ดีบูน ดูแลไขข้อกระดูกไขข้อเสื่อม สะโพกเสื่อมกระดูกทับเส้น โรคกระดูกสันหลัง

ดีบูน ดูแลไขข้อกระดูกไขข้อเสื่อม สะโพกเสื่อมกระดูกทับเส้น โรคกระดูกสันหลัง เราเป็นตัวแทน จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ บำร? เราเป็นตัวแทน จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ บำรุงกระดูก และบรรเทา อาการ โรค เก๊าท์ รูมาตอย

ฝึกตามที่บ้าน 5 ท่าโยคะ แก้ปวดหลัง สำหรับออฟฟิศซินโดรมปรับพฤติกรรม ลดอาการปวดหลัง1. ปรับเก้าอี้ทำงานให้สูงพอดี เราสามารถ...
19/02/2018

ฝึกตามที่บ้าน 5 ท่าโยคะ แก้ปวดหลัง สำหรับออฟฟิศซินโดรม

ปรับพฤติกรรม ลดอาการปวดหลัง
1. ปรับเก้าอี้ทำงานให้สูงพอดี เราสามารถสังเกตได้จากการวางมือลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด ข้อศอกต้องทำมุม 90 องศา เราจะได้ไม่ต้องนั่งยกไหล่พิมพ์งานนานๆ

2. เปลี่ยนท่านั่งเรื่อยๆ อย่านั่งไขว่ห้างนานๆ เพราะมันจะทำให้น้ำหนักตัวเอียงไปที่สะโพกข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไป

3. นั่งให้เต็มเบาะ หากนั่งเต็มเบาะแล้วรู้สึกไม่สะดวกสบาย ให้หาหมอน หรือพนักพิงนุ่มๆ มาใส่รองหลังเอาไว้

4. หากต้องยืนนานๆ ไม่ว่าจะเป็นพรีเซนต์งาน ยืนบนรถไฟฟ้า หรืออะไรก็ตาม ควรลงน้ำหนักที่เท้าทั้งสองข้างอย่างเท่ากัน อย่าลงน้ำหนักเพียงข้างใดบ้างหนึ่ง

5. พยายามยืนหลังตรง อย่าห่อไหล่ อย่าหลังค่อม เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยที่กระดูกสันหลังช่วงล่างได้

6. สาวๆ ไม่ควรใส่รองเท้าส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่งยืนนานๆ เพราะจะทำให้ปวดขา เกร็งขา และทำให้กระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ จนนำมาสู่อาการปวดหลังได้ในที่สุด

7. อย่าสะพายกระเป๋าหนักๆ เพียงข้างเดียวนานๆ เพราะอาจจะทำให้ปวดไหล่ และทำให้กระดูกสันหลังคดงอได้

8. อย่าหิ้วของหนักๆ ด้วยแขนเพียงข้างเดียว เพราะจะทำให้เกิดอาการปวดไหล่ ปวดหลังช่วงบนได้

9. ซิทอัพแต่พอดี ไม่ควรหักโหมเกินไป เพราะอาจจะทำให้ปวดหลังได้เช่นกัน ค่อยๆ เล่น ค่อยๆ เพิ่มไปทีละนิด อย่าเพิ่มจำนวนครั้งมากเกินไปในคราวเดียว

10. ท่านอนที่ไม่เหมาะสมก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เราปวดหลังได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ท่านอนตะแคงคุดคู้ นอนขดตัว เราควรนอนท่าหงายจะสบายและปลอดภัยที่สุด

ที่มา : สสส.
สนใจปรึกษาติดต่อ
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร
095-8521100(คณโย)

สนับสนุนเนื้อหา โดย sanook.comหลายๆ คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็...
19/02/2018

สนับสนุนเนื้อหา โดย sanook.com
หลายๆ คนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ได้ลุกเดินไปไหน จะต้องเคยปวดหลังบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ อาการปวดหลังใครๆ ก็เป็นได้ แต่ปวดหลังแบบไหนที่เป็นเรื่องปกติ แบบไหนที่อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องรีบหาหมอด่วน เพราะเป็นสัญญาณอันตราย เตือนภัยถึงโรคที่อาจจะต้องใช้เวลารักษานับปีได้ ไปดูกันค่ะ



1. กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นอักเสบ

เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อส่วนเดิมๆ ซ้ำๆ เช่น นั่งในท่าเดิมนานๆ ก้มๆ เงยๆ บ่อย ทำงาน หรือเล่นกีฬาที่ต้องเอี้ยวตัวในท่าเดิมซ้ำๆ นานๆ เมื่อใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแล้วจะรู้สึกปวด

อาการปวดแบบนี้ เพียงแค่หยุดใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นสักพัก อาการปวดจะดีขึ้น และหายได้เองค่ะ



2. ข้อต่ออักเสบ

เกิดจากการใช้ข้อตาอที่เดิมซ้ำๆ เช่น ก้มๆ เงยๆ บิดตัวไปมา อาการคล้ายกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นอักเสบ เพียงแต่เกิดขึ้นบริเวณข้อต่อ เช่น ข้อเท้า หัวเข่า หัวไหล่

