02/06/2026
“ธรรมชาติ” ไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัย” เสมอไป
เมื่ออาหารเสริมที่กินเพื่อสุขภาพ อาจเป็นสาเหตุของภาวะตับบาดเจ็บ
หลายคนรู้สึกว่าอาหารเสริมและสมุนไพรน่าจะปลอดภัยกว่ายา เพราะหาซื้อได้ง่าย และมักมีคำว่า “ธรรมชาติ” อยู่บนฉลาก
แต่ในทางการแพทย์ เราพบ ภาวะตับบาดเจ็บจากสมุนไพรและอาหารเสริม หรือ herbal and dietary supplement–induced liver injury (HILI) มากขึ้นเรื่อย ๆ
หัวข้อนี้ได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในการประชุม EASL Congress 2026 ภายใต้ชื่อที่น่าสนใจมากว่า
“Supplement-induced liver injury: When wellness becomes a disease” หรือเมื่อสิ่งที่รับประทานเพื่อดูแลสุขภาพ กลับกลายเป็นสาเหตุของโรค
---
ปัญหานี้พบมากขึ้นจริงหรือไม่?
ข้อมูลจากเครือข่าย Drug-Induced Liver Injury Network (DILIN) ในสหรัฐอเมริกา พบว่า สัดส่วนของผู้ป่วยตับบาดเจ็บที่สัมพันธ์กับสมุนไพรและอาหารเสริมเพิ่มขึ้นจากประมาณ 7% ในช่วงปี 2004–2005 เป็นประมาณ 20%ในช่วงปี 2013–2014
ข้อมูลจากประเทศอื่น ๆ แตกต่างกันค่อนข้างมาก เช่น สเปนเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 13% ในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี ขณะที่บางประเทศในเอเชียรายงานสัดส่วนสูงกว่านั้นมาก
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันตรง ๆ เพราะแต่ละประเทศมีรูปแบบการใช้ผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรม และระบบเก็บข้อมูลที่แตกต่างกัน
แต่ภาพรวมค่อนข้างชัดว่า
*ภาวะตับบาดเจ็บจากสมุนไพรและอาหารเสริมกำลังเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นทั่วโลก*
---
ผลิตภัณฑ์ชนิดใดที่ควรระวัง?
การศึกษาจากสหรัฐอเมริกาซึ่งสำรวจผู้ใหญ่ 9,685 คน พบว่า มีผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากพืชในช่วง 30 วันที่ผ่านมา 731 คน หรือ 7.5%
ในจำนวนนี้ มีผู้ใช้สมุนไพร 6 กลุ่มที่เคยมีรายงานเกี่ยวข้องกับภาวะตับบาดเจ็บ ได้แก่
* ขมิ้นชันหรือสารสกัดเคอร์คูมิน (*turmeric/curcumin*)
* สารสกัดชาเขียว (*green tea extract*)
* โสมอินเดีย (*Ashwagandha*)
* ส้มแขก (*Garcinia cambogia*)
* ข้าวยีสต์แดง (*red yeast rice*)
* แบล็กโคฮอช (*Black cohosh*)
การมีชื่ออยู่ในรายการนี้ *ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่รับประทานจะมีปัญหาตับ* และไม่ได้หมายความว่า ต้องงดผลิตภัณฑ์ทุกชนิดโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเช่น การใช้ขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบของอาหารทั่วไป ย่อมแตกต่างจากการรับประทานสารสกัดเข้มข้นทุกวัน
สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษ คือ ผลิตภัณฑ์สารสกัดขนาดสูง สูตรผสมหลายชนิด และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาชัดเจน
---
เหตุใดอาหารเสริมจึงเป็นประเด็นที่ยิ่งต้องระวัง?
อาหารเสริมบางชนิดอาจมีผลต่อตับจากตัวสารออกฤทธิ์เอง แต่ในหลายกรณี ปัญหาไม่ได้เกิดจากสมุนไพรเพียงชนิดเดียว
สิ่งที่พบได้ ได้แก่
* การควบคุมคุณภาพอาจไม่เข้มงวดเทียบเท่ายา
* ผลิตภัณฑ์อาจมีสารปนเปื้อน เช่น โลหะหนัก สารกำจัดศัตรูพืช หรือสารพิษอื่น
* ส่วนประกอบจริงอาจไม่ตรงกับฉลาก
* ผลิตภัณฑ์หนึ่งชนิดอาจผสมสารหลายอย่าง ทำให้หาสาเหตุได้ยาก
* บางผลิตภัณฑ์อาจมียาหรือสารออกฤทธิ์ที่ไม่ได้ระบุบนฉลาก
กลไกที่ทำให้เกิดภาวะตับบาดเจ็บก็มีได้หลายรูปแบบ บางชนิดทำให้เกิด oxidative stress หรือรบกวนการทำงานของไมโทคอนเดรีย บางชนิดกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันเฉพาะบุคคล และบางชนิดทำให้เกิดภาวะน้ำดีคั่ง
จึงเป็นไปได้ว่า คนสองคนรับประทานผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน แต่มีผลต่อร่างกายไม่เหมือนกัน
---
ควรใช้อาหารเสริมอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น?
ไม่ได้หมายความว่า อาหารเสริมทุกชนิดเป็นอันตราย หรือทุกคนต้องหยุดรับประทานทั้งหมด
แต่ก่อนเริ่มใช้ ควรตั้งคำถามว่า จำเป็นหรือไม่ มีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอหรือไม่ และผลิตภัณฑ์มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือไม่
หากรับประทานอาหารเสริม สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอยู่ ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อมีผลเลือดตับผิดปกติ ควรนำฉลากหรือบรรจุภัณฑ์มาให้แพทย์ดูด้วย เพราะชื่อผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบมีความสำคัญต่อการหาสาเหตุ
หากมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้อาเจียนมาก อ่อนเพลียผิดปกติ คันทั่วตัว หรือรู้สึกสับสน ควรหยุดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่จำเป็นและพบแพทย์โดยเร็ว
ส่วนยาประจำที่แพทย์สั่ง ไม่ควรหยุดเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์
---
สรุป
อาหารเสริมอาจมีประโยชน์ในบางกรณี แต่ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง
คำว่า ธรรมชาติ บอกเพียงแหล่งที่มา
ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าปลอดภัย
แหล่งข้อมูล:
EASL/ALEH Symposium: Supplement-induced liver injury — When wellness becomes a disease, EASL Congress 2026
Likhitsup A, et al. Estimated Exposure to 6 Potentially Hepatotoxic Botanicals in US Adults. JAMA Network Open. 2024.
AASLD Practice Guidance on Drug, Herbal, and Dietary Supplement–Induced Liver Injury. Hepatology. 2023.
#อาหารเสริม #สมุนไพร #ตับอักเสบ #พิษต่อตับ #สุขภาพ