WLife จิตวิทยาและการเติบโต

WLife จิตวิทยาและการเติบโต 🌱 นพ.ณัฎฐชัย รำเพย (จิตแพทย์)
ติดต่อ/สอบถาม LINE https://lin.ee/tbwuOW1 (.psychology)

WLife พื้นที่แห่งการเติบโตทางใจและการพัฒนาตัวเอง
ผ่านมุมมองจิตวิทยา โดยหมอวอป ณัฎฐชัย (จิตแพทย์)

ประเด็นที่ผมกำลังจะชวนคุยต่อจากนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนก่อนอื่นผมอยากบอกเจตนาให้ชัดเจนก่อนว่า... บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นม...
10/08/2026

ประเด็นที่ผมกำลังจะชวนคุยต่อจากนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน

ก่อนอื่นผมอยากบอกเจตนาให้ชัดเจนก่อนว่า... บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อ "โจมตี" หรือ "กล่าวโทษ" ใครเลย และผมไม่ได้กำลังจะบอกว่าความเจ็บปวดที่ใครเคยเจอมาเป็นเรื่องเล็ก หรือเป็นเรื่องที่ต้องรีบปล่อยผ่าน
แต่ที่ผมอยากเขียนถึงเรื่องนี้ เพราะผมเจอหลายคนที่เคยเป็น
"ผู้ถูกทำร้าย" ต้องมานั่งร้องไห้เสียใจอย่างหนักในภายหลัง
เมื่อวันหนึ่งเขาเผลอกลายเป็น "ผู้ทำร้าย" คนที่เขารักซะเอง... โดยไม่รู้ตัว
เคยไหมครับ... เวลาที่เราผ่านเรื่องเลวร้ายมามากๆ ถูกเอาเปรียบ ถูกทิ้ง ถูกกดขี่ หรือเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายจนหัวใจบอบช้ำ ลึกๆ ในใจเราจะมีความรู้สึกว่า "ฉันเจ็บมามากพอแล้ว"

เมื่อรอดพ้นจากจุดนั้นมาได้ บางครั้งจิตใจเราจะแอบสร้างสมการขึ้นมาเงียบๆ ว่า "โลกนี้ติดหนี้ฉัน"
พอเราคิดว่าเราสูญเสียมาเยอะ เราจึงรู้สึกว่าตัวเอง "มีสิทธิ์" ที่จะทำอะไรตามใจได้บ้าง
มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องมากเป็นพิเศษ
หรือในบางครั้ง... การเผลอทำร้ายจิตใจคนอื่น ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ "สมเหตุสมผล" และยอมรับได้ (ก็ฉันเคยเจอเรื่องที่หนักกว่านี้มาตั้งเยอะ แค่นี้ทำไมจะไม่ได้)

ในทางจิตวิทยา เรามีคำอธิบายสภาวะนี้ว่า Destructive Entitlement หรือความรู้สึกว่าเรามีสิทธิ์ทำลายล้างเพื่อชดเชยบาดแผลในอดีตครับ

ซึ่งถ้ามองให้ลึกลงไป มันเป็นกลไกที่น่าเห็นใจมากๆ เลยนะครับ
ลองนึกภาพคนที่อดอยากและถูกแย่งอาหารมาตลอดชีวิต วันหนึ่งพอเขามีอำนาจหรือมีโอกาส เขาอาจจะเผลอกอบโกย หรือแม้กระทั่งแย่งของคนอื่นมาไว้ที่ตัวเอง

ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนเลวร้ายโดยกมลสันดาน... แต่เพราะลึกๆ เขากลัว และรู้สึกว่าเขา "สมควร" ได้รับสิ่งเหล่านี้เป็นการชดเชยกับความอยุติธรรมที่เคยเจอ

ผมอยากย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า... สิ่งที่คุณคิดไม่ใช่ความผิด และบาดแผลของคุณก็มีอยู่จริง

มันคือเสียงของ "ความเจ็บปวด" ที่พยายามหาทางทวงคืนความยุติธรรมให้กับตัวคุณเองต่างหาก
แต่หลุมพรางที่น่ากลัวที่สุดของกลไกนี้ก็คือ... มันมักจะค่อยๆ เปลี่ยนเรา ให้กลายเป็น "คนใจร้าย" ในแบบที่เราเคยเกลียดที่สุดในอดีตครับ

เราอาจจะเผลอเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจกับคนรัก หรือใช้อารมณ์รุนแรงกับลูก เพียงเพราะจิตใต้สำนึกคอยกระซิบว่า "ฉันมีสิทธิ์ เพราะฉันเคยเจ็บมาก่อน"

จนสุดท้าย เราก็เผลอส่งต่อบาดแผลนี้ไปให้คนรอบข้าง และทำลายความสัมพันธ์ดีๆ ในปัจจุบันไปจนหมด
แล้วเราจะก้าวออกจากวงจรนี้ได้อย่างไร?
ผมมักจะชวนให้เริ่มต้นที่การ "รู้เท่าทัน" ครับ

วันไหนที่คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังใช้สิทธิพิเศษจากความเจ็บปวดในอดีต มาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนตรงหน้า

ลองหยุดหายใจลึกๆ แล้วบอกกับตัวเองในใจเบาๆ ว่า...

"ความเจ็บปวดในอดีตของฉันมันมีอยู่จริง... และมันไม่ยุติธรรมเลยที่ฉันต้องเจอเรื่องพวกนั้น
แต่คนตรงหน้าเขาไม่ได้เป็นคนสร้างบาดแผลนี้... และเขาไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ก้อนนี้แทนใคร"
การรู้เท่าทันความคิดนี้ ไม่ใช่การยอมแพ้ ไม่ใช่การบอกว่าอดีตที่ผ่านมาเป็นเรื่องถูก และไม่ใช่การยอมให้ใครมาเอาเปรียบซ้ำนะครับ

แต่มันคือการ "ปกป้องหัวใจของคุณ" ไม่ให้เผลอสร้างบาดแผลใหม่ ให้กับตัวเองและคนที่คุณรักในวันนี้ต่างหาก

ผมเป็นกำลังใจให้นะครับ ขอให้ทุกคนค่อยๆ โอบกอดบาดแผลในอดีตด้วยความอ่อนโยน

และไม่ปล่อยให้ความเจ็บปวดเหล่านั้น... มาบงการความใจดีที่มีอยู่ในตัวคุณนะครับ
หมอวอป (จิตแพทย์)
- สัมพันธ์ศาสตร์ -

#หมอวอป #จิตวิทยา #บาดแผลทางใจ #รักตัวเอง #ฮีลใจ #พัฒนาตัวเอง

10/08/2026

เวลาเห็นใครกำลังดิ่งหรือเศร้าจัดๆ เรามักจะได้ยินคำปลอบใจทำนองว่า
"คิดบวกสิ" หรือ "อย่ามองโลกในแง่ร้าย" (ซึ่งเราล้วนมีเจตตนาที่หวังดี)

แต่สำหรับคนที่กำลังอยู่ในภาวะซึมเศร้า... การ "คิดบวก" มันไม่ได้ทำได้ง่ายๆ

เพราะในสภาวะนั้น สารเคมีในสมองที่คอยควบคุมอารมณ์และกระบวนการคิดกำลังแปรปรวนอย่างหนัก ทำให้การมองโลกหรือการตัดสินใจที่คนทั่วไปมองว่าง่ายดาย กลับกลายเป็นเรื่องที่ "ทำได้ยากเหลือเกิน"

คนที่กำลังเผชิญสิ่งนี้... ไม่ใช่ว่าเขา "ไม่อยาก" คิดบวกนะครับ ลึกๆ แล้วเขาพยายามอย่างหนักหน่วงที่สุดแล้ว

09/08/2026

ทำไมรักถึง 'พัง' ทั้ง ๆ ที่รักกัน

09/08/2026

วันนี้ติดเคสถึงดึกครับ
ขอเลื่อน Live เป็นเวลา 22.10 น. นะครับ
🙏🙏

มีคำถามสั้นๆ ที่ผมสบตาคนแล้วถามบ่อยมากครับ"เหนื่อยไหม?"แค่นั้นเลย ไม่มีอะไรมากกว่านี้และหลายครั้งที่ถามคำตอบที่ได้จากคนต...
08/08/2026

มีคำถามสั้นๆ ที่ผมสบตาคนแล้วถามบ่อยมากครับ

"เหนื่อยไหม?"