อาการปวดแบบนี้ เพียงแค่หยุดใช้บริเวณช่วงข้อต่อที่ปวดสักพัก อาการปวดก็จะดีขึ้นได้เองเช่นกัน



3. หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

อันนี้เริ่มน่าเป็นห่วง อาการปวดหลังจะเกิดขึ้นทันทีขณะที่ก้มยกของ เพราะแบก หรือยกของหนักผิดท่า ต่อมาจะเริ่มปวดร้าวไปที่ขา ปวดมากขึ้นเมื่อเดินและดีขึ้นเมื่อได้นอนพัก

ถ้าเส้นประสาทถูกกดทับหรืออักเสบนานๆ อาจทําให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงหรือชา แบบนี้ต้องรีบพบแพทย์



4. กระดูกสันหลังเสื่อม

อาการปวดแบบนี้มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นข้อต่อกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อมทรุดลงทําให้กระดูกผิดรูปหรือเคลื่อนตัวทํางานผิดปกติ อาจจะกดเส้นประสาททําให้ปวดหลังร้าวไปขาได้

มักมีอาการปวดมากขึ้นถ้าต้องเดินไกลๆ เวลาเดินก้มตัวเล็กน้อยอาจช่วยให้ปวดน้อยลง หากปวดไม่มากสามารถลดอาการปวดได้โดยการนั่งพัก นอนพัก แต่หากปวดมากขนาดที่นั่ง หรือนอนพักแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ควรพบแพทย์ค่ะ



5. เนื้องอกที่กระดูกสันหลัง

เห็นว่าเป็นเนื้องอกปุ๊บ ก็คงรู้ปั๊บว่าไม่ใช่อาการปวดหลังธรรมดาๆ คุณอาจจะมีเนื้องอกที่อาจกินกระดูกสันหลัง ทําให้ปวดกระดูก หรืออาจกดทับเส้นประสาททําให้ปวดร้าวไปที่ขา ขาชา หรืออ่อนแรง

มักมีอาการปวดขณะนอน เมื่อยืนและเดินจะดีขึ้น ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ เพื่อทำการตรวจ และรักษาเป็นระยะๆ



6. ติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง

จะเป็นอาการปวดหลัง ที่อาจปวดร้าวไปที่ขาหรือขาอ่อนแรง กระดูกสันหลังอาจโก่งงอ ถ้าเคาะกระดูกจะรู้สึกเจ็บ หากมีอาการปวดแบบนี้รีบไปพบแพทย์ก็จะดี



7. ปวดหลัง และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย

หากปวดหลังว่าทรมานแล้ว ยังมีอาการเจ็บปวดอื่นๆ ร่วมอีกด้วย เช่น มีอาการชาบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า มีไข้สูง หนาวสั่น น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปัสสาวะขุ่น หรือมีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ หรือปวดหลังมากไม่หาย ควรรีบพบแพทย์อย่างเร็วที่สุด



ส่วนใครที่มีอาการปวดหลังแบบปวดๆ หายๆ แต่ไม่มีความผิดปกติอื่น อาจเกิดจากการนั่งทำงาน หรือเอี้ยวตัวในท่าเดิมๆ นานจนเกินไป ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบ้าง และหลีกเลี่ยงการยกของหนักจนเกินไป หากเป็นผู้สูงอายุก็สามารถยืดเส้นยืดสายช้าๆ เพื่อป้องกันการอักเสบของกล้ามเนื้อได้เช่นกันค่ะ



ภาพประกอบจาก istockphoto
สนใจปรึกษาติดต่อ
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร
095-8521100(คณโย)

โรครูมาตอยด์ ตอน3การรักษาโรครูมาตอยด์โรครูมาตอยด์ มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการใช้ยาเพื่อควบคุมอ...
11/02/2018

