HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัด

HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัด คลินิกกายภาพบำบัด&สตูดิโอพิลาทิสแบบสไตล์โฮมมี่🏡
🌈Physiotherapy clinic- Private Studio pilates

DNS C Course 🏋🏻💪🏻
05/07/2026

DNS C Course 🏋🏻💪🏻

01/06/2026
กล้ามเนื้อแข็งแรงได้ทุกวัย 💪🏻😎
14/04/2026

กล้ามเนื้อแข็งแรงได้ทุกวัย 💪🏻😎

สิ่งที่ได้จากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ภาพข้างล่างคือภาพจาก MRI Scan บริเวณกลุ่มกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (quadriceps) แบบตัดขวาง

ภาพบน - จากขาของนักไตรกีฬาอายุ 40 ปี
ภาพกลาง - จากขาของชายวัย 74 ปีที่ไม่ได้ออกกำลังกาย (sedentary)
ภาพล่าง - จากขาของนักไตรกีฬาวัย 70 ปี

จะเห็นว่าสภาพกล้ามเนื้อของภาพบนสุด (นักไตรอายุ 40) และล่างสุด (นักไตรอายุ 70) แทบไม่ต่างกัน นั่นคือแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่ฝ่อ และมีสัดส่วนไขมันน้อยมากๆ เทียบกับชายวัย 74 ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย

เปเปอร์นี้มาจากการศึกษาของนักวิจัยและแพทย์ประจำแผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ มหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์ก สหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ในวารสาร The Physician and Sportsmedicine Vol 39 Issue 3 ในปี 2011

กลุ่มทีมงานนักวิจัยตั้งคำถามกับแนวคิดที่ว่าเมื่อเราอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อเราก็จะฝ่อ ทำงานได้แย่ลง ทำให้สภาพร่างกายโดยรวมเสื่อมลง ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ยาก นำไปสู่อุบัติเหตุต่างๆ เช่นอาการล้มของคนชรา แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า? เราจะมีสุขภาพกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ไหมถ้าเราออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อเป็นประจำไปตลอดจนแก่?

กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ใช้คนคนในวัย 40-81 ปีจำนวน 40 คน ที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์เปรียบเทียบกับคนในอายุวัยเดียวกัน (โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุ 70+) ที่ไม่ออกกำลังกาย

ผลการศึกษาสรุปว่า แนวคิดที่ว่าแก่แล้วกล้ามเนื้อจะฝ่อลง ใช้งานได้ไม่ดีเหมือนเดิมนั้นไม่เป็นความจริงเสมอไป ปัจจัยสำคัญคือตัวเราเองเลือกใช้ชีวิตอย่างไรมากกว่า โดยเฉพาะปัจจัยเรื่องการออกกำลังกายและอาหารที่ทานเข้าไป

ปัจจัยอายุจึงไม่ใช่ตัวกำหนดสุขภาพของเรา ถึงจะแก่ลงแต่ก็ยังแข็งแรงได้ นักวิจัยกล่าวว่าถ้าเราขยันออกกำลังกายถึงแม้จะอายุมากแล้ว ก็ยังสามารถรักษามวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะเรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ทีมวิจัยพบว่า ความสามารถในการออกแรง วัดจาก Peak torque ของนักไตรกีฬาวัย 40 และ 70 นั้นแทบไม่ต่างกัน ถึงความสามารถในการออกแรงของกล้ามเนื้อโดยรวมจะเริ่มลดลงหลังวัย 60 แต่โดยเฉลี่ยแล้วไม่ได้ต่างกับช่วงวัย 40 อย่างเป็นนัยสำคัญตามอายุที่เพิ่มขึ้น

งานวิจัยชิ้นนี้ให้ความหวังว่าถึงจะอายุมากขึ้นก็ไม่ต้องหมดหวังว่าผู้สูงอายุจะดูแลตัวเองไม่ได้ หากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และอยากส่งเสริมให้ทุกคนออกกำลังกายในทุกช่วงชีวิต

ใครสนใจอ่านเปเปอร์ตัวเต็มได้ที่นี่ครับhttps://www.linsladephysiotherapy.co.uk/physio4u/wp-content/uploads/2014/07/rpsm.2011.09.1933_secure.pdf

