23/02/2026
#ฟิดยะฮฺที่ทดแทนการถือศีลอด
การจ่าย “ฟิดยะฮฺ” สำหรับผู้ที่ไม่สามารถถือศีลอดได้
ผู้ที่เดือนรอมฎอนมาถึงเขาเเต่เขาไม่สามารถที่จะทำการถือศีลอดได้ เช่น คนชรา ผู้ป่วยเรื้อรังที่ไม่มีโอกาสหายขาด หรือสตรีมีครรภ์เเละให้นมบุตรนั้น เขาไม่จำเป็นต้องถือศีลอดเนื่องจากไม่มีความสามารถ ดังนั้น เขาไม่ต้องถือศีลอด เเต่จะต้องจ่ายอาหารให้เเก่คนยากจนหนึ่งคนสำหรับทุก ๆ วันเป็นการทดเเทน
อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า :
﴿يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا كُتِبَ عَلَيْكُمُ الصِّيَامُ كَمَا كُتِبَ عَلَى الَّذِينَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ أَيَّاماً مَعْدُودَاتٍ فَمَنْ كَانَ مِنْكُمْ مَرِيضاً أَوْ عَلَى سَفَرٍ فَعِدَّةٌ مِنْ أَيَّامٍ أُخَرَ وَعَلَى الَّذِينَ يُطِيقُونَهُ فِدْيَةٌ طَعَامُ مِسْكِينٍ فَمَنْ تَطَوَّعَ خَيْراً فَهُوَ خَيْرٌ لَهُ وَأَنْ تَصُومُوا خَيْرٌ لَكُمْ إِنْ كُنْتُمْ تَعْلَمُونَ﴾
ความว่า : บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ! การถือศีลอดนั้นได้ถูกกำหนดแก่พวกเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดแก่บรรดาผู้ก่อนหน้าพวกเจ้ามาแล้วเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง , (คือถูกกำหนดให้ถือ)ในบรรดาวันที่ถูกนับไว้ แล้วผู้ใดในพวกเจ้าป่วยหรืออยู่ในการเดินทางก็ให้ถือใช้ในวันอื่น และหน้าที่ของบรรดาผู้ที่ถือศีลอดด้วยความลำบากยิ่ง(โดยที่เขาได้งดเว้นการถือศีลอด)นั้น คือการชดเชยอันได้แก่การให้อาหาร(มื้อหนึ่ง)แก่คนยากจนคนหนึ่ง(ต่อการงดเว้นจาการถือหนึ่งวัน) แต่ผู้กระทำความดีโดยสมัครใจ มันก็เป็นความดีแก่เขา และการที่พวกเจ้าจะถือศีลอดนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่ดียิ่งกว่าพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้
(อัลบะเกาะเราะฮฺ : 183-184)
ท่านอิบนุอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้อรรถาธิบายอายะฮฺนี้ว่า :
لَيْسَتْ بِمَنْسُوخَةٍ هُوَ الشَّيْخُ الْكَبِيرُ وَالْمَرْأَةُ الْكَبِيرَةُ لا يَسْتَطِيعَانِ أَنْ يَصُومَا فَيُطْعِمَانِ مَكَانَ كُلِّ يَوْمٍ مِسْكِينًا . (رواه البخاري)
“มัน(อายะฮฺนี้)ไม่ได้ถูกยกเลิก นั่นคือ(หมายถึง)ชายชราเเละหญิงชราที่ไม่สามารถถือศีลอดได้ ดังนั้น ให้เขาทั้งสองให้อาหารคนยากจนหนึ่งคนเเทนที่สำหรับทุก ๆ วัน”
