โรคกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยแพทย์เฉพาะทาง-นพ นภทีป์

โรคกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยแพทย์เฉพาะทาง-นพ นภทีป์ ศัลยแพทย์ระบบประสาทและกระดูกสันหลัง
ผ่าตัดสมองและกระดูกสันหลัง
ผ่าตัดส่องกล้องโรคกระดูกสันหลัง
MIS Spine surgery
รพ ราชวิถี

🩺 ผ่าตัดส่องกล้องรักษาเส้นประสาทคอถูกกดทับ (Posterior Endoscopic Cervical Foraminotomy : PECF)หากคุณมีอาการ ปวดร้าวลงแขน...
05/08/2026

🩺 ผ่าตัดส่องกล้องรักษาเส้นประสาทคอถูกกดทับ (Posterior Endoscopic Cervical Foraminotomy : PECF)

หากคุณมีอาการ ปวดร้าวลงแขนเด่นกว่าปวดคอ ร่วมกับอาการชา หรือแขนอ่อนแรง อาจเกิดจาก หมอนรองกระดูกคอหรือกระดูกงอกกดทับเส้นประสาท

การผ่าตัดส่องกล้อง PECF เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา โดยสามารถคลายการกดทับของเส้นประสาท โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมข้อคอ (Fusion)

✅ เหมาะกับผู้ป่วยที่มี
• ปวดร้าวลงแขนข้างเดียวเป็นอาการหลัก
• ชา หรือกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรงจากเส้นประสาทถูกกดทับ
• หมอนรองกระดูกปลิ้น หรือกระดูกงอกบริเวณรูทางออกของเส้นประสาท (Foraminal stenosis)
• รักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น

✨ ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้อง PECF
• แผลผ่าตัดขนาดเล็ก
• บาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อน้อย
• ลดอาการปวดหลังผ่าตัด
• ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไว
• คงการเคลื่อนไหวของข้อคอ ไม่ต้องเชื่อมข้อในผู้ป่วยที่เหมาะสม

🔄 อีกหนึ่งข้อดีของ PECF
ในผู้ป่วยบางรายที่ เคยผ่าตัดเชื่อมข้อคอทางด้านหน้า (ACDF) แล้วมีอาการกดทับเส้นประสาทกลับมาเป็นซ้ำจากด้านหลังหรือรูทางออกของเส้นประสาท การผ่าตัด PECF อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยรักษาได้ โดยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดซ้ำทางด้านหน้า (Anterior Revision Surgery) ในผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินว่าเหมาะสม

⚠️ อย่างไรก็ตาม PECF ไม่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน
หากมีภาวะกดทับไขสันหลัง (Cervical Myelopathy) ความไม่มั่นคงของกระดูกคอ หรือความผิดรูปของแนวกระดูกคอ อาจจำเป็นต้องเลือกการผ่าตัดวิธีอื่นเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

📌 การตัดสินใจรักษาไม่ได้อาศัยผล MRI เพียงอย่างเดียว
แพทย์จะพิจารณาร่วมกันจาก อาการของผู้ป่วย การตรวจร่างกาย และผล MRI ที่สอดคล้องกัน เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

หากมีอาการ ปวดคอ ปวดร้าวลงแขน ชา หรือแขนอ่อนแรง อย่าปล่อยให้อาการเรื้อรัง การประเมินตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น

#ผ่าตัดส่องกล้องกระดูกสันหลัง #หมอนรองกระดูกคอ #ปวดร้าวลงแขน

การตัดสินใจผ่าตัด หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไม่ได้อาศัยผล MRI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา อาการของผู้ป่วย + การตรวจร...
24/07/2026

การตัดสินใจผ่าตัด หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไม่ได้อาศัยผล MRI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา อาการของผู้ป่วย + การตรวจร่างกาย + ผล MRI ที่สอดคล้องกัน ร่วมกัน

โดยสามารถแบ่งระดับความรุนแรงและแนวทางการรักษาได้ดังนี้

ระดับ อาการ แนวทางรักษา
Grade 1 (Mild) ปวดหลังหรือปวดร้าวลงขาเล็กน้อย ไม่มีอ่อนแรง รักษาแบบไม่ผ่าตัด ยา กายภาพบำบัด

