KidzTalk by หมออูม

KidzTalk by หมออูม กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด, ความรู้เรื่องแม่และเด็ก,พัฒนาการเด็ก,โรคในเด็กและวัคซีน

🏥 **“ลูกก็ดูดีแล้ว…ทำไมหมอยังไม่ให้กลับบ้าน หรือกำลัง ‘เลี้ยงไข้’ อยู่?”**เป็นคำถามที่พ่อแม่หลายคนอาจเคยสงสัยค่ะเพราะเวล...
13/09/2026

🏥 **“ลูกก็ดูดีแล้ว…ทำไมหมอยังไม่ให้กลับบ้าน หรือกำลัง ‘เลี้ยงไข้’ อยู่?”**

เป็นคำถามที่พ่อแม่หลายคนอาจเคยสงสัยค่ะ

เพราะเวลาเราไปเห็นลูก 👶🏻
ลูกก็กินนมได้ หลับได้ ไม่หอบ ไม่เหนื่อย
มองยังไงก็ดูดีขึ้นเยอะแล้ว

แล้วทำไมเวลาถามว่า
**“อีกกี่วันถึงจะได้กลับบ้านคะหมอ?”**

บางครั้งคำตอบที่ได้กลับเป็น…

**“ยังบอกไม่ได้ค่ะ”** 😥

ทำไมหมอถึงตอบไม่ได้ ทั้งที่น่าจะรู้ว่าโรคนี้ใช้เวลากี่วัน?

จริง ๆ แล้ว **“รู้ค่ะ”** 😊
โรคหลายอย่างในเด็กแรกเกิดมี “กรอบเวลา” หรือธรรมชาติของโรคที่หมอพอคาดการณ์ได้

🫁 อย่าง **TTN (ภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิด)** ส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ **48–72 ชั่วโมง**

🫀 ส่วนภาวะ **ความดันหลอดเลือดปอดสูงแบบชั่วคราว** หากไม่รุนแรงและไม่มีโรคอื่นร่วม ก็อาจค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงไม่กี่วันถึงประมาณหนึ่งสัปดาห์

แต่มีคำหนึ่งที่สำคัญมากค่ะ…

👉 **“โดยทั่วไป”**

เพราะกรอบเวลาของโรค
ไม่ได้แปลว่าเด็กทุกคนจะดีขึ้นพร้อมกัน ⏰

เด็กสองคนเป็นโรคเดียวกัน
คนหนึ่งอาจลดออกซิเจนได้เร็ว
อีกคนอาจยังมีออกซิเจนตก

คนหนึ่งลองลดเครื่องช่วยหายใจแล้วไปต่อได้สบาย
แต่อีกคนพอลดปุ๊บ…ออกซิเจนตกอีก 😮‍💨

ทั้ง ๆ ที่ตอนมองจากข้างนอก
เด็กทั้งสองคนอาจดูดีพอ ๆ กันก็ได้ค่ะ

💡 **นี่คือความแตกต่างระหว่าง “ดีขึ้นแล้ว” กับ “พร้อมกลับบ้านแล้ว”**

ก่อนให้เด็กกลับ หมอจึงไม่ได้ดูแค่ว่า
วันนี้กินนมได้ไหม หรือดูสดใสดีไหม

แต่ยังต้องดูว่า…

🫁 การหายใจนิ่งหรือยัง
📉 ยังมีออกซิเจนตกหรือเปล่า
🍼 กินนมได้โดยไม่มีปัญหาไหม
⚙️ ยังต้องพึ่งออกซิเจนหรือเครื่องช่วยหายใจอยู่ไหม
👶🏻 และเมื่อค่อย ๆ ลดการช่วยเหลือ ร่างกายของเขารับไหวหรือยัง

เพราะฉะนั้น เวลาพ่อแม่ถามว่า
**“แล้วอีกกี่วันคะหมอ?”**

บางครั้งหมออาจตอบเป็น “จำนวนวัน” ไม่ได้จริง ๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่หมอ **ควรตอบให้ได้** คือ…

📌 ตอนนี้เรายังห่วงอะไร
📌 เรากำลังรออะไร
📌 และลูกต้องผ่านตรงไหน ถึงจะกลับบ้านได้

หมอเข้าใจนะคะว่า ทุกวันที่ลูกต้องอยู่โรงพยาบาล 🏥
ไม่ได้มีแค่ความกังวลของพ่อแม่

แต่มันมีทั้งเวลา ความเหนื่อย
และที่สำคัญ… **ค่าใช้จ่ายของครอบครัว** 💰

เพราะฉะนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะให้เด็กอยู่โรงพยาบาลนานเกินความจำเป็นค่ะ

แต่ก่อนที่หมอจะพูดคำว่า
**“วันนี้กลับบ้านได้แล้วนะคะ”** 🏡❤️

สิ่งที่เราต้องมั่นใจก่อนก็คือ…

**เหตุผลที่ทำให้ลูกยังต้องอยู่โรงพยาบาล
วันนี้…มันไม่มีแล้วจริง ๆ**

เพราะ **“กรอบเวลาของโรค” บอกเราได้ว่าโรคน่าจะดีขึ้นเมื่อไหร่
แต่ไม่ได้บอกว่า “ลูกของเรา” จะพร้อมกลับบ้านวันไหนค่ะ** 🤍

☁️🩺 ฝากติดตาม **KidzTalk by หมออูม** เพราะหมอจะเปลี่ยนเรื่องยาก ให้พ่อแม่เข้าใจง่าย ❤️

ูม #ทารกแรกเกิด #ลูกนอนโรงพยาบาล #เลี้ยงลูก #ความรู้พ่อแม่

🩺 ** #โรคของแม่… #ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่แม่**คุณแม่รู้ไหมคะว่า หลายภาวะที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ อาจไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับต...
20/08/2026

🩺 ** #โรคของแม่… #ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่แม่**

คุณแม่รู้ไหมคะว่า หลายภาวะที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ อาจไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับตัวคุณแม่ แต่อาจส่งผลไปถึงเจ้าตัวเล็กในท้องได้ด้วย

ลูกอาจไม่ได้เป็นโรคเดียวกับแม่ แต่ภาวะของแม่อาจส่งผลต่อ

• การเจริญเติบโตในครรภ์
• การทำงานของรก
• การพัฒนาของอวัยวะ
• การคลอดก่อนกำหนด
• การปรับตัวของลูกหลังคลอด

