09/06/2022
อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง ทำยังไง...???
ถ้าคุณยังมองไม่เห็นอนาคต เพราะราคาบ้านสมัยนี้ก็ไม่ใช่ถูก หลักล้าน ลองมาใช้วิธีที่ผมกับภรรยาใช้กันก็ได้ครับ
ไม่หวงเลย กลับยินดีด้วยซ้ำถ้าคุณใช้แล้วมันเวิร์ค
เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ราวๆ พศ.2556 ผมกับภรรยาเริ่มคิดว่าการมีบ้านจะช่วยทำให้ชีวิตเราสองคนมั่นคงยิ่งขึ้น
ทั้งเนื้อทั้งตัวเราสองคนมีเงินเก็บน่าจะราวๆ 2 - 3 แสนบาท ซึ่งไม่พอแน่นอน
รายได้ต่อเดือนก็ไม่ได้สูง แต่เพื่อนาคต ผมกับเมียตัดสินใจใช้สูตร "ลองรวย"
ผมกับเมียเราขับรถไปที่หมู่บ้านจัดสรร เดินเข้าไปหาฝ่ายขาย หาเซลล์ จากนั้นก็บอกว่า
"พอดีเราสองคนอยากจะมาดูบ้านครับ ช่วยพาชมโครงการหน่อยได้ไหมครับ"
เซลล์ก็บริการเราเป็นอย่างดี ผมกับเมียก็แกล้งแสร้งเป็นคนมีเงิน เซลล์พาเราสองคนไปเดินชมบ้านด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะขายได้
ส่วนผมกับเมียก็คิดในใจว่า "แกขายฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่มีตังค์...!!!"
ผมกับเมียทำแบบนี้เกือบๆ 20 หมู่บ้าน ขับรถผ่านที่ไหนเห็นป้ายขายก็เลี้ยวเข้าไป
ดูจนเมียเริ่มด่าผมว่า "มึงจะพากูไปดูอะไรนักหนาวะ...!?!"
ไปดูโครงการบ้านตั้งแต่ราคาเริ่มต้น 1.7 ล้าน จนกระทั่งถึงโครงการระดับ 13 ล้านบาท
ดูทั้งบ้านมือหนึ่งและมือสอง เข้าไปในบ้านแล้วใช้จินตนาการกัน 2 ผัวเมียว่าเราจะแต่งบ้านยังไง ใช้ชวีิตในบ้านหลังใหม่กันยังไง...!!!
เราไม่ได้ดูอย่างเดียว เราถามเซลล์ด้วยว่าลูกค้าที่มาอยู่ในหมู่บ้านนี้ เขาซื้อสดหรือผ่อน คนซื้อสดทำงานอะไร ทำธุรกิจอะไร คนซื้อผ่อนเงินเดือนเท่าไหร่ ทำงานที่ไหน ถามเพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด
เท่านั้นยังไม่พอ ผมยังไปกดออดคนในหมู่บ้าน แล้วแสร้งทำเป็นว่าผมกับเมียกำลังตัดสินใจซื้อบ้าน เราอาจจะได้เป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ทราบว่าบ้านมีปัญหาอะไรบ้างไหม มีอะไรที่ผมกับเมียควรจะรู้บ้างหรือเปล่า
และเมื่อเขาเห็นว่าเราเหมือนคนจะซื้อจริงๆ ก็ถามว่า พี่ได้ดีลกับธนาคารยังไง ต่อรองกับโครงการหมู่บ้านยังไง ถ้าซื้อสด พี่ทำธุรกิจอะไรถึงได้มีเงินมาซื้อสด ผมกับเมียฝันอยากจะซื้อสดบ้าง ถ้าซื้อผ่อน พี่วางแผนการเงินยังไง ผมกลัวมากกลัวผ่อนไม่รอด
บางทีเห็นคนเดินเล่นที่สวนสาธารณะหมู่บ้าน ผมก็อาศัยวิชาใจกล้าหน้าด้าน เข้าไปถามความรู้แบบโต้งๆเลย พยายามอ่อนน้อยถ่อมตนเข้าไว้ ผมคิดว่าถ้าคุณไม่ได้แข็งกระด้างจนเกินไป คนย่อมใจดีคุยกับคุณแน่นอน
จากประสบการณ์ผม หมู่บ้านที่ไม่เกิน 8 ล้าน คุณจะมีโอกาสได้คุยกับเจ้าของบ้านมากกว่า
ส่วนหมู่บ้านที่แพงกว่า 8 ล้าน ส่วนใหญ่คุณจะเจอแม่บ้าน หรือชาวต่างด้าว
เมื่อคุณทำอย่างนี้ซ้ำๆจนถึงจุดๆหนึ่ง สมองคุณจะเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าคุณจะต้องหาเงินเท่าไหร่บ้าง คุณจะต้องมีรายได้เท่าไหร่ คุณจะต้อง "เริ่ม" ทำอะไรเพื่อให้ฝันของตัวเองเป็นจริง
ผมกับเมียก็เริ่มมาคุยกันว่าเราจะต้องเก็บเงินเท่าไหร่ ใช้เวลาประมาณไหน ถึงแม้ไม่ได้วางแผน แต่สมองส่วนจินตนาการมันดันสร้างแผนขึ้นมาร่วมกันแทน
และ 8 ปีถัดมาหลังจากที่ผมกับเมียตะเวนดูบ้าน เราสองคนก็มีบ้านเป็นของตัวเองได้จริงๆ จ่ายกันคนละครึ่ง และปัจจุบันนี้ โคตรมีความสุขกับแมวน้อยๆ 20 ตัว
คุณลองเริ่มดูครับ จับมือแฟนไปดูบ้านมือหนึ่งกับมือสองด้วยกัน ต่อให้ไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องไปบอกเซลล์ว่าคุณไม่มีเงิน ไม่ต้องเกรงใจ เซลล์ส่วนใหญ่ดีใจที่มีคนเข้ามาเยี่ยมชมโครงการของพวกเขา มากกว่าจะนั่งกร่อยในออฟฟิตไปวันๆโดยไม่มีใครไปหาเลยครับ
ขอให้ฝันของคุณเป็นจริงเร็วกว่าผมหลายๆปีครับ