แค่นั้นเลย ไม่มีอะไรมากกว่านี้

และหลายครั้งที่ถามคำตอบที่ได้จากคนตรงหน้า มักไม่ใช่คำพูด
แต่เป็น "น้ำตา"
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ดูเข้มแข็ง เป็นผู้นำสุด ๆ เก่งสุด ๆ
หรือคนที่ดูเป็นสายแข็ง พูดจาเน้นเหตุผลรัวๆ ไม่เน้นอารมณ์
หรือคนที่ดูเศร้าอยู่แล้ว ก็ตามครับ
"ไม่รู้ทำไมร้องไห้ น้ำจามันไหลออกมาเอง"
"เหนื่อยมากค่ะ"
ผมได้เรียนรู้จากคนตรงหน้าหลายคนครับว่า คำถามสั้นๆ มีความหมายอย่างมาก เพราะมันทำหลายอย่างในใจคนพร้อมกันครับ

"เหนื่อยไหม" ...มันคือสิ่งที่หลายคนรอให้ใครสักคนถามมานานมากแล้ว แต่ไม่มีใครถามเลย ทั้งที่ต้องการมากแค่ไหนก็ไม่รู้ คำถามนี้เติมเต็มความโดดเดี่ยว ที่ไม่มีใครเห็นในใจบางคน

"เหนื่อยไหม" ...มันคือกระจกที่ทำให้ได้หยุดทบทวนตัวเองครั้งแรกแล้วถึงได้รู้ว่าที่แบกมาทั้งหมดนั้นมันหนักและเหนื่อยแค่ไหน

"เหนื่อยไหม" ...มันคือการได้รับอนุญาต ให้รู้สึกอ่อนแอได้บ้าง โดยไม่ต้องแกล้งทำเป็นว่าโอเคอีกต่อไป

หลายคนแบกความเหนื่อยไว้คนเดียวมานานมากแล้วครับ ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการความช่วยเหลือ แต่เพราะไม่มีใครหยุดสบตาแล้วถามจริงๆ สักครั้ง

วันนี้ถ้าคุณกำลังอ่านอยู่และรู้สึกเหนื่อย... ผมถามตรงๆ เลยนะครับ

" เหนื่อยไหม ^^~ "

หมอวอป (จิตแพทย์)
- สัมพันธ์ศาสตร์ -

#หมอวอป #จิตวิทยา #รักตัวเอง #ฮีลใจ #พัฒนาตัวเอง

08/08/2026

กล้ามเนื้อแข็งแรงได้เพราะฝึกฝน
"จิตใจ" เราก็เช่นกัน..
การดูแล Self ไม่ใช่สิ่งที่คนเราทำเป็นตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่ต้องฝึก
ผมเลยทำ Ebook 20 วิธีโอบกอดตัวเอง มาแจกครับ
คอมเม้นต์คำว่า "รักนะ20" 😊👇

08/08/2026

"บางคน" มักจะดึงดูดแต่คนที่มีปัญหาให้ตัวเองต้องคอยตามแก้เข้ามาในชีวิตเสมอ
จนบางทีตัวเองก็แอบเหนื่อยล้า และตั้งคำถามว่า...
“ทำไมฉันต้องเป็นที่พึ่งให้คนอื่นตลอดเวลาเลย?”
ลึก ๆ แล้ว ...ไม่ใช่เพราะเขาอยากหาเรื่องใส่ตัวหรอก
แต่การพยายามช่วยเหลือคนอื่น อาจเป็นวิธีที่จิตใจใช้เพื่อยืนยันว่า
“ตัวเรายังมีค่า” เพราะลึกลงไป เขาอาจแค่กำลังกอดความกลัวเอาไว้ว่า ถ้าวันไหนที่เขาหมดประโยชน์... เขาอาจจะไม่เป็นที่รักเหมือนเดิม

ปล. ไม่ได้แปลว่าคนที่ชอบดูแลคนอื่นจะเป็นแบบนี้ทุกคนนะครับ การเทคแคร์ผู้อื่นเป็นความใจดีที่สวยงามและน่าชื่นชมครับ