เพราะตลอดการตั้งครรภ์ ร่างกายของแม่ รก และลูกทำงานเชื่อมโยงกันค่ะ 🤰🏻👶🏻

# # # 1️⃣ แม่เป็นเบาหวาน

น้ำตาลจากแม่สามารถผ่านรกไปถึงลูกได้ เมื่อน้ำตาลของแม่สูง ร่างกายลูกจึงสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมน้ำตาล

อินซูลินที่สูงอาจทำให้ลูกสะสมไขมันและมีขนาดตัวโต แต่ทันทีที่คลอดออกมา น้ำตาลจากแม่จะหยุดส่งมาถึงลูก ขณะที่อินซูลินของลูกอาจยังสูงอยู่ จึงเกิดภาวะน้ำตาลต่ำหลังคลอดได้

ทารกกลุ่มนี้อาจมีความเสี่ยงต่อ

• ตัวโตกว่าอายุครรภ์
• น้ำตาลต่ำหลังคลอด
• หายใจลำบาก
• ตัวเหลือง
• เม็ดเลือดแดงสูง
• กล้ามเนื้อหัวใจหนา

อย่างไรก็ตาม ลูกของแม่เบาหวานไม่ได้ตัวโตทุกคน หากแม่มีโรคของหลอดเลือดหรือรกทำงานไม่ดี ลูกอาจกลับโตช้าและมีน้ำหนักน้อยได้เช่นกัน

# # # 2️⃣ แม่มีความดันสูงหรือครรภ์เป็นพิษ

ภาวะนี้อาจทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงรกทำงานผิดปกติ เลือด ออกซิเจน และสารอาหารจึงส่งไปถึงลูกได้ไม่เพียงพอ

ผลที่อาจเกิดกับลูก ได้แก่

• เจริญเติบโตช้าในครรภ์
• น้ำหนักแรกเกิดน้อย
• น้ำคร่ำน้อย
• รกเสื่อมหรือรกลอกตัวก่อนกำหนด
• จำเป็นต้องคลอดก่อนกำหนด

บางครั้งลูกอาจดูตัวเล็ก แต่สิ่งที่แพทย์ให้ความสำคัญมากกว่าน้ำหนักเพียงตัวเลขเดียว คือการไหลเวียนเลือดผ่านรกและความปลอดภัยของลูกขณะอยู่ในครรภ์ค่ะ

# # # 3️⃣ แม่มีภาวะไทรอยด์ผิดปกติ

ผลที่เกิดกับลูกขึ้นอยู่กับว่าแม่มีไทรอยด์เป็นพิษหรือไทรอยด์ทำงานต่ำ เกิดจากสาเหตุใด มีแอนติบอดีชนิดใด และได้รับยาอะไรระหว่างตั้งครรภ์

ภาวะไทรอยด์ของแม่อาจส่งผลต่อ

• การเจริญเติบโตของลูก
• อัตราการเต้นของหัวใจ
• การทำงานของต่อมไทรอยด์ลูก
• ความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด

แอนติบอดีและยาบางชนิดสามารถผ่านรกได้ ทารกบางคนจึงจำเป็นต้องตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์เพิ่มเติม แม้ว่าผลคัดกรองทารกแรกเกิดจะยังไม่พบความผิดปกติก็ตาม

# # # 4️⃣ แม่มีการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ 🦠

ไม่ใช่การติดเชื้อทุกชนิดของแม่จะส่งไปถึงลูก แต่เชื้อบางชนิดสามารถผ่านรก ติดต่อระหว่างคลอด หรือส่งผลให้เกิดการอักเสบและคลอดก่อนกำหนดได้

ผลที่เกิดกับลูกแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อ ช่วงอายุครรภ์ที่ติดเชื้อ และความรุนแรงของอาการ เช่น

• การติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือหลังคลอด
• การคลอดก่อนกำหนด
• น้ำหนักแรกเกิดน้อย
• ความผิดปกติของอวัยวะบางระบบ
• ภาวะติดเชื้อรุนแรงในทารกแรกเกิด

แพทย์จึงต้องพิจารณาร่วมกันทั้งประวัติการติดเชื้อของแม่ ผลตรวจระหว่างตั้งครรภ์ ระยะเวลาที่ถุงน้ำคร่ำแตก และอาการของลูกหลังคลอด

# # # 5️⃣ แม่เป็นโรคภูมิคุ้มกัน เช่น SLE

ลูกไม่ได้เป็นโรค SLE ตามแม่โดยอัตโนมัติ แต่แอนติบอดีบางชนิดของแม่สามารถผ่านรกไปถึงลูกได้

ทารกบางรายอาจเกิด neonatal lupus ซึ่งอาจส่งผลต่อ

• ผิวหนัง
• เม็ดเลือด
• ตับ
• ระบบการนำไฟฟ้าของหัวใจ

ความผิดปกติหลายอย่างอาจดีขึ้นเมื่อแอนติบอดีจากแม่ค่อย ๆ ลดลง แต่ภาวะหัวใจเต้นช้าจาก congenital heart block อาจคงอยู่และต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง

# # # 6️⃣ แม่มีภาวะโลหิตจางหรือขาดสารอาหาร

ร่างกายของลูกต้องได้รับสารอาหารจากแม่ผ่านรกอย่างต่อเนื่อง ภาวะโลหิตจางหรือการขาดสารอาหารที่รุนแรงอาจสัมพันธ์กับ

• ลูกโตช้าในครรภ์
• น้ำหนักแรกเกิดน้อย
• การคลอดก่อนกำหนด
• ปริมาณธาตุเหล็กสะสมของลูกไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ทารกไม่ได้มีภาวะโลหิตจางตามแม่ทุกราย แพทย์จะประเมินตามความรุนแรงของภาวะในแม่ การเจริญเติบโตของลูก และผลตรวจหลังคลอด

# # # 7️⃣ บุหรี่ แอลกอฮอล์ สารเสพติด และยาบางชนิด 🚭

สารบางชนิดสามารถผ่านรกและส่งผลต่อการเจริญเติบโต สมอง การหายใจ หรือการปรับตัวของลูกหลังคลอดได้

ผลกระทบขึ้นอยู่กับ

• ชนิดของสารหรือยา
• ปริมาณที่ได้รับ
• ระยะเวลาที่ใช้
• ช่วงอายุครรภ์ที่ได้รับ

แต่คำว่า “ยาบางชนิด” ไม่ได้แปลว่า คุณแม่ควรหยุดยาประจำตัวเองทันทีนะคะ เพราะการหยุดยาโดยไม่ได้รับคำแนะนำอาจทำให้โรคของแม่กำเริบ และเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และลูกได้