ปล สวัสดีปีใหม่ครับ

Pilates for Scoliosis (16hours of training)22-23 jan 2026 💛
23/01/2026

Pilates for Scoliosis
(16hours of training)
22-23 jan 2026 💛

06/12/2025

🎄Happy New Year 2026 &Merry Christmas with Healthyhomeclinic🎅🏻
ปีนี้คลินิกเราขอมอบโชค2ต่อให้คนไข้เป็นของขวัญปีใหม่ค่าา 💞

ต่อที่1
กดดาว⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
พร้อมรีวิว ใส่รูปสักเล็กน้อย 👇🏻
* Map: bit.ly/328nhK7
แลกรับฟรี !
คุกกี้คริสมาส🍪🎄
ตั้งแต่วันที่6ธ.ค.68 เป็นต้นไป

ต่อที่2
กดติตามช่องทางของคลินิก หรือกดรีวิวในเฟสบุ๊ค,Tag Storyร้านในไอจีของท่านพร้อมตั้งสาธารณะ
* FB: bit.ly/3oU0R8q
* IG:bit.ly/3atGoPF
* Tiktok: bit.ly/3pfAXvf

รับสิทธิ์กดคูปองจับฉลาก
ในไลน์ 1ท่านต่อ1สิทธิเท่านั้น

ลุ้นรางวัล 🩷
Pilates Private Free class ! 💗 มูลค่า1,500฿ #คลินิกกายภาพบำบัด
จำนวน3รางวัล
แล้วพบกันค่า❤️ #นาคนิวาส #โชคชัยสี่

Applied Kinesiology with Nutrition,Allergy,Toxicity,Emotional analysis 1st group of Dr.John Pichler 🇬🇧  ,Do.,Ak.7-11 Nov...
15/11/2025

Applied Kinesiology with Nutrition,Allergy,Toxicity,Emotional analysis 1st group of
Dr.John Pichler 🇬🇧 ,Do.,Ak.
7-11 Nov 2025

เป็นคลาสที่เปิดโลกมากๆใน5วันเต็ม
สนุกสนานกับเพื่อนๆในคลาสที่ช่วยกันดิสคัส ถกเถียง มึนงง สนุกไปด้วยกัน ขอบคุณพี่จอย
ที่ชวนมาเรียน สนุกจริง เป็นว้าว หึ้ยย อึ้ง ตลอดคลาส

ดีใจที่ได้เจออ.จอร์น ที่ได้ฟังเรื่องราวการใช้ชีวิตและการทำงานของ Osteopathที่อังกฤษ ,ซึ่งถามอะไรไป อ.จอร์นยินดีตอบทุกอย่าง ดิสคัสร่วมกัน อย่างเมามันส์ ได้มุมมองการมองชีวิต ในอีกมุมนึง😎💕

การใช้AKในครั้งนี้ต่างจากที่คิดไว้มาก
ซึ่งแน่นอนว่าการตรวจในแต่ละครั้ง อาจจะเหมือนหรือต่างกัน ขึ้นกับหลายปัจจัย
เราต้องฝึกควบคุมตัวแปลในการตรวจ
และเทียบกับผลทางMedical Lab

เจอความสัมพันธ์ของสามเหลี่ยม
Structure-Emotional-Nutrition
ที่ทำให้เราต้องกลับมาทำSelf awareness ร่างกายและจิตใจมากๆ
ว่าเราควรปรับตรงไหนบ้างและเปิดหนังสือเช็คทีละอย่าง

บางสารอาหาร เราดูเหมือนขาด
แต่ร่างกายยังไม่สามารถรับได้
บางอย่างกินไปเยอะ เกินความจำเป็น
หรือEmotion ที่คิดว่าควบคุมได้กลับมีผลต่อNeuromuscular ทำให้เกร็งเฉย

และเพื่อนร่วมคลาสทุกท่าน
ที่มาช่วยกันเป็นซับเจคและเรียนรู้กันอย่างสนุกสนาน 😉✌🏻

เจอกันคลาสต่อไปค้าาา

Movement is the medicine🤸🏻💗    #คลินิกกายภาพบำบัด
15/11/2025

Movement is the medicine🤸🏻💗 #คลินิกกายภาพบำบัด

ก้มคอในมุมที่พอดีกันน้าา🩷
13/11/2025

ก้มคอในมุมที่พอดีกันน้าา🩷

📱 Dr. W EP 236: "Text Neck" (ก้มคอเล่นมือถือ)... "ตัวการ" ทำปวดคอจริงหรือ? 🧐 งานวิจัย (2025) ชี้: "ไม่เกี่ยว!"... แต่ "นอนน้อย" กับ "ไม่ขยับตัว" นี่สิ... "ใช่เลย!"

