เสริมภูมิคุ้มกันดูแลโรคเบาหวาน มะเร็ง ซีสต์และโรคเสื่อมNcds

เสริมภูมิคุ้มกันดูแลโรคเบาหวาน มะเร็ง ซีสต์และโรคเสื่อมNcds ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก เสริมภูมิคุ้มกันดูแลโรคเบาหวาน มะเร็ง ซีสต์และโรคเสื่อมNcds, Bangkok.

🐹 "ปาฏิหาริย์แห่งการให้" 🐸🐶   1. ให้ "เวลา" แก่คนที่คุณรัก🐺   2. ให้ "ความรัก" แก่คนในครอบครัว🐱   3. ให้ "ความกตัญญู" แก...
17/07/2022

🐹 "ปาฏิหาริย์แห่งการให้" 🐸

🐶 1. ให้ "เวลา" แก่คนที่คุณรัก
🐺 2. ให้ "ความรัก" แก่คนในครอบครัว
🐱 3. ให้ "ความกตัญญู" แก่บุพการี
🐭 4. ให้ "ความรับผิดชอบ" แก่การทำงาน
🐹 5. ให้ "อภัย" แก่คนที่หลงผิด
🐰 6. ให้ "ความรู้" แก่ผู้ที่ยังเขลา
🐸 7. ให้ "ทาน" แก่คนที่ยังขัดสน
🐯 8. ให้ "อนาคตที่ดี" แก่คนรุ่นหลัง
🐨 9. ให้ "มิตรภาพ" แก่คนทั้งโลก
🐻 10. ให้ "ความทุ่มเท" แก่งานที่ทำ
🐷 11. ให้ "ความจริงใจ" แก่สัมพันธภาพ
🐮 12. ให้ "ความซื่อสัตย์" แก่การทำงาน
🐗 13. ให้ "ความเสียสละ" แก่ประเทศชาติ
🐵 14. ให้ "ความยินดี" แก่ผู้ประสบความสำเร็จ
🐴 15. ให้ "การปล่อยวาง" แก่สิ่งสุดวิสัย
🐑 16. ให้ "ความเป็นธรรม" แก่ผู้ถูกรังแก
🐼 17. ให้ "มรรคา" แก่ผู้ที่ยังหลงทาง
🐧 18. ให้ "ที่พึ่งทางใจ" แก่ผู้สับสน
🐦 19. ให้ "อิสรภาพ" แก่ผู้ถูกกิเลสครอบงำ
🐤 20. ให้ "โอกาส" แก่ตนเองได้ลิ้มรสพระธรรม

คำสอนโดย ท่าน ว. วชิรเมธี

วั น นี้  #วันเข้าพรรษาอานิสงส์ของการถวายเทียนพรรษาการถวายเทียนพรรษานี้เป็นโบราณประเพณีที่ทำสืบ ๆ มาเป็นเวลาช้านานเมื่อถ...
14/07/2022

วั น นี้ #วันเข้าพรรษา
อานิสงส์ของการถวายเทียนพรรษา

การถวายเทียนพรรษานี้เป็นโบราณประเพณีที่ทำสืบ ๆ มาเป็นเวลาช้านานเมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา ภิกษุทั้งปวงต้องจำพรรษาในอาวาสของตน 3 เดือน พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงได้จัดทำให้เป็นกุศลพิธีขึ้นเมื่อได้นำเทียนไปถวายพระสงฆ์แล้ว ท่านก็จะได้จุดบูชาต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงค์ คือ

1.ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน
2.ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำให้มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ
3.ทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่างๆ ที่มีปัญหาให้ร้ายกลายเป็นดี
4. เจริญไปด้วยมิตรบริวาร
5.ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย
6.เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว
7.เมื่อลาลับโลกนี้ไปย่อมไปสู่สุคติสวรรค์
8.หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ไซซ์เล็กแต่มากด้วยคุณประโยชน์ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (Berries) เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องสุขภาพ มีร...
06/07/2022

