล่าเป็นเรา (swab role) เราอยากได้ยินคำแนะนำแบบไหน อยากได้รับการตอบกลับมาว่ายังไง

4. "ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันมั้ย 😋" :
ผู้ฟังบางคนอาจจะสะท้อนอารมณ์ไม่เก่ง ช่วยคิดวางแผนแก้ปัญหาก็ไม่เก่ง แต่หาของกินเก่ง อย่าละเลยความสามารถของตัวเองตรงจุดนี้นะครับ เอามาช่วยคลายทุกข์ให้ผู้เล่าได้ การที่ทำให้ผู้เล่าได้รับอาหาร ผ่อนคลาย การพักผ่อนที่เพียงพอ ถึงแม้เป็นการช่วยเหลือแค่ภายนอก (external stabilization) ไม่ได้ลงลึกลงไปสัมผัสถึงจิตใจของเขา แต่ก็ทำให้เขารู้สึกได้ว่ามีคนที่แคร์ มีคนที่ใส่ใจเขาอยู่
บางคนเกิดความตึงเครียดจากการทำงาน แล้วยังต้องกลับบ้านดึกด้วยความอ่อนล้า การเปลี่ยนจากประโยคที่ว่า "ทำไมกลับดึกป่านนี้" ไปเป็น "ทานอะไรมาหรือยัง หิวไหม ?" อาจจะช่วยได้มากก็ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจาะลงไปถึงอารมณ์ ความรู้สึก หรือปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่แม้แต่น้อย

5. "ฉันอยู่ตรงนี้เสมอนะ"
"ถ้ามีอะไรที่ฉันพอช่วยได้ บอกได้เลยนะ" :
ถ้าผู้ฟังยินดี และมีศักยภาพที่จะช่วยได้ล่ะก็ การที่ผู้เล่ารับทราบว่ามีคนที่เขาไปขอความช่วยเหลือได้ ในกรณีเดือดร้อนไปมากกว่านี้ ในกรณีสิ่งที่เขากังวลว่ามันจะแย่ถึงขีดสุดกลายเป็นจริงขึ้นมา (worst case scenario) ทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้เผชิญปัญหานี้โดยลำพัง ยังมีคนที่ช่วยเขาในเวลาที่เขาล้มลง เพียงเท่านี้ก็ทำให้ดีกรีของความกังวลในใจของเขาลดลงได้ครับ

6. บางครั้งผู้ฟังเองก็ไม่พร้อมที่จะรับฟัง :
บางครั้งผู้ฟังก็มีปัญหาของตัวเอง หรืออารมณ์ไม่อยู่ในสภาพพร้อมที่จะรับรู้ปัญหาของคนอื่นๆอีก ผู้ฟังบางคนเมื่อรับฟังเรื่องเครียดของคนอื่นแล้วพลอยไม่สบายใจไปด้วยได้ง่าย หมอคิดว่าการปฏิเสธอย่างสุภาพ แจ้งว่าตอนนี้เราอาจไม่สะดวกรับฟังเธอจริงๆ แทนการตัดบทว่าไม่ต้องคิดมาก ผู้เล่าหลายคนจะเข้าใจได้ครับ อาจทำให้เกิดความไม่พอใจน้อยกว่าก็ได้ ถ้าเราบอกเหตุผลไปตรงๆ...

เหล่านี้เป็นแค่ตัวอย่างของเทคนิค วิธีการ คำพูดที่จะใช้ได้แทนการพูดว่า 'อย่าคิดมาก'
เป็นช้อยส์เผื่อว่าจะลองนำไปเลือกใช้กันได้ครับ

หมอเองคิดว่าคำว่า อย่าคิดมาก ก็ไม่ใช่คำห้ามพูดเด็ดขาดเสียทีเดียว บางทีหมอก็พูดเหมือนกันในบางจังหวะครับ

หมออยากฟังมากๆว่าแต่ละท่านมีเทคนิควิธีการอะไรบ้าง เคยลองใช้วิธีไหนแล้วได้ผล ลองคอมเม้นต์แชร์วิธีการของแต่ละคนดู จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นอย่างแน่นอนครับ

