The Cadence Music Therapy

The Cadence Music Therapy The group of Medical Music Therapists in Thailand

“Merge or Defect" The Comming of AI and Huamnisation(ฉันจะตกงานไหม ลองอ่านได้ในโพสต์นี้)วันนี้ขณะออกกำลังกาย random ไปเจ...
16/05/2026

“Merge or Defect" The Comming of AI and Huamnisation
(ฉันจะตกงานไหม ลองอ่านได้ในโพสต์นี้)

วันนี้ขณะออกกำลังกาย random ไปเจอ Ted Talk Daily ใน Apple Podcast เรื่อง Why humans should merge with AI โดย D Scott Phoenix แกเป็น entrepreneur, former co-founder และ CEO บริษัท เทคชื่อดัง Vicariou AI ที่เคียงบ่าเคียงใหล่กับ Elon Musk และ พี่ Mark Zuckerberg มา

คืนฉันก็ไปสะดุดกับประโยคหนึ่งซึ่งแกพูดเปรียบเทียบการมาของ AI ที่ไม่อาจหยุดยั้งนี้ว่า “The thing about untreated cancer is it succeeds for a while. The tumor grows. But eventually, the cancer kills the host, which kills the cancer.” บ๊ะ!!!! 他说得好 (ต้องอุทานเป็นภาษาจีนเลยถึงจะสาแก่ใจ)

แปลเป็นไทยได้ว่า

“สิ่งสำคัญเกี่ยวกับมะเร็งที่ยังไม่ได้รับการรักษา คือ มันจะประสบความสำเร็จในระยะหนึ่ง เนื้องอกจะค่อย ๆ เติบโตขึ้น แต่ในที่สุด…มะเร็งก็จะฆ่าร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งนั่นหมายความว่ามะเร็งมันก็จะตายไปพร้อมกับคนไข้ในที่สุด!!!!”

ฉันตีความได้ว่า การมาของ AI. เหมือนการโจมตีจากเซลล์มะเร็ง “เรา” (ผู้ป่วยที่โดนหมายหัวไว้แล้ว) อาจเพิกเฉยกับมันได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ทว่าสุดท้ายแล้วหากเราไม่เลือกรักษา มะเร็งก็จะตายพร้อมเราไปเอง

ยัง ยังไม่จบ แกตีหัวต่อ แกพูดเปรียบเปรยอารยธรรมโลกว่า “A part forgets the whole and the whole dies, which kills the part. This pattern repeats at every scale. Our civilization is itself a merger.”

หากส่วนย่อย (อาจหมายถึงบุคคล หรือ ecosystemใด ๆ ก็ตามบนโลก) ลืมไปว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบใหญ่ และ once เมื่อส่วนย่อยแยกตัวออกไป เห็นแก่ตัว หรือทำงานเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว ระบบใหญ่ก็พังทลายลง และเมื่อระบบใหญ่ล่มสลาย ส่วนย่อยนั้นก็ตายตามไปด้วย ถือเป็นวงจรการทำลายตัวเอง วงโคจรที่ไม่ "มีผู้ชนะ"

สะท้อนกลับไปที่เซลล์มะเร็งที่เกิดจากการแบ่งตัวเองของเซลล์ในร่างกายผู้ป่วยเองเพื่อหวังให้ตัวเองรอดออกมาเป็นก้อนง่องแง่งก้อนหนึ่ง แต่กลับกลายเป็นทำลายตัวเองเพราะไปทำลาย host (ร่างกายของผู้ป่วย) และสุดท้ายก็ตายไปพร้อมกับร่างกายนั้น

ซึ่งรูปแบบนี้ก็เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำ ๆ ในสังคมทุกระดับ นี่คือกฎสากลไม่ใช่แค่เรื่องของเซลล์หรือสิ่งมีชีวิต แต่เกิดขึ้นกับครอบครัว สังคม ประเทศ ระบบนิเวศ และอารยธรรม

และนั่นหมายความว่า "อารยธรรมมนุษย์" (hunamisation) คือ การผนวกรวมของมนุษย์แต่ละคน แต่ละวัฒนธรรม แต่ละชาติ ที่ล้วนเป็น “ส่วนย่อย” สามารถเลือกได้ว่าจะจำหรือลืมว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของการมีอยู่ซึ่งอารยธรรมเหมือนกัน

เข้าเรื่อง AI

“And as AI arrives and the world gets more turbulent, every part of the society we depend on for our survival will be tempted to defect.