โรครูมาตอยด์ ตอน3
การรักษาโรครูมาตอยด์
โรครูมาตอยด์ มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการใช้ยาเพื่อควบคุมอาการ หรือการยับยั้งไม่ให้ข้อถูกทำลายมากขึ้น แต่วิธีที่ได้ผลมากที่สุดก็คือ การผ่าตัดนั่นเอง โดยวิธีการรักษามีดังนี้ค่ะ
การใช้ยารักษา
วิธีนี้ใช้เพื่อควบคุมและรักษาโรครูมาตอยด์ซึ่งส่วนใหญ่แล้วได้ผลดี โดยยาที่มักใช้กันเป็นปกติได้แก่ ยาแอสไพรินและยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ซึ่งผลการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป แต่ยาสองชนิดนี้ก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงกับไตได้ จึงต้องมีการใช้อย่างระมัดระวังและควรอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์
นอกจากนี้ในรายที่มีอาการรุนแรง แพทย์ก็อาจพิจารณาใช้ยาในกลุ่มยาระดับที่ 2 ได้แก่ ยาต้านมาลาเรีย ยาทอง ยาเมทโธเทรกเซท ยาซัลฟาซาลาซีน ซึ่งยาเหล่านี้ไม่ใช่ยาระงับปวด แต่เป็นยาที่ยับยั้งการลุกลามของโรครูมาตอยด์ได้ ทว่าก็มีผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่าระดับแรก ดังนั้นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นผู้อนุญาตให้ใช้เท่านั้น และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้อกระจก กล้ามเนื้ออ่อนแรง และกระดูกผุ ซึ่งจะยิ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพค่ะ
การพักผ่อนและบริหารร่างกาย
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งที่สำคัญต่อผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ เพราะการพักผ่อนจะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น ลดอาการอ่อนเพลีย แต่ก็ไม่ควรพักผ่อนหรืออยู่นิ่ง ๆ นานจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ข้อต่าง ๆ ตามร่างกายเกิดการฝืดขัดได้ จึงต้องมีการพักผ่อนและการออกกำลังกายที่สมดุลกัน และควรจะออกกำลังกายเท่าที่ตนเองสามารถทำได้ ไม่ควรออกกำลังกายหนักเกินไปเพราะอาจจะยิ่งกระตุ้นอาการปวดได้
---------------------------------------
สนใจปรึกษาติดต่อ
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร
095-8521100(คณโย)

โรครูมาตอยด์ ตอน2โรครูมาตอยด์ อาการแบบนี้รู้แล้วต้องรีบพบแพทย์อาการโรครูมาตอยด์ จะสามารถสังเกตเห็นได้ชัดจากความผิดปกติเก...
11/02/2018

โรครูมาตอยด์ ตอน2
โรครูมาตอยด์ อาการแบบนี้รู้แล้วต้องรีบพบแพทย์
อาการโรครูมาตอยด์ จะสามารถสังเกตเห็นได้ชัดจากความผิดปกติเกี่ยวกับไขข้อ โดยส่วนใหญ่ในระยะแรกจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดตามข้อ ข้อต่าง ๆ ในร่างกายอาจมีอาการฝืดขัดเนื่องจากเนื้อเยื่อบุข้อหนาตัว ส่วนใหญ่มักจะเป็นในตอนเช้า แต่เมื่ออาการเริ่มชัดเจน บริเวณข้อต่าง ๆ จะมีอาการบวม ร้อน และปวด ซึ่งบางรายก็อาจจะมีอาการแบบเฉียบพลันรุนแรงได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจมีไข้ เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดร่วมด้วย ในเคสที่รุนแรง อาการที่แสดงออกอาจเกิดขึ้นในระบบการทำงานอื่น ๆ ในร่างกาย เช่น ตา และปอด หรือมีตุ่มขึ้นตามตัวได้เช่นกัน วิธีการสังเกตว่าตนเองเป็นโรครูมาตอยด์หรือไม่ สามารถเช็กได้ดังนี้ค่ะ
- มีอาการอักเสบเรื้อรังของข้อต่อในร่างกายหลาย ๆ ข้อพร้อมกัน และมีอาการติดต่อกันเกิน 6 สัปดาห์

- บริเวณที่อักเสบส่วนใหญ่จะเป็นข้อมือ ข้อโคนนิ้วมือ ข้อเข่า ข้อเท้า มีอาการปวด บวม และเมื่อกดจะมีอาการเจ็บ

- มีอาการข้อฝืด ข้อแข็ง ไม่สามารถขยับตัวได้สะดวก ในเวลาเช้าหลังตื่นนอน และจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงจึงจะเริ่มขยับข้อต่าง ๆ ได้

- มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเมื่อยทั้งตัว มีไข้ต่ำ ๆ น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองและหลอดเลือดอักเสบ และโลหิตจาง
โรครูมาตอยด์ ใครเสี่ยงบ้าง
โรครูมาตอยด์เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในกลุ่มอายุ 30-50 ปี และพบผู้หญิงป่วยมากกว่าผู้ชายถึง 5 เท่า แต่ถ้าหากมีอาการในเด็ก อาการที่เกิดจะต่างออกไป และมีความรุนแรงมากกว่า
---------------------------------------
สนใจปรึกษาติดต่อ
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร
095-8521100(คณโย)

รูมาตอยด์คืออะไร ตอน 1โรครูมาตอยด์ อาการปวดข้อเรื้อรัง ระวังวายร้ายทำลายกระดูกโรครูมาตอยด์ อาการข้ออักเสบที่มีลักษณะเรื้...
11/02/2018

