18/03/2024
เอสปาแตม ( Aspartame ) และหญ้าหวาน (Stevia)
เป็นสารให้ความหวานทดแทนที่ได้รับความนิยม
และมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน:
⭐️ความหวาน: เอสปาแตมมีความหวานประมาณ 200 เท่าของน้ำตาลทราย ในขณะที่หญ้าหวานมีความหวานประมาณ 200-300 เท่าของน้ำตาลทราย ดังนั้นหญ้าหวานอาจมีความหวานมากกว่าเอสปาแตมและสามารถใส่ในปริมาณที่น้อยมากเพื่อความปลอดภัย
⭐️แหล่งที่มา: เอสปาแตมเป็นสารสังเคราะห์ที่ผลิตจากกรดอะมิโน ในขณะที่หญ้าหวานเป็นสารให้ความหวานธรรมชาติที่สกัดจากใบของพืชหญ้าหวาน
⭐️ความเหมาะสมกับอาหารและเครื่องดื่ม:
เอสปาแตมมักใช้ในเครื่องดื่มไดเอทและอาหารแปรรูป เช่น น้ำอัดลม ขนมหวาน และอาหารเพื่อสุขภาพ
หญ้าหวานมักใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการให้ความหวานแต่ไม่ต้องการแคลอรี และเป็นที่นิยมในผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและอาหารเพื่อสุขภาพ
⭐️ความปลอดภัยและการยอมรับ:
ทั้งเอสปาแตมและหญ้าหวานได้รับการอนุมัติให้ใช้เป็นสารให้ความหวานทดแทนโดยหน่วยงานด้านอาหารและยาในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านสุขภาพ
⭐️ผลกระทบต่อสุขภาพ: ทั้งสองสารให้ความหวานมีความเกี่ยวข้องกับประเด็นสุขภาพที่แตกต่างกัน เช่น บางคนอาจมีความไวต่อเอสปาแตมและมีอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ปวดหัว ในขณะที่หญ้าหวานอาจมีผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดในบางกรณี
เมื่อเลือกสารให้ความหวานทดแทน ควรพิจารณาถึงความชอบส่วนบุคคล ความต้องการด้านอาหาร และคำแนะนำด้านสุขภาพของแต่ละบุคคล
เครื่องดื่มไดเอทที่มีขนาดประมาณ 355 มิลลิลิตร (12 ออนซ์) มักมีเอสปาแตมอยู่ระหว่าง 180 ถึง 200 มิลลิกรัมต่อกระป๋อง
ค่าบริโภคที่ยอมรับได้ต่อวัน" (Acceptable Daily Intake - ADI) สำหรับเอสปาแตมคือประมาณ 50 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน (mg/kg bw/day) ตามคำแนะนำของ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ( FDA )
ตัวอย่างเช่น
ผู้ที่มี น้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม ค่า ADI ตามคำแนะนำของ FDA จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 มิลลิกรัม
ต้องดื่มเครื่องดื่มไดเอทตัวอย่างที่ขายอยู่ในท้องตลาด ถึง วันละ 15 กระป๋อง ถึงจะเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในชีวิตจริงน้อยมากหรือ แทบไม่มีที่เราจะบริโภคสารแทนความหวานมากมายระดับนั้น