จิต-ปรุง-แต่ง

จิต-ปรุง-แต่ง การปรุง อารมณ์ ความคิด และจิตใจ

อากาศหนาว ๆ เย็น ๆ ในช่วงนี้ ที่นอกจากจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้อ้อมกอดของใครสักคนแล้วนั้น ❤️ก็อาจทำให้ S.A.D ได้ด้วยนะ (เอ...
13/01/2021

อากาศหนาว ๆ เย็น ๆ ในช่วงนี้ ที่นอกจากจะเป็น
การเพิ่มคุณค่าให้อ้อมกอดของใครสักคนแล้วนั้น ❤️
ก็อาจทำให้ S.A.D ได้ด้วยนะ (เอ๊ะ...ยังไง)
S.A.D ย่อมาจาก Seasonal affective disorder
คือ โรคซึมเศร้าตามฤดูกาล 😢
มักเกิดในฤดูหนาว❄️ และฤดูใบไม้ร่วง🍂
โดยการเปลี่ยนแปลงของอากาศจะส่งผลกระทบกับ
Melatonin และ Serotonin สารสื่อประสาทในสมอง
ที่มีบทบาทกับเวลาการนอนและอารมณ์ของเรา
และนาฬิกาชีวิตในร่างกายก็ได้รับผลกระทบจาก
ช่วงเวลากลางวันที่สั้นลง การได้รับแสงแดดน้อยลง
ร่างกายก็รับรู้ถึงความผิดแปลกนี้และทำให้ซึมเศร้าได้ง่าย

นอกจากนี้มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
และพบในคนอายุน้อยมากกว่าผู้ใหญ่อีกด้วย
อาการความ S.A.D
😟 ภาวะซึมเศร้า (Depression)
เช่น สูญเสียความมั่นใจในตนเอง สิ้นหวัง รู้สึกผิด
ไม่สนใจใคร ขาดความสนใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ

😫 ภาวะวิตกกังวล (Anxiety)
เช่น รู้สึกตึงเครียด แบกรับความตึงเครียดได้น้อยลง

😵 อารมณ์เปลี่ยนแปลง (Mood changes)
เช่น มีอารมณ์รุนแรงสุดขั้ว

🥱 ปัญหาการนอนหลับ (Sleep problems)
เช่น ต้องการนอนมากขึ้น นอนหลับไม่เต็มที่
ตื่นเช้ากว่าปกติ

🥴 อาการอ่อนเพลีย (Lethargy)
เช่น รู้สึกทำกิจวัตรประจำวันได้ไม่เต็มที่

🤢 ทานมากเกิน (Overeating)
เช่น อยากทานอาหารจำพวกแป้งและของหวานมากขึ้น
แล้วเราจะบรรเทาความ S.A.D นี้ได้อย่างไร ?
1️⃣ อาบแดดสักหน่อย
นอกจากจะได้ผิวสีแทนตามความชอบแล้ว
การรับแสงแดดยามเช้ายังช่วยเพิ่มระดับ Serotonin
และช่วยให้อารณ์ดีขึ้นได้

2️⃣ ออกกำลังกายสักนิด
การทำงานบ้าน การเดินเล่น หรือการออกกำลังแบบจริงจัง
จะช่วยเพิ่มระดับ Serotonin และสารอื่น ๆ ที่สำคัญในสมอง
ทำให้อารมณ์ดีขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น และ
เพิ่มการเห็นคุณค่าในตนเอง

3️⃣ ทานอาหารดีมีประโยชน์
การทานอาหารที่ดีจะช่วยให้ได้รับพลังงานและสารอาหาร
ที่เหมาะสม และลดความแปรปรวนของอารมณ์ได้

