Sunshine - Child and Family Development Center

Sunshine - Child and Family Development Center SunShine is a Child and Family Development Centre that intent to promote children and families’ ps

SunShine is a Child and Family Development Centre that intent to promote children and families’ psychological well-being and help family to overcome children related problem.

มาเรียนรู้ผ่านการเล่นด้วยเกม “อารมณ์บอกใบ้” กันเถอะ!วันนี้ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 มีไอเดียเกมสนุก ๆ ให้เด็ก ๆ ฝึกการสังเกตภาษากายและทา...
12/11/2024

มาเรียนรู้ผ่านการเล่นด้วยเกม “อารมณ์บอกใบ้” กันเถอะ!


วันนี้ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 มีไอเดียเกมสนุก ๆ ให้เด็ก ๆ ฝึกการสังเกตภาษากายและทายความรู้สึกของผู้อื่นกันค่ะ เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการเรียนรู้และเข้าใจอารมณ์ของคนรอบข้างในบรรยากาศที่สนุกสนาน คุณพ่อคุณแม่ลองนำไอเดียนี้ไปเล่นกับเด็ก ๆ ที่บ้านได้นะคะ

🖍 อุปกรณ์

การ์ดอารมณ์ต่าง ๆ เช่น มีความสุข เศร้า โกรธ
วิธีการเล่น

1. แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมคำใบ้และทีมคนทาย
2. ให้ทีมคนใบ้ เลือกการ์ดคำเกี่ยวกับอารมณ์ที่ต้องการ
3. จากนั้นให้แสดงอารมณ์ออกทางภาษากายโดยไม่ใช้เสียง
4. ให้ทีมคนทาย วิเคราะห์ว่าทีมคนใบ้กำลังสื่อสารถึงอารมณ์อะไร
5. สามารถชวนเด็ก ๆ คุยต่อได้ว่าหากเกิดอารมณ์หล่านี้แล้วจะมีวิธีรับมือและจัดการอารมณ์ต่าง ๆ อย่างปลอดภัยได้อย่างไร


กิจกรรมนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการสังเกตและการเข้าใจอารมณ์ของเด็ก ๆ ซึ่งทักษะสำคัญเหล่านี้มีส่วนช่วยให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคตต่อไปได้ค่ะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 ได้ที่

Line:
https://lin.ee/bZRcClB

"สัมผัสรักที่อบอุ่น: เส้นทางสู่การเติบโตอย่างมีความสุขของลูกสวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน วันนี้ครูมุกอยากจะขอชวนคุณพ่อคุ...
06/11/2024

"สัมผัสรักที่อบอุ่น: เส้นทางสู่การเติบโตอย่างมีความสุขของลูก

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน วันนี้ครูมุกอยากจะขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาคุยกันเรื่องของ “การตอบสนอง” ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพกันค่ะ โดยมีงานวิจัยที่ศึกษาครอบครัวในเม็กซิโกและได้ยืนยันถึงความสำคัญของการตอบสนองที่มีคุณภาพในช่วงวัยทารกว่ามีผลโดยตรงต่อ พัฒนาการของเด็กในด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคมต่อไปในอนาคตค่ะ

แล้วการตอบสนองที่ว่ามีลักษณะอย่างไรบ้าง ครูมุกชวนคุณพ่อคุณแม่มานึกภาพตามไปพร้อมๆกันนะคะ

.

เวลาที่ลูกน้อยร้องไห้เพราะรู้สึกไม่สบายใจ การที่เราเดินไปหา สัมผัสโอบกอดเขาขึ้นมา ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น โยกตัวลูกเบาๆอย่างอ่อนโยน การสัมผัสและการตอบสนองทางอารมณ์นี้จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่น และรับรู้ว่าโลกนี้เป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเขา ช่วยพัฒนาให้เกิดสายสัมพันธ์ที่มั่นคง ไว้วางใจ และการเห็นคุณค่าในตนเองของลูกน้อยค่ะ

.

หรือบางครั้งที่ลูกน้อยแค่ส่งเสียงเล็กๆ ออกมา การที่คุณพ่อคุณแม่พูดคุยส่งเสียง สบตา ยิ้ม และตอบสนองเมื่อเขาพยายามสื่อสารกับเรา นอกจากจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางภาษาและสังคมให้แก่พวกเขา เป็นเหมือนการปูพื้นฐานให้ลูกเข้าใจถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในอนาคตด้วยค่ะ


ยิ่งไปกว่านั้นการตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐาน เช่น การดูแลเรื่องอาหารการกินหรือปลอบลูกเมื่อง่วงนอนอย่างสม่ำเสมอและทันท่วงทีก็จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจว่าพ่อแม่จะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ ซึ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการและความมั่นคงทางอารมณ์ค่ะ


แน่นอนว่าหัวใจหลักของการตอบสนองที่มีคุณภาพคือ การตอบสนองที่อ่อนโยนผ่อนคลาย สม่ำเสมอ และทันท่วงทีค่ะ


งานวิจัยนี้พบว่าเด็กที่ได้รับการตอบสนองที่มีคุณภาพจากคุณพ่อคุณแม่ในช่วงวัยทารก (4-18 เดือน) จะมีพัฒนาการด้านสติปัญญาและอารมณ์ที่ดีขึ้นเมื่อเขาเข้าสู่วัยก่อนเข้าโรงเรียน (3-5 ปี) นอกจากนี้ ในช่วงวัย 3-5 ปี การที่คุณพ่อคุณแม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆกับลูก เช่น การอ่านหนังสือ การร้องเพลง หรือการเล่นเกม จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ให้กับเด็กเช่นกันค่ะ

.

