Dr.Borisut Sanmano

Dr.Borisut Sanmano ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Dr.Borisut Sanmano, แพทย์ผิวหนัง, 283/1 ถนน สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตบางเขน, Thailand, Bangkok.

" -หมอเก๋ | 12 ปีประสบการณ์ | เลเซอร์หน้าใส ดูแลฝ้า กระ ริ้วรอย ด้วยเทคโนโลยีระดับโลก"

"เพราะผิวสวย คือ ความมั่นใจ | คุณหมอด้านเลเซอร์ &ผิวพรรณ | คลินิกที่เข้าใจปัญหาผิววัย 35+"

#ผิวดีกับหมอเก๋ #เลเซอร์หน้าใส #คลินิกความงาม #ยกกระชับไม่ผ่าตัด

  2; 🌙 ทำงาน Night Shift ทำไม Metabolism ถึงเสียได้ง่ายกว่า?เพราะตอนที่เรากำลัง ทำงาน กิน และรับแสงนาฬิกาชีวภาพของร่างกา...
30/08/2026

2; 🌙 ทำงาน Night Shift ทำไม Metabolism ถึงเสียได้ง่ายกว่า?

เพราะตอนที่เรากำลัง ทำงาน กิน และรับแสง
นาฬิกาชีวภาพของร่างกายอาจกำลังบอกว่า

“นี่คือเวลานอนค่ะ”

ในช่วง Biological Night ร่างกายมักมี Insulin Sensitivity ลดลง จึงจัดการน้ำตาลจากอาหารได้ไม่ดีเท่าช่วงกลางวัน

ดังนั้น อาหารมื้อเดียวกัน กินตอนบ่ายกับกินตอนตี 2 ผลต่อระดับน้ำตาลหลังอาหารอาจไม่เหมือนกัน

Night Shift ยังมักมาพร้อมกับ

• นอนไม่พอหรือหลับไม่ลึก
• หิวและอยากอาหารพลังงานสูงมากขึ้น
• กินจุบจิบตลอดคืน
• ออกกำลังกายน้อยลงเพราะเหนื่อย
• Melatonin และ Cortisol ผิดจังหวะ

เมื่อเกิดซ้ำเป็นเวลานาน จึงสัมพันธ์กับความเสี่ยง อ้วนลงพุง Insulin Resistance เบาหวาน ไขมันผิดปกติ และความดันสูงขึ้น

💡 แล้วทำงานกลางคืน ควรงดอาหารทั้งคืนไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ

หลักที่ทำได้จริงกว่าคือ
“อย่าให้ช่วงตี 1–5 เป็นมื้อใหญ่ที่สุดของวัน”

ถ้าทำงาน 22.00–06.00 น.

→ กินมื้อหลักก่อนเริ่มงานหรือช่วงต้นกะ
→ ถ้าหิวกลางคืน เลือกมื้อเล็กที่มี Protein + Fiber
→ ลดน้ำหวาน ขนม และมื้อใหญ่ไขมันสูงช่วงดึก
→ หลังเลิกงาน ถ้าหิวจริง กินมื้อเบาก่อนนอน
→ รักษา Protein ทั้งวันให้เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังและต้องการรักษากล้ามเนื้อ

การไม่กินมื้อใหญ่กลางดึกอาจช่วยเรื่องการควบคุมน้ำตาลได้ แต่ ไม่ได้ลบผลของ Night Shift ทั้งหมด

เพราะยังต้องดูเรื่อง Sleep + Light + Exercise + Total Calories + Meal Timing ร่วมกัน

Night Shift เลี่ยงไม่ได้ แต่เราลด Metabolic Damage ได้

เป้าหมายจึงไม่ใช่ “อดให้ได้นานที่สุด”
แต่คือ กินให้ถูกจังหวะ นอนให้พอ และรักษากล้ามเนื้อไว้ค่ะ

#ลดน้ำหนัก #ลดไขมัน #สร้างกล้ามเนื้อ

  1: ⏰ Metabolism มี “นาฬิกา” ของตัวเองจริงไหม?จริงค่ะ ร่างกายเราไม่ได้จัดการอาหารเหมือนกันตลอด 24 ชั่วโมงร่างกายมี Circ...
30/08/2026

1: ⏰ Metabolism มี “นาฬิกา” ของตัวเองจริงไหม?