ควรแจ้งสูติแพทย์และแพทย์ผู้รักษาเกี่ยวกับยา สมุนไพร อาหารเสริม และสารทุกชนิดที่ใช้ เพื่อช่วยกันเลือกแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด

🔎 **ทำไมกุมารแพทย์จึงต้องถามประวัติของแม่?**

เวลาหมอดูแลทารกแรกเกิด หมอไม่ได้ดูเฉพาะอาการของลูก แต่ต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่

• โรคประจำตัวของแม่
• ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์
• ผลตรวจและอัลตราซาวนด์
• ยาที่แม่ได้รับ
• การติดเชื้อ
• เหตุการณ์ก่อนและระหว่างคลอด

เพราะบางครั้ง คำอธิบายของอาการที่เกิดหลังคลอดไม่ได้เริ่มต้นในวันเกิดของลูก แต่อาจเริ่มมาตั้งแต่ตอนที่ลูกยังอยู่ในครรภ์ค่ะ

💙 ** #ถึงมีความเสี่ยงก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องเกิดขึ้น**

การมีโรคประจำตัวหรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ได้หมายความว่าลูกจะต้องมีปัญหา และไม่ได้หมายความว่าคุณแม่ทำอะไรผิด

สิ่งสำคัญคือ

✅ ฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ
✅ ควบคุมโรคของแม่ให้เหมาะสม
✅ รับประทานยาตามคำแนะนำ
✅ แจ้งประวัติสำคัญแก่ทีมแพทย์
✅ วางแผนการคลอดและการดูแลลูกล่วงหน้า

เมื่อทีมแพทย์รู้ความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนคลอด เราจะสามารถเตรียมติดตาม ตรวจ และช่วยเหลือลูกได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดค่ะ

ฝากติดตาม **KidzTalk by หมออูม** เพราะหมอจะเปลี่ยนเรื่องยาก ให้พ่อแม่เข้าใจง่าย ❤️

*บทความนี้ให้ความรู้ในภาพรวม ผลกระทบและแนวทางติดตามของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อประเมินเป็นรายบุคคล*

👶🏻⚖️  #เด็กตัวโต = เด็กแข็งแรงจริงหรือ???เวลาเห็นเด็กแรกเกิดตัวอ้วน ๆ แก้มยุ้ย ๆ 🥰หลายคนมักพูดว่า“โอ้โห ตัวโตจัง แข็งแรง...
15/08/2026

👶🏻⚖️ #เด็กตัวโต = เด็กแข็งแรงจริงหรือ???

เวลาเห็นเด็กแรกเกิดตัวอ้วน ๆ แก้มยุ้ย ๆ 🥰
หลายคนมักพูดว่า
“โอ้โห ตัวโตจัง แข็งแรงแน่ ๆ”

แต่สำหรับหมอทารกแรกเกิด…
“ตัวโต” ไม่ได้แปลว่า “แข็งแรงกว่า” เสมอไปค่ะ 💙

เพราะน้ำหนักแรกเกิดไม่ได้บอกแค่ว่า ลูกหนักกี่กิโล
แต่มันเป็นเหมือน “ข้อความจากช่วง 9 เดือนในท้อง” ที่กำลังบอกหมอว่า ลูกเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหน 🤰🏻✨

⚖️ หมอไม่ได้ดูแค่ “กี่กิโล”

เด็กหนัก 2,500 กรัม อาจถือว่า “พอดี” สำหรับอายุครรภ์หนึ่ง
แต่สำหรับอีกอายุครรภ์หนึ่ง อาจถือว่า “ตัวเล็ก” ก็ได้

เพราะฉะนั้น หลังคลอดหมอจะเอา น้ำหนัก + อายุครรภ์ + เพศ มาเทียบกับกราฟมาตรฐาน แล้วแบ่งคร่าว ๆ เป็น

🔵 SGA — ตัวเล็กกว่าอายุครรภ์
🟢 AGA — ตัวพอดีกับอายุครรภ์
🩷 LGA — ตัวใหญ่กว่าอายุครรภ์



🤰🏻 ทำไมลูกถึงตัวโต?

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ คุณแม่มีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

ลองนึกภาพตามนะคะ 🍭

เมื่อน้ำตาลในเลือดแม่สูง
⬇️
กลูโคสสามารถผ่านรกไปหาลูกได้
⬇️
ลูกได้รับน้ำตาลมาก
⬇️
ตับอ่อนของลูกจึงสร้าง Insulin มากขึ้น
⬇️
Insulin กระตุ้นการสะสมไขมันและการเจริญเติบโต
⬇️
👶🏻 ลูกจึงตัวโต จ้ำม่ำ แก้มยุ้ย

ฟังดูเหมือนดีใช่ไหมคะ?

แต่เรื่องสำคัญอยู่ตรงนี้ค่ะ 👇🏻

🫁 ตัวโต…แต่ปอดอาจยังมีปัญหาได้

Insulin ที่สูงในทารกจากมารดาเบาหวานสัมพันธ์กับการพัฒนาของปอดและ surfactant ที่ล่าช้า ทำให้มีความเสี่ยงต่อ Respiratory Distress Syndrome (RDS) มากขึ้น

Surfactant คืออะไร? 🫧

ลองนึกถึง “ลูกโป่งใบใหม่” 🎈
ตอนเป่าครั้งแรก เราต้องออกแรงมากกว่าปกติใช่ไหมคะ?

ถุงลมในปอดก็คล้ายกันค่ะ

Surfactant ช่วย ลดแรงตึงผิว ทำให้ถุงลมกางได้ง่าย และไม่ยุบตัวง่ายตอนหายใจออก 🫁✨

ถ้ามีน้อย → ถุงลมเปิดยาก → ลูกต้องออกแรงหายใจมากขึ้น → อาจเกิดอาการหายใจเหนื่อยหลังคลอด

ดังนั้น
“ตัวโต” ไม่ได้แปลว่า “ปอดพร้อม” เสมอไปค่ะ

💧 แล้วทำไมเด็กตัวโตบางคนหายใจเร็ว?