(บันทึกโดยบุคอรียฺ : 4505)
#ประเภทของคนป่วย
ชัยคฺ อิบนุอุษัยมีน รอหิมาฮุลลอฮฺ กล่าวว่า :
จำเป็นที่เราจะต้องรู้ว่าคนป่วยเเบ่งเป็นสองประเภทด้วยกัน :
ประเภทที่หนึ่ง : คนป่วยที่มีโอกาสหายขาด เช่น ผู้ที่มีโรคฉุกเฉินที่หวังว่าจะหายขาดจากโรคนั้น ซึ่งหุก่มของชนิดนี้ดังที่อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า :
﴿فَمَن كَانَ مِنكُم مَّرِيضًا أَوْ عَلَىٰ سَفَرٍ فَعِدَّةٌ مِّنْ أَيَّامٍ أُخَرَ﴾
ความว่า : แล้วผู้ใดในพวกเจ้าป่วยหรืออยู่ในการเดินทางก็ให้ถือใช้ในวันอื่น
(อัลบะเกาะเราะฮฺ : 185)
ไม่มีสิ่งใดสำหรับเขานอกจากเขาต้องรอคอยให้หายป่วยหลังจากนั้นก็ทำการถือศีลอด(ชดใช้)
ดังนั้น ถ้าหากถูกกำหนดมาให้อาการป่วยยังคงต่อเนื่องในสภาพเช่นนี้ เเล้วเขาเสียชีวิตลงก่อนที่จะหายป่วย ก็ไม่มีสิ่งใดจำเป็นต่อเขา เนื่องจากอัลลอฮฺได้กำหนดให้เขาต้องถือศีลอดชดใช้ในวันอื่น เเต่เขาเสียชีวิตก่อนจะถึงวันนั้น ฉะนั้นเขาก็เหมือนกับผู้ที่เสียชีวิตลงในเดือนชะอฺบานก่อนจะเข้ารอมฎอนที่ไม่ต้องถือศีลอดชดใช้เเทนเขา
ประเภทที่สอง : ก็คือเป็นโรคเรื้อรังที่ติดตัวมนุษย์ เช่นโรคมะเร็ง(ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ) โรคไต โรคเบาหวาน เเละที่คล้าย ๆ กันนี้จากบรรดาโรคเรื้อรังที่ไม่มีหวังว่าผู้ป่วยจะหลุดพ้นจากมัน ซึ่งผู้ป่วยประเภทนี้ไม่ต้องถือศีลอดในรอมฎอน เเละเขาจะต้องให้อาหารเเก่คนยากจนหนึ่งคนสำหรับทุก ๆ วันเช่นเดียวกับชายชราเเละหญิงชราที่ไม่สามารถที่จะถือศีลอดได้ โดยทั้งสองไม่ต้องถือศีลอด เเละให้อาหารคนยากจนหนึ่งคนสำหรับทุก ๆ วัน ซึ่งหลักฐานของเรื่องดังกล่าวจากอัลกุรอาน คือดำรัสที่ว่า :
﴿وَعَلَى ٱلَّذِينَ يُطِيقُونَهُ فِدْيَةٌ طَعَامُ مِسْكِينٍ﴾
ความว่า : และหน้าที่ของบรรดาผู้ที่ถือศีลอดด้วยความลำบากยิ่ง(โดยที่เขาได้งดเว้นการถือศีลอด) นั้น คือการชดเชยอันได้แก่การให้อาหาร(มื้อหนึ่ง)แก่คนยากจนคนหนึ่ง(ต่อการงดเว้นจากการถือศีลอดหนึ่งวัน)
(อัลบะเกาะเราะฮฺ : 184)
(ฟะตาวา อัศศิยาม : 111)
#สตรีมีครรภ์เเละให้นมบุตร
อนุญาตให้สตรีมีครรภ์เเละสตรีที่ให้นมบุตรไม่ต้องถือศีลอดในเดือนรอมฎอนได้
ฉะนั้น ถ้าหากนางไม่ถือศีลอดเนื่องจากเกรงว่าอันตรายจะเกิดกับตัวของนาง หรือเกรงว่าจะมีอันตรายต่อนางพร้อมกับลูกของนางด้วย ในกรณีนี้ให้ทำการถือศีลอดชดใช้เพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องจ่ายฟิดยะฮฺ