ทุกครั้งที่เราตอบสนองต่อลูกน้อย คือการสร้างสายสัมพันธ์แห่งความรักและความไว้วางใจ ลูกจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและความสำคัญในใจของพ่อแม่ การกอด การพูดคุย และการใส่ใจในทุกๆ วัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานของความรักที่แข็งแรงและมั่นคงต่อไปค่ะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 ได้ที่

Line:
https://lin.ee/bZRcClB

"จากอารมณ์ร้อนเป็นอารมณ์เย็น สอนลูกดูแลความรู้สึกผ่านการสะท้อนอารมณ์"การช่วยสนับสนุนให้ลูกน้อยของเราได้รู้จักและเรียนรู้...
28/10/2024

"จากอารมณ์ร้อนเป็นอารมณ์เย็น สอนลูกดูแลความรู้สึกผ่านการสะท้อนอารมณ์"

การช่วยสนับสนุนให้ลูกน้อยของเราได้รู้จักและเรียนรู้วิธีการดูแลอารมณ์ของตนเอง เป็นหนึ่งในเรื่องที่สำคัญมากในการพัฒนาทักษะในการใช้ชีวิตต่อไปค่ะ แต่แน่นอนว่าในบางครั้งการรับมือกับอารมณ์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อพวกเขายังไม่รู้จักว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไร อารมณ์นั้นเกิดจากอะไร และเขาทำอะไรได้บ้างเพื่อรับมืออารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้ วันนี้ครูมุกเลยขอมาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้จักกับหนึ่งในวิธีการที่จะช่วยให้ลูกน้อยของเราพัฒนาทักษะในเรื่องนี้ได้มากยิ่งขึ้นกันนะคะ

การสะท้อนอารมณ์ (Reflection) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการของรูปแบบการเลี้ยงดูเชิงบวก (Positive discipline) คือ การพูดคุยและช่วยบอกเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกที่ลูกของเรากำลังประสบอยู่ในขณะนั้นค่ะ เช่น “แม่เข้าใจว่าหนูเสียใจมากจริงๆ” หรือ “พ่อเห็นเลยว่าหนูเสียใจและผิดหวังมากๆที่ไม่ได้ซื้อของเล่นชิ้นนี้” การสะท้อนอารมณ์จะช่วยให้เด็กๆสามารถระบุอารมณ์นั้นๆได้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร มีคลังคำศัพท์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเข้าใจอารมณ์นั้นลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ช่วยให้พวกเขาสามารถสื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึกได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะการจัดการและดูแลกับอารมณ์ของตนเองต่อไป นอกจากนี้การสะท้อนอารมณ์ยังช่วยให้ลูกน้อยของเราเข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าเขารู้สึกอย่างไร รู้สึกได้รับการสนับสนุน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยแน่นแฟ้นขึ้นด้วยค่ะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 ได้ที่

Line:
https://lin.ee/bZRcClB

𝗧𝗵𝗲 𝗜𝗺𝗽𝗼𝗿𝘁𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗼𝗳 𝗧𝗼𝘂𝗰𝗵 𝗶𝗻 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗺𝗲𝗻𝘁สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว การดูแลลูกน้อยในช่วงขวบปีแรกเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและสำคัญอย่...
17/10/2024

𝗧𝗵𝗲 𝗜𝗺𝗽𝗼𝗿𝘁𝗮𝗻𝗰𝗲 𝗼𝗳 𝗧𝗼𝘂𝗰𝗵 𝗶𝗻 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗺𝗲𝗻𝘁

สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว การดูแลลูกน้อยในช่วงขวบปีแรกเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและสำคัญอย่างยิ่งเลยใช่ไหมคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การกอด การลูบหลังเบา ๆ หรือการอุ้มลูกน้อยที่เราเข้าใจว่าเป็นแค่การแสดงความรักนั้น จริง ๆ แล้วการสัมผัสเหล่านี้มีผลต่อพัฒนาการของลูกมากกว่าที่เราคิดนะคะ การสัมผัสไม่ได้เพียงแค่สร้างความอบอุ่น และความรู้สึกปลอดภัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อย ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และสมองอีกด้วยค่ะ วันนี้ครูมุกเลยขอมาแบ่งปันการศึกษาที่พูดถึง “ความสำคัญของการสัมผัสที่มีผลต่อพัฒนาการของลูกน้อย” ให้ทุกคนอ่านกันค่ะ

โดยการศึกษานี้พบว่า

1. การสัมผัสช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตทางร่างกาย การสัมผัสเป็นเสมือนสิ่งมหัศจรรย์เล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของเด็กเลยค่ะ มีการศึกษาในทารกที่คลอดก่อนกำหนด โดยผลพบว่าทารกที่ได้รับการสัมผัส ลูบไล้เพียง 15 นาที วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 10 วัน สามารถช่วยให้ทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 47% เมื่อเทียบกับทารกที่ไม่ได้รับการสัมผัส ซึ่งการสัมผัสนี้ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาท และระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้ทารกทีได้รับการสัมผัสมีอัตราการเจริญเติบโตทางร่างกายที่รวดเร็ว ส่งผลให้ทารกที่คลอดก่อนกำหนดนั้นสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เร็วขึ้นประมาณ 6 วัน เนื่องจากมีการเจริญเติบโตที่เร็วกว่าและร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าทารกที่ไม่ได้รับการสัมผัสค่ะ