รูมาตอยด์คืออะไร ตอน 1
โรครูมาตอยด์ อาการปวดข้อเรื้อรัง ระวังวายร้ายทำลายกระดูก
โรครูมาตอยด์ อาการข้ออักเสบที่มีลักษณะเรื้อรัง ถึงเวลารู้จักกับโรครูมาตอยด์ให้มากขึ้น ดูกันสิว่าที่จริงแล้ว โรครูมาตอยด์เกิดจากอะไร
อาการข้ออักเสบนั้นเป็นอาการที่สร้างปัญหาให้คนเราไม่น้อย ยิ่งถ้าหากเรื้อรังจนกลายเป็นโรครูมาตอยด์ ก็ยิ่งอันตรายมากเลยเชียวล่ะ และเพื่อระวังไม่ให้โรคนี้คุกคามชีวิต เราลองมาทำความรู้จักกับโรครูมาตอยด์นี้กันดีกว่า ว่าจะมีสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษาอย่างไร รวมทั้งจะป้องกันด้วยวิธีไหนถึงจะปลอดภัยจากโรคนี้ เรื่องเหล่านี้รู้ก่อนป้องกันไว้ จะได้ไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพครับ
-------------------------------------------
สนใจปรึกษาติดต่อ
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร
095-8521100(คณโย)

�ปวดหลัง�ในนักกีฬาปวดหลัง >>> ในนักกีฬา   “ปวดหลัง” ไม่ใช่ชื่อโรคนะครับ หลายท่านอาจพบเห็นข้อความหรืออาจจะได้ยินคนพูดกันว...
11/02/2018

�ปวดหลัง�ในนักกีฬา
ปวดหลัง >>> ในนักกีฬา
“ปวดหลัง” ไม่ใช่ชื่อโรคนะครับ หลายท่านอาจพบเห็นข้อความหรืออาจจะได้ยินคนพูดกันว่า “โรคปวดหลัง” ผมขอยืนยันกับท่านผู้อ่านทุกท่านว่า คำว่า “ปวดหลัง” ไม่ใช่ชื่อโรค แต่เป็นเพียงอาการหนึ่งที่ผู้คนในโลกนี้จะต้องมีอาการอย่างน้อยก็ 1 ครั้ง ในช่วงที่มีชีวิตอยู่ สำหรับอาการปวดหลังที่จะกล่าวถึงในสัปดาห์นี้ จะขอพูดถึงเฉพาะอาการปวดหลังบริเวณระดับบั้นเอว จะไม่กล่าวถึงปวดหลังบริเวณสะบัก หรือตำแหน่งอื่นๆ

สาเหตุของอาการปวดหลัง (ระดับบั้นเอว)
ปวดหลัง (ระดับบั้นเอว) มักพบได้ค่อนข้างบ่อยในคนที่มีอายุ 35-40 ปี ขึ้นไป การที่บอกว่าเป็นอาการอย่างหนึ่งนั้นเพราะว่าสาเหตุของการปวดหลัง (ระดับบั้นเอว) นั้นอาจเกิดจากความผิดปกติต่างๆ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

กล้ามเนื้อบริเวณหลังระดับบั้นเอวมีการอักเสบเกิดขึ้น อาจเกิดจากการใช้หลังอย่างไม่ถูกวิธี เช่น ก้มหลังยกของหนัก ทำงานในท่าที่ก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ เอี้ยวลำตัวเพื่อไปหยิบหรือยกสิ่งของ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหลังระดับบั้นเอวนั้นถูกดึงรั้ง หรือยืดออกมากไป จนเกิดการฉีกขาดของใยกล้ามเนื้อบางส่วนจนทำให้กล้ามเนื้อเกิดการอักเสบ มีอาการปวดหลัง กล้ามเนื้อหลังมีการหดตัว และเกร็งจนบางครั้งเราเรียกว่า หลังแข็ง เดินเหมือนหุ่นยนต์เพราะหลังจะตรง และก้มหลังไม่ได้ ปวดมากมักจะเกิดกับผู้ที่มีกล้ามเนื้อหลังที่ไม่มีความยืดหยุ่น (Flexibility) เพราะไม่มีการบริหารร่างกายที่เราเรียกว่าว่าการ Stretching (การยืด) ของกล้ามเนื้อหลัง จึงทำให้เมื่อมีการเคลื่อนไหวในท่าที่ผิดไปจากเดิมมากๆ ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อหลังได้ง่าย

ความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ ปกติในคนเราจะมีไต 2 ข้างซึ่งอยู่ด้านหลังของช่องท้อง ใกล้ไปทางด้านหลัง มีท่อไตให้ปัสสาวะที่กรองออกจากไต 2 ข้างให้ลงไปอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ และต่อไปที่ท่อปัสสาวะ ความผิดปกติที่ไต และท่อไต เช่น นิ่ว ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ ผู้ป่วยมักมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับปัสสาวะด้วย เช่น ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะติดขัดหรือนิ่วที่มีการอุดตัน อาจมีอาการปวดอย่างแรง