สวัสดีครับ! Dr. W กลับมาอีกครั้งครับ! วันนี้เราจะมา "ทลาย" หนึ่งในความเชื่อที่ฝังหัวคนในยุคดิจิทัลมากที่สุด นั่นคือ "ภาวะก้มคอเล่นมือถือ" หรือ "Text Neck" (TN) ครับ

ความเชื่อดั้งเดิม (The "Old" Belief)
ในอดีต (และในคลินิกหลายแห่งในปัจจุบัน) คำตอบของคำถามว่า "ท่าทางที่ไม่ดีทำให้ปวดหรือไม่?" คือ "ใช่!" อย่างรวดเร็วและชัดเจน

แนวคิดที่ว่าการก้มคอ (Cervical Flexion) เพื่อมองสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานๆ คือ "สาเหตุ" ที่ทำให้เกิดอาการปวดคอ ยังคงเป็นความเชื่อที่แพร่หลายอย่างมาก และมันก็ดูสมเหตุสมผล... เพราะ:

อาการปวดคอ เป็นสาเหตุอันดับ 4 ของความพิการทั่วโลก

คนเราใช้มือถือเยอะขึ้นมาก (เช่น ในงานวิจัยนี้ ชาวบราซิลใช้เวลา 32% ของเวลาตื่นนอนไปกับสมาร์ทโฟน)

การเชื่อมโยงว่า "ก้มคอเยอะ = ปวดคอ" จึงดูเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา แต่... มันเป็น "สาเหตุ" จริงหรือ?

📘 การศึกษาวิจัย: การติดตามผลระยะยาว (Correia et al., 2025)
มีงานวิจัยชิ้นใหม่ (A Longitudinal Investigation) ตีพิมพ์ใน Brazilian Journal of Physical Therapy โดย Correia และคณะ (2025) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบคำถามนี้โดยเฉพาะ

พวกเขาต้องการดูว่า "Text Neck" เป็น "ปัจจัยเสี่ยง" (Risk Factor) ที่ทำให้เกิดอาการปวดคอในอนาคตหรือไม่ โดยพิจารณาปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์และจิตสังคมควบคู่ไปด้วย

วิธีการศึกษา (Methods):
นี่คือส่วนที่strongของงานวิจัยนี้ครับ... แทนที่จะไปถามคน "ที่ปวดคออยู่แล้ว" (ซึ่งอาจมีอคติ)...

คัดกรองกลุ่มตัวอย่าง "ที่สุขภาพดี": นักวิจัยรับสมัครผู้ใหญ่ 457 คน (อายุเฉลี่ย 27 ปี) ที่ "ไม่มี" อาการปวดคอในปัจจุบัน

วัดค่าพื้นฐาน (Baseline):

พวกเขา "วัด" องศาการก้มคอ (Cervical flexion angle) ของผู้เข้าร่วมแต่ละคนจริงๆ ในขณะที่กำลังพิมพ์ข้อความ ทั้งในท่ายืนและท่านั่ง เพื่อดูว่าใครมีภาวะ "Text Neck" มากน้อยแค่ไหน

พวกเขายังเก็บข้อมูลปัจจัยอื่นๆ อย่างละเอียด: ไลฟ์สไตล์ (คุณภาพการนอน, การออกกำลังกาย, ความเครียด), ปัจจัยจิตสังคม, และชั่วโมงการใช้สมาร์ทโฟน

ติดตามผล (Follow-up): นักวิจัย "รอ" เป็นเวลา 1 ปี แล้วกลับไปถามคนกลุ่มนี้อีกครั้ง (ตอบกลับ 396 คน) เพื่อดูว่ามีใคร "พัฒนา" อาการปวดคอขึ้นมาใหม่บ้าง

📊 ผลลัพธ์: "หักปากกาเซียน!" (The Results)
หลังจากผ่านไป 1 ปี... มีผู้เข้าร่วมประมาณ 10% ที่รายงานว่าเกิดอาการปวดคอขึ้นมาใหม่ แต่เมื่อนักวิจัยนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์... นี่คือสิ่งที่พวกเขาค้นพบ:

1. The "Myth-Buster" (Text Neck "ไม่เกี่ยว"):
องศาการก้มคอ (Text Neck posture) "ไม่" มีความสัมพันธ์ หรือ "ไม่" สามารถทำนายได้เลยว่าใครจะปวดคอในอีก 1 ปีข้างหน้า

สรุปง่ายๆ คือ: คนที่ก้มคอเยอะ (Text Neck) "ไม่" ได้มีความเสี่ยงที่จะปวดคอในอนาคต มากไปกว่าคนที่ไม่ก้มคอเลย!