อีกภาวะที่พบได้คือ TTN — Transient Tachypnea of the Newborn

โดยเฉพาะเด็กที่คลอดโดยการผ่าตัดคลอด อาจมีน้ำในปอดถูกดูดซึมออกช้ากว่าปกติ 💦🫁

จึงเห็นลูก
💨 หายใจเร็ว
💨 อาจมีอกบุ๋ม
💨 บางรายต้องใช้ออกซิเจนหรือการช่วยหายใจชั่วคราว

และในรายที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือการปรับตัวของระบบไหลเวียนหลังคลอดผิดปกติ อาจเกิดภาวะรุนแรงอย่าง PPHN ได้

🍭 อีกเรื่องที่หมอเฝ้าระวังมากคือ “น้ำตาลต่ำ”

ตอนอยู่ในท้อง ลูกได้รับกลูโคสจากแม่ผ่านรกตลอดเวลา

แต่ทันทีที่คลอดและตัดสายสะดือ ✂️

🚰 “ก๊อกน้ำตาลจากแม่” ถูกปิดทันที

ปัญหาคือ…

Insulin ของลูกยังสูงอยู่ค่ะ 😮

จึงเกิดสถานการณ์

✂️ น้ำตาลจากแม่หยุด
➕ Insulin ลูกยังสูง
⬇️
🩸 น้ำตาลในเลือดลูกอาจตก

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเด็ก LGA หรือทารกของคุณแม่เบาหวานหลายคน แม้ภายนอกจะดูจ้ำม่ำ แข็งแรงดี ก็ยังต้อง ตรวจระดับน้ำตาลหลังคลอด ค่ะ

👶🏻 และ “ตัวใหญ่” ยังมีผลต่อการคลอด

เด็กที่มีขนาดใหญ่มากมีความเสี่ยงต่อ Shoulder dystocia — ภาวะคลอดติดไหล่

ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ เช่น

🦴 กระดูกไหปลาร้าหัก
💪🏻 เส้นประสาทบริเวณแขนได้รับบาดเจ็บ
⚠️ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนจากการคลอดยาก

แล้วเด็กตัวเล็กล่ะ? 👶🏻💙

ตัวเล็กก็ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอเสมอไปเช่นกัน

แต่เด็ก SGA มีความเสี่ยงอีกแบบหนึ่ง เช่น น้ำตาลต่ำ อุณหภูมิกายต่ำ หรือในบางรายอาจสะท้อนว่าระหว่างอยู่ในครรภ์ ลูกได้รับสารอาหารหรือออกซิเจนไม่เพียงพอ จึงต้องดู สาเหตุ + อายุครรภ์ + การเจริญเติบโตในครรภ์ ประกอบกันค่ะ

❤️ เพราะฉะนั้น…

เด็กที่แข็งแรงที่สุด
ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กที่ตัวใหญ่ที่สุด

สิ่งที่หมออยากเห็นคือ
👶🏻 ลูกเติบโตได้ “พอดี” กับอายุครรภ์ของเขา

ครั้งหน้าถ้ามีใครบอกว่า
“เด็กตัวโตจัง แข็งแรงแน่เลย”

อาจต้องเติมท้ายอีกนิดว่า…

“ตัวโตน่ารักค่ะ 🥰 แต่ต้องดูด้วยว่า…โตพอดีกับอายุครรภ์หรือเปล่า” 💙🩷

ฝากติดตาม KidzTalk by หมออูม เพราะหมอจะเปลี่ยนเรื่องยาก ให้พ่อแม่เข้าใจง่าย ❤️

ูม #หมออูม #น้ำหนักแรกเกิด #ทารกแรกเกิด #เบาหวานขณะตั้งครรภ์ #น้ำตาลต่ำในทารก #สุขภาพเด็ก #แม่และเด็ก #ความรู้สำหรับพ่อแม่

 #ทำความเข้าใจPPHN ผ่าน “ #การเปลี่ยนระบบครั้งใหญ่ที่สุดหลังคลอด”จากข่าวเกี่ยวกับทารกที่มีภาวะ ความดันเลือดในปอดสูงหลังค...
29/07/2026

#ทำความเข้าใจPPHN ผ่าน “ #การเปลี่ยนระบบครั้งใหญ่ที่สุดหลังคลอด”

จากข่าวเกี่ยวกับทารกที่มีภาวะ ความดันเลือดในปอดสูงหลังคลอด หลายคนอาจเพิ่งได้ยินคำว่า เป็นครั้งแรก

ชื่อของโรคฟังดูเหมือนว่า
⁉️“ความดันในปอดสูง ก็แปลว่าปอดทำงานไม่ดีใช่ไหม?”⁉️

👉คำตอบคือ ไม่ทั้งหมดค่ะ

👉เด็กบางคนมีอากาศเข้าไปในปอดแล้ว ▶️ เครื่องช่วยหายใจก็ส่งออกซิเจนเข้าไปได้ ▶️ แต่เลือดกลับเข้าไปรับออกซิเจนจากปอดได้น้อย

จึงเกิดสถานการณ์ที่ฟังดูขัดแย้งว่า

⁉️ปอดมีออกซิเจน แต่ร่างกายยังขาดออกซิเจน⁉️

และนี่คือ❤️หัวใจของภาวะที่เรียกว่า Persistent Pulmonary Hypertension of the Newborn หรือ

👶 เรื่องนี้ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนลูกคลอด

ตอนที่ลูกยังอยู่ในท้อง ปอดยังไม่ได้ทำหน้าที่หายใจค่ะ

ภายในปอดยังเต็มไปด้วยของเหลว
ลูกไม่ได้หายใจเอาอากาศเข้าไป
และ #ออกซิเจนที่ลูกใช้ทั้งหมดมาจากรก

เลือดของลูกจึงไม่จำเป็นต้องเดินทางผ่านปอดมากนัก เพราะถึงเข้าไปก็ยังไม่มีอากาศให้รับออกซิเจน

✅ ธรรมชาติจึงสร้าง “ทางลัด” เอาไว้ให้เลือดข้ามปอด ได้แก่

🩸 Foramen ovale ช่องเปิดระหว่างหัวใจห้องบน
🩸 Ductus arteriosus หลอดเลือดที่เชื่อมหลอดเลือดแดงปอดกับหลอดเลือดแดงใหญ่

#ระบบนี้ถือว่าปกติมากในทารกที่ยังอยู่ในครรภ์

พูดง่าย ๆ คือ ▶️ ก่อนคลอด ลูกใช้ “รก” เป็นแหล่งรับออกซิเจน
ปอดจึงยังไม่ได้เป็นสถานีหลักของระบบไหลเวียนเลือด

………………………………………………………………………………………

🌬️ #แต่ทันทีที่ลูกคลอด #ทุกระบบต้องเปลี่ยนพร้อมกัน

✅เมื่อลูกหายใจครั้งแรก ปอดเริ่มพองตัว ของเหลวในปอดถูกดูดซึมและขับออก หลอดเลือดในปอดควรคลายตัวอย่างรวดเร็ว

