11/09/2026
📱 “ใช้จอก่อน 2 ขวบ = พัฒนาการล่าช้า?” จริงหรือแค่ความเข้าใจผิด
บทความโดย หมอเค…ศ.นพ.วีระศักดิ์ ชลไชยะ
ช่วงที่ผ่านมา มีการถกเถียงกันมากว่า การให้เด็กใช้สื่อหน้าจอก่อนอายุ 2 ขวบ จะทำให้สติปัญญาลดลง หรือทำให้เด็กพูดช้าจริงหรือไม่?
คำตอบจากงานวิจัยโดยหมอเค และคณะ ไม่ใช่ “ใช้จอแล้วพัฒนาการล่าช้า” ครับ
แต่สิ่งที่งานวิจัยพบ และอยากให้พ่อแม่สนใจ คือ…
👉 เด็กที่เริ่มได้รับสื่อหน้าจอเร็วกว่า
👉 ได้รับสื่อหน้าจอในปริมาณมากกว่า 6.5 ชั่วโมงต่อวัน และเป็นเวลานานหลายเดือน
👉 และพ่อแม่พูดสื่อสารกับเด็กน้อยในระหว่างที่เปิดสื่อหน้าจอ
มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการด้านสติปัญญาที่ลดลงเมื่ออายุ 2 ปี และพัฒนาการด้านสติปัญญาที่อายุ 2 ปี ก็สัมพันธ์กับพัฒนาการในช่วงอายุ 3 และ 4 ปี
ความสัมพันธ์ในลักษณะเดียวกันยังพบในพัฒนาการด้านอื่นด้วย ได้แก่
🗣️ ภาษา
✋ กล้ามเนื้อมัดเล็ก
👀 การรับรู้ทางการมองเห็น
แต่ก่อนจะตีความกันไปไกล ขอเล่างานวิจัยนี้ให้ฟังกันก่อนครับ
งานวิจัยนี้ศึกษาอะไร?
งานวิจัยเรื่อง
“Screen media exposure in the first 2 years of life and preschool cognitive development: a longitudinal study”
https://www.nature.com/articles/s41390-020-0831-8
ตีพิมพ์ใน Pediatric Research ปี 2020 ซึ่งเป็นวารสารทางการแพทย์ในเครือ Nature
เป็นการศึกษาติดตามระยะยาวในเด็กปกติ 291 คน ตั้งแต่อายุ 6 เดือน โดยติดตามที่อายุ 6, 12, 18 เดือน, 2, 3 และ 4 ปี และมีเด็ก 274 คนที่ติดตามจนถึงอายุ 4 ปี
ที่สำคัญ เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กปกติตั้งแต่เริ่มต้น ไม่มีโรคประจำตัว มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย และมีพัฒนาการด้านสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติเมื่ออายุ 6 เดือน
แล้ว “สื่อหน้าจอ” หมายถึงอะไร?
ไม่ได้หมายถึงแค่การที่เด็ก “นั่งดูโทรศัพท์” เท่านั้นครับ
งานวิจัยเก็บข้อมูลสื่อหน้าจอทุกประเภทด้วย 24-hour media diary รวมเวลาจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด รวมถึงกรณีที่มีการเปิดสื่ออยู่ในบริเวณเดียวกับเด็ก แม้เด็กจะไม่ได้ดูโดยตรง
นักวิจัยให้ความสนใจ 3 เรื่องสำคัญ คือ
1️⃣ เด็กเริ่มได้รับสื่อหน้าจอเมื่ออายุเท่าไร
2️⃣ เด็กได้รับสื่อหน้าจอในปริมาณสูงเป็นเวลานานกี่เดือน
3️⃣ พ่อแม่หรือผู้ดูแลพูดคุยหรือร้องเพลงกับเด็กระหว่างใช้สื่อหน้าจอมากน้อยเพียงใด
โดย “การได้รับสื่อหน้าจอในปริมาณสูง” ในงานวิจัยนี้ หมายถึงปริมาณที่สูงกว่า upper quartile ของเด็กในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งในข้อมูลนี้คือมากกว่า 6.5 ชั่วโมงต่อวัน
แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร?