Grade 2 (Moderate) ปวดร้าวลงขาชัด มีชา แต่ไม่มีอ่อนแรง รักษาแบบอนุรักษ์ 6–12 สัปดาห์ อาจพิจารณาฉีดยา

Grade 3 (Severe) ปวดรุนแรงมาก เดินไม่ได้ นอนไม่ได้ แม้ได้รับยาเต็มที่ หรือมีอ่อนแรงเล็กน้อย (Motor 4/5) หากไม่ดีขึ้นหลังรักษาแบบอนุรักษ์ หรือคุณภาพชีวิตแย่มาก พิจารณาผ่าตัด

Grade 4 (Neurological deficit) กล้ามเนื้ออ่อนแรงชัด (MRC ≤3/5), Foot drop หรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้น ควรผ่าตัดเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสการฟื้นตัวของเส้นประสาท

Grade 5 (Emergency) Cauda equina syndrome ได้แก่ ปัสสาวะไม่ออก/กลั้นไม่ได้ ชาบริเวณอวัยวะเพศหรือก้น (Saddle anesthesia) ร่วมกับอ่อนแรงสองขา ผ่าตัดฉุกเฉินภายใน 24–48 ชั่วโมง

ข้อบ่งชี้ที่ควรผ่าตัด (Absolute/Relative indications)

ข้อบ่งชี้เร่งด่วน (Absolute indications)

* Cauda equina syndrome
* กล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง (MRC ≤3/5)
* อ่อนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Progressive neurological deficit)

ข้อบ่งชี้แบบเลือกเวลา (Relative indications)

* ปวดร้าวลงขารุนแรง (Sciatica) ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอย่างเหมาะสม 6–12 สัปดาห์
* MRI พบหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทตรงกับอาการ
* อาการรบกวนการใช้ชีวิตหรือการทำงานอย่างมาก แม้ได้รับยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาแล้ว

การประเมินความรุนแรงจาก MRI เพียงอย่างเดียว

แม้ MRI จะแสดงหมอนรองกระดูกขนาดใหญ่ แต่ ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ผ่าตัดเสมอไป เพราะผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการ ในทางกลับกัน หมอนรองกระดูกขนาดไม่ใหญ่มากแต่กดรากประสาทตรงตำแหน่งสำคัญ อาจทำให้ปวดหรืออ่อนแรงรุนแรงจนต้องผ่าตัดได้ ดังนั้นการตัดสินใจต้องอาศัย Clinical-radiological correlation เป็นหลัก

หากผู้ป่วยมีอาการต่อไปนี้ ควรพบศัลยแพทย์กระดูกสันหลังเฉพาะทางเพื่อประเมินการผ่าตัด

* ปวดร้าวลงขารุนแรงจนเดินหรือใช้ชีวิตไม่ได้
* รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดมาแล้ว 6–12 สัปดาห์แต่ไม่ดีขึ้น
* เริ่มมีอ่อนแรงของขา หรือปลายเท้าตก (Foot drop)
* กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือชาบริเวณอวัยวะเพศและก้น ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดเร่งด่วน

🦴 ค่า T-score คืออะไร? สำคัญอย่างไรกับการผ่าตัดกระดูกสันหลังหลายคนที่กำลังเตรียมผ่าตัดกระดูกสันหลัง มักได้รับคำแนะนำให้ต...
18/07/2026

🦴 ค่า T-score คืออะไร? สำคัญอย่างไรกับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง

หลายคนที่กำลังเตรียมผ่าตัดกระดูกสันหลัง มักได้รับคำแนะนำให้ตรวจ Bone Mineral Density (BMD) เพื่อดูค่า T-score เพราะความแข็งแรงของกระดูกมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการผ่าตัด



T-score คืออะไร?