▶️เมื่อหลอดเลือดเปิดกว้าง ▶️เลือดจะไหลเข้าไปในปอดมากขึ้น เพื่อรับออกซิเจนจากอากาศ แล้วจึงนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และอวัยวะต่าง ๆ

▶️ขณะเดียวกัน เมื่อสายสะดือถูกตัด #รกก็หยุดเป็นแหล่งออกซิเจน

ร่างกายของลูกจึงต้องเปลี่ยนจาก

Placenta ON — Lungs OFF

มาเป็น

Placenta OFF — Lungs ON

ภายในเวลาอันสั้น

🟰งานวิจัยและบทความทบทวนทางทารกแรกเกิดอธิบายว่า PPHN คือความล้มเหลวของการปรับตัวของระบบไหลเวียนเลือดจากชีวิตในครรภ์สู่ชีวิตหลังคลอด ทำให้ความต้านทานของหลอดเลือดในปอดยังคงสูง เลือดจึงไหลผ่านปอดได้น้อยกว่าที่ควร 🟰

………………………………………………………………………………………………………

⛽ ลองนึกภาพว่า “ #ปอดคือปั๊มน้ำมัน”

หมอขอเปรียบเทียบแบบนี้ค่ะ

🫁 ปอด คือ ปั๊มน้ำมัน
🩸 เลือด คือ รถส่งของ
🫧 ออกซิเจน คือ น้ำมัน

รถแต่ละคันต้องเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม ก่อนจะขับไปส่งของให้เมืองต่าง ๆ

เลือดก็เช่นเดียวกัน ต้องไหลเข้าไปในปอดเพื่อรับออกซิเจน แล้วจึงนำออกซิเจนไปส่งให้สมอง หัวใจ ไต และอวัยวะทั่วร่างกาย

ในเด็กปกติหลังคลอด

✅ ปั๊มเปิด
✅ ทางเข้าเปิดกว้าง
✅ รถเข้าไปเติมน้ำมันได้จำนวนมาก

แต่ในเด็กที่มี PPHN

⛽ ปั๊มอาจมีน้ำมันอยู่
🚧 แต่ทางเข้ากลับแคบและมีแรงต้านสูง
🚗 รถจำนวนมากจึงเข้าไปไม่ถึงปั๊ม

บางส่วนยังใช้ “ทางลัดแบบตอนอยู่ในท้อง” ไหลข้ามปอดผ่าน foramen ovale หรือ ductus arteriosus ไปเลย

👉ผลคือเลือดที่มีออกซิเจนต่ำถูกส่งกลับเข้าสู่ร่างกาย ทำให้เด็กมีภาวะเขียวและระดับออกซิเจนต่ำ แม้จะได้รับออกซิเจนหรือมีอากาศเข้าไปในปอดแล้วก็ตาม

…………………………………………………………………………………………………

🔄 #สิ่งที่น่ากลัวคือ โรคนี้สามารถสร้าง “ #วงจรที่ทำให้ตัวเองแย่ลง”

เมื่อออกซิเจนในเลือดต่ำ ▶️ ร่างกายจะเกิดภาวะเครียดและเป็นกรด

ทั้งการขาดออกซิเจนและภาวะเลือดเป็นกรด ▶️ สามารถกระตุ้นให้หลอดเลือดในปอดหดตัวมากขึ้น

จึงเกิดวงจรว่า ดังนี้ ‼️

ออกซิเจนต่ำ
⬇️
หลอดเลือดในปอดยิ่งหดตัว
⬇️
เลือดไหลผ่านปอดน้อยลง
⬇️
รับออกซิเจนได้น้อยลงกว่าเดิม
⬇️
ออกซิเจนยิ่งต่ำ

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเด็กบางคนจึงดูเหมือนอาการยังพอคงที่ แต่สามารถทรุดลงได้อย่างรวดเร็วหากวงจรนี้ดำเนินต่อไป

………………………………………………………………………………………………………

🩺 เด็กที่เป็น PPHN มีอาการอย่างไร?

อาการที่พบบ่อยคือ

💙 ตัวเขียวหรือค่าออกซิเจนต่ำ
🌬️ หายใจเร็ว หอบ หรือมีหน้าอกบุ๋ม
📉 ค่าออกซิเจนขึ้นลงง่าย หรือไม่ดีขึ้นตามที่คาดแม้ให้ออกซิเจน
🖐️ ค่าออกซิเจนที่มือขวาและเท้าอาจแตกต่างกัน
❤️ ในรายรุนแรงอาจมีความดันโลหิตต่ำหรือระบบไหลเวียนเลือดไม่คงที่

แต่เพียงค่าออกซิเจนต่ำอย่างเดียว ยังวินิจฉัย PPHN ไม่ได้ เพราะโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและโรคปอดหลายชนิดก็มีอาการคล้ายกัน

ดังนั้นหัวใจสำคัญของการวินิจฉัยคือ การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ หรือ Echocardiography

การตรวจนี้ช่วยดูว่า

* มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดหรือไม่
* เลือดกำลังไหลข้ามหัวใจหรือหลอดเลือดในทิศทางใด
* ความดันในหลอดเลือดปอดสูงเพียงใด
* หัวใจห้องขวาและห้องซ้ายทำงานดีหรือไม่

PPHN จึงไม่ใช่ภาวะที่ควรสรุปจากค่าออกซิเจนหรือภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียวค่ะ

………………………………………………………………………………………………………

❓ #แล้วอะไรทำให้หลอดเลือดในปอดไม่ยอมคลายตัว?

PPHN ไม่ได้เป็นโรคที่มีสาเหตุเดียว แต่เป็น “กลุ่มอาการ” ที่เกิดร่วมกับภาวะต่าง ๆ ได้ เช่น

🟢 การสำลักขี้เทา
🟢 ปอดอักเสบหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
🟢 ภาวะขาดออกซิเจนรอบคลอด
🟢 ปอดขยายตัวไม่ดีหรือมีโรคปอดรุนแรง
🟢 ปอดเจริญไม่สมบูรณ์ เช่น ไส้เลื่อนกระบังลมแต่กำเนิด
🟢 บางรายไม่พบสาเหตุชัดเจน

ดังนั้น #เวลารักษาหมอต้องค้นหาและแก้ต้นเหตุที่ทำให้หลอดเลือดในปอดยังหดตัวอยู่ด้วย

……………………………………………………………………………………………………

🏥 การรักษาไม่ใช่แค่ “เพิ่มออกซิเจนให้มากที่สุด”

#เป้าหมายจริงของการรักษาคือ

✅ทำให้ปอดเปิดในระดับที่เหมาะสม
✅ทำให้เลือดไหลเข้าไปในปอดได้
✅รักษาความดันและการทำงานของหัวใจ
✅หยุดวงจรขาดออกซิเจน