ความผิดปกติในระบบกระดูกสันหลัง ที่พบได้บ่อยคือ การที่หมอนรองกระดูกที่อยู่ระหว่างกระดูกสันหลัง มีการเสื่อมสภาพ มีการเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทที่หลัง จะมีผลทำให้มีปัญหาปวดหลังเรื้อรัง และหรือมีความปวดร้าวลงไปที่ขาทั้ง 2 ข้างได้ กรณีหมอนรองกระดูกสันหลังและตัวกระดูกสันหลังมีการเสื่อมสภาพไป อาจทำให้มีการปวดร้าวไปที่ก้น สะโพก และต้นขาได้ นอกจากนี้การติดเชื้อวัณโรคที่หมอนรองกระดูกสันหลังและมีการทำลายของกระดูกสันหลัง พบได้มากเหมือนกันในบ้านเรา ก็เป็นสาเหตุของการปวดหลังได้

สำหรับอาการปวดหลังในนักกีฬา
หลายท่านคงได้ข่าวการปวดหลังของนักกอล์ฟอันดับหนึ่งของโลกไทเกอร์ วู๊ดและหมายเลขหนึ่งในขณะนี้ของประเทศไทย ประหยัด มากแสง ตลอดจนคุณธงชัย ใจดี, คุณชินรัตน์ ผดุงศิลป์ และนักกอล์ฟอีกหลายราย ที่ล้วนแล้วแต่เคยมีอาการปวดหลังมาแล้วทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายคุณประหยัด มากแสง เคยเป็นมากถึงขนาดต้องถอนตัวออกจากการแข่งขันกลางคันในการเข้าร่วมการแข่งขันเดอะมาสเตอร์ ครั้งที่แล้ว สำหรับครั้งที่กำลังแข่งกันอยู่นี้ คุณประหยัด มากแสง ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 50 นักกอล์ฟระดับโลก และได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการเข้าร่วมการแข่งขันเดอะมาสเตอร์อย่างสมภาคภูมิ และผมหวังว่าคุณประหยัด มากแสง คงจะมีการเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อให้ร่างกายมีความฟิตสมบูรณ์ รวมทั้งมีกล้ามเนื้อหลังที่แข็งแรงไม่เกิดอาการปวดหลังเหมือนคราวที่แล้วอีก

ในกรณีนักกีฬาประเภทกอล์ฟนี้มีการเคลื่อนไหวของบั้นเอว ลำตัว ไหล่ และแขนค่อนข้างมาก จึงเกิดการดึงรั้งกล้ามเนื้อหลังอย่างมาก มีการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังระดับบั้นเอวอยู่หลายปล้อง ซึ่งจะมีผลต่อข้อต่อเล็กๆ ของกระดูกสันหลังระดับบั้นเอวให้เกิดการเคลื่อนไหวมากกว่าคนทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เล่นกอล์ฟ ประกอบกับการเดินทางเพื่อไปร่วมการแข่งขันในที่ไกลๆทั้งในและนอกประเทศ การนั่งอยู่ในที่นั่งบนเครื่องบินเป็นเวลานานๆก็เกิดภาวะเครียดต่อกล้ามเนื้อหลังค่อนข้างมาก ดังนั้นเราจึงแนะนำให้ทุกๆ ท่านไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือนักกีฬาหากท่านไม่ได้หลับ การเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งเป็นท่ายืน หรือเดินไปมาเป็นระยะๆ จะช่วยป้องกันการภาวะกล้ามเนื้อหลังอักเสบทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ นอกจากนี้โรงแรมที่พักต่างๆ ทั่วโลกมักมีที่นอนที่นิ่มมากเกินไป เวลานอนก็เกิดการยุบตัวหรือเป็นแอ่งตามนั้นตามน้ำหนักตัวของผู้นอน การนอนบนที่นอนที่นิ่มตลอดทั้งคืน จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อหลังเกิดการอักเสบ และทำให้เกิดอาการปวดหลังในเช้าวันถัดไปได้ ดังนั้นผมจึงขอแนะนำว่า หากท่านจำเป็นต้องพักในที่นั้นๆ ผมว่าเอาผ้าปูที่นอนปูบนพื้นห้อง และนอนบนพื้นห้องของโรงแรมยังดีกว่านอนที่นอนนิ่ม เพราะการป้องกัน (เรื่องที่นอนที่ยุบตัว) เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