บทความโดย หมอ Triquetra
ภาพประกอบโดย พรรษมนต์ ศุภจารีรักษ์
ติดตามข่าวสาร/สอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับ Net PAMA ได้ทาง
FB: Net PAMA: เน็ต ป๊าม้า
Website: www.netpama.com
E-mail: [email protected]
#เน็ตป๊าม้า #เลี้ยงลูกเชิงบวก

📢 ข่าวประชาสัมพันธ์ “กลุ่ม PRO PAMA … พ่อแม่มือโปร” เปิดรับสมัครผู้ปกครองของเด็กอายุ 3-12 ปี มาเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มพ่อแม...
15/11/2022

📢 ข่าวประชาสัมพันธ์

“กลุ่ม PRO PAMA … พ่อแม่มือโปร”

เปิดรับสมัครผู้ปกครองของเด็กอายุ 3-12 ปี มาเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มพ่อแม่มือโปร

สิ่งที่ผู้ปกครองจะได้รับ

1. #เทคนิคการสื่อสารเชิงบวก ที่จะช่วยให้ลูกรักสัมผัสได้ถึงความรัก ความปรารถนาดีของพ่อแม่
2. #เทคนิคการชม ที่จะช่วยสร้างคุณค่าในตัวเองให้ลูกรัก เติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง
3. #เทคนิคการให้รางวัลที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำให้ลูกรักติดของรางวัล
4. #เทคนิคการลงโทษ อย่างเหมาะสมและไม่กระทบตัวตนลูกในระยะยาว
5. #เทคนิคการทำตารางให้คะแนน ให้โดนใจลูกและใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📌 วัน-เวลาและสถานที่
วันศุกร์ที่ 2, 9, 16 และ 23 ธันวาคม 2565
*ต้องเข้าครบทั้ง 4 วัน*
สถานที่: อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ชั้น 15 (เหนือ)
หอผู้ป่วยสมพร บุษราทิจ

🔥 รับจำนวนจำกัดนะคะ
*กิจกรรมสำหรับผู้ปกครองเท่านั้น ไม่ต้องพาเด็กมาด้วย*

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้จาก QR code หรือ
v
v
https://forms.gle/1BDXMBYKD6buFj2n6

📌 หมายเหตุ: กรุณารอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น

HealthyGamer Podcast มาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาการติดเกม การเล่นเกมอย่างสมดุล สามารถรับฟังได้ YouTube และ Spotify เลย...
02/11/2022

HealthyGamer Podcast มาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาการติดเกม การเล่นเกมอย่างสมดุล สามารถรับฟังได้ YouTube และ Spotify เลยนะคะ

⭐️ HealthyGamer Podcast ⭐️
พอดแคสต์ที่รวบรวมทุกเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการติดเกม และการเล่นเกมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเกมสมดุล ชีวิตสมดุลค่ะ
เชิญชวนทุกท่านรับฟังได้ทั้ง YouTube และ Spotify
คลิกเพื่อฟังผ่าน YouTube ได้ที่ https://bit.ly/HGYTplaylist
คลิกเพื่อฟังผ่าน Spotify ได้ที่ https://bit.ly/HGspotifyplaylist