#การรักษาจึงต้องปรับให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน อาจประกอบด้วย

🌬️ การให้ออกซิเจนและช่วยหายใจอย่างเหมาะสม
🫁 การเปิดถุงลมปอดโดยหลีกเลี่ยงแรงดันที่มากเกินไป
💊 การรักษาการติดเชื้อหรือโรคปอดที่เป็นสาเหตุ
❤️ การพยุงความดันโลหิตและการทำงานของหัวใจ
💨 การใช้ inhaled nitric oxide หรือ iNO เพื่อช่วยขยายหลอดเลือดในปอดในทารกครบกำหนดหรือใกล้ครบกำหนดที่มีข้อบ่งชี้
⚙️ การใช้เครื่องช่วยหายใจความถี่สูงในบางราย
🩸 หากรุนแรงและไม่ตอบสนอง อาจพิจารณา ECMO ในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม

หลักฐานปัจจุบันสนับสนุนว่า สามารถช่วยเพิ่มออกซิเจนและลดความจำเป็นในการใช้ ECMO ในทารกครบกำหนดหรือใกล้ครบกำหนดบางกลุ่ม แต่ไม่ใช่ว่าเด็กออกซิเจนต่ำทุกคนควรได้รับ iNO เพราะต้องประเมินสาเหตุ การเปิดของปอด และการทำงานของหัวใจก่อนเสมอ

………………………………………………………………………………………………………

📊 พบบ่อยและรุนแรงแค่ไหน?

โดยภาพรวม PPHN พบประมาณ 2 รายต่อทารกเกิดมีชีพ 1,000 ราย แต่ความรุนแรงแตกต่างกันมาก ตั้งแต่รายที่ตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ไปจนถึงรายที่มีโรคปอดหรือความผิดปกติร่วมรุนแรง

อัตราการเสียชีวิตที่รายงานในแต่ละการศึกษาแตกต่างกันตามสาเหตุ ความรุนแรง ทรัพยากรในการรักษา และกลุ่มผู้ป่วย จึงไม่ควรนำตัวเลขเดียวไปใช้ทำนายเด็กแต่ละรายโดยตรง

#สิ่งสำคัญคือการดูว่า

* สาเหตุของ PPHN คืออะไร
* ปอดเปิดได้ดีหรือไม่
* หัวใจทำงานอย่างไร
* เด็กตอบสนองต่อการรักษาเร็วเพียงใด
* มีภาวะขาดออกซิเจนต่อสมองหรืออวัยวะอื่นร่วมด้วยหรือไม่

……………………………………………………………………………………………………

❤️ สิ่งที่หมออยากให้จำ

PPHN ไม่ได้หมายความว่า “ปอดไม่มีออกซิเจน”

แต่หมายถึง #หลอดเลือดในปอดยังไม่ยอมเปลี่ยนจากระบบแบบทารกในครรภ์ทำให้เลือดเข้าไปรับออกซิเจนจากปอดได้ไม่เพียงพอ

ดังนั้น ต่อให้ลูกหายใจอยู่
ต่อให้ปอดมีอากาศ
ร่างกายก็ยังขาดออกซิเจนได้ หากเลือดไปไม่ถึงบริเวณที่ใช้แลกเปลี่ยนออกซิเจน

และนี่คือเหตุผลที่ PPHN เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินของทารกแรกเกิด ซึ่งต้องอาศัยทั้งเวลา การประเมินที่แม่นยำ และการดูแลร่วมกันของทีม NICU

เพราะในบางครั้ง…

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงว่าอากาศเข้าไปในปอดได้หรือไม่
แต่คือเลือดเข้าไปรับออกซิเจนจากปอดได้หรือเปล่า



📚 เอกสารอ้างอิง

Lakshminrusimha S, Keszler M. Persistent Pulmonary Hypertension of the Newborn. NeoReviews. 2015.

Singh Y, et al. Pathophysiology and Management of Persistent Pulmonary Hypertension of the Newborn. 2021.

Cookson MW, Kinsella JP. Inhaled Nitric Oxide in Neonatal Pulmonary Hypertension. 2023.

Kaplish D, et al. Current Pharmaceutical Strategies in the Management of Persistent Pulmonary Hypertension of the Newborn. 2024.



ฝากติดตาม KidzTalk by หมออูม เพราะหมอจะเปลี่ยนเรื่องยาก ให้พ่อแม่เข้าใจง่าย ❤️

👶 "หมอคะ...ลูกเป็นอะไร?"นี่คือคำถามที่พ่อแม่ทุกคนอยากได้คำตอบเร็วที่สุด‼️แต่รู้ไหมคะ... หลายครั้ง คำตอบแรกของหมอคือ"ตอนน...
23/07/2026

👶 "หมอคะ...ลูกเป็นอะไร?"
นี่คือคำถามที่พ่อแม่ทุกคนอยากได้คำตอบเร็วที่สุด‼️
แต่รู้ไหมคะ... หลายครั้ง คำตอบแรกของหมอคือ
"ตอนนี้...หมอยังตอบไม่ได้ค่ะ"
ไม่ใช่เพราะหมอไม่รู้ ⁉️
แต่เพราะ... #การรีบตอบอาจอันตรายกว่าการใช้เวลาหาคำตอบ
🧠 ร่างกาย...ไม่ได้ให้คำตอบตั้งแต่แรก
หลายคนเข้าใจว่า 👩‍⚕️ หมอเห็นอาการ → ก็รู้โรค
แต่ความจริง... ร่างกายคนเราไม่ได้ส่ง "คำตอบ" ออกมาตรง ๆ
สิ่งที่ร่างกายส่งมาให้หมอ คือ... 🧩 "เบาะแส"
อาการเดียว อาจเกิดจากหลายโรค และโรคเดียวกัน ก็อาจเริ่มต้นด้วยอาการไม่เหมือนกัน 👶 โดยเฉพาะในเด็กแรกเกิด... แค่ไม่กี่ชั่วโมงหลัง คลอด ร่างกายกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
🫁 ปอด ที่ไม่เคยใช้หายใจตลอด 9 เดือน ต้องเริ่มทำงานทันที
💧 น้ำในถุงลม ต้องค่อย ๆ ถูกดูดกลับ เพื่อเปิดพื้นที่ให้อากาศเข้าไปแทนที่
❤️ ระบบไหลเวียนเลือด ต้องเปลี่ยนจากระบบที่อาศัย รก ในการแลกเปลี่ยนออกซิเจน มาเป็นระบบที่อาศัย ปอด ทำหน้าที่แทน
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ‼️ หากระบบใดระบบหนึ่งปรับตัวได้ไม่สมบูรณ์... เด็กอาจเริ่มมีอาการ เช่น
▪️ หายใจเร็ว
▪️ ออกซิเจนต่ำ
▪️ หายใจลำบาก
แต่สำหรับหมอ... อาการเหล่านี้ ยังไม่ใช่คำตอบ มันเป็นเพียง " #เบาะแส" เท่านั้น
🕵️‍♀️ หมอทำงานเหมือนนักสืบ ลองนึกถึงนักสืบในคดีหนึ่ง ในที่เกิดเหตุมีเพียง รอยเท้า คู่เดียว นักสืบจะจับคนแรกที่ใส่รองเท้าขนาดเดียวกันเลยไหม ⁉️ แน่นอนว่า ไม่ ‼️
เขาจะ... 🔍 เก็บหลักฐาน 👥 สอบพยาน 📹 ตรวจกล้องวงจรปิด แล้วค่อย ๆ ตัดผู้ต้องสงสัยออกทีละคน จนเหลือคนที่เป็นผู้กระทำจริง