นอกจากนี้ในนักกีฬายิมนาสติก ฟุตบอล เทนนิส แบดมินตัน และอื่นๆ ก็มีปัญหาเรื่องปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบได้ง่ายเช่นเดียวกัน ตัวท่านเองหรือโค้ช ตลอดจนผู้จัดการทีม ควรให้ความสำคัญของการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลังที่ทำหน้าที่สำคัญในการ Support หรือประคองกระดูกสันหลังให้ไม่ต้องรับภาระจากการรับน้ำหนักจากลำตัวไปบ้างบางส่วน
การป้องกัน
สำหรับนักกีฬาทั่วๆ ไปหรือประชาชนที่ชอบออกกำลังกาย ท่านคงมีการบริหารร่างกาย (ออกกำลังกาย) จนทำให้ร่างกายของท่านมีความฟิตของระบบหัวใจ การไหลเวียนของโลหิตและระบบหายใจ ที่รวมเรียกว่า แอโรบิคฟิตเนส (Aerobic Fitness) อยู่แล้ว สำหรับการบริหารกล้ามเนื้อเพื่อการป้องกันอาการปวดหลังโดยทั่วไปนั้น ผมขอแนะนำให้ท่านเพิ่มการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง (Sit-Up Exercise) และการบริหารกล้ามเนื้อหลัง (Back Muscle Exercise) โดยสอบถามจากผู้รู้ว่ามีรายละเอียดและขั้นตอนอย่างไร ส่วนการระมัดระวังตัวเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง (บางทีเราเรียกว่าให้มี Back Pain Consciousness) เช่น ไม่ยกของหนัก ไม่ก้มลงโดยหลังโก่ง ขอให้ใช้วิธีย่อตัวลงไปเพื่อทำกิจกรรมที่พื้น ไม่เอี้ยวหรือบิดตัวเกินความจำเป็น ไม่ให้มีน้ำหนักตัวมากเกินไปเพราะจะมีผลต่อกล้ามเนื้อหลังและอาจทำให้หลังแอ่นมากขึ้น ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดกล้ามเนื้อหลังอักเสบได้ง่าย

ขอขอบคุณบทความที่ดี
นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์
ศัลยศาสตร์ออร์โทพีดิกส์ (กระดูกและข้อ)

สนใจปรึกษาติดต่อ
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร
095-8521100(คณโย)

การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยการกินยาการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น ถ้าหากเป็นในระยะต้นๆคือ มีอาก...
11/02/2018

การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยการกินยา
การรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น ถ้าหากเป็นในระยะต้นๆคือ มีอาการของโรคไม่มาก หมอจะเลือกวิธีจ่ายยาให้คนไข้ไปกินเอง เนื่องจากเป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการรักษาแบบอื่นๆ เหมาะกับผู้ป่วยระยะแรก เห็นผลการรักษาได้เร็ว และคนไข้ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาหาหมอบ่อยนัก ส่วนใหญ่คนไข้ที่กินยาจะมีอาการที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการประพฤติปฏิบัติตัวของคนไข้ด้วยว่ายังคงทำกิจวัตรประจำวันแบบเดิม เพื่อให้อาการของโรคกลับมาหรือไม่ และถ้าหากกินยาแล้วไม่หายหรือไม่ดีขึ้น ส่วนใหญ่หมอก็จะให้คนไข้รับการรักษาในขั้นถัดไปเช่น การประคบร้อนสลับเย็น การฉีดยา กายภาพบำบัดโดยนักายภาพบำบัด การรักษาด้วยคลื่นอัลตราซาวน์ การยืดกระดูกด้วยเครื่องยืดกระดูก เป็นต้น
สนใจปรึกษาติดต่อ
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร 095-6521100(คณโย)

⚠ปวดหลัง ปวดเอว ปวดสะโพกร้าวลงที่ขารากประสาทขาถูกกดทับ⚠↔อาการรากประสาทขาถูกกดทับทรมานมากกว่าที่คิด ทั้งบั่นทอนสุขภาพและส...
11/02/2018

⚠ปวดหลัง ปวดเอว ปวดสะโพกร้าวลงที่ขา
รากประสาทขาถูกกดทับ⚠
↔อาการรากประสาทขาถูกกดทับทรมานมากกว่าที่คิด ทั้งบั่นทอนสุขภาพและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนจำนวนไม่น้อย
🔻รากประสาทขาถูกกดทับคืออะไร🔻
👉สันหลังคนเราประกอบด้วยกระดูกสันหลังกว่า 24 ชิ้นเรียงต่อกัน มีหมอนรองกระดูกคั่นกลางทำหน้าที่ป้องกันการเสียดสีและเป็นเสมือนโช้คอัพเพื่อดูดซับและกระจายแรงอัด
👉ภายในโพรงกระดูกสันหลังประกอบไปด้วยไขสันหลังและมีเส้นประสาทส่วนต้นที่แยกแขนงออกมาเรียกว่ารากประสาท ซึ่งจะอยู่ชิดกับหมอนรองกระดูก
👉เมื่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวก็จะกดทับรากประสาทที่ไปเลี้ยงขา ทำให้มีอาการปวด เสียวและชา ซึ่งอาจเกิดจากการทำงานหนัก ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ อิริยาบถที่ไม่เหมาะสมหรือกระดูกเสื่อม ฯลฯ
❎รากประสาทขาถูกกดทับมีอาการอย่างไร❎
•ปวดหลัง ปวดเอว ปวดสะโพกร้าวลงที่ขา
•อาการปวดจะเป็นมากขึ้นหลังจากการเดินมากๆ และอาจปวดมากขึ้นเวลาก้ม นั่ง ไอ จามหรือเบ่งถ่าย
•กรณีเป็นมาก เท้าจะไม่มีแรงและชา อาจปัสสาวะไม่ได้หรือกลั้นไม่อยู่ หากปล่อยไว้นานอาจทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงและลีบลง
•ไม่สามารถยกเท้าเหยียดตรงได้ 90 องศาเช่นคนปกติ
❎ปวดเข่า ❎ปวดหลัง ❎ปวดแขน/ขา
❎ปวดเอว ❎ปวดสะโพก ❎ปวดไหล่
❎ปวดคอ ❎ปวดตามข้อกระดูก
❎ชาแขน/ขา/มือ
💁เราช่วยคุณได้🙌
♨ทางเลือกใหม่ ♨
⚞ไม่ต้องผ่า ก็หายปกติได้⚟
🚩ใส่ใจดูแลกระดูกก่อนสายเกินแก้
👏"ดีบูน" คือทางเลือก
สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร 095-8521100(คณโย)
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73