อย่างไรก็ตาม ถ้ารู้สึกว่าจัดการกับความแปรปรวน
ของอารมณ์ได้ไม่ดี หรือเป็นทุกข์มากจนควบคุมไม่ไหว
อย่าลังเลที่จะไปปรึกษาแพทย์นะครับ 👩‍⚕️👨‍⚕️
ลมหนาวคราวนี้คงอยู่กับเราไปอีกสักพัก
อย่าลืมเตรียมร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็งเข้าไว้นะ
ส่วนตอนนี้...ผมขอตัวไปนอนต่อล่ะ
อากาศกำลังสบายเลย 💤
#แอดแซลมอนโรล
#จิตปรุงแต่ง #สุขภาพจิต #หน้าหนาว #ลมหนาว

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก…
https://nph.go.th/?p=4758 #:~:text=จิตใจก็เหมือนกับร่างกายเมื่อ,หรือหดหู่อย่างไม่มีสาเหตุ

https://hellokhunmor.com/สุขภาพชีวิตที่ดี/สุขภาพจิต/ความผิดปกติของอารมณ์ตามฤดูกาล-ซึมเศร้าตามฤดูกาล/

https://www.psychologytoday.com/us/blog/how-help-friend/201706/could-the-seasons-affect-your-mood-1 #:~:text=The%20change%20in%20seasons%20can,factors%20may%20lead%20to%20SAD

ช่วงเวลาเช้ามืดของวันหนึ่งในปี 1964 หญิงสาวชื่อ Catherine Genovese หรือ Kitty ผู้จัดการบาร์แห่งหนึ่งกำลังกลับที่พักหลังจ...
10/01/2021

ช่วงเวลาเช้ามืดของวันหนึ่งในปี 1964 หญิงสาวชื่อ
Catherine Genovese หรือ Kitty ผู้จัดการบาร์แห่งหนึ่ง
กำลังกลับที่พักหลังจากเลิกงาน
แต่มีใครบางคนตามเธอมาด้วยตลอดทาง
เธอพยายามวิ่งหนีหลังจากที่รู้สึกตัว สุดท้าย...
ชายปริศนาก็จับเธอไว้ได้แล้วใช้มีดแทงเข้าที่หลัง
เสียงร้องขอความช่วยเหลือเรียกคนบริเวณนั้นให้ออกมา
ตะโกนไล่คนร้าย ทำให้บุคคลนั้นวิ่งหนีไป
Kitty พาร่างกายโชกเลือดคลานไปบนพื้น
และร้องขอความช่วยเหลือ ที่ไหนได้…
คนร้ายที่เหมือนจะหนีไปแล้วนั้นย้อนกลับมา😢
จ้วงแทงเธออีกหลายครั้งจนเสียงร้องที่น่าสงสารเงียบลง
คนร้ายจึงข่มขืนเธอแล้วหลบหนีไป
เหตุฆาตกรรมนี้ดำเนินไปกว่าครึ่งชั่วโมง และมีพยาน
กว่า 38 คนตามที่ระบุในหนังสือพิมพ์ New York Times
แน่นอนว่าตำรวจก็ตามจับคนร้ายมารับโทษได้ในภายหลัง
แต่สิ่งที่น่าจับตามองนอกจากความรุนแรงของคดีนี้
ก็คือ…
🤫ก่อนจะเฉลยก็มีอีกเหตุการณ์มาฝากเพื่อน ๆ ครับ
ในปี 2011 ที่ประเทศจีน เด็กหญิงอายุเพียง 2 ขวบ
ถูกรถขนของชนแล้วทับ ในบริเวณที่มีคนสัญจรผ่านไปมา
และมีคนขับมอเตอร์ไซค์ที่หยุดดูเด็กคนนี้ ไม่นานนัก
รถขนของอีกคันก็แล่นมาทับร่างซ้ำอีก เวลายังคงผ่านไป
จนกระทั่งหญิงชราคนหนึ่งเข้ามาอุ้มเด็กน้อย👐
ไปยังที่ปลอดภัย และร้องขอความช่วยเหลือ
เพื่อน ๆ สังเกตเห็นอะไรจากเหตุการณ์ข้างต้นบ้างครับ
ทีนี้ผมจะลองชวนเพื่อน ๆ สังเกตสิ่งหนึ่งที่มีอยู่
ในทั้งสองเหตุการณ์นั้น คือ “ผู้เห็นเหตุการณ์” นั่นเอง ..ใช่แล้วครับ จุดร่วมของทั้งสองเหตุการณ์นี้ก็คือ
👁‍🗨 ผู้เห็นเหตุการณ์ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายเลย
พฤติกรรมนี้เรียกว่า The Bystander Effect 👀
ที่แปลว่า “ผู้ยืนดู” หรือ Genovese Syndrome
หมายถึง แนวโน้มที่บุคคลที่รับรู้ถึงเหตุการณ์ร้ายแรง
แต่ไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เพราะเห็นว่า
ไม่ได้มีแค่ตนที่อยู่ในเหตุการณ์ คิดว่าคนอื่นน่าจะ
เข้าไปช่วยเหลือ หรืออาจเรียกง่าย ๆ ว่า
😔 ต่างคนต่างคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตนเอง 😔
ถูกอธิบายเป็นครั้งแรกโดย John M. Darley และ
Bibb Latané ในปีค.ศ. 1968 ที่สนใจคดีของ Kitty ว่า
ปรากฏพยานถึง 38 คน แต่ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ
จนกระทั่งเพื่อนข้างห้องตัดสินใจยืมโทรศัพท์ของห้อง
หญิงชราคนหนึ่งโทรแจ้งตำรวจหลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เพราะเขาไม่อยากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ และมีเพียง
หญิงชราและผู้หญิงคนอื่นออกมาข้างนอกที่พักระหว่างรอ
ตำรวจ มีหญิงชราจับมือผู้เคราะห์ร้ายไว้ขณะรอรถพยาบาล
แต่เธอก็เสียชีวิตระหว่างนำส่งไปโรงพยาบาล
หนึ่งในผลการศึกษาทดลองของพวกเขาพบว่า ถ้าพบผู้หญิง
ยืนเสียใจในที่สาธารณะ กว่า 70% ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ
หากในบริเวณนั้นมีแค่เธอและผู้พบเห็น แต่หาก
มีบุคคลอื่นอยู่ด้วย การเข้าไปช่วยเหลือจะลดลง
เหลือเพียง 40%
อีกการทดลองหนึ่งถูกเรียกว่า "Smoke filled room" 🌪
มี 3 กลุ่มทดลอง ทำการทดลองดังนี้