T-score คือค่าที่เปรียบเทียบความหนาแน่นของกระดูกของคุณกับคนหนุ่มสาวที่มีกระดูกแข็งแรงที่สุด

ค่า T-score ความหมาย
≥ -1.0 🟢 กระดูกปกติ
-1.0 ถึง -2.5 🟡 กระดูกบาง (Osteopenia)
≤ -2.5 🔴 โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนใช้ค่า T-score ≤ -2.5 จากการตรวจ DXA ร่วมกับการพิจารณาทางคลินิก หรือในบางรายอาจวินิจฉัยได้จากการมีกระดูกหักจากอุบัติเหตุไม่รุนแรง Executive-summary_FN_1-03-65-2.pdf



แล้วเกี่ยวอะไรกับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง?

🟢 T-score ≥ -1.0 (กระดูกปกติ)

* กระดูกแข็งแรง
* สกรูยึดเกาะกระดูกได้ดี
* โอกาสเชื่อมกระดูกติดสูง
* ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนต่ำ



🟡 T-score -1.0 ถึง -2.5 (กระดูกบาง)

แม้ยังไม่ใช่โรคกระดูกพรุน แต่…

⚠️ กระดูกเริ่มอ่อนแอ

ควร

* ประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม
* รับแคลเซียมและวิตามินดี
* พิจารณารักษาหากมีปัจจัยเสี่ยงร่วม



🔴 T-score ≤ -2.5 (โรคกระดูกพรุน)

เป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญก่อนผ่าตัด

หากไม่ได้รับการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ

❌ สกรูหลวม (Screw loosening)

❌ กระดูกรอบสกรูแตก (Pedicle fracture)

❌ กระดูกยุบเพิ่มเติม (Adjacent vertebral fracture)

❌ ข้อเชื่อมไม่ติด (Pseudoarthrosis)

❌ ต้องผ่าตัดซ้ำ



ทำไมศัลยแพทย์จึงให้ตรวจ BMD ก่อนผ่าตัด?

เพราะผลตรวจช่วยให้แพทย์สามารถ

✅ เลือกชนิดของการผ่าตัดให้เหมาะสม

✅ เลือกขนาดและชนิดของสกรู

✅ พิจารณาใช้เทคนิคเสริมความแข็งแรง เช่น

* Cement augmentation
* Cortical bone trajectory
* Long-segment fixation
* การใช้ expandable screw ในบางกรณี

✅ วางแผนรักษาโรคกระดูกพรุนก่อนและหลังผ่าตัด



งานวิจัยพบว่า…

ผู้ป่วยที่รักษาโรคกระดูกพรุนก่อนหรือหลังผ่าตัดอย่างเหมาะสม มีแนวโน้ม

🦴 กระดูกเชื่อมติดเร็วขึ้น

🔩 สกรูยึดแน่นขึ้น

📉 ลดการหลวมของสกรู

📉 ลดโอกาสกระดูกหักซ้ำ

📉 ลดโอกาสต้องผ่าตัดแก้ไข



🟢 T-score ≥ -1.0 → กระดูกแข็งแรง ผ่าตัดได้ตามแผน

🟡 T-score -1.0 ถึง -2.5 → กระดูกบาง ควรประเมินและดูแลเพิ่มเติม

🔴 T-score ≤ -2.5 → กระดูกพรุน ควรรักษาโรคกระดูกพรุนร่วมกับการวางแผนผ่าตัด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

คำแนะนำการออกกำลังกายหลังผ่าตัดส่องกล้องหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทการออกกำลังกายหลังผ่าตัดควรเริ่ม ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช...
12/07/2026

คำแนะนำการออกกำลังกายหลังผ่าตัดส่องกล้องหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

การออกกำลังกายหลังผ่าตัดควรเริ่ม ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว ลดอาการปวด และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ไม่ควรนอนพักตลอดทั้งวัน เพราะการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีกว่า



ระยะที่ 1 (0–2 สัปดาห์แรก)

เป้าหมาย

ลดอาการปวด ลดข้อยึดติด และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

ควรทำ

✅ เดินวันละ 3–5 รอบ เริ่มครั้งละ 5–10 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลา

✅ กระดกข้อเท้าขึ้น-ลง

✅ งอและเหยียดเข่า

✅ ฝึกหายใจเข้า-ออกลึก ๆ

ควรหลีกเลี่ยง

❌ ก้มหลังบ่อย ๆ

❌ บิดเอว

❌ ยกของหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม

❌ นั่งต่อเนื่องเกิน 30–45 นาที ควรลุกเปลี่ยนอิริยาบถ



ระยะที่ 2 (2–6 สัปดาห์)

เป้าหมาย

เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง

เริ่มทำได้

✅ ฝึกเกร็งหน้าท้องพร้อมขยับเชิงกราน (Pelvic Tilt)

✅ เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Abdominal Bracing)

✅ ยกสะโพกขึ้นจากพื้น (Bridge)

✅ หมุนเข่าซ้าย-ขวาเบา ๆ ขณะนอน (Knee Rolling)

✅ ดึงเข่าเข้าหาหน้าอกทีละข้าง หากไม่มีอาการปวดร้าวลงขา

✅ เดินเพิ่มเป็นวันละ 20–30 นาที

ควรหลีกเลี่ยง

❌ วิ่ง

❌ กระโดด

❌ กีฬาแข่งขันหรือกีฬาที่มีการปะทะ

❌ ยกของหนักหรือเล่นเวทหนัก



ระยะที่ 3 (6–12 สัปดาห์)

เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

✅ ท่าคลานเหยียดแขนและขาสลับกัน (Bird-Dog)

✅ ท่าแพลงก์ด้านข้างแบบง่าย

✅ ย่อเข่าครึ่งตัว (Half Squat)

✅ ก้าวขึ้น-ลงบันไดเตี้ย (Step-Up)

✅ ปั่นจักรยานอยู่กับที่

✅ ว่ายน้ำ เมื่อแผลผ่าตัดหายสนิท



หลังผ่าตัด 3 เดือน

หากแพทย์ประเมินว่าเหมาะสม สามารถกลับไปออกกำลังกายได้เกือบตามปกติ เช่น

✅ เดินเร็ว

✅ ปั่นจักรยาน

✅ ว่ายน้ำ

✅ เล่นเวทน้ำหนักเบา แล้วค่อย ๆ เพิ่มตามความเหมาะสม

⚠️ กีฬาที่มีแรงกระแทกสูง เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล วิ่งระยะไกล หรือยกน้ำหนักมาก ควรเริ่มเมื่อแพทย์อนุญาต



หลักการสำคัญ

✅ การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดในช่วงแรกหลังผ่าตัด

✅ เพิ่มระยะเวลาและความหนักของการออกกำลังกายทีละน้อย (ประมาณ 10–20% ต่อสัปดาห์)

✅ หากปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเล็กน้อย ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

✅ หากมีอาการปวดร้าวลงขา ชามากขึ้น หรืออ่อนแรง ให้หยุดออกกำลังกายและปรึกษาแพทย์



สัญญาณอันตราย ควรรีบพบแพทย์

🚨 ปวดร้าวลงขารุนแรงขึ้น

🚨 ขาอ่อนแรงมากขึ้น หรือเดินลำบาก

🚨 ชาบริเวณก้นหรืออวัยวะเพศ

🚨 กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้

🚨 มีไข้ แผลบวมแดง มีหนอง หรือมีน้ำไหลจากแผล



ชื่อท่าบริหาร (ใช้ในอินโฟกราฟิก)

1. กระดกข้อเท้าขึ้น-ลง
2. ขยับเชิงกรานพร้อมเกร็งหน้าท้อง
3. เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง
4. ยกสะโพก
5. ดึงเข่าเข้าหาหน้าอก
6. หมุนเข่าซ้าย-ขวาขณะนอน
7. คลานเหยียดแขนและขาสลับกัน
8. แพลงก์ด้านข้างแบบง่าย
9. ย่อเข่าครึ่งตัว
10. ก้าวขึ้น-ลงบันไดเตี้ย

ทำไมผู้ป่วย “กระดูกทับเส้นประสาท” บางรายจึงต้องผ่าตัดเชื่อมข้อ (Spinal Fusion)?ผู้ป่วยหลายคนสงสัยว่า ทำไมบางคนผ่าตัดแค่ส...
10/07/2026

ทำไมผู้ป่วย “กระดูกทับเส้นประสาท” บางรายจึงต้องผ่าตัดเชื่อมข้อ (Spinal Fusion)?