2. การสัมผัสมีผลต่อพัฒนาการทางสมอง นอกจากการเจริญเติบโตทางร่างกายแล้ว การสัมผัสยังมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของทารกรวมถึงพัฒนาการในระยะยาวอีกด้วยนะคะ เมื่อเราสัมผัสลูกบ่อย ๆ สมองของเขาจะสร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายประสาทใหม่ ๆ ทำให้ลูกสามารถเรียนรู้ ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และมีพัฒนาการการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมตามช่วงวัย นอกจากนี้การศึกษายังอธิบายอีกว่าทารกที่ได้รับการสัมผัสอย่างเพียงพอในช่วงแรกของชีวิต พวกเขามีโอกาสพัฒนาความสามารถทางอารมณ์ และสังคมที่ดี พวกเขามีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กที่มั่นใจและมีความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ ๆ ค่ะ

3. สายใยแห่งความผูกพันผ่านการสัมผัสใกล้ชิด อีกหนึ่งวิธีการเลี้ยงดูที่การศึกษาพูดถึง คือ การให้ทารกนอนบนหน้าอกของผู้ปกครอง โดยมีการสัมผัสโดยตรงผ่านผิวหนังของทั้งสองฝ่าย หรือ Kangaroo Care ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ทารกที่ได้รับการดูแลแบบนี้เป็นเวลาวันละอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ช่วยให้พวกเขามีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจที่ดีมากขึ้น ส่งเสริมให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย มั่นคง สร้างความผูกพันระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูกน้อย ช่วยให้พวกเขากล้าที่จะสำรวจโลกใบนี้ด้วยความมั่นใจค่ะ


กล่าวได้ว่าการสัมผัสนั้นเป็นมากกว่าความอบอุ่นทางกาย แต่เป็นสายใยรักที่เชื่อมโยงหัวใจของคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อย ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ ซึ่งความใกล้ชิดนี้จะเติมเต็มความมั่นใจและความสุข สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และอบอุ่นไปตลอดชีวิตค่ะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 ได้ที่

Line:
https://lin.ee/bZRcClB

“𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗵𝗶𝗹𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝗙𝗮𝗺𝗶𝗹𝘆 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿”ทุกคนควรได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นและใส่ใจ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 มีความพร้อมในการสนับสนุน...
15/10/2024

“𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗵𝗶𝗹𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝗙𝗮𝗺𝗶𝗹𝘆 𝗗𝗲𝘃𝗲𝗹𝗼𝗽𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿”

ทุกคนควรได้รับการดูแลอย่างอบอุ่นและใส่ใจ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 มีความพร้อมในการสนับสนุนทุกคนในทุกช่วงวัย ด้วยบริการทางจิตวิทยาที่หลากหลาย ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ ของเรา

1. การบำบัด (𝗣𝘀𝘆𝗰𝗵𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝗮𝗽𝘆)

2. การอบรมการเลี้ยงดู (𝗣𝗼𝘀𝗶𝘁𝗶𝘃𝗲 𝗣𝗮𝗿𝗲𝗻𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗧𝗿𝗮𝗶𝗻𝗶𝗻𝗴)

3. โปรแกรมฝึกอบรมเกี่ยวกับตัวแปรทางจิตใจต่างๆ (𝗪𝗼𝗿𝗸𝘀𝗵𝗼𝗽)

4. กลุ่มกิจกรรมที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับเด็กๆ ในหลายช่วงวัย (𝗞𝗶𝗱𝘀 𝗔𝗰𝘁𝗶𝘃𝗶𝘁𝗶𝗲𝘀)

มาร่วมกันเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและปลอดภัยภายในครอบครัวไปด้วยกันค่ะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 ได้ที่

Line:
https://lin.ee/bZRcClB

สร้าง “บ้าน” ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจ สำหรับทุกคนในครอบครัว“บ้าน” นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนร่างกายจากควา...
10/10/2024

สร้าง “บ้าน” ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจ สำหรับทุกคนในครอบครัว

“บ้าน” นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนร่างกายจากความเหนื่อยล้าที่ผ่านมาทั้งวันแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่มีไว้สำหรับพักผ่อนจิตใจด้วยเช่นกัน เมื่อภารกิจประจำวันข้างนอกบ้านจบลง สมาชิกในบ้านจะกลับมาฟื้นฟูพลังกายและเติมเต็มพลังใจผ่านการสร้างความสัมพันธ์กับคนที่เรารัก การสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจจึงเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

วันนี้ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 อยากมาแบ่งปันวิธีสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนกันนะคะ

คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไอเดีย การสร้าง “บ้าน” เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจไปปรับใช้ได้นะคะ พวกเราเชื่อว่าเมื่อเด็ก ๆ ได้เรียนรู้ต้นแบบการสร้างบ้านที่ปลอดภัยและอบอุ่นต่อจิตใจจากครอบครัวของตนเองแล้ว ก็จะสามารถส่งต่อพื้นที่ปลอดภัยและความอบอุ่นใจให้กับคนรอบข้างได้อีกด้วยค่ะ