📝 กลุ่มที่ 1 อาสาสมัคร 1 คนนั่งทำแบบทดสอบในห้อง
📝 กลุ่มที่ 2 อาสาสมัคร 3 คนนั่งทำแบบทดสอบในห้อง
📝 กลุ่มที่ 3 มีหน้าม้า 2 คนนั่งอยู่ในห้อง แล้วค่อยให้
อาสาสมัคร 1 คนเข้าไปนั่งทำแบบทดสอบ

วิธีการทดลองคือ เมื่อทำแบบทดสอบไปสักพักจะมี
ควันสีแดงถูกปล่อยผ่านช่องระบายอากาศเข้าไปในห้อง
แล้วดูผลว่าอาสาสมัครจะออกจากห้องมาแจ้งเรื่องควันกับ
นักวิจัยหรือไม่ (หน้าม้า 2 คนในกลุ่มที่ 3 มีหน้าที่
แสดงท่าทีว่าไม่สนใจควันและจะไม่ออกมาแจ้งนักวิจัย
อย่างเด็ดขาด)

📋 ในกลุ่มที่ 1 อาสาสมัครที่ออกมาแจ้งนักวิจัยมี 75%
📋 ในกลุ่มที่ 2 อาสาสมัครที่ออกมาแจ้งนักวิจัยลดลง
เหลือ 38%
📋 ในกลุ่มที่ 3 อาสาสมัครที่ออกมาแจ้งนักวิจัยมีเพียง
10% เท่านั้น
เพื่อน ๆ คิดว่าอะไรที่มีผลกับพฤติกรรมของอาสาสมัคร ?
ทำไมเมื่อเกิดเหตุร้ายแรงคนหมู่มากถึงเพิกเฉย ?
พฤติกรรมนี้มีผลกับชีวิตประจำวันทั่วไปอย่างไร ?
ถ้าเป็นตัวเราที่อยู่ในเหตุการณ์จะเข้าไปช่วยหรือไม่ ?
แล้วพบกันใหม่ใน The Bystander Effect EP.2 😉
#แอดแซลมอนโรล
#จิตปรุงแต่ง #สุขภาพจิต