แชร์นะ ถ้าจะมีคนรู้จักชอบพูดว่า "มีคนเก่งกว่านี้เยอะเลย ฉันไม่เก่งหรอก"หลายมาปรึกษาผมว่าทุกครั้งที่จะรับคำชม จะมีเสียงใน...
07/08/2026

แชร์นะ ถ้าจะมีคนรู้จักชอบพูดว่า "มีคนเก่งกว่านี้เยอะเลย ฉันไม่เก่งหรอก"

หลายมาปรึกษาผมว่าทุกครั้งที่จะรับคำชม จะมีเสียงในหัวดังขึ้นมาทันทีว่า "ยังไม่ดี ยังมีคนเก่งกว่าตั้งเยอะ"
คำอย่างไรก็แก้ไม่ได้

ผมถามเธอว่า "ตอนเด็ก ๆเคยได้ยินประโยคแบบนี้จากใครมาก่อนไหมครับ?"
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า
"แม่ค่ะ ทุกครั้งที่ได้คะแนนดี แม่จะบอกว่า ทำไมไม่ได้ที่หนึ่งล่ะ คนอื่นเก่งกว่านี้ตั้งเยอะ"

ผมได้ยินแล้วเข้าใจทันทีครับ ที่เธอชมตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่แค่เพราะเธอถ่อมตัว แต่เพราะตั้งแต่เด็ก เธอเรียนรู้ว่า "ความสำเร็จของฉันไม่มีวันดีพอ ถ้ายังมีคนที่ดีกว่า"

และเสียงนั้นไม่ได้หายไปไหนครับ มันแค่ย้ายจากปากแม่ มาอยู่ในหัวของเธอแทน

และนั่นคือสิ่งที่น่าเจ็บปวดมากครับ เพราะเวลาที่แม่พูด อย่างน้อยเราก็ยังโต้เถียงได้ในใจว่า "นั่นความคิดของแม่ ไม่ใช่ความจริง" แต่เวลาที่เสียงนั้นกลายมาเป็นเสียงของตัวเอง เราเลิกตั้งคำถามกับมันอีกต่อไปแล้ว เราเริ่มเชื่อว่ามันคือความจริงครับ
ผมเจอคนแบบนี้หลายคนมากในห้องบำบัดครับ และแต่ละคนก็กำหนดเส้นชัยของตัวเองไว้ต่างกัน
คนหนึ่งได้เป็นระดับบริหารตั้งแต่อายุน้อย แต่บอกว่ายังไม่เก่งพอ

"ต้องได้เป็น c-level ถึงจะเรียกว่าเก่งครับ"

ผมเลยถามต่อว่า "แล้วถ้าได้เป็น c-level จริง ๆ คุณจะชมตัวเองได้ไหม หรือจะมีขั้นต่อไปรออยู่ที่ต้องไปให้ถึงก่อน"

เขานิ่งไปนานมาก... "ผมก็ไม่แน่ใจครับหมอ"

บางคนวัดคุณค่าตัวเองจากยอดขาย...ถ้าเดือนนี้ปิดได้สิบล้าน ก็จะบอกว่าคนอื่นปิดได้ยี่สิบ
บางคนคนอยู่ในองค์กรเอกชน ขึ้นมาถึงระดับบริหารแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าคนที่อยู่บริษัทใหญ่กว่าเก่งกว่า
เราอาจต้องทบทวนดี ๆ ว่าเส้นชัยของเรามีอยู่จริงไหมครับ?
หลายครั้งที่หนึ่งมันไม่เคยมาถึง ยกเว้นแต่เราจะกลายเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลกในเรื่องนั้น ซึ่งมีไม่กี่คนที่ทำได้ครับ

ถ้าคำชมควรได้เฉพาะเป็นที่หนึ่งแล้ว ผู้คนกว่า 99% ในโลกคงไม่มีสิทธิ์ถูกชม จริงๆไหมครับ
ลองดูนะครับว่า... จริงๆ แล้ว นี่มันเป็นแค่ "ความถ่อมตัว" หรือมันคือ pattern ที่ฝังมาตั้งแต่เด็กว่า "ได้ที่สองไม่พอ ต้องได้ที่หนึ่ง"
แล้วเราแค่เอา pattern นั้นมาปรับใช้กับชีวิตผู้ใหญ่ในรูปแบบใหม่เท่านั้นเอง?