มาร่วมเรียนรู้วิธีการสื่อสารที่ดีและการบรรยากาศที่ปลอดภัยได้ที่

Line:
https://lin.ee/CFKvIS2

รับมือเมื่อลูกพูด “ไม่” ตลอดเวลา เคยไหมคะที่ลูกของเราพูดคำว่า “ไม่” บ่อยจนเรารู้สึกท้อ คุณแม่ทราบไหมคะว่า คำว่า “ไม่” ขอ...
08/10/2024

รับมือเมื่อลูกพูด “ไม่” ตลอดเวลา

เคยไหมคะที่ลูกของเราพูดคำว่า “ไม่” บ่อยจนเรารู้สึกท้อ คุณแม่ทราบไหมคะว่า คำว่า “ไม่” ของลูกไม่ได้หมายความว่าเขาแค่ปฏิเสธอย่างเดียวเสมอไป บางครั้งคำว่า “ไม่” ของเขาอาจแฝงไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง วันนี้ครูมุกขออาสาพาคุณพ่อคุณแม่มาสำรวจอารมณ์ภายใต้คำว่า “ไม่” ของลูกน้อยของเรากันค่ะว่าจริงๆแล้วเขารู้สึกอย่างไร และเราจะตอบสนองแบบไหนดี


บางครั้งลูกอาจพูด “ไม่” พร้อมกับรอยยิ้มซุกซน! เด็ก ๆ บางครั้งก็ใช้คำว่า ไม่ เพื่อบอกเราว่า “มาเล่นกับหนูหน่อยนะ” เพราะเขารู้สึกสนุก อยากได้ความสนใจ อยากเล่น หรืออยากมีปฏิสัมพันธ์กับเรานั่นเองค่ะ สิ่งที่เราสามารถทำได้เลยคือ ช่วยสะท้อนอารมณ์ ยอมรับอารมณ์ที่เกิดขึ้นของเขาค่ะ “ดูเหมือนหนูกำลังรู้สึกสนุกมากเลยนะเนี่ย กำลังอยากเล่นกับแม่ใช่ไหมน้า” ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ตอบสนองทางอารมณ์ของเขา และลองใช้เวลาอยู่กับเขาในตอนนั้นมากขึ้น ก็จะช่วยให้เรากับลูกมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้นค่ะ รวมถึงอาจช่วยต่อยอดความสนุกของเขาได้นะคะ เช่น “เมื่อกี้แม่เห็นหนูพูดเร็วมากเลย เรามาเล่นพูดคำว่า แตงโม เร็ว ๆ กันดูดีไหม” เพื่อช่วยต่อยอดความสร้างสรรค์ของเขาต่อไปค่ะ


ขณะเดียวกัน หลังจากนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถลองหาช่วงเวลาที่ลูกน้อยของเราอารมณ์ดี สมองสงบพร้อมเรียนรู้แล้ว ลองคุยกับลูกของเราดูค่ะว่า ถ้าเขาอยากชวนคุณพ่อคุณแม่เล่นเขาสามารถสื่อสารหรือชักชวนอย่างไรได้บ้าง รวมถึงคุณพ่อคุณแม่สามารถหาเวลาที่จะเป็นฝ่ายชวนเขาเล่นก่อนได้เช่นเดียวกันนะคะ


แน่นอนค่ะว่า บางครั้งคำว่า “ไม่” ก็มาพร้อมกับอารมณ์โกรธหรือเสียใจ เช่น เมื่อลูกไม่อยากอาบน้ำแล้วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดุเดือด สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้คือ ให้ความสำคัญกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาก่อนค่ะ ช่วยสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของเขา เช่น “แม่เข้าใจว่าลูกกำลังโกรธ และเสียใจที่ไม่ได้เล่นของเล่นต่อ” การแสดงออกที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นนี้จะช่วยให้ลูกเห็นว่าเราเข้าใจความรู้สึกของเขา ไม่ใช่แค่การขอให้เขาทำตามคำสั่ง เมื่อลูกสงบลงแล้ว เราอาจจะพูดคุยถึงเรื่องของกติกาข้อตกลงกับเขาต่อไปได้ค่ะ โดยครั้งหน้า คุณพ่อคุณแม่สามารถพูดคุยถึงข้อตกลงกับเขาล่วงหน้า รวมถึงชวนเขามากำหนดตารางชีวิตประจำวันร่วมกันได้นะคะว่า เราสามารถเล่นของเล่นได้ตอนไหน เราจะอาบน้ำตอนไหน ช่วยให้ลูกรู้ว่าเขาสามารถทำอะไรได้ก่อนหลังได้ค่ะ


การชวนเขามามีส่วนร่วมในการตั้งกติกาหรือข้อตกลงล่หน้าจะช่วยให้ลูกเข้าใจลำดับกิจกรรม และรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น รวมทั้งการสื่อสารที่อ่อนโยน และเข้าใจจะสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้ง และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักในครอบครัว ส่งเสริมทั้งด้านของการมีความสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงความสามารถในการกำกับควบคุมตนเองของลูกต่อไปในอนาคตค่ะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 ได้ที่