เคยสังเกตกันไหมว่า ในหนึ่งวัน เรา “สะบัดคอ”  เพราะรู้สึกหนัก เมื่อย เกร็ง กันกี่หน ร้อยทั้งร้อย เชื่อว่าไม่เคยนับ เพราะค...
11/02/2018

เคยสังเกตกันไหมว่า ในหนึ่งวัน เรา “สะบัดคอ” เพราะรู้สึกหนัก เมื่อย เกร็ง กันกี่หน ร้อยทั้งร้อย เชื่อว่าไม่เคยนับ เพราะคิดว่าเป็นอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน เป็นเรื่องปกติ แต่รู้ไหมว่า ที่จริงแล้วมันไม่ปกติ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ ไหล่ติด ยกแขนลำบาก สะบักจม เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย หากไม่หาทางแก้ไข ในอนาคตอาจต้องเตรียมรับมือกับโรคไมเกรน กล้ามเนื้อเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อม โรคหลอดเลือด (อัมพฤกษ์-อัมพาต และโรคหัวใจ)

ลำคอของเรา เป็นอวัยวะที่ต้องแบกรับน้ำหนักของศีรษะไว้ทั้งวันและต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะก้ม เงย เอี้ยว หมุน แม้กระทั่งตอนหลับ นับเป็นหนึ่งในอวัยวะภายนอกที่ต้องทำงานหนักที่สุด และจำเป็นต้องได้รับการดูแล บำรุงรักษา อย่างสม่ำเสมอ แต่คนส่วนใหญ่มักละเลย ไม่ค่อยให้ความสำคัญ และยังทำพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยกันอยู่เป็นประจำ

โรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง ปล่อยนานอันตราย!
โดยปกติแล้วกล้ามเนื้อร่างกายคนเราจะหด และคลายตัวสลับกันเป็นจังหวะ ทำให้หลอดเลือดที่ทอดผ่านในมัดกล้ามเนื้อ สามารถส่งเลือดให้ไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้อย่างราบรื่น แต่ถ้าเรามีพฤติกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดเกร็งนานเกินไปบ่อยๆ หลอดเลือดถูกบีบรัดนานๆ เป็นประจำ การไหลเวียนของเลือดก็จะติดขัด มีของเสียคั่งค้างอยู่ในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการอักเสบ และมีอาการปวดกล้ามเนื้อขึ้น และหากไม่ได้รักษาอย่างถูกต้อง กล้ามเนื้อก็จะเคยชินกับการหดเกร็งอยู่ตลอด ไม่มีการคลายตัว กลายเป็นอาการปวดอย่างเรื้อรัง แพทย์แผนปัจจุบันเรียกว่า Chronic Myofascial Pain Syndrome (MFPS) หรือ “โรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง”

กล้ามเนื้อส่วนที่พบปัญหา Chronic Myofascial Pain Syndrome มากที่สุด ได้แก่ กล้ามเนื้อบริเวณ ต้นคอ บ่า และหลังเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากกิจกรรมประจำวันของเราแทบทุกคน มักต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้กันตลอดเวลา ทั้งในการทำงาน การออกกำลังกาย การเล่นดนตรี ไปจนถึงการเล่นโทรศัพท์มือถือ อ่านหนังสือ แม้แต่การนั่งอยู่เฉยๆ หรือในขณะหลับ

ในรายที่เป็นไม่มาก อาจจะมีแค่อาการปวดตึงๆ เมื่อยๆ เท่านั้น ซึ่งเมื่อรู้สึกตัว และรีบผ่อนคลาย ยืดเหยียด หรือนวดคลายกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ อาการก็ทุเลาหายไปได้ แต่บางรายที่ละเลยต่ออาการ และมักมีพฤติกรรมทำร้ายกล้ามเนื้อซ้ำ เช่น การสะบัดหรือ จับคอบิดแรงๆ เป็นประจำ โดยไม่ยืดเหยียด ผ่อนคลาย อาจมีอาการปวดรุนแรงจนไม่สามารถทำงานหรือนอนหลับอย่างเป็นปกติได้

สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร 095-6561100(คณโย)
คลิ๊กลิงค์แอดไลน์ http://line.me/ti/p/~teedin365
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73