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ไซซ์เล็กแต่มากด้วยคุณประโยชน์
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (Berries) เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องสุขภาพ มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน และยังเปี่ยมไปด้วยสารอาหารหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถรับประทานผลสดหรือนำมาทำน้ำผลไม้ปั่น แยม และเมนูขนมหวานได้หลากหลาย โดยเบอร์รี่ที่เราคุ้นเคย เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ และโกจิเบอร์รี่
การรับประทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นมีส่วนช่วยในการบำรุงสุขภาพ และลดความเสี่ยงของอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคต่าง ๆ เนื่องจากผลไม้ตระกูลนี้ให้แคลอรี่ต่ำ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี ไฟเบอร์ และแร่ธาตุอื่น ๆ ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็นโพแทสเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส แคลเซียม และโฟเลต
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผลไม้ไซซ์เล็กแต่มากด้วยคุณประโยชน์
ประโยชน์ของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
อนุมูลอิสระ (Free Radical) เป็นโมเลกุลที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายเมื่อเผาผลาญอาหาร หรือได้รับจากปัจจัยภายนอก เช่น รังสียูวี (UV) และควันบุหรี่ หากร่างกายมีอนุมูลอิสระมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์และนำไปสู่โรคต่าง ๆ
สารต้านอนุมูลอิสระมีส่วนช่วยลด Oxidation Stress หรือภาวะที่ร่างกายขาดความสมดุลระหว่างอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เซลล์เกิดการอักเสบและอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงหลายชนิด เช่น แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) และกรดเอลลาจิก (Ellagic Acid) จากผลการศึกษาพบว่าบลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ และแครนเบอร์รี่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น และโกจิเบอร์รี่มีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สร้างเม็ดเลือด ชะลอความเสื่อมของผิวตามวัย และต้านมะเร็ง
นอกจากนี้ สารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังช่วยบำรุงสายตา โดยอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-Related Macular Degeneration) ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้มีอายุมากกว่า 55 ปี รวมถึงช่วยป้องกันและชะลอความรุนแรงของต้อกระจก (Cataracts) ซึ่งช่วยให้สุขภาพสายตาดีได้ยาวนานขึ้น
2. ประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย เพราะเป็นพรีไบโอติก (Prebiotics) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ร่างกายย่อยไม่ได้ และเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ จึงช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหารและช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
นอกจากนี้ การรับประทานแครนเบอร์รี่อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infections) โดยช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ไม่ให้เกาะติดกับผนังกระเพาะปัสสาวะหรือระบบทางเดินปัสสาวะ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
3. ช่วยควบคุมน้ำหนัก
การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะช่วยให้รู้สึกอิ่มได้เร็วและนานขึ้น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ประกอบด้วยน้ำและไฟเบอร์สูง โดยเบอร์รี่แต่ละชนิดมีไฟเบอร์ต่างกัน เช่น ราสเบอร์รี่ 1 ถ้วยน้ำหนักประมาณ 123 กรัม มีไฟเบอร์สูงถึง 8 กรัม บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วย น้ำหนัก 148 กรัม มีไฟเบอร์ 3.6 กรัม และสตรอว์เบอร์รี่ 1 ถ้วย น้ำหนัก 144 กรัม มีไฟเบอร์ 3 กรัม