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก...
เอกสารประกอบการสอนรายวิชา
Psychology for modern life มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

https://www.blockdit.com/posts/5c0c878b05140c065d43e578

http://johjaionline.com/opinion/ธุระไม่ใช่-bystander-effect/

https://www.noozup.me/2157531/

https://thematter.co/thinkers/murder-of-kitty-genovese/103864

ย่อหน้าสุดท้ายของบันทึก 2020 📖📚สำหรับปี 2020 ที่ผ่านมามีทั้งสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ 😋มีทั้งเศร้า ร้องไห้ เสียใจ มีทั้งผ...
31/12/2020

ย่อหน้าสุดท้ายของบันทึก 2020 📖📚
สำหรับปี 2020 ที่ผ่านมา
มีทั้งสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ 😋
มีทั้งเศร้า ร้องไห้ เสียใจ
มีทั้งผิดหวัง พร้อมๆกับคราบน้ำตา 😥
งานก็หาย
ยอดขายก็ไม่ดี
หนี้ก็ต้องจ่าย 💸💸
ไปเรียนต่อก็งดบิน
จะกินก็ต้องเดลิเวอรี่
ความรักก็ไม่มี
ไหว้พระทั้งปีก็ไม่ได้
เหงาจนร้องไห้
ไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้
อะไร ๆ ก็พัง
ยังไม่ได้ทำอีกหลายเรื่อง
ที่ผ่านมามีอุปสรรคหลายอย่าง
แต่เมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว
มันอาจไม่ง่ายเลย
ที่เราจะผ่านมันมาได้ 😁
หลายๆครั้งเราคงมองเห็นแต่ปัญหา
และอุปสรรค แต่เคยมองไหมว่า
อะไรที่ทำให้เราผ่านมันมาได้
เคยมองไหมว่า "ตัวเราก็เก่งเหมือนกันนะ"
ที่อดทนและพยายามผ่านสิ่งต่างๆมา
ทั้งด้วยตัวเองและด้วยตัวช่วยอื่นๆ 😎
เรา...
ได้รู้จักการใช้ชีวิตมากขึ้น
ได้เติบโตขึ้น 🦾
ได้ปรับตัวกับทุกเรื่อง

ขอบคุณตัวเองที่พยายาม
ขอบคุณคนรอบข้าง 👭
ที่ยังก้าวเดินไปพร้อมเรา
จงภูมิใจกับสิ่งที่เราก้าวผ่านมา
ไม่ว่าที่แล้วมาจะเป็นอย่างไร
ในปีนี้เราก็ยังคงก้าวต่อ
ขอส่งพลัง ทั้งแรงกาย 🐎
และกำลังใจให้ทุกคน
ได้เริ่มเป้าหมายใหม่
หรือทำในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ
สวัสดีปีใหม่ทุกคน :)
มาร่วมแชร์เรื่องราวที่
“จะเริ่มใหม่ เริ่มทำ”
เพื่อเป็นเป้าหมายให้ตัวเอง
ในปี 2021 นี้กันนะครับ
#แอดที่น่ารักทุกคนเล้ยย

โลกของเรามีภาษาที่หลากหลายเช่นใด“ความรัก” เองก็มีมากกว่าหนึ่งภาษาเช่นนั้น 💕💖 “ภาษารัก” คืออะไรแนวคิดภาษารักนี้มาจาก Dr. ...
30/12/2020