เด็กที่เริ่มได้รับสื่อหน้าจอเร็วกว่า + ได้รับในปริมาณสูงเป็นเวลานานหลายเดือน + มีการพูดสื่อสารระหว่างพ่อแม่กับเด็กน้อยกว่า มีความสัมพันธ์กับคะแนนพัฒนาการด้านสติปัญญาที่ต่ำลงเมื่ออายุ 2 ปี
และเมื่อดูพัฒนาการด้านอื่น ๆ ก็พบว่า
📌 การได้รับสื่อหน้าจอในปริมาณสูงเป็นเวลานาน มีความสัมพันธ์กับพัฒนาการด้านสติปัญญา ด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการรับรู้ทางการมองเห็นที่ต่ำลง
📌 การพูดสื่อสารระหว่างพ่อแม่กับเด็กในช่วงใช้จอน้อยลงมีความสัมพันธ์กับคะแนนด้านภาษาที่ต่ำลงมากกว่าพัฒนาการด้านอื่น ๆ
📌 การเริ่มได้รับสื่อหน้าจอเร็วขึ้นมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการด้านความเข้าใจภาษาและการแสดงออกทางภาษาที่ต่ำลง
แต่ตรงนี้สำคัญมากครับ ❗
งานวิจัยนี้ ไม่ได้บอกว่า
❌ เด็กทุกคนที่ใช้จอก่อน 2 ขวบจะพูดช้า
❌ เด็กที่ใช้จอจะมีสติปัญญาต่ำ
❌ การใช้จอเป็น “สาเหตุ” โดยตรงของพัฒนาการล่าช้า
❌ เด็กจะต้องมีระดับสติปัญญาถึงขั้นบกพร่อง
เพราะการศึกษานี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ ไม่ใช่การทดลองที่สามารถสรุปเหตุและผลได้โดยตรง
และที่สำคัญ เด็กเกือบทั้งหมดในการศึกษานี้ยังมีพัฒนาการและสติปัญญาอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ดังนั้น ประเด็นของงานวิจัยนี้จึงไม่ใช่
“ใช้จอแล้วลูกจะพัฒนาการล่าช้า”
แต่เป็นคำถามว่า…
“ถ้าเด็กได้รับจอเร็ว ได้รับในปริมาณมากต่อเนื่อง และในช่วงนั้นมีการพูดคุยกับเด็กน้อยลง เด็กจะยังได้รับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพหรือไม่?”
เพราะวัยเด็กเล็กเป็นช่วงที่การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างมากจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ไม่ใช่เพียงการรับข้อมูลจากอุปกรณ์
👨👩👧 “พ่อแม่” ก็มีความสำคัญไม่แพ้ “จอ”
งานวิจัยพบว่าการเลี้ยงลูกเชิงบวกมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการด้านสติปัญญา และพัฒนาการด้านต่าง ๆ และเป็นตัวกลางหนึ่งในความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับสื่อหน้าจอในปริมาณสูงสะสมกับพัฒนาการด้านสติปัญญา และด้านต่าง ๆ ด้วย
ดังนั้น ในชีวิตประจำวัน พ่อแม่ยังสามารถสร้างโอกาสให้ลูกได้ผ่าน
❤️ การพูดคุย
❤️ การอ่านหนังสือด้วยกัน
❤️ การเล่นร่วมกัน
❤️ การทำกิจกรรมที่เน้นการลงมือทำ
❤️ การมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่และผู้ดูแล
แล้วพ่อแม่ควรทำอย่างไร?
🔹 ชะลอการให้เด็กได้รับสื่อหน้าจอตั้งแต่ก่อนอายุ 2 ปี
🔹 หลีกเลี่ยงการเปิดสื่อหน้าจอทิ้งไว้โดยที่เด็กไม่ได้ดู หรือให้เด็กได้รับสื่อหน้าจอในปริมาณมากเกินไป
🔹 หากเปิดสื่อหน้าจอ พ่อแม่ควรพูดคุยสื่อสารกับเด็กระหว่างเปิดสื่อหน้าจอไปด้วย
🔹 ส่งเสริมการเลี้ยงลูกเชิงบวก ผ่านกิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน
เพราะสุดท้ายแล้ว…
เราไม่ได้กำลังต่อสู้กับ “หน้าจอ”
แต่เรากำลังพยายามทำให้แน่ใจว่า เด็กได้รับโอกาสในการพูดคุย เล่น เรียนรู้ และมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวมากพอ
บทความนี้เขียนขึ้นเพราะอยากเห็นเด็ก ๆ ได้รับโอกาสให้พัฒนาได้ตามศักยภาพที่ควรจะเป็น
ไม่ได้มีเจตนาเพื่อทำให้พ่อแม่และผู้ปกครองรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกหลานของตนเอง
ไม่ต้องเลี้ยงลูกให้สมบูรณ์แบบครับ
แค่พยายามสร้างโอกาสให้ลูกได้ “เติบโตกับคน” มากกว่า “เติบโตกับจอ” ก็มีความหมายแล้ว ❤️
ผมเคยให้สัมภาษณ์ในรายการชัวร์ก่อนแชร์ เกี่ยวกับประเด็นการงดจอก่อน 2 ขวบ สามารถดูเพิ่มได้ตามลิงก์นี้ครับ
https://youtu.be/roHfquDa5wM?si=h2mI8XHSvmXqkqaP
#ทุกเรื่องการเลี้ยงลูกตลาดนัดครอบครัวมีคำตอบ