Line:
https://lin.ee/bZRcClB

"5 เกมสนุกส่งเสริม 𝗘𝗤 ที่เล่นได้ทั้งครอบครัว" 𝗘𝗤 (𝗘𝗺𝗼𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗤𝘂𝗼𝘁𝗶𝗲𝗻𝘁) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ ควบคุม และจัดการก...
05/10/2024

"5 เกมสนุกส่งเสริม 𝗘𝗤 ที่เล่นได้ทั้งครอบครัว"

𝗘𝗤 (𝗘𝗺𝗼𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗤𝘂𝗼𝘁𝗶𝗲𝗻𝘁) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ ควบคุม และจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม การส่งเสริมกิจกรรมพัฒนา 𝗘𝗤 นั้น จะช่วยให้เด็กๆ มีจิตใจที่มั่นคง มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ และนำไปสู่การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขค่ะ
มาดูกิจกรรมสนุก ๆ ที่ช่วยพัฒนา 𝗘𝗤 สำหรับเด็ก ๆ กันค่ะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line:

“เมื่อการเล่นจุดประกายความอยากรู้ พัฒนาการสมองที่เริ่มต้นจากความสนุก”สวัสดีค่ะ วันนี้ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 นำงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ย...
03/10/2024

“เมื่อการเล่นจุดประกายความอยากรู้ พัฒนาการสมองที่เริ่มต้นจากความสนุก”

สวัสดีค่ะ วันนี้ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 นำงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเล่นที่สอดคล้องกับการพัฒนาสมองของเด็ก ๆ มาแบ่งปันให้ทุกคนค่ะ

งานวิจัยในวันนี้ เป็นของคุณ Junyi Chu และคุณ Laura E. Schulz ในปี 2020 โดยงานวิจัยนี้ ได้ทำการรวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเล่นที่สัมพันธ์กับพัฒนาการทางสมอง งานวิจัยระบุว่า การเล่นนั้นมีความเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก ๆ ในหลายด้าน ดังนี้

เล่นเพื่อเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะชีวิตผ่านความสนุก (Play for practice) เมื่อเด็ก ๆ ได้ทดลองเล่นผ่านการฝึกฝนซ้ำ ๆ จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีความเชี่ยวชาญทางการเคลื่อนไหวที่สำคัญและจำเป็นต่อการเป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้กล้ามเนื้อส่วนที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่น กล้ามเนื้อมือ ที่สัมพันธ์กับการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ รอบตัว ไปจนถึงการใช้ช้อนส้อมเพื่อตักอาหารอีกด้วยค่ะ

เล่นเพื่อคาดการณ์และวางแผน พัฒนาทักษะทารคิดล่วงหน้าและการเตรียมพร้อม (Play for prediction and plans) เด็กทารกจะเล่นผ่านการใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ เพื่อสำรวจสิ่งรอบตัว โดยทารกจะชอบมองสิ่งเร้าที่มีความพิเศษและแปลกใหม่ เพื่อเรียนรู้คุณสมบัติและรวบรวมสถิติของเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น เด็กทารกสังเกตการเคลื่อนไหวของสิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือ การที่เด็กทารกโยนลูกบอลซ้ำ ๆ เพื่อเรียนรู้แรงโน้มถ่วงของโลกและความสามารถทางกล้ามเนื้อของตนเอง เมื่อโตขึ้น เด็ก ๆ จะเริ่มคาดการณ์สิ่งรอบตัวผ่านประสบการณ์ระหว่างทางที่ได้สำรวจและทดลอง ดังนั้น การเล่นของเด็กจึงมีความเชื่อมโยงกับการเรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่รอบ ๆ ตัวค่ะ

เล่นเพื่อแก้ปัญหาและสร้างสรรค์แนวทาง ฝึกทักษะการคิดและเสนอไอเดียผ่านการเล่น (Play for Problems and Proposals) การเล่นของเด็กอาจเกิดความสนุกจากการพยายามแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การเล่นหมากรุกที่จะต้องมีการวางแผนแก้เกมที่อยู่ตรงหน้า การเล่นฟุตบอลที่สามารถนำเสนอไอเดียการเล่นในวิธีต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การทำคะแนน โดยการเล่นต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาที่หลากหลายผ่านการเล่นค่ะ

จะเห็นได้ว่าการเล่นนั้นมีความสำคัญและมีความเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสมองในหลากหลายด้าน ทั้งการฝึกฝนทักษะต่าง ๆ ในชีวิต การฝึกทักษะการคาดการณ์และการวางแผน ไปจนถึงการสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ผ่านการเล่น จึงถือได้ว่าการเล่นมีความสำคัญกับช่วงวัยเด็กอย่างแท้จริงค่ะ
“เพราะการเล่นคืองานของเด็ก ๆ”


แหล่งอ้างอิง
Chu, J., & Schulz, L. E. (2020). Play, curiosity, and cognition. Annual Review of Developmental Psychology, 2(1), 317-343.
https://doi.org/10.1146/annurev-devpsych-070120-014806


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Line:

5 วิธีรับมือกับ "อารมณ์โกรธ" ของลูกน้อยอย่างใจเย็นคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยพบกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยมีอารมณ์โกรธหรืออาละ...
02/10/2024