โลกของเรามีภาษาที่หลากหลายเช่นใด
“ความรัก” เองก็มีมากกว่าหนึ่งภาษาเช่นนั้น 💕

💖 “ภาษารัก” คืออะไร
แนวคิดภาษารักนี้มาจาก Dr. Gary Chapman ผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการให้คำปรึกษาด้านความรักที่เผยแพร่ผ่านหนังสือ
The 5 Love Languages (ฉบับภาษาไทยชื่อ “ภาษารัก”)
มีทั้งหมด 5 ประเภท โดยแต่ละคนนั้นมีภาษารักที่เป็น
ภาษาหลัก 1 ภาษา และยังอาจมีภาษารักแบบอื่น ๆ
เป็นภาษารองได้ด้วย โดยภาษารักของแต่ละคน
หมายความว่า เขาจะรู้สึกได้รับความรักอย่างแท้จริง
เมื่ออีกฝ่ายแสดงภาษารักแบบนั้น ๆ ต่อเขา

💖 “ภาษารักทั้ง 5” มีดังนี้
1️⃣ คำพูดที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ (Word of Affirmation)
การบอกความรู้สึกดี ๆ ด้วยคำพูดเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย
และตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องคาดเดาหรือตีความเอาเอง
เราอาจพูดหรือส่งข้อความเพื่อบอกความรัก ความคิดถึง
ความเป็นห่วง ไปจนถึงการให้กำลังใจให้กับคนที่เรารัก
เพื่อเป็นการยืนยันความรักที่มีให้แก่กัน
ตัวอย่างเช่น “ผมรักคุณ” “คุณน่ารักที่สุดเลย”
“เป็นห่วงนะเธอ” “เธอทำได้อยู่แล้วจ้ะคนเก่ง”
สิ่งที่ต้องระวัง คือ หากคนที่มีภาษารักนี้เป็นภาษาหลัก
จะค่อนข้างจับความรู้สึกจากคำพูดได้ดี เราต้องพูดด้วย
ความรู้สึกจากใจจริง ไม่ควรพูดแบบไม่จริงใจหรือพูดส่ง ๆ
โดยไม่คิดอะไร เพราะจะทำให้คน ๆ นั้นรู้สึกแย่ต่อคุณได้นะ
❤️

2️⃣ ให้เวลาอย่างมีคุณค่า (Quality Time)
เป็นการใช้ช่วงเวลาหนึ่งเพื่ออยู่ด้วยกันทั้งกายและใจ
คือ แสดงถึงความสนใจและให้ความสำคัญแก่กันและกัน
ไม่เกี่ยวกับการต้องใช้เวลาร่วมกันให้นานที่สุด
แค่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่คุณได้แสดงออกว่าเขาคือ
คนสำคัญที่สุดหมายเลขหนึ่งของคุณในขณะนั้นก็เพียงพอ
(อย่างที่เขาว่ากันว่า คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณไงล่ะ)
ตัวอย่างเช่น การพูดคุยกันที่ต่างฝ่ายต่างรับฟังกัน
อย่างสนอกสนใจ การทำกิจกรรมมที่ชอบร่วมกัน
สิ่งที่ต้องระวัง คือ คนที่มีภาษารักแบบนี้มักให้
ความสำคัญกับช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเป็นอย่างมาก
พยายามอย่าเล่นโทรศัพท์มือถือในระหว่างที่เขากำลัง
พูดคุยกับคุณ หรือแสดงอาการอื่นใดที่จะทำให้เขารับรู้ได้
ว่าคุณกำลังไม่สนใจเขา ในทางตรงข้าม คนที่ต้องการ
ภาษารักนี้ก็ต้องระวังการต้องการเวลาที่มากเกินไปจนอีกฝ่าย
รู้สึกว่าขาดอิสระในชีวิต ลองให้เขามีเวลาส่วนตัวบ้าง
ห่างกันสักพักอาจคิดถึงกันมากขึ้นเวลาได้กลับมาเจอกันนะ
หรือการเรียกร้องให้ทำกิจกรรมที่ตนเองชอบแต่เขากลับ
ไม่ชอบเลย ลองพูดคุยกันถึงกิจกรรมที่แต่ละฝ่ายชอบ
แล้วใช้เวลาที่มีทำกิจกรรมที่ทั้งสองฝ่ายต้องการกันดีกว่า
❤️