จริงค่ะ ร่างกายเราไม่ได้จัดการอาหารเหมือนกันตลอด 24 ชั่วโมง

ร่างกายมี Circadian Rhythm หรือนาฬิกาชีวภาพ คอยควบคุมทั้งการนอน ฮอร์โมน ความหิว อุณหภูมิร่างกาย และระบบ Metabolism

โดยทั่วไป ในช่วงที่ร่างกายตื่นและ Active เรามักมี Insulin Sensitivity และ Glucose Tolerance ดีกว่า

แต่เมื่อเข้าสู่ช่วง Biological Night ร่างกายจะจัดการน้ำตาลได้ลดลง

จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการกินมื้อใหญ่หรือของหวานดึกเป็นประจำ อาจไม่เหมือนกับการกินอาหารปริมาณเดียวกันในช่วงกลางวัน

แต่ไม่ได้หมายความว่า

❌ “หลัง 6 โมงเย็นห้ามกิน”

เพราะนาฬิกาชีวิตของแต่ละคนไม่ได้ดูแค่เวลาบนนาฬิกา แต่สัมพันธ์กับ เวลาตื่น–นอน แสง กิจกรรม และเวลาที่เรากินเป็นประจำ

💡 ถ้าอยากให้ Metabolism ทำงานสอดคล้องกับ Circadian Rhythm

• พยายามตื่น–นอนให้เป็นเวลา
• รับแสงธรรมชาติหลังตื่น
• ให้พลังงานส่วนใหญ่อยู่ในช่วงกลางวัน
• ถ้าเป็นไปได้ จบมื้อใหญ่ก่อนนอนประมาณ 2–4 ชั่วโมง
• ลดการกินมื้อใหญ่หรือ Snack พลังงานสูงตอนดึก
• ออกกำลังกาย โดยเฉพาะ Resistance Training เพื่อรักษากล้ามเนื้อ

สำหรับบางคน การมี Eating Window ประมาณ 10–12 ชั่วโมงในช่วงกลางวัน ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำได้จริง โดยไม่จำเป็นต้องทำ Fasting แบบเข้มมาก

และอย่าลืมว่า Meal Timing เป็นเพียงส่วนหนึ่ง

ปริมาณอาหารทั้งหมด คุณภาพอาหาร โปรตีน กล้ามเนื้อ การออกกำลังกาย และการนอน ยังสำคัญมากค่ะ

เราไม่ได้มีแค่ “กินอะไร” และ “กินเท่าไร”
แต่ “กินเมื่อไร” ก็มีผลต่อ Metabolic Health เช่นกัน

#ลดน้ำหนัก #ลดไขมัน #สร้างกล้ามเนื้อ #สุขภาพดี

✨ อยากรีเซ็ตผิว…เลือกได้ว่าจะเริ่ม 1 ครั้ง ดูแลต่อเนื่อง หรือจัดเต็มทั้งแผน3 โปรแกรม Signature Skin Resetออกแบบให้เลือกต...
30/08/2026

✨ อยากรีเซ็ตผิว…เลือกได้ว่าจะเริ่ม 1 ครั้ง ดูแลต่อเนื่อง หรือจัดเต็มทั้งแผน

3 โปรแกรม Signature Skin Reset
ออกแบบให้เลือกตามเป้าหมายผิวและงบประมาณของแต่ละคน 🤍

🌱 DISCOVER | 3,990.-
จากเต็ม 17,000.-
เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มลองดูแลผิวก่อน

✓ Bright & Balance™ ×1
START HERE

⭐ RESTORE | 9,990.-
จากเต็ม 52,500.-
ตัวเลือกสำหรับคนที่อยากดูแลผิว ต่อเนื่อง 3 Sessions

✓ Bright & Balance™ ×3
✓ Voucher มูลค่า 1,500.-

MOST POPULAR ⭐

👑 COMPLETE | 19,990.-
จากเต็ม 43,690.-
สำหรับคนที่อยากดูแลแบบ Complete Skin Plan ในหลายมิติ

✓ Bright & Balance™ ×1
✓ Altra SMAZ 300 Shots
✓ Skin Booster
✓ Brightening–Antiaging IV
✓ Voucher มูลค่า 2,000.-

COMPLETE CARE 👑

ไม่แน่ใจว่าผิวของเราเหมาะกับแพ็กเกจไหน?
ทักมาบอก ปัญหาผิว ได้เลยค่ะ เดี๋ยวช่วยแนะนำโปรแกรมที่เหมาะให้ก่อนตัดสินใจ 🤍