EP1 เล่นเกมจนเป็นโรค มีจริงเหรอ?
EP2 สิ่งที่พ่อแม่ควรทำก่อนให้ลูกเล่นเกม
EP3 เล่นเกมเป็นอาชีพ? ยั่งยืนแค่ไหน?
EP4 ลูกบอกว่า "อยากเล่นเกมเป็นอาชีพ" ทำอย่างไรดี?
EP5 จะดึงลูกออกจากโลกของเกม หรือเข้าไปอยู่ในโลกของเกมกับลูกดี?
EP6 เรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงของผู้ก่อตั้ง Game Quitters
EP7 อันตรายของการพนันที่แฝงอยู่ในเกม
EP8 ติดอาวุธรับมือ เมื่อลูกติดเกม
EP9 ไม่อยากให้ลูกเล่นแต่เกม ทำอย่างไรดี?
EP10 รู้ทันเรื่องการเติมเกม
EP11 ลูกขอเติมเกม ทำอย่างไรดี?
EP12 ถามตัวเองว่า เราเป็นพ่อแม่ที่ทำให้ลูกติดเกมรึเปล่า?
EP13 รู้ว่าไม่ดีแต่ก็ยังทำ? ทำไมบางคนถึงหยุดเล่นเกมไม่ได้?
EP14 จำเป็นต้องกำหนดเวลาเล่นเกมของลูกไหม?
EP15 ลูกหงุดหงิด เวลาบอกให้เลิกเล่น ทำอย่างไรดี?
EP16 เล่นเกม ช่วยพัฒนาสมอง?
EP17 ถ้าจะสนับสนุนให้ลูกเล่นเกมเป็นอาชีพ ควรระวังอะไรบ้าง?
EP18 ลูกเล่นเกม ดูคลิปเกม แล้วพูดคำหยาบ
EP19 อย่าให้เกมมาทำให้เราเป็นคนขี้เกียจ
EP20 ติดเกม = ปัญหาของเด็ก หรือปัญหาของใคร?
EP21 “เกม” ดาบสองคม และเหรียญสองด้าน
EP22 พอโตขึ้น ก็เลิกติดเกมเอง?
EP23 สังเกตอารมณ์ระหว่างเล่นเกม

ปรึกษาปัญหาการติดเกมผ่าน Line Chatbot ได้ที่ Line ID: หรือกดที่นี่เพื่อแอดไลน์ https://bit.ly/HGchatbot
หรือทักแชทเพื่อพูดคุยกับนักจิตวิทยา ได้เลยที่ https://m.me/healthygamer


#ติดเกม #โรคติดเกม #ติดโซเชียล #ติดมือถือ #กิจกรรมยามว่าง #วัยรุ่น #เลี้ยงลูก #เลิกติดเกม

31/10/2022

‘6 วิธีสอนลูก เมื่อลูกอาจเผชิญกิจกรรมที่ผู้คนแออัด’

จากข่าวโศกนาฏกรรมที่ย่านอิแทวอน ประเทศเกาหลีใต้เมื่อคืนที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกคนต่างเสียใจกับความสูญเสียที่ไม่คาดคิด จากกลุ่มเด็กวัยรุ่นหลายหมื่นคนที่ตั้งใจไปสนุกสนาน กลับจบลงด้วยความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้

เหตุการณ์ที่ผู้คนบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการอยู่ในพื้นที่แออัด มีให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์มาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต เทศกาล งานเฉลิมฉลองต่างๆ แม้ว่าวิธีการลดความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือการไม่เอาตัวเองไปอยู่ในสถานที่นั้นเลย แต่บางครั้ง เราก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ว่าสถานที่ๆ ลูกเราจะไป คนเยอะมากน้อยขนาดไหน มีทางเข้าออกเยอะขยาดไหน

วันนี้ หมอจึงนำคำแนะนำที่คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกไว้เพื่อความปลอดภัย หากลูกขอออกไปทำกิจกรรมที่มีผู้คนมาเข้าร่วมจำนวนมากค่ะ

1. สังเกตทางเข้า-ออกเป็นอันดับแรก
ควรให้ลูกสังเกตทางเข้า-ออกของสถานที่ รวมทั้งความหนาแน่นของคนในแต่ละบริเวณ เส้นทางการออกจากบริเวณที่เราอยู่ถึงประตูมีทางเลือกไหนบ้าง

2. สังเกตร่างกายตนเอง
โดยส่วนใหญ่แล้วในกิจกรรมที่มีผู้คนจำนวนมากมาอยู่ด้วยกัน ทุกคนมักจะมีอารมณ์ร่วมและสนใจกับกิจกรรมตรงหน้า ทำให้ละเลยสัญญาณเตือนของร่างกายว่าเริ่มจะถูกเบียดจากคนรอบข้าง เริ่มหายใจไม่สะดวก เป็นต้น การสอนให้ลูกรู้จักอรการต่างๆ ของร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยอาจใช้สิ่งที่สังเกตได้ง่าย เช่น เมื่อแขนสองข้างถูกเบียดจนชูไม่ได้ เมื่อเริ่มหายใจแรงขึ้น เป็นต้น