2. The "Real Culprits" (ตัวการที่ "ใช่"):
แต่งานวิจัยนี้ "พบ" ความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการเกิดอาการปวดคอ กับปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ 2 ข้อ คือ:

-คุณภาพการนอนที่ต่ำ (Low Sleep Quality)
- ระดับการออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ (Insufficient Levels of Physical Activity)

💡 Dr. W's Take: ข้อคิดและการนำไปใช้
งานวิจัยนี้ไม่ได้บอกว่า "ท่าทาง" ไม่มีอยู่จริง... แต่มันบอกเราว่า "ความสำคัญ" ของมันถูกประเมินไว้ "สูงเกินจริง" (Overrated) โดยเฉพาะในแง่ของการเป็น "สาเหตุ" ของความเจ็บปวด

1. เปลี่ยนโฟกัส: จาก "ท่าทาง" สู่ "ความทนทาน" (Posture vs. Resilience)
งานวิจัยนี้สนับสนุนแนวคิด "Allostatic Load Model" ของความเจ็บปวด

ลองนึกภาพว่าร่างกายเรามี "แก้วน้ำ" (ความทนทาน) อยู่หนึ่งใบ... "การก้มคอเล่นมือถือ" อาจเป็นแค่ "น้ำหยดเล็กๆ" ที่เติมลงไป... แต่ตัวการที่แท้จริงที่ทำให้ "น้ำล้นแก้ว" (เกิดอาการปวด) คือ "ความเครียด" ก้อนใหญ่ๆ อย่าง "การนอนไม่พอ" และ "การไม่ออกกำลังกาย" ครับ

แทนที่เราจะไปหมกมุ่นกับการ "จัดท่า" ให้น้ำหยดเล็กๆ นั้นหายไป... เราควรไปโฟกัสที่การ "เพิ่มขนาดของแก้ว" (สร้างความทนทาน) ด้วยการนอนให้ดีและออกกำลังกายให้เพียงพอครับ

2. "ท่าที่ดีที่สุด คือ ท่าต่อไป" (The Next Posture is The Best Posture)
เราควรส่งเสริม "ความหลากหลายในการเคลื่อนไหว" (Movement Abundance) มากกว่าการยึดติดกับ "มาตรฐานท่าทางที่ถูกต้อง" เพียงท่าเดียว

การ " demonizing" (ตีตราว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย) ท่าทางบางอย่าง (เช่น การก้มคอ) ในคนที่ "ยังไม่ปวด" นั้น... ไม่เพียงแต่ "ไม่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐาน" แต่ยังอาจ "ไม่มีประโยชน์" (Unproductive) อีกด้วย

3. ‼️ "ห้ามเข้าใจผิด!" (The Critical Nuance)... แล้ว "ท่าทาง" ยังสำคัญในคลินิกหรือไม่?
สำคัญครับ! ...แต่เราต้องเปลี่ยน "เหตุผล" ในการใช้มัน

งานวิจัยนี้ศึกษาคน "ที่ยังไม่ปวด" (Pain-free)

แต่สำหรับคนไข้ "ที่กำลังปวด" (In pain)... การปรับท่าทาง (Modifying posture) ยังคงเป็นเครื่องมือที่ "มีประโยชน์มาก" และ "ทำได้ง่าย" ครับ
เราปรับท่าทาง "ไม่ใช่" เพราะท่าเดิมมัน "ผิด" หรือ "เป็นสาเหตุ" ของอาการปวด... แต่เราปรับเพื่อ "ปรับเปลี่ยนอาการ" (Modulate Symptoms) ชั่วคราว

พูดง่ายๆ คือ: ถ้าคนไข้ปวดคอเวลาก้ม... เราก็แค่บอกให้เขา "ลองเงยหน้าขึ้นหน่อย" หรือ "หาอะไรมารองมือถือให้สูงขึ้น"... เพื่อ "ลด" การกระตุ้นในบริเวณที่มันกำลัง "ไว" (Sensitive) อยู่... มันคือการ "หรี่เสียง" ชั่วคราว ไม่ใช่การ "ซ่อมลำโพง" ครับ