เเต่สำหรับสตรีที่ไม่ถือศีลอดเพราะเกรงว่าอันตรายจะเกิดต่อลูกของนางเพียงอย่างเดียว จำเป็นที่นางจะต้องถือศีลอดชดใช้พร้อมควบคู่การจ่ายฟิดยะฮฺด้วย
#วิธีการจ่ายฟิดยะฮฺ
สามารถเลือกปฏิบัติได้ระหว่าง :
1. ให้อาหารจำพวกข้าวสารหรืออาหารหลักของคนในประเทศเเก่คนยากจน
2. หรือจะปรุงอาหารสำเร็จรูปเเล้วเชิญคนยากจนเท่าจำนวนวันมารับประทานอาหารวันละ 1 มื้อ
อิหม่ามอัลบุคอรียฺกล่าวว่า :
“ส่วนผู้สูงอายุนั้น ถ้าหากไม่สามารถที่จะถือศีลอดได้ ซึ่งท่านอนัส(รอฎิยัลลอฮุอันฮุ)ได้เลี้ยงอาหารคนยากจนหนึ่งคนสำหรับทุก ๆ วันหลังจากที่ท่านมีอายุมากเเล้ว เป็นเวลา 1 ปี หรือ 2 ปี โดยเลี้ยงขนมปังเเละเนื้อ เเล้วท่านก็ไม่ถือศีลอด”
#ปริมาณของฟิดยะฮฺ
มีหลักฐานชัดเจนว่าให้จ่ายฟิดยะฮฺ แต่ไม่มีหลักฐานปรากฎชัดมาระบุถึงปริมาณที่ต้องจ่าย ดังนั้น เมื่อไม่มีหลักฐาที่ชัดเจนจึงต้องอาศัยคำอธิบายของศอหาบะฮฺ และบรรดานักวิชาการ ที่ระบุปริมาณของฟิดยะฮฺ ซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างกัน ดังนี้ :
ทรรศนะที่หนึ่ง : เป็นทรรศนะของมาลิกียะฮฺเเละชาฟิอียะฮฺ มีความเห็นว่าปริมาณของฟิดยะฮฺที่ต้องจ่ายคือ 1 มุด หรือ ¼ ศออฺ สำหรับ 1 วัน นั่นคือ 750 กรัมโดยประมาณ ซึ่งทรรศนะนี้เป็นทรรศนะของอิหม่ามอันนะวะวียฺ รอหิมาฮุลลอฮฺ ด้วย
ทรรศนะที่สอง : เป็นทรรศนะของหะนะฟียะฮฺ มีความเห็นว่าปริมาณของฟิดยะฮฺที่ต้องจ่ายคือ 1 ศออฺ นั่นคือ 3 กิโลกรัมโดยประมาณ ยกเว้นข้าวสาลีที่ต้องจ่ายในปริมาณครึ่งศออฺ
ทรรศนะที่สาม : เป็นทรรศนะของหะนาบิละฮฺ มีความเห็นว่าปริมาณของฟิดยะฮฺที่ต้องจ่ายคือครึ่งศออฺ นั่นคือ 1.5 กิโลกรัมโดยประมาณ ยกเว้นข้าวสาลี ที่ต้องจ่ายในปริมาณ 1 มุด
ซึ่งทรรศนะที่ใกล้เคียงความถูกต้องมากที่สุดคือทรรศนะที่หนึ่ง ซึ่งเป็นทรรศนะของนักวิชาการส่วนมาก(ญุมฮูร) นั่นคือให้จ่ายฟิดยะฮฺวันละ 1 มุด หรือ 750 กรัมโดยประมาณ (เพราะ 1 ศออฺ เท่ากับ 3 กิโลกรัมโดยประมาณ ดังนั้น 1 มุด หรือ ¼ ศออฺ จึงเท่ากับ 750 กรัม)
ดังนั้น ปริมาณฟิดยะฮฺที่จำเป็นต้องจ่ายสำหรับตลอดทั้งเดือนรอมฎอน 30 วันคือ 7 ศออฺครึ่ง หรือ 22.5 กิโลกรัม
ชัยคฺ อิบนุอุษัยมีน ชอบให้จ่ายพร้อมกับแกง เนื้อ หรือกับข้าวเคียงคู่ไปด้วยก็จะเป็นการดี ท่านกล่าวว่า :
“เเต่ในสภาพนี้สมควรที่เขาจะต้องให้สิ่งที่ใช้เป็นกับข้าวไปด้วย เช่น เนื้อ หรืออื่น ๆ เพื่อที่ดำรัสของอัลลอฮฺต่อไปนี้จะได้สมบูรณ์เเบบ :
﴿وَعَلَى الَّذِيۡنَ يُطِيۡقُوۡنَهٗ فِدۡيَةٌ طَعَامُ مِسۡكِيۡنٍ﴾