3. เว้นระยะห่างให้หน้าอกยังขยายตัวได้
จริงๆ แล้วสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนมากมักเกิดจากการขาดอากาศหายใจ มากกว่าการเหยียบกันจนเสียชีวิต ในสถานที่ๆ แออัดมากๆ แรงกดทับจากคนรอบข้างจะกดเบียดทำให้หน้าอกไม่สามารถขยับขึ้นลงเพื่อหายใจได้ เปรียบเทียบให้กับการเอาของหนักๆ มาทับหน้าอกระหว่างเรานอนอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจ วิธีป้องกันที่สามารถสอนเด็กๆ ได้คือหากเริ่มรับรู้ถึงความแออัดที่เพิ่มมากจนไม่สบายตัว ให้ยกแขนขึ้นป้องช่วงอกเอาไว้ เพื่อให้ตัวเองยังหายใจได้

4. ปล่อยตัวให้ไหลไปกับฝูงชน
เมื่อเริ่มเกิดความแออัดขึ้น คนส่วนใหญ่มักจะพยายามดันคนรอบข้างเพื่อเอาตัวออกมาจากบริเวณนั้น แต่หากความแออัดมากถึงจุดหนึ่งแล้ว การทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นความเสี่ยงต่อการล้ม/เพิ่มแรงกดทับที่หน้าอกของคนรอบข้างมากขึ้น โดยที่ตัวเองก็ไม่สามารถออกจากบริเวณนั้นได้ ซึ่งหากเริ่มมีคนใดคนหนึ่งล้ม จะมีคนสะดุดล้มตามๆ กันมา และจะยิ่งเกิดความตื่นตระหนกและการบาดเจ็บได้

5. หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ของแข็งต่างๆ เช่นเสา กำแพง
เนื่องจากการเข้าไปชิดบริเวณนั้นจะทำให้กลายเป็นทางตัน และมีโอกาสโดนฝูงชนเบียดเข้ากับผนังจนหายใจไม่ออกได้

6. ช่วยเหลือกันและกัน
ในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต่างอยากเอาชีวิตรอด แต่จากการศึกษาพบว่าในสถานการณ์ที่ผู้คนแออัด การพยายามช่วยเหลือกันและกันให้มากที่สุด จะช่วยลดความรุนแรงของความสูญเสียได้ ดังนั้นการระมัดระวัง เตือนกันและกัน สนใจผู้คนรอบข้างให้มาก จะช่วยป้องกันความสูญเสียต่อตนเองและผู้อื่นได้

หกข้อที่กล่าวไปนี้เป็นคำแนะนำเบื้องต้น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกๆ วัยรุ่น ที่อาจจะเริ่มขอออกไปดูคอนเสิร์ต ดูการแข่งกีฬา อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่ประเมินว่าสถานที่นั้นเสี่ยงเกินกว่าจะให้ลูกไป หรือมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอ ควรคุยทำความเข้าใจกับลูกถึงสิ่งที่พ่อแม่เป็นห่วง และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้

สำหรับเด็กเล็กนั้น หมอไม่แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาเด็กไปในสถานที่ๆ มีความเสี่ยงที่จะแออัด เพราะด้วยความสูงของเด็กที่อยู่ระดับต่ำกว่าผู้อื่นแล้ว ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการหายใจลำบากได้มาก และง่ายต่อการถูกแรงกดเบียดจนล้มค่ะ

เน็ตป๊าม้า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอร่วมเป็นกำลังใจก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันค่ะ

เรียบเรียงโดย: พญ. ทัตติยา วิษณุโยธิน

#อิแทวอน #이태원


References:

https://thestandard.co/itaewon-crowd-crush/?fbclid=IwAR1BBqiV0ODyXVGO4SiTIdavpNir6PqdAJeL2t3E27dXm8TyRoyRCjNhc2o

https://theconversation.com/ten-tips-for-surviving-a-crowd-crush-112169

https://www.nytimes.com/2015/11/15/magazine/how-to-survive-a-stampede.html

ที่อยู่

2
Bangkok Noi
10700

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง สาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล:

ทางลัด

แชร์

ประเภท