#ผิวดีกับหมอเก๋ #รีเซ็ตผิวกับหมอเก๋ #งานผิว #ดูแลผิว #ผิวกระจ่างใส

⚠️ น้ำหนักเท่าเดิม ไม่ได้แปลว่า “ร่างกายเหมือนเดิม”อายุเพิ่มขึ้น บางคนน้ำหนักแทบไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นข้างในคือกล...
29/08/2026

⚠️ น้ำหนักเท่าเดิม ไม่ได้แปลว่า “ร่างกายเหมือนเดิม”

อายุเพิ่มขึ้น บางคนน้ำหนักแทบไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นข้างในคือ

กล้ามเนื้อลดลง + ไขมันเพิ่มขึ้น + พุงมากขึ้น

ภาวะที่มี ไขมันสูงร่วมกับมวลหรือการทำงานของกล้ามเนื้อลดลง เรียกว่า Sarcopenic Obesity

และนี่คือเหตุผลที่ BMI อย่างเดียวอาจหลอกเราได้

ตัวอย่างเช่น น้ำหนัก 60 กิโลเท่าเดิม แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

กล้ามเนื้อหายไป 3 กิโล
ไขมันเพิ่มขึ้น 3 กิโล

BMI แทบไม่ขยับ แต่ Body Composition และความเสี่ยงทางสุขภาพเปลี่ยนไปแล้ว

โดยเฉพาะคนเอเชีย เราสามารถมี BMI ไม่สูงมาก แต่มี Visceral Fat หรือไขมันในช่องท้องสูง ได้

💡 เพราะฉะนั้น หมออยากให้ดูมากกว่า BMI

1. รอบเอว — บอกเรื่องไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องได้มากขึ้น
2. Waist-to-Height Ratio — หลักจำง่าย ๆ คือ รอบเอวควรน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของส่วนสูง
3. Body Composition — ดูว่าเรามีไขมันและกล้ามเนื้อเท่าไร
4. ความแข็งแรง — เช่น แรงบีบมือ การลุกจากเก้าอี้ หรือความแข็งแรงจากการออกกำลังกาย
5. Metabolic Health — ความดัน น้ำตาล HbA1c และไขมันในเลือด

ดังนั้นหลังวัย 40–50 อย่าถามเพียงว่า

“น้ำหนักขึ้นไหม?”

แต่ควรถามว่า

“เอวเพิ่มไหม ไขมันเพิ่มไหม และกล้ามเนื้อยังอยู่ไหม?”

เพราะเป้าหมายของ Healthy Aging ไม่ใช่แค่ น้ำหนักน้อยลง แต่คือ ไขมันลด กล้ามเนื้ออยู่ และร่างกายยังแข็งแรงค่ะ

#รอบเอว #ลดไขมัน #สร้างกล้ามเนื้อ #ผู้หญิงวัย40plus #ผู้หญิงวัย50plus

💪 เข้าวัย Menopause สิ่งที่ควรกลัวอาจไม่ใช่ “อ้วนขึ้น” แต่คือ “กล้ามเนื้อหาย”เมื่อเข้าสู่ช่วง Perimenopause–Menopause ระ...
29/08/2026

💪 เข้าวัย Menopause สิ่งที่ควรกลัวอาจไม่ใช่ “อ้วนขึ้น” แต่คือ “กล้ามเนื้อหาย”

เมื่อเข้าสู่ช่วง Perimenopause–Menopause ระดับ Estrogen โดยเฉพาะ Estradiol จะค่อย ๆ ลดลง

สิ่งที่ตามมาไม่ได้มีแค่ Hot Flash นอนไม่ดี หรือไขมันหน้าท้องเพิ่ม แต่ยังสัมพันธ์กับการลดลงของ มวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรง และคุณภาพของกล้ามเนื้อ

เพราะกล้ามเนื้อเองก็เป็นเนื้อเยื่อที่ตอบสนองต่อ Estrogen ค่ะ

เมื่อ Estrogen ลดลง ความสามารถในการรักษาและซ่อมแซมกล้ามเนื้ออาจลดลง ประกอบกับอายุที่เพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวน้อยลง โปรตีนไม่เพียงพอ และการนอนที่แย่ลง ยิ่งทำให้เราเสี่ยงต่อการสูญเสียกล้ามเนื้อมากขึ้น