นอกจากนี้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ยังให้พลังงานต่ำเมื่อเทียบปริมาณแคลอรี่ในเบอร์รี่น้ำหนัก 1 ถ้วย ราสเบอร์รี่ให้พลังงาน 64 แคลอรี่ แบล็คเบอร์รี่ให้พลังงาน 65 แคลอรี่ และสตรอเบอร์รี่มี 48 แคลอรี่ ทำให้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนัก อย่างคนที่รับประทานอาหารคีโต (Ketogenic Diet)
4. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอล
แม้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว แต่ก็มีไฟเบอร์สูง โดยเฉพาะราสเบอร์รี่ จึงช่วยลดการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอล รวมทั้งช่วยให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง จากงานวิจัยบางส่วนพบว่าการรับประทานเบอร์รี่อาจให้การตอบสนองของอินซูลิน (Insulin) เร็วขึ้น ซึ่งอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่นำน้ำตาลในเลือดไปสร้างเป็นพลังงาน จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
นอกจากนี้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อาจช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ที่เป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ผลการวิจัยบางส่วนระบุว่าราสเบอร์รี่สีดำ (Black Raspberries) และสตรอว์เบอร์รี่มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในผู้ที่มีโรคอ้วนและผู้มีภาวะเผาผลาญอาหารผิดปกติ
5. เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุ
นอกจากสารต้านอนุมูลอิสระและไฟเบอร์ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และแบล็คเบอร์รี่เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และโฟเลตที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
โกจิเบอร์รี่มีไทอะมีน (Thiamine) หรือวิตามินบี 1 ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) หรือวิตามินบี 2 กรดนิโคตินิก (Nicotinic Acid) หรือวิตามินบี 3 และแร่ธาตุอื่น เช่น แมงกานีส แมกนีเซียม ทองแดง และซีลีเนียม
รับประทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ให้ได้ประโยชน์
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่สามารถรับประทานผลสดเป็นอาหารว่างแทนขนมขบเคี้ยว รับประทานในมื้อเช้ากับโยเกิร์ตและข้าวโอ๊ด หรือนำไปทำสลัด แซนด์วิช เค้ก พาย คุ้กกี้ น้ำผลไม้ปั่น และแยมผลไม้
ข้อมูลธงโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับคนไทยได้แนะนำปริมาณการรับประทานผลไม้วันละ 3–5 ส่วนตามช่วงอายุและกิจกรรมที่ทำ ได้แก่ เด็กรับประทานผลไม้วันละ 3 ส่วน วัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ทำงานที่ใช้พลังงานมาก และผู้สูงอายุควรรับประทานผลไม้วันละ 4 ส่วน สำหรับผู้ที่ต้องใช้พลังงานมาก ควรรับประทานผลไม้วันละ 5 ส่วน
ผลไม้แต่ละชนิดมีปริมาณแตกต่างกัน โดยผลไม้ 1 ส่วนในที่นี้หมายถึงปริมาณของผลไม้ที่ให้คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม หรือให้พลังงานประมาณ 60 กิโลแคลอรี่ หากเป็นผลไม้ผลเล็ก เช่น ลำไย ลองกอง องุ่น ปริมาณ 1 ส่วนจะเท่ากับ 5-8 ผล ทั้งนี้ ควรรับประทานผักและผลไม้ที่หลากหลายในแต่ละวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน
หากเป็นไปได้ ควรรับประทานเบอร์รี่สดแทนการรับประทานเบอร์รี่แช่แข็งหรือชนิดแปรรูป เช่น เบอร์รี่กระป๋องในน้ำเชื่อม ที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่าและมีน้ำตาลสูง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและผู้ป่วยเบาหวาน
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากมาย แถมยังมีรสชาติอร่อยถูกปากใครหลายคน วันนี้ลองเปลี่ยนจากการรับประทานขนมขบเคี้ยวมาเป็นเบอร์รี่ชนิดที่ชื่นชอบ หรือจะเพิ่มเบอร์รี่ในมื้ออาหาร ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพอยู่ไม่น้อย

