20/10/2020
#มือชา
#อาการประสาทมือชา Carpal Tunnel Syndrome (CTS)
✅ เป็นภาวะที่เส้นประสาทหลัก(มีเดืยน)ของมือถูกทับภายในข้อมือ เกิดจาก #ความผิดปกติของโครงสร้างมือ หรือ #การใช้งานมืออย่างไม่เหมาะสม ทำให้ผู้ป่วยรู้สึก #เจ็บ #ชา #เป็นเหน็บ บริเวณมือกับแขนไปยังหัวไหล่ และ #ปวดแสบปวดร้อนบริเวณฝ่ามือ กับ นิ้วมือเกือบทุกนิ้ว ยกเว้นที่นิ้วก้อย หากพบว่าน้ิวก้อยมีอาการผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย สาเหตุ ของโรคอื่น
✅ อาการของ Carpal Tunnel Syndrome มักจะแสดงอาการเพียงช่วงแรก และกำเริบบ่อยขึ้น หรือมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมักมีอาการตอนกลางคืน หรือหลีงตื่นนอน จะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้ขยับหรือสะบัดมือ และจะมีอาการชัดเจนขึ้น เมื่อต้องเคลื่อนไหวข้อมือ หรือใช้ข้อมือหยิบจับ และถือสิ่งของเป็นเวลานาน เช่น ซักผ้า บิดผ้า ทำงานบ้าน ทำอาหาร เช่น หั่น หรือ ตำ ใช้มือถือ อ่านหนังสือ จับพวงมาลัยขณะขับรถ รวมทั้งอาจมีอาการต่าง ๆ ขณะนอนหลับได้ เพราะข้อมือบิด เร็ง หรือ อาจนอนทับข้อมือ
✅ สาเหตุ เกิดจากเส้นประสาทมีเดืยนถูกกดทับบริเวณข้อมือ อาจเกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1. พันธุกรรม โดยผู้ที่มีข้อมือเล็ก เช่นผู้หญิง จะสี่ยงต่อการบีบอัด หรือกดทับเส้นประสารทหลัก(มีเดียน)สูง
2. ความผิดปกติด้านโครงสร้าง เช่น ข้อมือหัก หรือเคลื่อน ซึ่งอาจทำให้เส้นประสาทมีเดียนถูกกดทับได้
3. การใช้งานมือและข้อไม่เหมาะสม โดยเคลื่อนไหวมือกับข้อมือในลักษณะเดียวติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีแรงกดที่เส้นประสาทมีเดียนมากขึ้น เช่น แม่บ้าน แม่ครัว แม่ค้าส้มตำ การทำงานโดยใช้เครื่องจักร หรือเครื่องยนต์ที่สั่นเป็น การใช้งานคอมพิวเตอร์ และการงอข้อมือซ้ำ ๆ กัน
4. เส้นประสาทถูกทำลายจากโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีเส้นประสาทมือถูกทำลายมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็น Carpal Tunel Syndrom
5. เนื้อเยื่อบริเวณข้อมืออักเสบ เช่น ข้อมืออักเสบ ซึ่งมีผลต่อเยื่อบุรอบเอ็นยึดข้อมือ และอาจทำให้เส้นประสามีเดียนถูกกดทับ
6. ภาวะอ้วน เป็นปัจจัยเสี่ยงทำเส้นประสาทข้อมือถูกบีบ และรับแรงกดได้
7. การเกิดของหลวคั่งในร่างกายซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในหญิงตั้งครรภ์ หรือวัยหมดประจำเดือน จนทำให้เส้นประสาทหลักถูกกดทับ
8. ภาวะอื่น ๆ เช่น โรคไฮโปไทรอยด์ ความผิดปกติของต่อมใต้สมอง และไตวาย
สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้น อาจทำให้เส้นประสาทมีเดียน (เส้นประสาทหลัก) ถูกกดทับ จะทำให้อาการของโรคแย่ลงได้
✅ การตรวจ
1.ทำได้โดยเคาะบริเวณเส้นประสาทมีเดียนตรงข้อมือ หรือทำให้เส้นประสาทมีเดียนตึงมากขึ้นด้วยการดัดข้อมือ เพื่อให้ผู้ป่วยแสดงอาการผิดปกติที่ชัดเจนมากขั้น ทอสอบความไวต่อความรู้สึกบริเวณหลายนิ้วมือที่ถูกสัมผัสอย่างแผ่วเบา ตรวจดูภาวะอ่อนแรง การฝ่อของกล้ามเนื้อบริเวณฐานนิ้วโป้ง และ