สรุปทางคลินิก: หยุด "โทษ" ท่าทางครับ... แต่จง "ใช้" ท่าทางเป็นเครื่องมือในการจัดการอาการ... และหันไปโฟกัสที่ "การสร้างเสริมสุขภาพโดยรวม" (การนอนหลับ และ การออกกำลังกาย) ซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงในการป้องกันอาการปวดครับ

✨ เคสตัวอย่างจากคลินิก: เมื่อ "แก้ท่าก้ม" มาเป็นปี... แต่ลืม "แก้ที่การนอน" ✨

คุณมาย อายุ 27 ปี เป็นพนักงานออฟฟิศ มาที่คลินิกด้วยปัญหา ปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง

การประเมิน (Assessment):
➡️ Subjective: คุณมายเล่าว่า: "ปวดคอมากค่ะ โดยเฉพาะช่วงบ่ายๆ เย็นๆ... มันต้องมาจากที่หนูก้มเล่นมือถือทั้งวันแน่ๆ ค่ะ (The "Text Neck" Belief) หนูเห็นเพื่อนแชร์เต็มเฟซบุ๊กเลยว่าท่านี้มันอันตราย "

ประเด็นสำคัญ (History & Beliefs): "หนูพยายาม 'นั่งคอตรง' ตลอดเวลานะคะ ซื้ออุปกรณ์จัดท่าทางมาใช้เต็มไปหมด แต่มันก็แค่ดีขึ้นแป๊บเดียว... สุดท้ายก็กลับมาปวดอยู่ดี"

ซักประวัติเพิ่มเติม (The Real Risk Factors):

Physical Activity: "ออกกำลังกายเหรอคะ... ไม่ได้ออกเลยค่ะ เลิกงานก็เหนื่อยแล้ว... แค่เดินจากออฟฟิศไปรถไฟฟ้าก็ถือว่าเยอะแล้วค่ะ" ((Insufficient Physical Activity) )

Sleep: "นอนไม่ค่อยพอค่ะ ปกติจะดูซีรีส์ถึงตี 1 ตี 2 แล้วตื่น 7 โมงเช้า... ก็รู้สึกเพลียๆ ตลอดเวลาค่ะ" ((Low Sleep Quality) )

➡️ Objective (การตรวจร่างกาย):

Posture: เมื่อวัดองศาการก้มคอ (Cervical flexion) ตอนเล่นมือถือ ก็พบว่าก้มเยอะจริง (มีภาวะ Text Neck)

Strength/ROM: กล้ามเนื้อคออ่อนแรง และตึงตัวทั่วไป

การวิเคราะห์ปัญหา: คุณมายคือตัวอย่างคลาสสิกของคนไข้ที่ "โฟกัสผิดจุด" ครับ เธอหมกมุ่นกับการ "แก้ไขท่าทาง" (ซึ่งงานวิจัยชี้ว่า ไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยง ) ในขณะที่เธอละเลย "ตัวการที่แท้จริง" 2 อย่างที่ทำให้ร่างกายของเธอ "อ่อนแอ" และ "ไวต่อความเจ็บปวด" นั่นคือ "การนอนไม่พอ" และ "การไม่ออกกำลังกาย"

แผนการรักษา (Intervention Plan - "เปลี่ยน" โฟกัสใหม่ทั้งหมด)
🧠 1. Pain Science Education (PSE) - (หัวใจของ EP นี้!)

ทลายความเชื่อเรื่อง "Text Neck" (Applying EP 236 Data):

Dr W: "คุณมายครับ...'ท่าก้มคอเล่นมือถือ' (Text Neck) 'ไม่' เกี่ยวข้อง หรือ 'ไม่' ใช่ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปวดคอเลยครับ! "

ชี้ตัวการที่แท้จริง (The "Aha!" Moment):

"แต่งานวิจัยชี้ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริงที่ทำให้คนปวดคอ คือ 1. คุณภาพการนอนที่ต่ำ และ 2. การออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ... ซึ่งตรงกับที่คุณมายเล่ามาเป๊ะๆ เลยครับ "

เปลี่ยนเป้าหมาย (Reframing the Goal):

"ดังนั้น... การรักษาของเราในวันนี้ จะไม่ใช่การ 'ห้าม' ก้มคอ... แต่คือการ 'สร้าง' ให้ร่างกายคุณแข็งแรงขึ้น เพื่อให้ 'ทน' ต่อการก้มคอได้ครับ เราจะมาโฟกัสที่การ 'เพิ่มขนาดแก้ว' (ความทนทาน) ไม่ใช่การ 'ลดน้ำหยด' (ท่าทาง) ครับ"