ประโยชน์ของเห็ดมีอะไรบ้าง1. มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งในปี 2010 มีการศึกษาและถูกตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Biology ...
08/06/2022

ประโยชน์ของเห็ดมีอะไรบ้าง
1. มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง

ในปี 2010 มีการศึกษาและถูกตีพิมพ์ในวารสาร Experimental Biology and Medicine ได้ทดสอบเห็ด 5 ชนิด ได้แก่ เห็ดไมตาเกะ เห็ดคริมมินิเห็ดกระดุมสีน้ำตาล เห็ดนางรม และเห็ดกระดุมสีขาว พบว่าสามารถยับยั้งการเติบโตและการสืบพันธุ์ของเซลล์มะเร็งเต้านมได้

นอกจากนี้เห็ดหอมหรือเห็ดซิตาเกะ ยังมีสารเลนทิแนน (Lentinan) ซึ่งเป็นโมเลกุลของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยมะเร็งบางชนิดในระหว่างที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด แม้ว่าจะไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรง แต่จะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งอาจช่วยในการชะลอการเติบโตของเนื้องอกได้และยังฆ่าไวรัสและจุลินทรีย์โดยตรงในการศึกษาในห้องปฏิบัติการ

นักวิจัยในญี่ปุ่นได้ทำการศึกษาผู้ชายมากกว่า 36,000 คน พบว่าคนที่กินเห็ดเป็นประจำมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลง ส่วนคนที่กินเห็ด 3 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ที่กินเห็ดน้อยกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์

2. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน

สารเลนทิแนน (Lentinan) ที่พบได้ในเห็ดหอม เป็นสารที่สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพได้นอกจากนี้ยังมีสารเบต้ากลูแคน (Beta-Glucan) ที่พบได้ในเห็ดหอมและเห็ดทั่วไปหลายชนิด เป็นสารที่สามารถฟื้นฟูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างสมดุล ไม่มากเกินหรือน้อยเกินไปอีกด้วย

3. เห็ดช่วยลดไขมันในเลือด

เห็ดโดยทั่วไปแล้วจะไม่มีคอเลสเตอรอล แต่มีไฟเบอร์ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ในปี 2012 ได้มีการศึกษาและรายงานผลในวารสารนานาชาติ Medicinal Mushrooms ว่าเห็ดนางรมสีชมพูลดปริมาณไขมัน
ในเลือดของหนูทดลองที่มีระดับไขมันในเลือดสูงได้ ส่วนเห็ดหอมมีส่วนประกอบที่ช่วยการทำงานของตับ แถมยังขับคอเลสเตอรอลจากเส้นเลือด ป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดและรักษาระดับความดันโลหิตให้ปกติ รวมทั้งกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตให้ทำงานดีขึ้นอีกด้วย

4. เห็ดเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามิน B และวิตามิน D สูง

เห็ดเป็นอาหารไม่กี่ชนิดที่มีวิตามิน D มีรายงานว่าเห็ดกระดุมและเห็ดคริมมินิ มีปริมาณวิตามิน D สูง ซึ่งเห็ดคริมมินินั้นยังมีวิตามิน B12 ซึ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ เพราะมีวิตามินดังกล่าวอยู่ในเนื้อสัตว์ด้วย และวิตามิน B นับว่ามีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก เพราะเป็นตัวช่วยในการนำอาหารเข้าไปให้พลังงานกับร่างกาย ส่วนวิตามิน D ก็ช่วยให้ร่างกายของเราดูดซึมแคลเซียมที่ทำให้กระดูกแข็งแรง

5. เห็ดช่วยต่อต้านการอักเสบ

เห็ดช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้ช่วยลดอาการอักเสบของร่างกาย โดยเห็ดหลินจือเป็นเห็ดที่คนเอเชียนำมาใช้ทำยากันมานานนับพันปีแล้ว เพราะช่วยลดการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมพบว่ามีประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น ต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยลดอาการภูมิแพ้ และชะลอการเติบโตของเนื้อร้ายอีกด้วย

ราชาแห่งสมุนไพรจีน... เห็ดเป๋าฮื้อ➡️Abalon อาบาโลน สมุนไพรแห่งความหวัง💥อาบาโลน 1 เม็ดเท่ากับทานเห็ด 1 กิโลกรัม✨อบาโลน ช่...
04/06/2022

ราชาแห่งสมุนไพรจีน... เห็ดเป๋าฮื้อ
➡️Abalon อาบาโลน สมุนไพรแห่งความหวัง
💥อาบาโลน 1 เม็ดเท่ากับทานเห็ด 1 กิโลกรัม
✨อบาโลน ช่วยคุณเรื่องอะไรบ้าง✨
✔️ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย
✔️ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายไหลเวียนได้ดีขึ้น
✔️ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับที่ปกติ
✔️ ช่วยบรรเทา อาการของโรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน
✔️ช่วยบรรเทา โรคหวัด ลดน้ำมูก และอาการไข้
✔️ช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดี
✔️ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม
#เห็ดเป๋าฮื้อสกัดเข้มข้น #เห็ดเป๋าฮื้อ #โรคมะเร็ง #โรคเบาหวาน #ระบบไหลเวียนเลือด #กระเพาะอาหาร #กรดไหลย้อน #ริดสีดวง

โรคไตมีกี่ระยะ ?.....และวิธีการรักษาในแต่ละระยะเป็นอย่างไร ?การแบ่งระยะของโรคไตเรื้อรัง1. แบ่งระยะของโรคไตตามสาเหตุ และต...
02/06/2022

โรคไตมีกี่ระยะ ?.....และวิธีการรักษาในแต่ละระยะเป็นอย่างไร ?