..... หมอก็เหมือนกันค่ะ .....
เมื่อเด็กคนหนึ่งเริ่ม หายใจเร็ว หมอจะยังไม่รีบบอกว่าเป็น TTN เพราะเบาะแสเดียวกัน อาจเกิดจาก
🫁 TTN (น้ำในปอดยังดูดกลับไม่หมด)
🦠 การติดเชื้อ
❤️ โรคหัวใจแต่กำเนิด
🫀 ความดันหลอดเลือดปอดสูง (PPHN)
💨 ลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด และโรคอื่น ๆ อีกหลายสาเหตุ
หน้าที่ของหมอ... จึงไม่ใช่เลือกโรคที่ "น่าจะใช่ที่สุด" แต่คือ ค่อย ๆ ตัดโรคที่ "ไม่ใช่" ออกทีละโรค
🩺 แล้วทำไมต้องตรวจหลายอย่าง? >>> เพราะทุกการตรวจ คือ หลักฐานอีกหนึ่งชิ้น ไม่ว่าจะเป็น 📖 ประวัติการตั้งครรภ์ 🤱 วิธีการคลอด 👩‍⚕️ การตรวจร่างกาย 🩸 ผลเลือด 🫁 เอกซเรย์ปอด หรือแม้แต่💓 อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiography) ถ้าจำเป็น
ข้อมูลแต่ละอย่าง... อาจยังไม่ให้คำตอบ แต่ช่วยตัดความเป็นไปได้ออกไปทีละข้อ จนภาพค่อย ๆ ชัดขึ้น
🚑 แล้วระหว่างที่ยังไม่รู้...ทำอย่างไร? >>> นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด หมอจะ "ไม่รอ"‼️ จนทุกอย่างชัดเจน หากสงสัยโรคที่อาจเป็นอันตราย
เราจะเริ่มรักษาทันที ไม่ว่าจะเป็น 🫁 ช่วยเรื่องการหายใจ 💉 ให้ยาปฏิชีวนะ หากสงสัยการติดเชื้อ❤️ รีบประเมินหัวใจ หากสงสัยโรคหัวใจแต่กำเนิด

🔥เพราะในบางโรค... ทุกชั่วโมงมีความหมาย

❤️ สิ่งที่สำคัญที่สุดใน NICU ไม่ใช่การบอกชื่อโรคให้ได้เร็ว แต่คือการรู้ว่าจะหาคำตอบอย่างไร ดูแลอย่างไร ให้เด็กปลอดภัยที่สุด ในระหว่างที่กำลังหาคำตอบ

ดังนั้น... คำว่า "หมอยังตอบไม่ได้ค่ะ" จึงไม่ใช่ความไม่รู้ แต่คือความรับผิดชอบ ที่จะไม่รีบสรุป ก่อนมีหลักฐานมากพอ
เพราะสำหรับหมอ... สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การตอบให้เร็วที่สุดว่า "ลูกเป็นอะไร" แต่คือ... การไม่พลาดโรคที่อันตรายที่สุดสำหรับลูก‼️

ูม หมออยากเปลี่ยนเรื่องยากๆทางการแพทย์ ให้พ่อแม่เข้าใจง่าย และเอาไปใช้ได้จริง ☺️☺️

#เด็กแรกเกิด
#กุมารแพทย์

21/07/2026

⚽️ **บอลโลกไม่ได้ให้ลูกแค่ความสนุก…แต่ยังซ่อนบทเรียนชีวิตที่พ่อแม่หยิบมาสอนได้**

เวลานั่งดูฟุตบอลกับลูก เราอาจเห็นประตูสวย ๆ เกมที่พลิกไปมา หรือเสียงเชียร์ที่ทำให้ทั้งบ้านลุ้นไปพร้อมกัน

แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้นอีกนิด
ฟุตบอลกำลังสอนเด็กว่า…

**คนเก่ง ไม่ได้วัดกันแค่ตอนที่ชนะ
แต่วัดกันจากวิธีที่เขาปฏิบัติตัว ในทุกช่วงของเกม**

และนี่คือ 3 บทเรียนที่หมอคิดว่า พ่อแม่หยิบมาคุยกับลูกได้ค่ะ

# # # 1️⃣ ผิดหวังได้…แต่ไม่จำเป็นต้องทำร้ายคนอื่น

หลังเกมที่ทีมของ Haaland แพ้ หลายคนพูดถึงจังหวะสำคัญในเกม และตั้งคำถามว่า ถ้าเพื่อนส่งบอลให้ ผลอาจเปลี่ยนไปหรือไม่

แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่า คือหลังจบเกม เขาไม่ได้ออกมาตำหนิเพื่อนร่วมทีม

นี่เป็นบทเรียนสำคัญมากสำหรับเด็กค่ะ

เพราะในชีวิตจริง ลูกต้องเจอทั้งวันที่แพ้
วันที่ผิดหวัง
วันที่รู้สึกว่า “ถ้าคนอื่นทำดีกว่านี้ เราอาจไม่เจอแบบนี้”

แต่สิ่งที่เราอยากให้ลูกเรียนรู้คือ

**ความผิดหวังเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้
แต่เราเลือกได้ว่า จะใช้ความผิดหวังนั้นไปทำร้ายใครหรือไม่**

คนที่น่านับถือ ไม่ใช่คนที่ไม่เคยแพ้
แต่คือคนที่ยังให้เกียรติคนอื่น แม้ในวันที่ตัวเองผิดหวัง