3️⃣ ให้ของขวัญ (Giving Gifts)
ภาษารักนี้สามารถเห็นได้ทั่วไปในทุกโอกาสพิเศษ
ซึ่งของขวัญที่ให้นี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นของมีราคาสูง
หรือของแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดแต่อย่างใด
แต่ควรที่จะเต็มไปด้วยความหมาย บางครั้งเขาอาจ
ดีใจมากกว่าหากได้รับของที่คุณทำเองกับมือ หรือ
ของฝากจากสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณชื่นชอบและ
อยากพาเขาไปด้วยในครั้งหน้า การให้ของขวัญนี้จะทำให้
เขาได้รับรู้ถึงความรัก ความคิดถึง ความเอาใจใส่
และความรู้สึกว่าได้เป็นคนสำคัญต่อคุณ
สิ่งที่ต้องระวัง คือ คนที่มีภาษารักแบบนี้ไม่ได้เป็น
พวกวัตถุนิยม แค่เขารู้สึกได้รับความรักเมื่อได้รับของขวัญ
ที่มีคุณค่าเท่านั้น (เขาเองก็เลือกของขวัญให้คนอื่นเก่ง
เช่นกัน ถ้าคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรเป็นของขวัญดีก็ลอง
ปรึกษาเพื่อนของคุณที่มีภาษารักนี้ดูได้) และบางคนมักจะ
แสดงภาษารักนี้เป็นหลักทดแทนภาษารักอื่น ๆไปเลย
เช่น คุณพ่อที่ทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว และ
มักแสดงความรักโดยการซื้อของขวัญสุดหรูให้ภรรยา และ
ซื้อของเล่นชั้นดีให้ลูก ๆ ต้องระวังว่าคนที่คุณรักอาจ
ไม่ได้ต้องการความรักในรูปแบบของขวัญ แต่อาจต้องการ
แค่การใช้เวลาร่วมกัน หรือการหอมแก้มทุกคืนก่อนนอน
เท่านั้นก็ได้
❤️

4️⃣ ทำบางสิ่งบางอย่างให้ (Act of Service)
เป็นการดูแลและให้บริการในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะ
เป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ เป็นการแสดงออกถึงความเอาใจใส่
ได้เป็นอย่างดี
ตัวอย่างเช่น การขับรถไปรับไปส่ง
การช่วยทำงานบ้าน การดูแลเมื่อยามเจ็บป่วย
สิ่งที่ต้องระวัง คือ บางคนไม่ชอบให้การดูแลที่
มากเกินไป เพราะจะรู้สึกว่าขาดอิสระ ถูกควบคุมตลอดเวลา
เช่น การจัดของบนโต๊ะทำงานของเขาก็อาจทำให้
เขาหงุดหงิดได้เพราะหาของไม่เจอในตำแหน่งเดิม
ดังนั้นคุณอาจไม่แปลกใจที่ได้ยินการบอกเลิกใครสักคน
ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘คุณดีเกินไป’
เพราะว่าเขาไม่ชอบการดูแลที่มากเกินไปนั่นเอง
❤️

5️⃣ สัมผัสทางกาย (Physical Touch)
ภาษารักนี้แสดงออกได้ง่ายกับทุกช่วงวัย
(จึงไม่แปลกใจเลยว่าเด็กอายุน้อยขนาดไหนก็รับรู้ถึง
ความรักจากพ่อแม่ได้) เราสามารถแสดงความรักแบบนี้ด้วย
การจับมือ การหอมแก้ม การกอด การจูบ
ไปจนถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ แต่ต้องระวังไว้เลยว่าคนที่ชอบ
การสัมผัสทางกายไม่ได้ต้องการมีเพศสัมพันธ์
เพียงอย่างเดียว การสัมผัสเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถทำให้
เขารับรู้ถึงความรัก ความห่วงใย ความอิ่มใจ และ
ความรู้สึกใกล้ชิดที่มากขึ้นได้เช่นกัน
สิ่งที่ต้องระวัง คือ การสัมผัสอย่างเหมาะสมกับ
คนที่คุณรัก หากเขาไม่ชอบที่จะถูกสัมผัส ต้องระวังไม่ให้
มันมากเกินไปจนเขารู้สึกหงุดหงิดรำคาญได้ และต้องระวัง
เกี่ยวกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมด้วย เช่น
ในบางพื้นที่อาจรู้สึกว่าการกอดหรือการจูบกันในที่สาธารณะ
เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