การแบ่งระยะของโรคไตเรื้อรัง

1. แบ่งระยะของโรคไตตามสาเหตุ และตามโรคร่วม เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคพันธุกรรม โรคที่เกิดจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างทางกายวิภาคของไต เป็นต้น

2. แบ่งระยะตามระดับอัตราการกรองของไตหรือ eGFR (estimated glomerular filtration rate)

โดยเราจะแบ่งโรคไตเรื้อรังออกเป็น 5 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 หรือค่า eGFR มากกว่า 90% เป็นระยะที่อยู่ในระดับที่มีความเสี่ยงต่ำ

ระยะที่ 2 หรือค่า eGFR อยู่ในช่วงระยะ 60 - 89% เป็นระยะที่เราจะเริ่มประเมินและชะลอการเสื่อมของโรคไตเรื้อรัง

ระยะที่ 3 หรือค่า eGFR อยู่ในช่วงระยะ 30 - 60% เป็นระยะที่แพทย์จะเพิ่มการดูแลภาวะแทรกซ้อนของไต และต้องระวังในเรื่องของโรคหัวใจที่จะเป็นภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยโรคไตเสียชีวิตได้มาก

ระยะที่ 4 หรือค่า eGFR น้อยกว่า 30% เราจะต้องเริ่มคุยกันเรื่องการทำบำบัดทดแทนไต เพราะการฟอกไตไม่ว่าจะฟอกเลือดด้วยเครื่องฟอกไตเทียม การฟอกไตทางหน้าท้อง หรือการปลูกถ่ายไต

ระยะที่ 5 เมื่อ eGFR น้อยกว่า 15% แพทย์จะเริ่มการบำบัดทดแทนไต ตามที่ได้ปรึกษากันแล้วก่อนหน้านี้ โดยเริ่มการบำบัดทดแทนไตในเวลาที่เหมาะสม
ปรึกษาสุขภาพฟรี 080-2895953

มะเร็งตับตอนนี้คนเป็นอันดับ 1 ของโลกสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม ตับก็เปรียบเสมือนโรงงานที่มีหน้าที่เผาผลาญ 🔹ผลิตฮอร์โมน🔹ผลิต...
02/06/2022

มะเร็งตับ
ตอนนี้คนเป็นอันดับ 1 ของโลก
สิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม ตับก็เปรียบเสมือนโรงงานที่มีหน้าที่เผาผลาญ
🔹ผลิตฮอร์โมน
🔹ผลิตน้ำดี
🔹สะสมวิตามิน
🔹ปรับระดับของกรดอะมิโน
🔹เก็บพลังงาน
🔹สร้างโปรตีน
🔹สร้างให้เลือดแข็งตัว
🔹สร้างภูมิต้านทาน
🔹กลั่นกรองของเสีย

การตรวจวัดค่ามะเร็งต้องมีปริมาณที่มากพอเครื่องถึงจะตรวจจับได้ ระยะแรกๆจะไม่ค่อยเจอจะเจอในระยะที่ 3-4

SIETE ซีเอเต้- โพรไบโอติก ดีท๊อกซคุณสมบัติ :• ระบบขับถ่าย และลำใส้ ช่วยเพิ่มจุรินทรีย์ดีในลำใส้• ระบบหลอดเลือด และหัวใจ ...
01/06/2022

SIETE ซีเอเต้- โพรไบโอติก ดีท๊อกซ

คุณสมบัติ :

• ระบบขับถ่าย และลำใส้ ช่วยเพิ่มจุรินทรีย์ดีในลำใส้

• ระบบหลอดเลือด และหัวใจ ช่วยปรับระดับความดัน

• ระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง

• ระบบเผาผลาน และควบคุมน้ำหนัก กระตุ้นต่อมไทรอย

• ระบบประสาท และสมอง ช่วยเรื่องความจำ

• ระบบผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอย ผิวสว่างกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์ และลดรอยด่างดำบนใบหน้า