5 วิธีรับมือกับ "อารมณ์โกรธ" ของลูกน้อยอย่างใจเย็น

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยพบกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยมีอารมณ์โกรธหรืออาละวาด จนบางครั้งทำให้รู้สึกไม่แน่ใจว่าจะดูแลลูกน้อยของเราอย่างไรดี วันนี้ครูมุกมีวิธีรับมือกับอารมณ์โกรธของลูก ๆ ด้วยการสื่อสารและเลี้ยงดูเชิงบวก ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาค่อย ๆ เรียนรู้และจัดการอารมณ์ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาลองดูกันค่ะ


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 𝗦𝘂𝗻𝘀𝗵𝗶𝗻𝗲 ได้ที่

Line ID :
https://lin.ee/0gFWgcj

ทำอย่างไรถึงจะใช้เวลาคุณภาพกับลูก เมื่อเรายุ่งมาก?ส่วนใหญ่แล้ว “เวลาคุณภาพ” ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้อยู่ร่วมกันกับลูกนั้น มักจ...
01/08/2021

ทำอย่างไรถึงจะใช้เวลาคุณภาพกับลูก เมื่อเรายุ่งมาก?
ส่วนใหญ่แล้ว “เวลาคุณภาพ” ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้อยู่ร่วมกันกับลูกนั้น มักจะแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันธรรมดา ๆ มากกว่าในโอกาสพิเศษ เพราะเวลาคุณภาพนั้นเป็นการใช้เวลาอยู่ร่วมกันและมีปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย แต่เรียบง่าย และทำได้ทุกวัน เช่น การอ่านนิทานก่อนนอนกับลูก การทานข้าวเย็นร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสำคัญกับการเจริญเติบโต พัฒนาการตามวัย และส่งผลโดยตรงต่อความสัมพันธ์ของเด็ก ๆ ในอนาคตค่ะ
ในฐานะคนเป็นพ่อแม่แล้ว สิ่งที่ทุกคนคาดหวังคือการให้ลูกมีชีวิตที่ดี มีการเรียนการงานที่ประสบความสำเร็จ และได้ทำอาชีพที่ตนเองรัก แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั้น ก็คือการเตรียมความพร้อมพวกเขาสำหรับความสัมพันธ์ (ทั้งแบบเพื่อนและคนรัก) ในอนาคตอีกด้วย
ถึงแม้ว่าทุกท่านอาจจะกำลังรู้สึกว่าตนเองมีตารางเวลาที่ยุ่งมากในแต่ละวัน เพราะต้องรับผิดชอบทั้งงานในที่ทำงาน งานบ้าน และการดูแลลูก แต่อันที่จริงแล้วการหาเวลาคุณภาพกับลูก ๆ และการนำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เสริมสร้างเวลาคุณภาพเข้ามาในตารางเวลาชีวิตประจำวันนั้นง่ายกว่าที่คิดค่ะ ทุกท่านสามารถเริ่มที่ข้อง่าย ๆ และทำได้จริง ตามคำแนะนำด้านล่างนี้ได้เลย
อย่าลืมสิ่งต่อไปนี้ในขณะใช้เวลาคุณภาพกับลูก ๆ:
เป็นตัวของตัวเอง
ทุกท่านเคยรู้สึกผิดต่อลูก ๆ ไหมคะ เวลาที่เข้าไปใน Social Media แล้วเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่บ้านอื่น พาลูก ๆ ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือไปเที่ยวอย่างหรูหราน่าตื่นตาตื่นใจ หรือแม้แต่การมีงานอดิเรกเก๋ไก๋ที่ต้องใช้เงินค่อนข้างเยอะ แทนที่ทุก ๆ ท่านจะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับครอบครัวอื่น เรามาสนใจงานอดิเรกที่เราชอบ และเหมาะสมกับครอบครัวเราอย่างมีความสุขดีกว่าค่ะ โดยธรรมชาติของเด็ก ๆ แล้ว พวกเขาสนใจแค่กิจกรรมสนุก ๆ ที่ได้ใช้เวลากับครอบครัวมากกว่ากิจกรรมที่หรูหราเป็นไหน ๆ ค่ะ
ตั้งใจและใส่ใจ
คอยรับฟังและคอยอยู่ตรงนั้นเพื่อลูก ๆ ค่ะ ทำให้พวกเขารู้ว่าคุณพ่อคุณแม่รักและเป็นห่วงเขา คอยฟังอย่างตั้งใจในทุก ๆ ครั้งที่พวกเขาพูด และเมื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกัน พยายามใช้เวลากับลูกอย่างเต็มที่ ไม่วอกแวก เล่นโทรศัพท์ คุยงาน หรือมัวแต่คิดว่าวันนี้จะต้องไปทำอะไรต่อจากนี้ เพราะอย่าลืมว่าเผลอแป๊ปเดียวลูก ๆ ก็โตกันหมดแล้วค่ะ นี่เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ทุกท่านจะสามารถมองพวกเขาค่อย ๆ เติบโตได้อย่างมีความสุขค่ะ
แสดงความชื่นชม
คอยให้คำชมแก่ลูก และให้รางวัลอยู่เสมอ ๆ เมื่อพวกเขาทำสิ่งที่ดีและสิ่งที่ถูกต้อง คอยแสดงความยินดีเมื่อพวกเขามีผลการเรียนที่ดีขึ้นในวิชาที่พวกเขาไม่ถนัด ขอบคุณเมื่อพวกเขาใจเย็นกับน้อง ๆ หรือคนที่มายั่วโมโห และขอบคุณเมื่อพวกเขาช่วยงานบ้านโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเอ่ยปากขอ
ค้นหาสิ่งที่ลูกชอบ
พยายามค้นหาว่าพวกเขาชอบทำอะไร เราจะได้ทำด้วย ไม่ว่ากิจกรรมนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม เช่น การเล่นเกมส์ หรือการฟังเพลงแนวที่ชอบ และอย่าลืมที่จะคอยให้โอกาสตัวเองและลูกลองสิ่งใหม่ ๆ เผื่อจะเจอกิจกรรมที่ทั้งคู่โปรดปรานค่ะ
คอยเตือนตัวเองว่าลูกกำลังโต และความต้องการเขาจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
คอยอัปเดทสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับลูกตลอดเวลา และเตือนตัวเองว่าความต้องการของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขาค่อย ๆ โตขึ้น และเมื่อพวกเขาเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว พวกเขามักจะต้องการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังต้องการที่จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัวบ้างอยู่ดี ยังไงก็อย่าลืมชวนลูกออกไปขับรถซื้อของ หรือพากันเชียร์กีฬาโปรดนะคะ
ทำตัวให้ว่าง
เวลาคุณภาพกับลูกนั้นเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา การที่จะทำให้เกิดโอกาสใช้เวลาคุณภาพกับลูกนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรจะทำให้ตนเองเข้าถึงง่าย คุยง่าย และสามารถติดต่อได้เมื่อลูกต้องการคุณ
ข้อแนะนำด้านล่างต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างการใช้เวลาคุณภาพที่ทำได้ง่าย ๆ และทำได้จริงค่ะ:
กินข้าวกับที่บ้าน
พยายามทานข้าวกับครอบครัวให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ถ้าวันธรรมดามักเจอปัญหาเกี่ยวกับตารางเวลาในการหาช่วงทานข้าวเย็น ก็มาใช้เวลาช่วงวันหยุด หรือมื้อเช้าแทนได้ค่ะ
ทำงานบ้านร่วมกัน