2.การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้า วัดความเร็วของกระแสประสารทเพื่อดูประสิทธิภาพของการนำกระแสประสาทบริเวณมือกับแขน
3.ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ เพื่อตรวจหาความเสียหายของเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ ซึ่งมักใช้ในกรณีที่ต้องการวินิจฉัยให้แน่ชัดขึ้นเท่านั้น
4.การตรวจด้วยรังสีวิทยา เอกซเรย์เพื่อดูโครงสร้างมือ ด้วยการฉายภาพรังสี ซึ่งช่วยคัดกรอง Carpal Tunnel Syndrome จากโรคอื่นๆ เช่น ข้ออับเสบ เส้นยึด บาดเจ็บ และกระดูกหัก
5. อัลตราซาวด์ เพื่อวิเคราะห์การบีดอัดของเส้นประสาทมีเดียน ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
6. เอ็มอาร์ไอ เพื่อดูเนื้อเยื่อบริเวณเส้นประสาทมีเดียนที่ผิดปกติจากการสแกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เช่น แผลเป็นจากการบาดเจ็บ หรือเนื้องอกบริเวณข้อมือ
✅ การรักษา Carpal Tunnel Syndrome
เมื่อเริ่มรู้สึกชา ปวด หรือไม่สามารถใช้งานมือและข้อมือได้ตามปกติ
1. ผู้ป่วยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อไม่ให้เส้นประสาทมีเดียนเสียหายมากยิ่งขึ้น อาจพักมือหลังการใช้งานเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้แง่ลง ประคบเย็นเมื่อมือบวม เพื่อลุลอหรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับเส้นปราทมีเดียนที่ข้อมือ
2. การใส่เฝือกและอุปกรณ์ช่วยพยุง เมื่อให้เส้นประสาทมีเดียนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ตึง หรือถูกกดทับ โดยเฉพาะขณะหลับ หรือทำกิจกรรมที่อาจทำให้อาการของโรคแย่ลง
3. ทำกายภาพบำบัดมือ เพื่อให้เส้นประสาทมีเดียนเคลื่อนไหวในช่องข้อมือได้สะดวกขึ้น
4. การใช้ยาสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบและอาการปวด หต่การรักษาด้วยวิธีนี้มักได้ผลเยงชั่วครว และไม่ควรใช้รักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน และการฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ กับคอร์ติโซน เข้าช่องข้อมือ
การรักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและข้ออักเสบควรเข้ารับการรักษา และควบคุมอาการโรคนั้น ๆ ให้ดี เพื่อป้องกันอาการกำริบหรือผลข้างเคียงอื่นๆ ที่เป็นอันตราย
5. การผ่าตัด หากการรักษาเบื้องต้นไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีอาการรุนแรง โดยศัลยแพทย์อาจให้ยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่ และยาระงับอาการปวดปริมาณเล็กน้อยทางหลอดเลือดดำ โดยการผ่าตัดเอ็นยึด
✅ ภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยมักไม่มีภาวะแทรกซ้อนจาก Carpal Tunnel Syndrome แต่กล้ามเนื้อบริเวณฐานนิ้วโป้งอาจอ่อนแรง และฝ่อถาวร หากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถหยิบจับสิ่งของได้ตามปกติ
🌷แม้ไม่มีวิธีป้องกัน Carpal Tunnel Syndrome โดยตรงได้แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคได้🌷
♥️สอบถามโทร. 065 6322 995♥️