ถ้าใช่... ลองมาปรับ pattern นั้นกับดีไหมครับ
แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า การยกเลิก pattern นี้ ไม่ได้แปลว่าเราจะหยุดพัฒนาตัวเอง ไม่ได้แปลว่าเราจะชิลแล้วไม่โตไปไหน มันแค่แปลว่าเราเปลี่ยนจาก "วิ่งหนีความรู้สึกไม่เก่งพอ" มาเป็น "เดินไปข้างหน้าเพราะอยากเติบโต" ครับ
ความรู้สึกต่างกันมากเลยนะ

หมอวอป (จิตแพทย์)
- สัมพันธศาสตร์ -

#หมอวอป #จิตวิทยา #รักตัวเอง #ชมตัวเอง #พัฒนาตัวเอง

ใครเคยเจอหน้าบางคน แล้วไม่ถูกชะตาเลยตั้งแต่แรกเห็นบ้าง มาแชร์กันมันจะมีบางคนที่เราเห็นหน้าแล้วรู้สึก "หงุดหงิด" หรือ "ไม...
07/08/2026

ใครเคยเจอหน้าบางคน แล้วไม่ถูกชะตาเลยตั้งแต่แรกเห็นบ้าง มาแชร์กัน
มันจะมีบางคนที่เราเห็นหน้าแล้วรู้สึก "หงุดหงิด" หรือ "ไม่ถูกชะตา" แบบอธิบายเหตุผลไม่ได้

บางทีเราอาจจะปรี๊ดแตกกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบทำตัว "ชิลเกินไป" หรือรู้สึกหมั่นไส้คนรู้จักที่ชอบ "เรียกร้องความสนใจ"

เวลาเจอเรื่องแบบนี้ เรามักจะคิดว่าเป็นเพราะ "เขา" นิสัยไม่ดี หรือพฤติกรรมของเขามันแย่จริงๆ

แต่หลายครั้งหากถอยออกมามอง...
เราอาจพบว่าความหงุดหงิดไม่ชอบหน้าของเรา มันก็แอบรุนแรงเกินเบอร์นะ
จริง ๆ แม้มันจะน่าหงุดหงิด แต่ถ้าเขาไม่มาทำอะไรใส่เรา เราจะรู้สึกเบาๆ หรือไม่สนใจก็ได้จริงไหมครับ
ผมนึกถึงสมัยที่เป็นนิสิตแพทย์ครับ มีอาจารย์นักจิตวิทยาท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตอนที่อาจารย์เรียนอยู่ อาจารย์ของอาจารย์อีกที่ที่เป็นฝรั่ง

อาจารย์ฝรั่งให้ทำแบบฝึกหัดอย่างหนึ่ง นั่นคือให้เขียนลักษณะนิสัยของคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้าเลยออกมาให้ครบ อาจารย์ก็เขียนไปเรื่อยๆ ตามที่นึกออก

พอเขียนเสร็จ อาจารย์ฝรั่งของอาจารย์ก็มองกระดาษนั้น แล้วพูดสั้นๆ ว่า

"It's you."

ประโยคนั้นสั้นมาก แต่มันสั่นสะเทือนอาจารย์ไปนานครับ
ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดหนึ่งของ Carl Jung ที่อธิบายเรื่องนี้ไว้ เรียกว่า "Shadow" (เงา) และกลไกที่เรียกว่า "Shadow Projection" ครับ

จุงเชื่อว่ามนุษย์เราทุกคนมี "เงา" ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกครับ มันคือส่วนของตัวเองที่เราไม่ยอมรับ ไม่ชอบ หรือพยายามกดทับเอาไว้ เพราะเคยถูกสอนมาว่ามันไม่ดี ไม่ควรแสดงออก หรือเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ

ตอนเด็กๆ บางคนอาจจะถูกหล่อหลอมว่า การโวยวายคือเรื่องแย่ การพูดมากคือน่ารำคาญ หรือการแสดงความต้องการของตัวเองคือความเห็นแก่ตัว
บางคนก็มีสิ่งนี้ในตัวไม่น้อย แต่พอเรียนรู้ว่ามันไม่ดี เราจึงค่อยๆ เก็บส่วนเหล่านี้ของตัวเองซ่อนไว้ลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า "ฉันจะไม่มีวันเป็นคนแบบนั้นเด็ดขาด"
แต่ปัญหาคือ... สิ่งที่เราซ่อนไว้ มันไม่ได้หายไปไหนครับ มันแค่รอเวลาแสดงตัว

ลองนึกภาพตามนะครับ...

คนใจเย็น อดทนเก่งบางคน ที่ลึก ๆ ก็มีความอยากด่าคนในใจตลอดเวลา(และไม่ชอบที่ตัวเองเป็ฯแบบนี้ด้วย) พอวันหนึ่งเห็นเพื่อนที่โวยวายเก่ง เขาอาจรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนคนนั้นมากเป็นพิเศษ รำคาญแทบทนไม่ได้ ทั้งที่เพื่อนไม่ได้ทำอะไรเขาเลย
หรืออีกคน ที่ลึกๆ ไม่ชอบตัวเองที่พูดมากเกินไปในบางครั้ง พอเจอคนที่พูดเยอะในวงสนทนา ก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเป็นพิเศษ โดยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังหมั่นไส้ส่วนหนึ่งของตัวเองที่สะท้อนออกมาผ่านคนนั้นครับ
บางครั้ง เราด่าเขา เพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเองว่า "เห็นไหม ฉันเป็นคนมีความรับผิดชอบ ไม่ได้เป็นคนแย่ๆ แบบนั้น"

เวลาที่มีคนมาเล่าความหงุดหงิดใจเรื่องคนอื่นให้ผมฟัง ผมมักจะชวนเขาตั้งคำถามกลับเบาๆ ว่า "พฤติกรรมที่คุณเกลียดที่สุดในตัวเขา... มันมีส่วนไหนเชื่อมกับตัวคุณบ้างไหมครับ?"

การยอมรับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ เพราะมันแปลว่าเราต้องยอมรับในส่วนที่ "ไม่น่ารัก" ของตัวเองด้วย

แต่เชื่อผมเถอะครับว่า ทันทีที่เรากล้ามองส่วนนั้นด้วยความเข้าใจแทนการปฏิเสธ ความโกรธที่เรามีต่อคนอื่นจะลดลงอย่างน่าประหลาดใจ
ครั้งหน้าที่คุณรู้สึกหงุดหงิดใครสักคนขึ้นมาอย่างรุนแรง... ลองหยุดหายใจลึกๆ แล้วถามตัวเองเบาๆ ว่า

"สิ่งที่ฉันเกลียดในตัวเขา... มันมีอยู่ในตัวฉันด้วยไหม?"

ไม่ต้องไปตัดสินเขา และที่สำคัญที่สุด... ไม่ต้องตัดสินตัวเอง แค่โอบกอดความรู้สึกนั้น แล้วบอกกับส่วนที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณเบาๆ ว่า "ไม่เป็นไรนะ... ฉันรู้แล้วว่าเธออยู่ตรงนั้น และฉันจะไม่ทำเป็นไม่รู้จักเธออีกต่อไปแล้วครับ"

เมื่อเราเริ่มใจดีกับตัวเองได้มากพอ... เราก็จะเริ่มใจดีกับความไม่สมบูรณ์แบบของคนอื่นได้เช่นกันครับ 🤍

หมอวอป (จิตแพทย์)
- สัมพันธ์ศาสตร์ -

#หมอวอป #จิตวิทยา #ดูแลใจ #พัฒนาตัวเอง #รักตัวเอง

07/08/2026

Live วันอาทิตย์นี้ 21:45
"ทำไมรักถึง 'พัง' ทั้ง ๆ ที่รักกัน"
(สัปดาห์นี้ขอมาดึกหน่อยนะครับ ตารางแน่นสุด ๆ 🙏
ใครรอฟังไหวบอกกันหน่อยน้า👇)

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ WLife จิตวิทยาและการเติบโตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์