• ระบบฮอร์โมน ช่วยปรับสมดุล ลดอาการผิดปกติ ของภาวะวัยทอง

• ระบบการมองเห็น ช่วยดูแลสายตา ตาบอดกลางคืน

• ดูแลตับอ่อน ช่วยขับล้างสารพิษ ควบคุมระดับน้ำตาล

ส่วนประกอบ : ไซเลี่ยมฮัสก์, ไคโตซาน, สารสกัดจากบุก, พาร์เชียลลี่ไฮโดรไลซ์กัวร์กัม, สารสกัดจากกระบองเพชร,

แอล-ฟี นิอะลานิน, แอล-คาร์นิทีน, โครเมี่ยมพิโคลิเนท สารสกัดจากชาเขียว, สารสกัดจากเมล็ดกาแฟเขียว (ไม่คั่ว),

สารสกัดจากส้มแขก ฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์, เบต้ากลูแคน, สารสกัดจากราสเบอร์รี่, ซิตรัสไบโอฟลาโว นอยด์,

สารสกัดจากมะม่วง, โคเอ็นไซม์คิว 10, สารสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลี สารสกัดจากอัลฟาฟ่า

วิธีรับประทาน : เทพลิตภัณฑ์ 1 ซอง 15 กรัม. ลงในน้ำอุณหภูมิห้อง (ก่อนนอน)

📣📣 “เห็ด” อาหารต้านโรคร้าย‼🥰เห็ดมีมากมายหลายชนิดทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเห็ดที่กินได้ เห็ดมีสารอา...
01/06/2022

📣📣 “เห็ด” อาหารต้านโรคร้าย‼🥰

เห็ดมีมากมายหลายชนิดทั้งที่กินได้และกินไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเห็ดที่กินได้ เห็ดมีสารอาหารโปรตีนสูง รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก, ฟอสฟอรัส, แคลเซียม โดยเฉพาะมีเกลือแร่ เช่น ซิลิเนียม ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

นอกจากนี้ เห็ดยังอุดมไปด้วยวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบีรวม (ไรโบฟลาวิน) และไนอาซิน ซึ่งจะช่วยควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร

ที่สำคัญเห็ดมีคุณค่าทางอาหารที่สามารถทดแทนเนื้อสัตว์ได้ แต่ไม่มีโคเลสเตอรอลที่เป็นอันตรายต่อระบบไหลเวียนของโลหิต เห็ดจึงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีสรรพคุณทางยามากมาย ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน อัลไซเมอร์ หลอดเลือดหัวใจอุดตัน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น

เห็ดเป๋าฮื้อสกัดเข้มข้น ส่วนประกอบ : เห็ดเป๋าฮื้อสกัดเข้มข้น 100%วิธีรับประทาน : รับประทานเช้า 1-2 เม็ด/ เย็น 1-2 เม็ด ห...
31/05/2022

เห็ดเป๋าฮื้อสกัดเข้มข้น

ส่วนประกอบ : เห็ดเป๋าฮื้อสกัดเข้มข้น 100%

วิธีรับประทาน : รับประทานเช้า 1-2 เม็ด/ เย็น 1-2 เม็ด หลังอาหารทันที

‼เสียดายผู้ป่วยมะเร็งที่แอบใช้น้ำมันกัญชา ไม่ได้อ่าน 👀⁉🌿โดยในขณะนี้ได้มีผู้ป่วยจำนวนมากแอบใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคของตัวเอง...
31/05/2022

‼เสียดายผู้ป่วยมะเร็งที่แอบใช้น้ำมันกัญชา ไม่ได้อ่าน 👀⁉

🌿โดยในขณะนี้ได้มีผู้ป่วยจำนวนมากแอบใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคของตัวเองและคนในครอบครัว ทั้งๆที่ผู้ป่วยเหล่านี้ต่างก็มีความวิตกกังวลในคุณภาพของกัญชาที่แอบใช้กันอยู่ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าจำเป็นต้องใช้ จำเป็นต้องซื้อเพราะดีกว่าไม่มีให้ใช้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ป่วยที่มีการแอบใช้กันมากที่สุดในเวลานี้คือ ”ผู้ป่วยโรคมะเร็ง” !!!!🛌

