24/08/2026
🏃🏻♀️🏃🏽♂️💨 นักวิ่งที่ได้คุยกับ มนวร เรื่องท่าวิ่งจะได้ยินที่ มนวร พูดถึงการเอนตัวไปด้านหน้า
ฟังดี ๆ นะ “เอนตัว” ไม่ใช่ “พับตัว” ค่ะ
ความต่างคือ
⭐️ เอนตัว คือ ร่างกายท่อนบนกับสะโพกเอนไปด้านหน้าพร้อม ๆ กัน = lean forward
❎ พับตัว คือ แนวของลำตัวกับสะโพกมีการทำมุมเกิดขึ้น ซึ่งโดยมากคือการพับลำตัวลงมาทำให้เกิดมุมที่ด้านหน้าสะโพก ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อ hip flexor สั้นลง และออกแรกได้ยากขึ้นค่ะ
(ในคนที่วิ่งเร็ว ถ้าพับตัวแบบนี้ hip flexor จะออกแรงสร้าง power ได้ยาก >> ขาหนีบทำงานหนัก เจ็บขาหนีบไปอี้ก)
!! พนักงานออฟฟิศ หรือคนที่นั่งนาน ๆ ที่ทำให้ hip flexor ตึงมักจะกลายเป็นกลุ่มสะโพกพับ และมีหลังแอ่นก้นงอนได้บ่อยค่ะ
---------
อีกคำที่ มวนร ชอบพูดถึงคือคำว่ายืดตัว หรือ stay tall
ซึ่งก็คือการยืดลำตัวขึ้นตรง เพื่อให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวถูก pack และส่งแรงไปที่แขนขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ย้วยไปมา และยังทำใหายใจได้ดีขึ้นด้วยค่ะ
(no more นักวิ่งตัวกุ้ง 🤣)
⭐️ ยืดตัวตรง แขม่วท้องเล็กน้อย ไม่แอ่นก้น/หลัง เพราะจะทำให้ปวดหลังได้
❎ แอ่นหลังขึ้น (ก้นงอน) ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อหลังหดตัว hip flexor เกร็งขึ้น ส่งผลยาวไปถึงกล้ามเนื้อก้น และกล้ามเนื้อ hamstring ออกแรงได้ยากขึ้น วิ่งยังไงก็ไม่เร็วซักที แถมยังต้องดันแรงจากส่วนอื่นเพิ่ม เช่น หน้าขา กับน่องจนพังค่ะ
----------
⁉️ คราวนี้ เราจะทำ 2 อย่างพร้อมกันยังไงคะ??
เทคนิคจากคุณครูของ มนวร คือ
ให้คิดว่ามีไม้เสียบลูดชิ้น จิ้มตั้งแต่หัวไปออกที่ก้นค่ะ
(ตามภาพ)
ให้คิดว่ามีไม้เสียบลูกชิ้นคาอยู่ตลอดการวิ่ง
การ lean forward + stay tall ก็จะเกิดขึ้นได้
แต่ถ้ารูปร่าง posture เดิมหลังแอ่นอยู่แล้ว ระหว่างวิ่งให้ลอง tilt / หมุนข้อสะโพกต้านความแอ่นของหลังกลับมาเล็กน้อย พร้อมกับแขม่วท้องไปด้วย
สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
เราจะรู้สึกว่า
>> เราจะไหลไปด้านหน้าเร็วขึ้นแบบใช้แรงน้อยมาก
📍ยิ่งถ้าทำควบคู่ไปกับการยกส้นแตะยก แตะยก (ที่เคยเล่าให้ฟังใน post ก่อน ๆ ก็จะทำให้วงรอบขาสม่ำเสมอ และได้ stride length ที่ต้องการได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ
ถ้าไม่เชื่อ ไปลองดูได้นะคะ 😗😆
ปล. แปะยกส้นไว้ในเม้นล้าวววว
#รัก
#หมอแพนและเข็มของเขา
#หมอแพนและนักกายภาพของเขา
#หมอแพนและโค้ชพี่เอิ๊ก