💪 2. The New Program: (Lifestyle > Posture)

1. Movement is Medicine (จัดการปัจจัย Physical Activity):

"ท่าที่ดีที่สุด คือ ท่าต่อไป"

ให้การบ้านเป็นการ "เพิ่มการเคลื่อนไหว" (Movement abundance) เช่น ตั้งนาฬิกาลุกขึ้นยืนยืดเหยียดทุก 1 ชั่วโมง และเริ่มโปรแกรมออกกำลังกายเบาๆ ที่บ้าน (เช่น Bodyweight squat, Glute bridge) อย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์

2. Sleep is Recovery (จัดการปัจจัย Sleep Quality):

ให้ความรู้เรื่อง Sleep Hygiene (สุขอนามัยการนอนหลับ) เช่น การพยายามเข้านอนให้เร็วขึ้น, ปิดหน้าจอมือถือก่อนนอน 30 นาที

3. Posture as a Symptom Modulator (การใช้ท่าทางเพื่อ "บรรเทา"):

เรายังคงสอนท่ายืดคอบ่า... แต่! เราย้ำว่า "นี่คือการ 'บรรเทา' อาการตึงชั่วคราว ไม่ใช่การ 'แก้ไข' สาเหตุของโรคครับ"

ผลลัพธ์ (Outcome):
คุณมาย "เลิก" หมกมุ่นกับการต้อง "นั่งคอตรง" ตลอดเวลา ซึ่งช่วยลดความเครียดและความเกร็งของกล้ามเนื้อโดยไม่จำเป็น

เธอเริ่มจัดเวลาออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และพยายามนอนให้ได้ 7 ชั่วโมง

ณ 3 เดือน: อาการปวดคอเรื้อรังของเธอลดลงอย่างมาก... ไม่ใช่เพราะท่าก้มคอของเธอดีขึ้น แต่เพราะ "ร่างกายโดยรวม" (Allostatic Load) ของเธอดีขึ้น ร่างกายของเธอ "แข็งแรง" และ "ทนทาน" ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน (รวมถึงการก้มเล่นมือถือ) ได้ดีขึ้นนั่นเองครับ

📖 References
➡️ Correia, I. M. T., Ferreira, A. de S., Gomes, J. F. M., Reis, F. J. J., Nogueira, L. A. C., & Meziat-Filho, N. (2025). Cervical flexion posture during smartphone use was not a risk factor for neck pain, but low sleep quality and insufficient levels of physical activity were. A longitudinal investigation. Brazilian Journal of Physical Therapy, 29(6), 101258.

📞 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้ารับบริการกายภาพบำบัดได้ที่:
❤️ บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพบำบัด (JR Physio)
เว็บไซต์: www.jrphysio.com
📍 สาขาเยาวราช:
⏰ เปิดทุกวัน (ปิดวันอังคาร)
📞 080-425-9900
💬 Line: .cn (หรือสแกน QR Code ที่หน้าเพจ/เว็บไซต์)
💻 Facebook: https://www.facebook.com/jrphysiochinatown
🗺️ แผนที่: (ค้นหา "บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพบำบัด สาขาเยาวราช" บน Google Maps) หรือ https://maps.app.goo.gl/mAwdMtETvgrW2yYT9
📍 สาขาเพชรเกษม 81:
⏰ เปิดทุกวัน (ปิดวันพุธ)
📞 094-654-2460
💬 Line: (หรือสแกน QR Code ที่หน้าเพจ/เว็บไซต์)
💻 Facebook: https://www.facebook.com/jrphysioth
🗺️ แผนที่: (ค้นหา "บ้านใจอารีย์คลินิกกายภาพบำบัด สาขาเพชรเกษม 81" บน Google Maps) หรือ https://maps.app.goo.gl/7XdgGKqzXQ3qfsDeA
😊 เรายินดีให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพของคุณครับ!

ที่อยู่

เฮลตี้โฮม คลินิกกายภาพบำบัด 80/1 ซอยโชคชัย4 ซอย20 แยก8 ถนนโชคชัย4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00
เสาร์ 09:00 - 19:00
อาทิตย์ 09:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66949598911

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง HealthyHomeคลินิกกายภาพบำบัด:

ทางลัด

แชร์