เพราะไม่ว่าสรรพคุณของกัญชาที่ว่า ทำให้นอนหลับ, ลดอาการปวด, ทำให้เจริญอาหาร, ทำให้ผ่อนคลายลดความเครียด สรรพคุณเหล่านี้อาจจะสามารถทดแทนด้วยยาอย่างอื่นได้
แต่ที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนมากที่ต้องมาแอบใช้กัญชา🧪 ถึงขั้นยอมเสี่ยงคดีอาญาหรือยอมเสี่ยงที่จะมีอาการต่อจิตประสาท หรือแม้แต่กล้าที่จะใช้ทั้งๆ ที่มีข้อสงสัยเรื่องคุณภาพของกัญชา เพราะผู้ป่วยโรคมะเร็งเหล่านั้นหวังผลไปไกลกว่านั้นคือเชื่อว่า “กัญชาจะช่วยรักษาโรคมะเร็ง”ได้
“ใช้น้อยไม่หาย ใช้มากไม่ตาย” คือคำเชิญชวนของพ่อค้าน้ำมันกัญชาสกัดรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งที่ขายใต้ดินกันอย่างเอิกเกริก เพราะถ้าผู้ป่วยใช้กัญชาตามคำเชิญชวนอย่างนั้นก็ยิ่งทำให้พ่อค้าน้ำมันกัญชาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
“น้ำมันกัญชา” ที่มีการแอบใช้ใต้ดินกันอยู่ในขณะนี้ คือการใช้กัญชาอัดแท่ง เอามาละลายสารสำคัญให้ออกมาด้วยเอธานอล 95%-98% แล้วกรองกากกัญชาออกไป จากนั้นก็ต้มแอลกอฮอล์ที่ละลายสารสำคัญของกัญชาออกมาด้วยหม้อหุงข้าวหรือดูดีขึ้นมาอีกนิดคือใช้หลอดแก้วทดลองต้มโดยใช้เตาไฟฟ้าหรือหม้อหุงข้าว เพื่อใช้ความร้อนเพื่อไล่แอลกออฮอล์ออกไปจนเกือบหมดจนเหลือเพียงน้ำมันสีดำ หลังจากนั้นของเหลวน้ำมันที่เหลืออยู่พอจะเทออกได้ ก็มีนำไปใส่ถ้วยเล็ก ๆ เพื่อไปไล่แอลกอฮอล์ขั้นสุดท้ายในเตาอุ่นถ้วยกาแฟ จนเหลือแต่น้ำมันเหนียวข้นคล้ายยางมะตอยในอุณหภูมิปกติ เมื่อจะนำมาใช้งานก็ต้องนำมาอุ่นอีกครั้งให้พอเหลวตัว และบางคนก็ผสมกับน้ำมันชนิดอื่น เช่นน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกเพื่อให้เหลวตัวสะดวกในการใช้งาน
สถานการณ์ของประเทไทยในเวลานี้พบว่ามีความต้องการใช้กัญชาในทางการแพทย์มากขึ้นนั้น ก็ยิ่งทำให้สารสกัดในน้ำมันกัญชามีไม่เพียงพอ และคุณภาพที่ได้ก็เจือจางลงไปมาก

พ่อค้าบางรายมีการใช้กากกัญชามาสกัดซ้ำหลายๆ รอบเพื่อประหยัดต้นทุน บางรายผสมน้ำมันมะพร้าวไปในสัดส่วนที่มากจนทำให้สารสำคัญยิ่งน้อยลงไปอีก ไม่ต้องพูดถึงการเร่งสกัดด้วยอุณหภูมิสูงๆหรือไม่ควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งเป็นผลทำให้สารสำคัญหายไปกับแอลกอฮอล์ที่ระเหยออกไปด้วย

ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ขอให้ผู้แอบใช้น้ำมันกัญชาทั้งหลายโปรดสังเกตผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาที่แอบใช้กันอยู่ในขณะนี้ว่าเหลวตัวมาก ไม่เหนียวข้นเหมือนยางมะตอย และมีกลิ่นกัญชาเจือจางมาก