ชวนลูก ๆ มาช่วยทำงานบ้านร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของเข้าบ้าน หรือช่วยจัดห้องต่าง ๆ ในบ้าน ทุกคนจะได้มีโอกาสพูดคุยกัน และได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตอีกด้วย
หาเวลาส่วนตัวกับลูก
หาเวลาอยู่กับลูกสองคนบ้าง เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับลูก และได้รู้จักเขามากขึ้น นอกจากนั้น ยังสามารถสร้างบทสนทนาที่หาโอกาสเกิดขึ้นได้ยากอีกด้วย
เดินทางด้วยกัน
ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวด้วยกัน หรือการขับรถไปสถานที่ต่าง ๆ ทั้งสองแบบต่างก็เป็นการเปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่และลูก ๆ ได้มีโอกาสพูดคุยกันระหว่างทาง แนะนำว่าแค่คอยถามไถ่และปล่อยให้บทสนทนาเป็นไปอย่างธรรมชาติจะดีที่สุดค่ะ
ทำจิตอาสาร่วมกันทั้งครอบครัว
การช่วยเหลือผู้อื่น และการทำในสิ่งที่สมาชิกในครอบครัวเชื่อและต้องการสนับสนุนนั้น ทำให้คนในครอบครัวไกล้ชิดกันมากขึ้น และยิ่งดีต่อใจอีกด้วย
อย่าลืมถ่ายรูปเก็บไว้บ้าง
ถึงแม้ว่าการมีบทสนทนาต่อหน้ากันนั้นมีความสำคัญที่สุด แต่การแชร์ภาพต่าง ๆ ให้กันก็เป็นการทำให้สมาชิกในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน และรู้ข่าวคราวของกันและกัน อาจจะส่งรูปตลก ๆ ที่บังเอิญเจอในแต่ละวันให้อีกฝ่าย ก็สามารถสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้อย่างดีทีเดียว และอย่าลืมสร้างเป็นอัลบั้มเพื่อเก็บไว้ดูในอนาคตได้ด้วยค่ะ
ติดต่อกันทุกวัน
ไม่ว่าจะทำงานที่บ้านหรือทำงานที่ออฟฟิส การเจอหน้าลูก ๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวันก็ถือว่าคุ้มค่าและเป็นประโยชน์มาก ๆ แล้ว ถ้าสมาชิกทุกคนในบ้านทำอย่างต่อเนื่องค่ะ ฝึกให้เวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ กับลูกทุก ๆ วัน แม้จะเป็นเพียงการพูดคุยจิปาถะวันละ 15 นาทีหลังกลับมาถึงบ้านหรือก่อนนอนก็ได้ และใช้เวลาร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก เพื่อปูพื้นฐานให้พวกเขาเติบโตขึ้นไปอย่างมีความสุขค่ะ
อ้างอิงจาก
https://childdevelopmentinfo.com/family-building/how-to-create-quality-time-with-your-family-as-a-busy-mom-or-dad/ | Child Development Institute