ผู้ป่วยหลายคนสงสัยว่า ทำไมบางคนผ่าตัดแค่ส่องกล้องเอากระดูกหรือหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออก (Endoscopic Decompression) แต่บางคนต้องใส่น็อตและเชื่อมข้อ (Spinal Fusion/MIS TLIF)

คำตอบคือ หากกระดูกสันหลังมีภาวะ “ไม่มั่นคง” (Spinal Instability) การเอาสิ่งที่กดทับออกเพียงอย่างเดียวอาจทำให้อาการปวดกลับมา หรือทำให้กระดูกเคลื่อนมากขึ้นในอนาคต



Spinal Instability คืออะไร?

ภาวะที่กระดูกสันหลัง เคลื่อนไหวมากผิดปกติ จนทำให้เกิด

✅ ปวดหลังเรื้อรัง

✅ ปวดร้าวลงขา

✅ ชา หรืออ่อนแรง

✅ เดินได้น้อยลง

เมื่อปล่อยไว้ อาจทำให้เส้นประสาทถูกกดซ้ำได้



แพทย์พิจารณาจากอะไร?

การตัดสินใจไม่ได้ดูจาก MRI เพียงอย่างเดียว แต่ใช้ทั้ง

1. อาการของผู้ป่วย (Clinical)

ผู้ป่วยอาจมีอาการ เช่น

• ปวดหลังมากกว่าปวดขา

• ปวดเวลาเปลี่ยนท่า ลุก นั่ง หรือยืนนาน

• เดินหรือยืนนานแล้วปวด

• รู้สึกเหมือนหลังไม่มั่นคง

• เคยผ่าตัดมาก่อนและอาการกลับมา

• มีอาการร่วมกับกระดูกเคลื่อน



2. ภาพถ่ายทางรังสี (Imaging)

แพทย์จะประเมินจาก

🩻 X-ray

* กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis)
* ความผิดรูปของแนวกระดูก
* หมอนรองกระดูกยุบมาก

🩻 X-ray งอ–แอ่น (Flexion-Extension)

ดูว่ากระดูกเคลื่อนเพิ่มเวลาขยับหรือไม่

หากมีการเคลื่อนผิดปกติ แสดงว่าข้อไม่มั่นคง

🩻 MRI

* เส้นประสาทถูกกด
* ข้อกระดูกเสื่อม
* มีน้ำในข้อ (Facet Joint Effusion)
* หมอนรองกระดูกเสื่อม

🩻 CT Scan

ใช้ดูรายละเอียดของกระดูก เช่น

* ข้อเสื่อมมาก
* กระดูกแตก
* ความผิดปกติหลังผ่าตัด



เมื่อไรที่แพทย์แนะนำ “เชื่อมข้อ”

โดยทั่วไป อาจพิจารณาเมื่อพบว่า

✔ กระดูกสันหลังเคลื่อนร่วมกับอาการ

✔ มีการเคลื่อนไหวผิดปกติของข้อ

✔ ต้องตัดกระดูกหรือข้อต่อออกมากเพื่อคลายเส้นประสาท จนทำให้ข้อไม่มั่นคง

✔ กระดูกสันหลังคดหรือเสียสมดุล

✔ ผ่าตัดซ้ำในตำแหน่งเดิม

✔ มีอาการปวดหลังจากความไม่มั่นคงร่วมกับเส้นประสาทถูกกด



การเชื่อมข้อ (Fusion) ช่วยอะไร?

การเชื่อมข้อมีเป้าหมายเพื่อ

✅ ลดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

✅ เพิ่มความมั่นคงของกระดูกสันหลัง

✅ ลดโอกาสเส้นประสาทถูกกดซ้ำ

✅ ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินและใช้ชีวิตได้ดีขึ้น



ผู้ป่วยทุกคนจำเป็นต้องเชื่อมข้อหรือไม่?