แต่ก็อีกนั่นแหละ เนื่องจากกัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้แอบใช้กัญชาส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นของเปรียบเทียบว่าสินค้าที่มีคุณภาพนั่นเป็นอย่างไร ทำให้พ่อค้าขายน้ำมันกัญชาจะขายในราคาเท่าไหร่ก็ได้ เจือจางเท่าไหร่ก็ได้ สารสำคัญจะเหลือเท่าไหร่ก็ได้ และอาจมีการปนเปื้อนสิ่งแปลกปลอมอย่างอื่นได้ด้วย เนื่องจากกัญชาเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายทั้งผู้ครอบครอง ผู้เสพ ดังนั้นจึงไม่มีองค์กรใดที่จะสามารถช่วยตรวจสอบคุณภาพกัญชาให้ผู้ป่วยได้เลย

นั่นหมายความว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งนอกจากจะต้องซื้อสารสกัดกัญชาที่แพงมหาศาลแล้ว ยังอาจได้ของคุณภาพต่ำด้วย และบางครั้งก็คิดว่าได้สินค้าราคาไม่แพงแต่น้ำมันกัญชาที่ได้กลับเจือจางมาก ทำให้ต้องใช้น้ำมันกัญชาในปริมาณที่มากกว่าคนอื่นทั้งโลก และนี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงได้ต้องเป็นสโลแกนของพ่อค้าขายน้ำมันกัญชาบางรายว่า “ใช้น้อยไม่หาย ใช้มากไม่ตาย”
แต่ข่าวร้ายที่ไม่ค่อยได้ยินความจริงอีกด้านหนึ่งคือ มีผู้ป่วยโรคมะเร็งที่แอบใช้ “น้ำมันกัญชา” เสียชีวิตไปแล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้น้ำมันกัญชาเป็นยาเดี่ยวที่คิดว่าจะสามารถเป็นยารักษาโรคมะเร็งด้วยการใช้น้ำมันกัญชาเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องทำอย่างอื่นเลย

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่หายป่วยจากโรคมะเร็งโดยใช้น้ำมันกัญชานั้นก็มีอยู่จริงในโลกใบนี้ แต่คนเหล่านั้นเกือบทั้งหมดผ่านกระบวนการรักษาอย่างอื่นมาแล้ว หรือไม่ก็มีการบูรณาการหลายศาสตร์เข้ามาร่วมในการรักษาด้วย
ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนหนึ่งที่ผ่านการคีโมบำบัดแล้วเมื่อใช้สารสกัดกัญชาก็มีอาการดีขึ้น ลดการอาเจียน ลดอาการปวด รับประทานอาหารได้ นอนหลับ ลดความเครียด เมื่ออาการเหล่านี้ลดลงจึงทำให้หายป่วยได้แต่เฉพาะสรรพคุณยาในยุคปัจจุบันที่มีการจดสิทธิบัตรว่าสารสำคัญในกัญชาว่าช่วยลดอาการปวด, ทำให้นอนหลับ, เจริญอาหาร, ลดอาการเครียด, ฯลฯ สรรพคุณเหล่านี้เป็นสิ่งที่ชาวเอเชียซึ่งเป็นต้นกำเนิดในการใช้กัญชานั้นรู้มานานมากแล้วนับหลายพันปี ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย
ยกเว้นกรณีของโรคมะเร็งสมองที่ดูเหมือนจะมีข่าวดีจากกรณีศึกษาว่าสารสกัดจากกัญชามีโอกาสที่จะช่วยลดมะเร็งสมองได้ก้าวหน้ามากกว่าโรคมะเร็งชนิดอื่นในขณะนี้
อย่างไรก็ตามสารสำคัญอย่าง THC ที่สกัดออกมาจากัญชามีผลเสียอยู่หลายด้าน เป็นผลทำให้มนุษย์ใช้ได้ในปริมาณอย่างจำกัด ดังนั้นผลงานวิจัยส่วนใหญ่ในโลกใบนี้ที่จะถึงขั้นใช้กัญชารักษาโรคมะเร็งในมนุษย์จึงยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร

ขอบคุณข้อมูลจาก mgronline. com

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66802895953

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เสริมภูมิคุ้มกันดูแลโรคเบาหวาน มะเร็ง ซีสต์และโรคเสื่อมNcdsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์