 #โรครองช้ำ ปวดส้นเท้า ทรมานกว่าที่คุณคิดอาการปวดส้นอาจถูกมองว่าเป็นอาการเจ็บปวดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นหลังจากใช้งานเท้าอย่า...
10/02/2018

#โรครองช้ำ ปวดส้นเท้า ทรมานกว่าที่คุณคิด

อาการปวดส้นอาจถูกมองว่าเป็นอาการเจ็บปวดเล็กน้อยที่เกิดขึ้นหลังจากใช้งานเท้าอย่างหนัก ไม่ว่าจะเดินมาก วิ่งมาก หรืออาจจะเพราะน้ำหนักตัว หรือรองเท้าที่สวมใส่ แต่จริงๆ แล้ว อาการปวดส้นเท้าอาจเป็นอาการของ “โรครองช้ำ” ที่สร้างปัญหาในการใช้ชีวิตของเขาเหล่านั้นก็เป็นได้

#โรครองช้ำคืออะไร?

โรครองช้ำ หรือ โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ เป็นโรคที่มีอาการอักเสบของพังผืดใต้ฝ่าเท้า ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดที่ส้นเท้ามากเป็นพิเศษ แม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานเท้าหนักมากก็ตาม

#โรครองช้ำมีสาเหตุมาจากอะไร?

- ส้นเท้ารับน้ำหนักมากเป็นเวลานาน อาจพบในบุคคลที่ต้องยืนทำงานนานๆ ตลอดทั้งวัน

- น้ำหนักตัวมาก อ้วน เป็นสาเหตุทำให้เท้ารับน้ำหนักมากเกินไป

- สวมรองเท้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้การรับน้ำหนักของเท้าไม่สมดุล

- ใช้เท้าทำกิจกรรมที่แตกต่างไปจากเดิมกะทันหัน เช่น เปลี่ยนที่วิ่งจากสนามหญ้าเป็นพื้นคอนกรีต หรือเพิ่มระยะทางในการวิ่ง

- เอ็นร้อยหวายยึด เลยทำให้ส้นเท้าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

- เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือข้อสันหลังอักเสบ อาจทำให้เกิดการอักเสบที่เส้นเอ็นจุดใดจุดหนึ่งที่เชื่อมต่อกับกระดูก จนอาจเกิดเป็นพังผืดใต้ฝ่าเท้าได้

- โครงสร้างทางร่างกาย โดยอาจมีเท้าแบน อุ้งเท้าโก่ง เส้นเอ็นยึดน่อง ทำให้ไม่สามรถเคลื่อนไหวข้อเท้าได้ตามปกติ

#โรครองช้ำมีอาการอย่างไร

คนที่เป็นโรครองช้ำ จะมีอาการเจ็บส้นเท้าก่อน และอาจลามปวดไปทั้งฝ่าเท้า หรืออุ้งเท้า มีทั้งปวดจิ๊ดๆ หรือปวดแสบๆ โดยจะค่อยๆ เจ็บปวกทีละนิด จนคิดว่าว่าอีกเดี๋ยวก็หาย แต่จะมีอาการปวดเรื่อยๆ บ่อยๆ และข้อสังเกตคือ ส้นเท้าจะปวดมากเมื่อสัมผัสกับพื้นครั้งแรกของวัน หรือหลังตื่นนอน และหลังจากนั่งพักเป็นเวลานาน หรืออาจปวดมากเมื่อต้องเท้าต้องรับน้ำหนักเป็นเวลานานๆ เช่น ยืน หรือเดินทำงานทั้งวัน

#โรครองช้ำมีวิธีรักษาอย่างไร?

แพทย์อาจสั่งยาต้านอาการอักเสบ ใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับกระดูก เช่น อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้าด้านใน อุปกรณ์รองรับส้นเท้า หรืออาจจะทำกายภาพบำบัด ในรายที่จำเป็นจริงๆ และวิธีทั้งหมดไม่ได้ผล แพทย์อาจฉีดสเตียรอยด์ แต่ไม่นิยม เพราะใช้เวลานานกว่า 18 เดือนถึงจะหายขาด และอาจมีอาการปวดซ้ำได้อีกในอนาคต

หากมีอาการปวดส้นเท้าบ่อยๆ หรือปวดมากเป็นพิเศษหลังตื่นนอน หลังนั่งพักนานๆ ลองพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจโดยละเอียดนะคะ แม้ว่าจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็รบกวนการดำเนินชีวิตมากพอสมควรเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก รพ. บำรุงราษฎร์
ภาพประกอบจาก istockphoto

ด้วยความปรารถนาดีจาก www.dnwwwshop.com
https://web.facebook.com/yothin.srikamnoet.73

สนใจสินค้าดีบูน มีปัญหากระดูกหรือข้อเสื่อม ปรึกษาโทร 095-8521100(คณโย)

ที่อยู่

54/4-5 ถ. สุวินทวงศ์
Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

0956521100

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ดีบูน ดูแลไขข้อกระดูกไขข้อเสื่อม สะโพกเสื่อมกระดูกทับเส้น โรคกระดูกสันหลังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์