# # # 2️⃣ โตขึ้น…ไม่จำเป็นต้องเก่งแบบเดิม

Messi วันนี้ ไม่ได้เล่นเหมือน Messi ตอนอายุ 20 แล้ว

เมื่อก่อน จุดเด่นของเขาคือความเร็ว การเลี้ยงบอล และการพาบอลผ่านคู่แข่งหลายคนด้วยตัวเอง

แต่เมื่ออายุและบทบาทเปลี่ยนไป
เขาก็เปลี่ยนวิธีเล่น

อ่านเกมมากขึ้น
เลือกจังหวะมากขึ้น
ส่งบอลมากขึ้น
และช่วยให้คนรอบตัวเล่นได้ดีขึ้น

สิ่งนี้สอนเด็กได้ดีมากว่า

**การเติบโต ไม่ใช่การยึดติดกับสิ่งที่เราเคยทำได้ดี
แต่คือการกล้าปรับตัว เมื่อบทบาทและสถานการณ์เปลี่ยนไป**

บางครั้งลูกอาจไม่ได้เก่งในแบบเดิมตลอดไป
แต่เขาสามารถค้นพบวิธีใหม่ ที่เหมาะกับตัวเองในแต่ละช่วงวัยได้

ความสำเร็จในอดีตมีคุณค่า
แต่ไม่ควรกลายเป็นกรอบที่ขังเราไว้

# # # 3️⃣ ต้นทุนน้อยกว่า…ไม่ได้แปลว่าไปได้ไม่ไกล

ประเทศเล็กอย่างไอซ์แลนด์ มีประชากรเพียงไม่กี่แสนคน แต่เคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้

พวกเขาไม่ได้มีประชากรมากที่สุด
ไม่ได้มีงบประมาณมากที่สุด
และไม่ได้มีทรัพยากรมากที่สุด

แต่พวกเขารู้ว่า ตัวเองมีอะไร
และใช้สิ่งนั้นได้ดีที่สุด

เด็กทุกคนก็เหมือนกันค่ะ

บางคนพูดเร็ว
บางคนพูดช้า

บางคนเรียนรู้ได้เร็ว
บางคนต้องใช้เวลามากกว่า

บางคนมีโอกาสมาก
บางคนต้องพยายามมากกว่าคนอื่นตั้งแต่เริ่มต้น

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บอกว่า เด็กคนหนึ่งจะไปได้ไกลแค่ไหน

เพราะ

**ศักยภาพของลูก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเขาขาดอะไร
แต่อยู่ที่ว่า เขาได้ใช้สิ่งที่มีในตัวเองอย่างเต็มที่แค่ไหน**

หน้าที่ของพ่อแม่ จึงไม่ใช่การกดดันให้ลูกเหมือนคนอื่น

แต่คือช่วยให้ลูกมองเห็นจุดแข็งของตัวเอง
ยอมรับสิ่งที่ยังต้องพัฒนา
และค่อย ๆ ใช้ศักยภาพที่มีให้ดีที่สุด

สุดท้ายแล้ว…

ลูกอาจจำไม่ได้ว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ใครเป็นแชมป์

แต่เขาอาจจำได้ว่า

ฮีโร่ที่เขาชื่นชม วางตัวอย่างไรในวันที่แพ้
ปรับตัวอย่างไรเมื่อบทบาทเปลี่ยน
และเดินหน้าต่ออย่างไร แม้จะมีข้อจำกัด

เพราะบทเรียนจากกีฬา อาจอยู่กับลูกได้นานกว่าผลการแข่งขันค่ะ ❤️

😍คุณพ่อคุณแม่ล่ะคะ
อยากให้ลูกได้เรียนรู้อะไรจากฟุตบอลโลกครั้งนี้บ้าง?

ฝากติดตาม **KidzTalk by หมออูม** เพราะหมอจะเปลี่ยนเรื่องยาก ให้พ่อแม่เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ ❤️

ูม
#ฟุตบอลโลก
#บทเรียนชีวิต
#ทักษะชีวิต
#เลี้ยงลูกเชิงบวก



#เลี้ยงลูกให้เติบโต
#พ่อแม่มือใหม่

03/05/2025

มาประชุมโรคติดเชื้อในเด็กมีวัคซีน
น่าสนใจเยอะเลย
แล้วจะค่อยๆมาเล่า
ให้ฟังนะคะ

โอยยยยยย หายไป 3 เดือนกว่า …… ไม่ได้ลาคลอดนะคะ แต่ๆๆงาน        ยุ่งเหยิงนิ้ดหน่อย กลับมาอีกครั้งพร้อม  #เรื่องใหม่ที่น่า...
08/03/2025

โอยยยยยย หายไป 3 เดือนกว่า …… ไม่ได้ลาคลอดนะคะ แต่ๆๆงาน ยุ่งเหยิงนิ้ดหน่อย กลับมาอีกครั้งพร้อม #เรื่องใหม่ที่น่าตื่นเต้น
นั่นคือ เราจะมี #ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปชนิดใหม่ให้เด็กเล็กๆแล้วคร่า เราจะได้ #ปกป้องเจ้าจิ๋วให้ผ่านหน้าระบาดของRSVกัน ค่ะ

#หมอเด็ก #ทารกแรกเกิด #โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชอินเตอร์เนชันแนล #โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ ูม

ตอนนี้ข่าวการระบาดของ  #โรคไอกรน น่าจะทำให้พ่อแม่เกิดความกังวลใจ เดี๋ยววันนี้เรามา  #ทำความรู้จักโรคไอกรน กันดีกว่าคร่าา...
19/11/2024

ตอนนี้ข่าวการระบาดของ #โรคไอกรน น่าจะทำให้พ่อแม่เกิดความกังวลใจ เดี๋ยววันนี้เรามา #ทำความรู้จักโรคไอกรน กันดีกว่าคร่าาา ^^

แต่อื่นใด หมออูม ขอแนะนำเรื่อง #การฉีดวัคซีนป้องกันไอกรน ในกลุ่ม #เด็กโตและในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน #คนท้อง และ #ในบ้านที่มีเด็กเล็กอายุน้อยกว่า6เดือน เช่น

#หมอเด็ก #ทารกแรกเกิด #โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช #โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ ูม #โรคไอกรน #ทำความรู้จักโรคไอกรน

ขอบพระคุณความรู้และข้อมูลดีๆที่ได้จากครู #สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย #ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย

ที่อยู่

โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KidzTalk by หมออูมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์