ความว่า : และหน้าที่ของบรรดาผู้ที่ถือศีลอดด้วยความลำบากยิ่ง (โดยที่เขาได้งดเว้นการถือ)นั้น คือการชดเชยอันได้แก่การให้อาหาร(มื้อหนึ่ง)แก่คนยากจนคนหนึ่ง (ต่อการงดเว้นจาดการถือหนึ่งวัน)
(อัลบะเกาะเราะฮฺ : 184)
(อัชชัรหฺ อัลมุมเตี๊ยะอฺ : 6/326)
#เวลาของการจ่ายฟิดยะฮฺ
ส่วนเวลาของการจ่ายนั้น มีข้อขัดเเย้งระหว่างบรรดานักวิชาการในเรื่องนี้ เป็น 2 ทรรศนะ ดังนี้ :
ทรรศนะที่หนึ่ง : อนุญาตให้รีบเร่งจ่ายในช่วงต้นเดือนรอมฎอนได้ เเต่ไม่อนุญาตให้จ่ายก่อนรอมฎอน เเละอนุญาตให้จ่ายในช่วงปลายเดือนได้ ซึ่งเป็นทรรศนะของหะนะฟียะฮฺ
(ฮาชิยะฮฺ อิบนุอาบิดีน : 2/427)
ทรรศนะที่สอง : จำเป็นต้องจ่ายฟิดยะฮฺวันต่อวัน ไม่อนุญาตให้รีบเร่งจ่ายฟิดยะฮฺก่อนล่วงหน้า เเต่จะอนุญาตให้จ่ายได้ก็ต่อเมื่อเเสงอรุณขึ้นในเวลาเช้าของเเต่ละวัน เเละอนุโลมให้จ่ายก่อนได้ตั้งเเต่เวลากลางคืนก่อนเเสงอรุณขึ้น (หมายถึงจ่ายในเวลากลางคืนก่อนจะเริ่มเช้าวันใหม่ นั่นคือจ่ายของวันพรุ่งนี้) หรือจะประวิงไปจ่ายทีเดียวในช่วงท้ายของเดือนก็ได้ ซึ่งเป็นทรรศนะของชาฟิอียะฮฺ
(อัลมัจมั๊วะอฺ อิหม่ามนะวะวียฺ : 6/260)
เเละทรรศนะที่ใกล้เคียงความถูกต้องมากที่สุดคือทรรศนะที่หนึ่ง ที่อนุญาตให้จ่ายฟิดยะฮฺได้ตั้งเเต่ในช่วงต้นเดือน นั่นก็เพราะฟิดยะฮฺนั้นเป็นสิ่งที่มาทดแทนการถือศีลอดของคนชราเเละผู้ป่วยเรื้อรัง ซึ่งสิ่งที่มาทดแทนนั้นสมควรที่จะมีความง่ายดายเเละสะดวก ไม่ใช่มาทำให้ยากลำบาก
ชัยคฺ อิบนุบาซ รอหิมาฮุลลอฮฺ กล่าวว่า :
“...เเละค่าปรับนี้(ฟิดยะฮฺ) อนุญาตให้จ่ายให้คน ๆ เดียวหรือมากกว่านั้นก็ได้ จ่ายตอนต้นเดือน กลางเดือน หรือปลายเดือนก็ได้”
(มัจมั๊วะอฺ ฟะตาวา : 15/203)
ชัยคฺ ศอลิหฺ อัลเฟาซาน หะฟิซอฮุลลอฮฺ กล่าวว่า :
“อนุญาตให้จ่ายศ่อดาเกาะฮฺ(ฟิดยะฮฺ)สำหรับหลายวันหรือทุกวันของเดือนรอมฎอน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถถือศีลอดได้ เนื่องจากมีโรคประจำตัวเรื้อรังหรือชราภาพ ซึ่งอนุญาตให้เขาจ่ายกัฟฟาเราะฮฺ(ฟิดยะฮฺ)ของหลายวันล่วงหน้าได้ตั้งเเต่ในช่วงต้นเดือน เเละอนุญาตที่เขาจะประวิงไปจ่ายในช่วงท้ายของเดือน เเละอนุญาตในช่วงกลางเดือน เช่นเดียวกัน อนุญาตให้เขาจ่ายทีเดียว เเละอนุญาตให้จ่ายแยกกัน”
(ตุหฺฟะฮฺ อัลอิควาน ฟีฟิกฮฺ อัศศิยาม : 276)
เเละอนุญาตให้จ่ายได้เเม้กระทั่งหลังรอมฎอน กล่าวคือหลังวันอีดิ้ลฟิตรฺ
วัลลอฮุอะลัม
#อิสลามตามแบบฉบับ