และนี่คือจุดเริ่มต้นที่อาจนำไปสู่ Sarcopenia — ภาวะมวลกล้ามเนื้อและสมรรถภาพของกล้ามเนื้อลดลง

สิ่งสำคัญคือ กล้ามเนื้ออาจไม่ได้หายจนเรามองเห็นทันที

บางคนยังน้ำหนักเท่าเดิม แต่เริ่มรู้สึกว่า

• ตัวนิ่มขึ้น พุงเพิ่ม
• ยกของหนักได้น้อยลง
• ลุกจากเก้าอี้ยากกว่าเดิม
• ขึ้นบันไดแล้วเหนื่อยง่าย
• Balance ไม่เหมือนเดิม
• ออกกำลังกายแล้วฟื้นตัวช้าลง

เพราะฉะนั้นหลัง 40–50 ปี อย่าติดตามเฉพาะ น้ำหนัก

Strength หรือความแข็งแรง สำคัญไม่แพ้ Muscle Mass

แล้วจะรักษากล้ามเนื้ออย่างไร?

🏋️ Resistance Training 2–3 วัน/สัปดาห์
ฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั่วร่างกาย และค่อย ๆ เพิ่มแรงต้านเมื่อแข็งแรงขึ้น

🥚 Protein ให้เพียงพอ
โดยทั่วไปอาจอยู่ประมาณ 1.2–1.6 กรัม/กก./วัน หากสุขภาพและการทำงานของไตเหมาะสม และควรกระจายโปรตีนในแต่ละมื้อ

🚫 อย่าลดอาหารรุนแรงเกินไป
เพราะน้ำหนักที่หายไปเร็ว อาจไม่ได้มีเฉพาะไขมัน แต่รวมถึงกล้ามเนื้อด้วย

🚶 เดิน + Cardio + ฝึก Balance
หัวใจต้องแข็งแรง แต่เราก็ต้องมีแรงพอที่จะลุก เดิน ขึ้นบันได และป้องกันการหกล้มในอนาคตด้วย

😴 นอนและ Recovery ให้พอ
โดยเฉพาะคนที่มี Hot Flash, Night Sweat หรือปัญหาการนอนในช่วง Menopause

💡 หลัง 40 เป้าหมายของการออกกำลังกายควรเปลี่ยน

จาก
“วันนี้เผาไปกี่แคล?”

เป็น
“อีก 10–20 ปีข้างหน้า ฉันยังเหลือกล้ามเนื้อและความแข็งแรงไว้เท่าไร?”

เพราะกล้ามเนื้อไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือ Metabolic Health, การทรงตัว ความแข็งแรง และ Independence เมื่อเราอายุมากขึ้น

และไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยเวทหนักค่ะ

เริ่มจาก 2 วัน/สัปดาห์ ให้ทำได้สม่ำเสมอ แล้วค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักหรือความยากตามความแข็งแรง

Consistency + Progressive Overload สำคัญกว่าการออกหนักเป็นครั้ง ๆ

ส่วน Menopausal Hormone Therapy อาจมีผลดีต่อ Body Composition ในผู้หญิงบางคน แต่ ไม่ใช่ยาสร้างกล้ามเนื้อ และไม่สามารถทดแทน Resistance Training ได้ การใช้ฮอร์โมนควรพิจารณาจากข้อบ่งชี้และความเสี่ยงของแต่ละคนค่ะ

References

Geraci A, Calvani R, Ferri E, et al. Sarcopenia and menopause: the role of estradiol. Front Endocrinol (Lausanne). 2021;12:682012.
Thomas E, Gentile A, Lakicevic N, et al. The effect of resistance training programs on lean body mass in postmenopausal and elderly women: a meta-analysis of observational studies. Aging Clin Exp Res. 2021;33:2941-2952.

#ผิวดีกับหมอเก๋ #รีเซ็ตผิวกับหมอเก๋ #วัยทอง #กล้ามเนื้อ #สร้างกล้ามเนื้อ #ผู้หญิงวัย40plus #ผู้หญิงวัย50plus

HA งานผิว เปรียบเทียบกัน สองรุ่น
27/08/2026

HA งานผิว
เปรียบเทียบกัน สองรุ่น

✨ 16,900 เท่ากัน…แต่ผิวต้องการแบบไหน?