ภาษารักข้างต้นนี้ไม่ได้ใช้กับความสัมพันธ์ของคู่รักเท่านั้น
แต่ยังใช้ได้กับความสัมพันธ์กับพ่อแม่ กับครอบครัว
กับเพื่อน กับเจ้านาย และอีกหลายความสัมพันธ์
ที่คุณมีส่วนเกี่ยวข้อง ลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับ
ตัวคุณและคนที่คุณรักดูนะครับ😃

หากใครอยากรู้ว่าภาษารักของตัวเองจะเป็นแบบไหน
ลองเข้าไปทำแบบทดสอบได้ที่
https://www.5lovelanguages.com/quizzes/
สามารถทำได้ทั้งคนโสด คนมีคู่ เด็ก และวัยรุ่น
ซึ่งวิเคราะห์ได้ละเอียดเลยทีเดียว 👍
เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษนะครับ (ส่วนฉบับแบบทดสอบ
ฉบับภาษาไทยมีในหนังสือ “ภาษารัก” ครับผม)
พอรู้แล้วว่าคุณมีภาษารักแบบไหนเป็นหลักลองแชร์มา
ในคอมเมนท์กันนะ
(ส่วนแอดแซลมอนโรลได้ Physical Touch ครับ😁)

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีความรักที่มีความสุข
ในปีใหม่ที่จะถึงนี้นะครับ🥰
#แอดแซลมอนโรล
#ความรัก #ภาษารัก
#จิตปรุงแต่ง #สุขภาพจิต

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก
หนังสือ “ภาษารัก”
https://www.urbinner.com/post/understanding-the-five-love-languages
https://www.healthtodaythailand.in.th/ภาษารัก-love-language/
https://www.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation/photos/a.499791366791551/509927432444611/

เตรียมจิต ดูแลใจ ระลอกใหม่กำลังมา!ตั้งแต่ที่ทั่วโลกได้รู้จักกับ “โควิด-19” 👾🧬และไทยเราเองก็มีมาตรการต่าง ๆ มากมายที่จะป้...
26/12/2020