แกตั้งฉากต่อเลยว่า AI และความวุ่นวายของโลก คือแรงกดดันที่กำลังทดสอบระบมนุษย์ เพราะ AI ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือแรงเขย่าที่จะเปิดเผยว่าสังคมเราเชื่อมกันแน่นแค่ไหน สามัคคีกันเท่าไหร่

คำว่า “defect” คือหัวใจของประโยคนี้ ใครตีป้อมเก่ง ๆ คงคุ้นคำนี้ดีเพราะมันมาจากทฤษฎีเกม (Game Theory) ซึ่งหมายถึงการ “เลือกตัวเองแทนการมองเห็นแก่ส่วนรวม" และเมื่อแรงกดดันจาก AI นี้มากพอ ทุกส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นสถาบัน บริษัท ชุมชน หรือบุคคล จะถูกล่อใจให้ “แยกตัว” และเอาตัวรอดก่อน

เริ่มเข้มแล้ว ยังทันอยู่ใช่ไหม? ไปต่อ
ตรงนี้แหละที่จะวัดว่าใครจะ “ตกงาน”

“People who lose their livelihoods will feel abandoned. People who keep theirs will feel entitled to look away. And bit by bit, the agreement frays.”

คนที่ถูก AI แทนที่หรือตกงาน จะรู้สึกว่าสังคมทอดทิ้ง และแน่นอนคนที่รู้สึกถูกทอดทิ้งก็มีเหตุผลที่จะทิ้งคนที่ทิ้งเขาเหมือนกัน ในขณะที่ “People who keep theirs will feel entitled to look away.” หรือ คนที่ยังอยู่รอดได้ จะรู้สึกว่าตัวเองทำถูกต้องแล้ว และ มีสิทธิ์ที่จะเพิกเฉยต่อคนที่ล้มลง (คนที่ถูกทิ้ง)

และนี่คือ “การแตกแยกทางศีลธรรม ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ” OMG คิดได้ไง

“The agreement” คือคำที่น่าสนใจที่สุดในประโยคนี้ ที่กำลังทดสอบเราว่า “มนุษย์จ๋า เราตกลงว่าเราจะอยู่กันอย่างไร?” ที่ผ่านมาและต่อจากนี้ที่ AI. กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา

สรุปนะ AI ไม่ได้น่ากลัวเพราะมันฉลาด แต่น่ากลัวเพราะมันกำลังทดสอบเราว่าสังคมเหนียวแน่นกันจริงหรือเปล่า จะมีใครถูกทอดทิ้งไหม หรือมีใครที่ทำลายผู้อื่นทิ้งเพื่อหวังให้ตัวเองรอดไปคนเดียวไหม

อารยธรรมมนุษย์กำลังถูกทดสอบจากสิ่งที่มนุษย์สร้าง (ซึ่งนั่นก็คือ AI) ศีลธรรมกำลังถูกเร่งปฏิกิริยา สังคมกำลังถูกกดดันว่าเราจะแยกตัวออกจากมันเหมือนที่เซลล์มะเร็งทำหรือ “Merge” รวมกับมันแล้วกรายร่ายเป็น avatra!!

ขอทิ้งท้ายด้วยวลีนี้ “a part forgetting the whole”

ที่อยู่

Music Therapy, Department Of Family Medicine, Ramathibodi Hospital
Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Cadence Music Therapyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์