ไม่จำเป็น

ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดคลายเส้นประสาทเพียงอย่างเดียว (Decompression) ได้ผลดี

แพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยดูจาก

* อาการของผู้ป่วย
* การตรวจร่างกาย
* ภาพถ่ายรังสีหลายชนิด
* ระดับความมั่นคงของกระดูกสันหลัง
* เป้าหมายการรักษาในระยะยาว



ข้อความสำคัญสำหรับผู้ป่วย

“การใส่น็อตและเชื่อมข้อ ไม่ใช่ทำในผู้ป่วยทุกคน แต่ทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่ากระดูกสันหลังไม่มั่นคง หรือการผ่าตัดคลายเส้นประสาทเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพื่อให้ผลการรักษามั่นคง ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว”

นพ นภทีป์ เสกขพันธุ์
Spine Neurosurgeon
ศัลยแพทย์ประสาทและกระดูกสันหลัง
รพ ราชวิถี

ปวดคอเรื้อรัง…อาจไม่ใช่แค่ “ออฟฟิศซินโดรม”หากคุณมีอาการเหล่านี้✓ ปวดคอร้าวลงแขน✓ ชา หรืออ่อนแรงของแขนและมือ✓ หยิบจับของไ...
15/06/2026

ปวดคอเรื้อรัง…อาจไม่ใช่แค่ “ออฟฟิศซินโดรม”

หากคุณมีอาการเหล่านี้
✓ ปวดคอร้าวลงแขน
✓ ชา หรืออ่อนแรงของแขนและมือ
✓ หยิบจับของไม่ถนัด
✓ เดินเซ เสียการทรงตัว
✓ มีภาวะไขสันหลังถูกกดทับ

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกคอเสื่อม หรือกระดูกคอกดทับเส้นประสาทและไขสันหลัง

การผ่าตัด ACDF (Anterior Cervical Discectomy and Fusion) เป็นหนึ่งในมาตรฐานการรักษาที่ช่วยลดการกดทับของเส้นประสาท ฟื้นฟูการทำงาน และป้องกันความเสียหายของระบบประสาทในระยะยาว

การวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก มีส่วนสำคัญต่อผลลัพธ์การรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

“เพราะทุกการเคลื่อนไหว เริ่มต้นจากระบบประสาทที่แข็งแรง”

ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชีวิตไม่เหมือนเดิม…วันนี้การผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่จำเป็นต้องเป็นแผลใหญ่เสมอไป✨ Endoscopic Spinal Sur...
14/06/2026

ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชีวิตไม่เหมือนเดิม…

วันนี้การผ่าตัดกระดูกสันหลังไม่จำเป็นต้องเป็นแผลใหญ่เสมอไป

✨ Endoscopic Spinal Surgery
เทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็กเพียง 7 มม.
• เจ็บน้อย
• เสียเลือดน้อย
• ฟื้นตัวเร็ว
• กลับไปใช้ชีวิตได้ไวขึ้น

เพราะทุกก้าวที่เดินได้โดยไม่เจ็บปวด
คือคุณภาพชีวิตที่กลับคืนมา

ปรึกษา
Dr Noppatee Segkhaphant
Spine Neurosurgeon

📞 Tel. 086-565-4617

เรื่องที่น่ายินดีปัจจุบัน สกรูและหมอนเทียมในการผ่าตัดเทคนิคMIS อยู่ในสิทธิการรักษาผู้ป่วยไม่เสียค่าใช้จ่ายส่วนเกินแล้วนะ...
13/06/2026

เรื่องที่น่ายินดี
ปัจจุบัน สกรูและหมอนเทียม
ในการผ่าตัดเทคนิคMIS
อยู่ในสิทธิการรักษา
ผู้ป่วยไม่เสียค่าใช้จ่ายส่วนเกินแล้วนะครับ

13/06/2026

ที่อยู่

2 ถนน พญาไท แขวง ทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+66865654617

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรคกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยแพทย์เฉพาะทาง-นพ นภทีป์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง โรคกระดูกสันหลังและระบบประสาทโดยแพทย์เฉพาะทาง-นพ นภทีป์:

ทางลัด

แชร์

ประเภท