ว่างจัง ทำอะไรดีเมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ปกครองท่านหนึ่งได้มาอัพเดทเรื่องราวของเด็กชายวัย 7 ปีที่ช่วงนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ...
23/07/2021

ว่างจัง ทำอะไรดี
เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ปกครองท่านหนึ่งได้มาอัพเดทเรื่องราวของเด็กชายวัย 7 ปีที่ช่วงนี้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกือบ 100% เนื่องจากสถานการ์ณในปัจจุบัน รวมถึงมีเรื่องมาปรึกษาด้วยค่ะ ซึ่งครูมุกเห็นว่าน่าจะมีคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านประสบปัญหานี้เหมือนกัน จึงอยากนำมาแบ่งปันให้ทุกคนได้อ่านกันนะคะ
“ว่างจัง แม่หาอะไรให้ทำหน่อยสิ / ว่างจัง ทำอะไรดี / แม่ ทำแบบนี้ดีไหม” เจ้าเด็กชายตัวน้อยคอยบอกคอยถามแม่ขณะที่ตัวเองกำลังนั่งว่าง ๆ หรือเวลาจะหาอะไรทำ ซึ่งเป็นเหตุุให้คุณแม่มาปรึกษาว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วเพราะลูกชายนั้นคอยถามตนตลอดเลย จนบางครั้งไมรู้จะหาอะไรทำ จนแอบสงสัยว่าทำไมลูกชายไม่ลองหาอะไรทำเองดู หรือลูกทำไม่เป็น และเกิดเป็นความกังวลขึ้นมาค่ะ
ก่อนอื่นเลยเราต้องดูก่อนค่ะว่า ตัวคุณแม่นั้นรับรู้ว่าประโยคนั้นของลูกชายนั้นจริง ๆ ต้องการอะไร หรือมีอะไรแอบแฝงไหม คำว่า “ว่าง” นั้น หมายถึง ว่างจริง ๆ หรืออยากให้คุณพ่อคุณแม่นั้นทำกิจกรรมร่วมกับเขา ต้องการใช้เวลาร่วมกับคุณพ่อคุณแม่กันแน่ค่ะ
หากเป็นเพราะเหตุผลแรกที่ว่างจริง ๆ นั่นอาจเป็นเพราะเขาไม่มีทักษะริเริ่มทำอะไรด้วยตนเอง เลยต้องมาถามคุณพ่อ หรืออาจจะเพราะไม่มั่นใจว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ด้วยความที่เราเป็นผู้ใหญ่ หัวอกคนเป็นคุณพ่อคุณแม่เรามักเผลอแก้ผิดเป็นถูกให้ลูกเลยโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น เห็นลูกระบายสียีราฟเป็นสีฟ้า คุณพ่อคุณแม่อาจจะบอกเลยว่ ยีราฟต้องสีเหลืองนะ ให้ระบายใหม่ เพราะหวังดีกลัวลูกเข้าใจผิด ทำให้เขาเกิดกรอบความคิดในหัวได้ว่า เขาทำแล้วอาจผิด ให้พ่อแม่ทำให้ดีกว่า ที่เขาคิดอาจทำไม่ได้เลยถามพ่อแม่ดีกว่า ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเริ่มทำอะไรได้ค่ะ
คุณพ่อคุณแม่สามารถเริ่มจากค่อย ๆ นั่งคุยกับลูก ๆ ของเราก็ได้ค่ะว่า เป็นอย่างไรบ้าง คิดเห็นอย่างไร มีอะไรที่อยากให้พ่อแม่ช่วยไหม ค่อย ๆ ปรับกรอบความคิดของเขา เมื่อเขาได้ริเริ่มลองทำแล้ว คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมอดใจไม่รีบชี้แนะแนวทางว่าควรทำอะไร ฝึกให้เขาได้เป็นผู้นำในการทำกิจกรรม เราเป็นเพียงแค่ผู้ตาม ไม่ตัดสินในสิ่งที่เขาทำค่ะ
ถ้าหากคำว่า “ว่าง” ของเขาหมายถึงอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำกิจกรรมด้วย อยากให้คุณพ่อคุณแม่สนใจ เป็นเพราะเขาอยากใช้เวลาร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ หรือเขารู้สึกเหงาอยู่ค่ะ เราอาจจะเริ่มจากสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของเขา ดูแลจิตใจเขาก่อน หากตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ทำงาน หรือติดธุระอยู่ก็สามารถบอกเขาได้ค่ะว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ และจะไปเล่นไปใช้เวลาร่วมกับเขาตอนไหนได้ รวมถึงอาจให้ทางเลือกเขาไปทำระหว่างรอด้วยก็ได้ค่ะ ( แต่เมื่อว่างแล้วต้องอย่าลืมกลับไปหาพวกเขาตามที่บอกด้วยนะคะ ) แต่ถ้าหากตอนนั้นคุณพ่อ หรือคุณแม่ว่างอยู่แล้วก็สามารถเข้าไปใช้เวลาร่วมกับเด็ก ๆ ได้เลยนะคะ

ที่อยู่

265 Rama9, Soi 51, Yak 6 , Seri 6 Road , Suanluang
Bangkok
10250

เวลาทำการ

อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66816615551

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sunshine - Child and Family Development Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์