08/09/2026
จริง ๆ แล้ว microbiome ไม่ได้มีแค่ในลำไส้อย่างเดียว บนผิวของเราก็มีจุลินทรีย์หลายชนิดอาศัยอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน และในโรคผิวหนังหลายชนิด สิ่งที่พบร่วมกันคือสมดุลของจุลินทรีย์เหล่านี้เปลี่ยนไป หรือที่เรียกว่า dysbiosis ไม่ได้หมายความว่ามีเชื้อไม่ดีตัวหนึ่งเข้ามาแล้วทำให้เกิดโรคทันที แต่เป็นภาพของทั้งระบบที่เปลี่ยนไป บางกลุ่มเพิ่มขึ้น บางกลุ่มลดลง สภาพแวดล้อมบนผิวเปลี่ยน และสุดท้ายอาจไปกระตุ้นการอักเสบหรือทำให้โรคเดิมกำเริบขึ้นได้
สิวเป็นตัวอย่างที่ทุกคนรู้ดี เรารู้กันอยู่แล้วว่าสิวเกี่ยวกับฮอร์โมน ความมัน การอุดตัน และพันธุกรรม แต่พอฮอร์โมนกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้น สภาพแวดล้อมบนผิวก็เปลี่ยนตาม และอาจเอื้อให้จุลินทรีย์บางกลุ่มเติบโตมากขึ้นจนสมดุลเดิมเสียไป
อย่างเช่นเจ้า Cutibacterium acnes หรือชื่อเดิม Propionibacterium acnes จริง ๆ แล้วเป็นแบคทีเรียที่อยู่บนผิวคนปกติอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ามีเชื้อนี้แล้วต้องเป็นสิวทุกคน ที่น่าสนใจกว่าคือ C. acnes แต่ละสายพันธุ์ไม่ได้มีพฤติกรรมเหมือนกันทั้งหมด บางกลุ่มสัมพันธ์กับการกระตุ้น cytokine และการอักเสบมากกว่า ขณะที่บางกลุ่มก็อยู่บนผิวได้โดยไม่ได้สร้างปัญหาอะไร ดังนั้นเวลาเราพูดเรื่องสิว ต้องดูด้วยว่าเป็นสายพันธุ์ไหน อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน และภูมิคุ้มกันของผิวกำลังตอบสนองกับมันยังไง
🆕อีกเรื่องที่น่าสนใจมากคือ acne vaccine หรือวัคซีนสิว ซึ่งตอนนี้มีการพัฒนาอยู่จริง แนวคิดไม่ได้ต้องการกำจัด C. acnes ทั้งหมด เพราะเชื้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของ microbiome ปกติ แต่พยายามเล็งไปที่ส่วนของเชื้อหรือกลไกที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบมากกว่า ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นการศึกษาและยังไม่ได้รับการอนุมัติใช้ทั่วไป แต่ถ้าแนวทางนี้ไปต่อได้ ในอนาคตเราอาจไม่ได้รักษาสิวแค่ตอนที่สิวขึ้นแล้ว แต่อาจเข้าไปลดโอกาสเกิด inflammatory acne ตั้งแต่ระดับ interaction ระหว่างเชื้อกับภูมิคุ้มกันเลย
เรื่อง dysbiosis ก็ไม่ได้มีแค่ในสิว อย่างโรคสะเก็ดเงินก็พบว่า microbiome บริเวณผื่นแตกต่างจากผิวปกติ และในผู้ป่วยบางกลุ่มยังพบความแตกต่างของ microbiomeในทางเดินอาหารด้วย ตรงนี้ทำให้คำว่า gut-skin axis ถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะลำไส้กับผิวอาจไม่ได้ทำงานแยกจากกันอย่างที่เราเคยคิด
ช่วงหลังจึงมีการศึกษาเรื่อง prebiotic และ probiotic ในโรคผิวหนังมากขึ้น ทั้งแบบทาและแบบรับประทาน ถ้าอธิบายง่าย ๆ
👉🏻prebiotic คือสารที่จุลินทรีย์บางกลุ่มนำไปใช้เป็นอาหาร ส่วน
👉🏻probiotic คือตัวจุลินทรีย์ที่มีชีวิตเอง แต่จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องเติมเชื้อดีแล้วกำจัดเชื้อไม่ดีง่าย ๆ เพราะ microbiome ซับซ้อนกว่านั้น เป้าหมายคือทำให้ระบบนิเวศของจุลินทรีย์กลับมาอยู่ในภาวะที่สมดุลและไม่ไปทางการอักเสบ