อยากทำ “งานผิว” แต่ลังเลระหว่าง JUVELOOK กับ SKINVIVE
จริง ๆ แล้ว 2 โปรแกรมนี้เด่นคนละเรื่องค่ะ 🤍

🧬 | 16,900.- (6 cc)
เหมาะกับคนที่กังวลเรื่อง
• รูขุมขน
• ผิวไม่เรียบ Texture ไม่ละเอียด
• ริ้วรอยเล็ก ๆ
• อยากฟื้นคุณภาพผิวโดยรวม

ด้วย PDLLA + HA ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์จะค่อย ๆ พัฒนาขึ้น
เหมาะกับสายที่อยากได้ฟีล “ผิวแน่น เนียน ละเอียดขึ้น” ✨

💧 | 16,900.- (2 cc)
เหมาะกับคนที่รู้สึกว่า
• ผิวแห้ง ขาดน้ำ
• ผิวดูไม่ฉ่ำ ไม่สดใส
• แต่งหน้าไม่ค่อยติด
• อยากให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี

เป็น HA งานผิว ที่เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นและความเรียบเนียนของผิว โดยไม่เน้นเพิ่มวอลลุ่ม
เหมาะกับสาย “ผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำ ดูสดใส” 💦

💡 สรุปง่าย ๆ ราคาเท่ากัน แต่เลือกจากปัญหาผิว

รูขุมขน • Texture • Fine Lines
👉 JUVELOOK 6 cc

ผิวแห้ง • ขาดน้ำ • อยากได้งานผิวฉ่ำ
👉 SKINVIVE 2 cc

ยังเลือกไม่ถูก ไม่จำเป็นต้องเลือกเองค่ะ 😊
ให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อน แล้วค่อยเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ผิวของเราได้ค่ะ

📞 089-171-8100 | 090-990-8836 | 090-990-8863
💬 LINE:
📩 Inbox: m.me/pureandbright

#ผิวดีกับหมอเก๋ #รีเซ็ตผิวกับหมอเก๋ #งานผิว #รูขุมขน #ผิวฉ่ำ #ผิวอิ่มน้ำ #กระตุ้นคอลลาเจน

💧 Skin Booster ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?ถ้าเป็นกลุ่ม HA Skin Booster โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 ช่วงค่ะช่วงเริ่มต้นฉีดประมาณ 2–3 ครั...
27/08/2026

💧 Skin Booster ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?

ถ้าเป็นกลุ่ม HA Skin Booster โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น 2 ช่วงค่ะ

ช่วงเริ่มต้น
ฉีดประมาณ 2–3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4 สัปดาห์ เพื่อค่อย ๆ สร้างคุณภาพผิว

ช่วง Maintenance
หลังจากนั้นมักประเมินอีกครั้งประมาณ 6 เดือน และฉีดซ้ำเมื่อผลเริ่มลดลง

ไม่ได้หมายความว่าครบ 6 เดือนแล้วทุกคนต้องฉีดทันทีนะคะ

หมอจะดูว่าเริ่มมีอาการเหล่านี้กลับมาหรือยัง เช่น

• ผิวแห้งหรือขาดน้ำมากขึ้น
• ความฉ่ำและความละเอียดของผิวลดลง
• ริ้วเล็ก ๆ เริ่มเห็นชัด
• ผิวเริ่มไม่เรียบหรือยืดหยุ่นน้อยลง

💡 หลักง่าย ๆ คือ
ช่วง Build-up เว้นประมาณ 4 สัปดาห์
ช่วงดูแลต่อเนื่อง ประมาณ 6 เดือน หรือเมื่อผลเริ่มลดลง

แต่ระยะเวลาจริงยังขึ้นกับชนิดของสารด้วย เพราะ HA, PN/PDRN และ Biostimulator ไม่ได้ใช้ interval เดียวกัน

✨ ดังนั้น อย่าฉีดตามปฏิทินอย่างเดียว ควรดูว่าผิว “ต้องการอะไร” ในช่วงนั้นด้วยค่ะ

#ผิวดีกับหมอเก๋ #รีเซ็ตผิวกับหมอเก๋ #งานผิว #ดูแลผิว #ผิวฉ่ำ #ผิวแห้ง

ที่อยู่

283/1 ถนน สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตบางเขน, Thailand
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
พุธ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+66891718100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dr.Borisut Sanmanoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์