เตรียมจิต ดูแลใจ ระลอกใหม่กำลังมา!
ตั้งแต่ที่ทั่วโลกได้รู้จักกับ “โควิด-19” 👾🧬
และไทยเราเองก็มีมาตรการต่าง ๆ มากมาย
ที่จะป้องกันไม่ให้โควิด-19 เกิดการระบาด
จนต้อง Lockdown ให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ
เปลี่ยนบ้านให้เป็นออฟฟิศ ทำงานกันที่บ้าน
ชีวิตแบบ New Normal ได้เริ่มต้นขึ้น
ทุกวันที่ออกจากบ้านก็จะเห็นทุกคน
สวมหน้ากากอนามัย 😷
ในกระเป๋าของบางคนก็ต้องพกเจลแอลกอฮอล์
ไปที่ไหนก็ต้องสแกน วัดอุณหภูมิร่างกาย
จนหลายๆคน
เริ่มจะชินกับรูปแบบชีวิตวิถีใหม่นี้แล้ว
ทุกคนอยู่ในสถานการณ์นี้ร่วมกันมาหลายเดือน
จนเมื่อเร็วๆนี้ ทุกท่านคงได้ติดตามข่าว
ที่มีจำนวนการติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง
ทุกคนเริ่มให้ความสนใจ และตื่นตัวมากขึ้น
เพราะเจ้าโควิด-19 ซึ่งก็ร้ายไม่เบา
ยิ่งอยู่นานก็ส่งผลต่อสังคม เศรษฐกิจ ฯลฯ
หลายคนที่ต้องปรับตัวอาจเกิดความเครียด
วิตกกังวล หรือเกิดปัญหาทางสุขภาพจิต
และเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวชเพิ่มขึ้น
ในช่วงนี้จึงอยาก
ฝากให้ทุกคนเตรียมความพร้อม
รับมือกับสถานการณ์
ที่อาจจะต้องดูแลจิตใจกันสักหน่อย
จึงมีคำแนะนำเบื้องต้น ดังนี้
1.จัดการกับความเครียด😌
หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะกระตุ้นความเครียด
ผ่อนคลายด้วยการทำกิจกรรม
งานอดิเรก หรือพูดคุย แลกเปลี่ยน
กับคนใกล้ชิด หรือเพื่อน
ให้ช่วยคลายเครียด
สำหรับบางคนที่ทำฟรีแลนซ์
หรือกำลังอยุ่ในช่วงหางานใหม่
อาจจะทำให้เครียดสักหน่อย
ใช้ช่วงเวลานี้ในการมองหาโอกาส
เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ
เชื่อว่าหากจัดการดีดี
งานก็จะเข้ามาหาแน่นอน
2.มีสติและอยู่กับปัจจุบัน🕑
การตั้งสติ และทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์
จะทำให้เรารู้ทันสถานการณ์
สามารถเปิดรับข้อมูลอย่างเป็นเหตุผลและ
เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะสถานการณ์ในช่วงนี้
3.ติดตามข่าวสารแต่พอดี🗞
การรับรู้ข้อมูลมากเกินไป
อาจทำให้เราวิตกกังวลได้
(จึงแนะนำให้ย้อนกลับไปทำแบบข้อ 1)
แนะนำให้อ่านแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
ไม่ส่งต่อข่าวที่ไม่ได้กรอง
ซึ่งอาจเป็น Fake News
4.ดูแลใจกันและกัน ❤️
เราสามารถคอยดูคอยเตือน
ให้คนใกล้ชิดระมัดระวัง
ให้มีความปลอดภัย
และใส่ใจในการป้องกันมากขึ้น
หากมีเรื่องกังวลใจก็พูดคุย ปรึกษา
ให้กำลังใจกัน
แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ก็ช่วยคลายความเครียดของตัวเราเอง
และคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
5.ดูแลร่างกายให้สตรอง💪🏼
การดูแลสุขภาพไม่ว่าสถานการณ์ไหนก็สำคัญ
ดูแลทั้งการใช้ชีวิต ดูเรื่องอาหาร
สุขอนามัยที่ดี
ในช่วงนี้อาจต้องดูแลป้องกันตนเอง
ปฏิบัติตามคำแนะนำและมาตรการ
6.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์💡
การรับมือของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน
บางคนปรับตัวได้เร็ว แต่บางคนอาจมีปัญหารุมเร้า
จนส่งผลกระทบให้จัดการกับความเครียดได้ไม่ดีพอ
จึงอาจต้องเข้ารับการปรึกษากับนักจิตวิทยา
หรือสำหรับผู้ที่มีอาการทางจิตเวช ที่ต้องพบจิตแพทย์
เพื่อหาวิธีการบรรเทา ให้สามารถรับมือต่อ
สถานการณ์ต่างๆได้เหมาะสมมากขึ้น
ในช่วงนี้ทางเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน
เราจะผ่านช่วงเวลานี้กันไปได้อย่างปลอดภัย
ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง :)
#แอดฮันนี่โทสต์
#แอดหมูกระเทียม

ที่อยู่

Bangkok
10330

เบอร์โทรศัพท์

+66926969968

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จิต-ปรุง-แต่งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง จิต-ปรุง-แต่ง:

ทางลัด

แชร์