Dboonaeฟื้นฟูบำรุงกระดูกกล้ามเนื้อเส้นเอ็น0929692196

Dboonaeฟื้นฟูบำรุงกระดูกกล้ามเนื้อเส้นเอ็น0929692196 ดีบูน ช่วยฟื้นฟูกระดูกกล้ามเนื้อเส้นเอ็น
น้ำหล่อลื่นในไขข้อลดอาการอักเสบ

บำรุงฟื้นฟู ปวดคอ บ่า ไหล่ยึดติด สบักจม ปวดร้าวลงแขนขาหรือชาลงปลายนิ้ว ปวดหลัง หมอนรองกระดูกเสื่อม น้ำไขข้อแห้ง ปวดเข่า มีเสียงดังก๊อบแก๊บ ปวดหัวเหมือนเป็นไมเกรน ร้าวไปกระบอกตา บ้านหมุน ตาพร่า แนะนำดีบูน

📢📢📢จะทำยังไงกับอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดเข่า?ปวดมากจนนอนไม่ได้ ปวดจนใช้ชีวิตไม่มีความสุขขอเพียงเปิดใจ อาการปวดดีขึ้นแน่นอนค...
19/06/2017

📢📢📢จะทำยังไงกับอาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดเข่า?
ปวดมากจนนอนไม่ได้ ปวดจนใช้ชีวิตไม่มีความสุขขอเพียง
เปิดใจ อาการปวดดีขึ้นแน่นอนค่ะ ปรึกษาเรา...ฟรี คลิกเลย

😖ปวดคอ บ่า ไหล่ ร้าวขึ้นหัวเจ็บแปล็บๆ เป็นๆ หายๆ
😖ไหล่ติดขยับไม่ได้ ผังผืดเกาะ สบักจม ปวดร้าวลงแขน
ชาถึงปลายนิ้วมือ
😖อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นหรือกล้ามเนื้อสะโพกหดเกร็ง
หนีบทับเส้นประสาทปวดร้าวลงขา ชาลงฝาเท้า นิ้วเท้า
😖กล้ามเนื้ออ่อนแรงเส้นเอ็นอักเสบ
😖ประสบอุบัติเหตุ แขน ขา หัก
😖ลื่นล้มก้นกระแทก
😖นิ้วล็อค เก๊าท์ รูมาตอยด์
😖ปวดเข่า น้ำในไขข้อแห้ง มีเสียงลั่นในข้อ เสียวเข่ามีเสียงดัง
ก๊อบแก๊บเวลากดเจ็บมาก
😖ปวดขาด้านในเจ็บลึกๆชาลงขา ลงข้อเท้า หาสาเหตุไม่เจอ
อย่าปล่อยไว้นานนะค่ะ

👍ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
👍อธิบายด้วยความห่วงใย
👍ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน
เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มักมีอาการรรภ์ปวดหลัง ปวดบั้นเอวและสะโพก มารู้จักเทคนิคลดอาการปวดกันค่ะ     ในขณะตั้งครรภ์ผู้หญิงจะผล...
19/06/2017

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มักมีอาการรรภ์ปวดหลัง ปวดบั้นเอวและสะโพก มารู้จักเทคนิคลดอาการปวดกันค่ะ

ในขณะตั้งครรภ์ผู้หญิงจะผลิตฮอร์โมนรีแลกซีน เพื่อช่วยในการทำให้เอ็นที่ยึดข้อต่อของกระดูกอ่อนนุ่มและผ่อนคลาย ซึ่งคุณแม่จะสังเกตได้ง่ายๆว่าเมื่อเราท้องร่างกายของเราจะขยายใหญ่ขึ้น แต่ไม่ใช่เฉพาะท้องเท่านั้นนะคะที่ขยายใหญ่ขึ้น ซี่โครงของคุณแม่ก็จะขยายใหญ่ขึ้นเพื่อทำให้เกิดห้องให้ท้องของคุณแม่ที่ขยายใหญ่ขึ้นในระยะหลังของการตั้งครรภ์อยู่ ทำให้เส้นเลือดขยายตัวเพื่อส่งเลือดจำนวนมากไปหล่อเลี้ยงร่างกายคุณแม่ ฮอร์โมนรีแลกซีนทำหน้าที่ที่สำคัญหลายอย่างแม้กระทั่งการทำให้ช่องทางคลอดขยายเพื่อให้ทารกคลอดได้ง่ายในระยะคลอด

สาเหตุของอาการปวดหลัง ปวดบั้นเอว สะโพกคืออะไร?

ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถแยกได้ว่าที่เกิดอาการปวดเนื่องจากมีฮอร์โมนรีแลกซีนมากหรือน้อยไป หรือว่าเกิดขึ้นในขณะที่เปลี่ยนท่าทาง ก็ยังสรุปไม่ได้ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า หญิงตั้งครรภ์ 20 %มีอาการปวดบั้นเอวสะโพกและหลัง ป้าขอเป็นกำลังใจให้นะคะว่าคุณแม่ไม่ได้มีอาการนี้เพียงคนเดียว บางคนมีอาการตั้งแต่เริ่มตั้งท้องแต่คุณแม่บางคนก็ไม่มีอาการอะไรเลยจนกระทั่ง3-4วันก่อนคลอด

อาการปวดหลัง ปวดบั้นเอวและปวดสะโพก

อาการปวดรวมอาการต่อไปนี้ด้วยค่ะ ปวดสะโพก ปวดหลัง ปวดกระดูกเชิงกรานและปวดร้าวไปที่กระดูกก้นกบ คุณแม่บางคนอาจปวดแค่บางที่แต่คุณแม่หลายๆคนก็ปวดทุกอย่างเลยค่ะ

อาการปวดจะเพิ่มมากค่ะ ถ้าคุณแม่ทำกิจกรรมต่อไปนี้ทุกวัน เดินและนั่งแล้วก็ลุกยืนรวมทั้งการนอนราบด้วยค่ะ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการปวดได้ง่ายเช่น กิจกรรมที่ทำให้กระดูกเชิงกรานไม่สมดุลเช่นการนอนพลิกคว่ำไปมาบนที่นอน การเอี้ยวตัวลงจากรถ กิจกรรมหลายๆอย่างที่เป็นสิ่งที่ยากสำหรับหญิงมีครรภ์ที่มีน้ำหนักตัวมาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณแม่ทรมานและไม่สุขสบายจากอาการปวดค่ะ

เทคนิคในการลดอาการปวดสะโพกปวดหลังสำหรับหญิงตั้งครรภ์
- เวลานั่งต้องประคับประคองหลังให้ดีค่ะ นั่งตัวตรงใช้ผ้าเช็ดตัวม้วนแล้วรองระหว่างกระดูกสันหลังกับกับพนักเก้าอี้ค่ะ
- สวมรองเท้าส้นเตี้ยนะคะ
- ไม่แบกอะไรที่หนักๆนะคะ ไม่ใช้กระเป๋าสะพายไหล่ ไม่อุ้มลูกเข้าสะเอว
- ระมัดระวังกิจกรรมที่จะทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดเช่นลงจากรถ ลงช้า ๆ อย่ารีบร้อน
- นอนตะแคงซ้าย ใช้หมอนรองระหว่างขาจะทำให้คุณแม่นอนได้สบายขึ้นค่ะ

คุณแม่คะ อาการปวดเอว ปวดสะโพก ปวดหลังที่คุณแม่เป็น ส่วนใหญ่จะหายได้เมื่อคุณแม่คลอดแล้วค่ะ ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องเล็กๆนะคะ ไม่ต้องวิตกกังวล อดทนเพื่อลูกรัก เมื่อเวลาผ่านพ้นไปทุกอย่างก็จะดีขึ้นค่ะ ป้าเป็นกำลังใจให้นะคะ

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
??สนใจติดต่อ
??โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon

มาทำความรู้จักโรคไซอาติกา (Sciatica) กันคะ แชร์ไดเลยยยยไซอาติกา (Sciatica) เป็นอาการปวดสะโพก ร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง อาก...
19/06/2017

มาทำความรู้จักโรคไซอาติกา (Sciatica) กันคะ แชร์ไดเลยยยย

ไซอาติกา (Sciatica) เป็นอาการปวดสะโพก ร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง อาการปวดขาอาจลามไปจนถึงเท้า และอาจมีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย อาจเป็นสัญญานของอาการปวดสะโพกที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับที่บริเวณสะโพก หรือเอวมักพบในผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลัง

อาการปวดสะโพกจะแตกต่างจากรูปแบบอื่นๆของอาการปวดหลัง เพราะส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวดเริ่มขึ้นที่ด้านหลังสะโพก และร้าวลงไปที่ขาข้างใดข้างหนึ่ง จะรู้สึกเสียวแปล๊บ ร้อนๆบริเวณที่ปวด อาจปวดตั้งแต่เล็กน้อย ไปจนถึงปวดขั้นรุนแรง บางรายอาจมีอาการขาชาร่วมด้วย

สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงของอาการปวดสะโพกร้าวลงขา

1. หมอนรองกระดูกเคลื่อน และหมอนรองกระดูกแตกทับเส้นประสาท เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการปวดสะโพกร้าว
ลงขา ซึ่งมีอาการปวดที่รุนแรงมาก

2. กระดูกสันหลังที่มีเส้นประสาทไขสันหลังตีบ หรือแคบลง พบมากในผู้สูงอายุ เนื่องจากในขณะที่เรามีอายุเพิ่มมากขึ้น กระดูกจะมีการเสื่อมสภาพตามวัย ทำให้กระดูกตีบ และแคบ สร้างแรงกดดันต่อเส้นประสาทเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดสะโพกร้าวลงขา โดยเฉพาะเมื่อนั่งนานๆ นั่งหลังค่อมหลังงอ จะทำให้แรงกดต่อเส้นประสาทเพิ่มขึ้นมา

3. กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) กระดูกสันหลังชิ้นใดชิ้นหนึ่งมีการเคลื่อนไปข้างหน้า หรือข้างหลังมากกว่ากระดูกสันหลังชิ้นอื่นๆ ทำให้เกิดความดันในเส้นประสาท

4. เส้นประสาทมีการยึด หรือรั้ง

5. กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis syndrome) หรือ กลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบเรื้อรังทำให้เส้นประสาทติดอยู่ลึงลงไปในสะโพก ทำให้เกิดอาการปวด

6. สาเหตุอื่นๆ เช่น ข้อเข่าเสื่อม กระดูกหักที่เกิดจากโรคกระดูกพรุน มักพบในผู้สูงอายุ

7. มีอาการปวดสะโพกร้าวลงขาในระหว่างตั้งครรภ์

8. ส่วนสาเหตุที่ทำให้ปวดสะโพกร้าวลงขาที่พบไม่บ่อยนัก เช่น เนื้องอก ลิ่มเลือด หรือฝีไปกดทับเส้นประสาท

9. อายุที่มากขึ้น ทำให้กระดูกสันหลังมีความเสื่อมถอยของความแข็งแรงลง เช่น กระดูกพรุน

10. โรคที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง เช่น โรคข้ออักเสบ หมอนรองกระดูกเสื่อม เป็นต้น

11. โรคอ้วน เพราะน้ำหนักที่มากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีพุงจะเพิ่มความเครียดให้กระดูกสันหลังมากขึ้น

12. พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานานเป็นประจำ โดยเฉพาะการนั่งหลังงอ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดสะโพกร้าวลงขาและปัญหาอื่นๆ ตามมา

อาการปวดสะโพกร้าวลงขาที่ควรเข้าพบแพทย์

– อาการปวดไม่ดีขึ้นหลังจากเริ่มมีอาการผ่านไปหลายวัน และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น
– มีอายุน้อยกว่า 20 ปี และมากกว่า 55 ปี ที่มีอาการปวดสะโพกร้าวลงขาเป็นครั้งแรก
– ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือมีประวัติการเป็นมะเร็ง
– ผู้ที่มีการยกของหนักเมื่อก่อนมีอาการไม่นาน หรือมีอาการปวดสะโพกร้าวลงขาร่วมกับอาการหนาวสั่น และมีไข้
– ผู้ป่วยHIV
– ประสบอุบัติเหตุรุนแรง และเกิดอาการปวดอย่างเฉียบพลัน เช่น ตกบันได
– สูญเสียการควบคุมของลำไส้ หรือกระเพาะปัสสาวะ หรือมีอาการชาในอวัยวะเพศทั้งหญิงและชาย

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
??สนใจติดต่อ
??โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon

โรคมะเร็งกระดูกสันหลังคืออะไร? เอาเกร็ดความรู้นะคะ มาฝากนะคะโรคมะเร็งกระดูกสันหลังชนิดปฐมภูมิและโรคมะเร็งกระดูกสันหลังชน...
19/06/2017

โรคมะเร็งกระดูกสันหลังคืออะไร?
เอาเกร็ดความรู้นะคะ มาฝากนะคะ

โรคมะเร็งกระดูกสันหลังชนิดปฐมภูมิและโรคมะเร็งกระดูกสันหลังชนิดทุติยภูมิ แต่มะเร็งกระดูกสันหลังชนิดปฐมภูมินั้นพบได้ค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นมะเร็งกระดูกสันหลังชนิดทุติยภูมิ มะเร็งกระดูกสันหลังชนิดทุติยภูมิในระยะแรกสุดจะเกิดขึ้นที่ตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งอยู่นอกกระดูกสันหลังภายในร่างกาย และเกิดการแพร่กระจายไปยังกระดูกสันหลัง ช่วงเวลาการกระจายจากอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายไปยังกระดูกสันหลังนั้นเรียกว่าการลุกลาม

อาการของโรคมะเร็งกระดูกสันหลังมีอะไรบ้าง?
1. ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวด เช่น ปวดบริเวณคอและหัวไหล่ ปวดหลังและปวดเอว อาการปวดอาจจะลามไปถึงแขน ซี่โครงและบริเวณขา
2. ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุก แขนขาไม่มีแรง ก้าวเดินไม่มั่นคง รู้สึกมีอุปสรรค กระดูกสันหลังผิดรูป และสูญเสียสมรรถภาพในการควบคุมการขับถ่าย เป็นต้น
3. ในกล้ามเนื้อส่วนลึกของผู้ป่วย สามารถสัมผัสได้ถึงขนาดและความแข็งของก้อนเนื้อที่แตกต่างกัน
4. หลังจากผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บจากภายนอก จะทำให้เกิดกระดูกสันหลังหักได้ง่าย
5. ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซูบผอม หรือกระทั่งมีไข้ต่ำและภาวะโลหิตจาง

โรคมะเร็งกระดูกสันหลังที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
1. ออสทีโอซาร์โคมา ( osteosarcoma ) : พบเห็นได้บ่อยในบริเวณกระดูกสันหลังช่วงเอวและกระดูกเหนือก้นกบ ออสทีโอซาร์โคมาบริเวณกระดูกสันหลังจะไม่ค่อยพบเห็น แต่ผู้ป่วยบางส่วนที่เป็นโรคพาเจท ( Paget's disease ) ก็อาจเป็นออสทีโอซาร์โคมาบริเวณกระดูกสันหลังได้
2. คอนโดรซาร์โคมา ( chondrosarcoma ) : คอนโดรซาร์โคมาพบเห็นได้น้อยมาก เป็นเนื้อร้ายที่มีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า แม้ว่าคอนโดรซาร์โคมาจะพบเห็นได้ในแนวกระดูกสันหลัง แต่ที่พบเห็นได้บ่อยกว่ากลับเป็นบริเวณทรวงอก
3. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง : มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน ( Non-Hodgkin lymphoma ) สามารถเกิดขึ้นได้ในกระดูกสันหลัง มะเร็งชนิดนี้อาจมีการแพร่กระจายจากกระดูก ( เช่น กระดูกสันหลัง ) ไปยังช่องประสาทไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการกดทับเส้นประสาทที่ไขสันหลัง
4. คอร์โดมา ( chordoma ) : คอร์โดมาเป็นมะเร็งกระดูกสันหลังชนิดปฐมภูมิที่พบได้บ่อยที่สุดในวัยผู้ใหญ่ คอร์โดมามักเกิดขึ้นที่บริเวณหลัง ( กระดูกสันหลังส่วนเอว ) และบริเวณกระดูกก้นกบ และอาจเกิดขึ้นบริเวณรากประสาท

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
??สนใจติดต่อ
??โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon

อย่า.. อยู่กับอาการปวด 24 ชั่วโมง พบกับหนทางแก้ไขด้วยวิธีที่ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องพักฟื้น คลิกเลยมีอา...
15/06/2017

อย่า.. อยู่กับอาการปวด 24 ชั่วโมง พบกับหนทางแก้ไข
ด้วยวิธีที่ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้อง
พักฟื้น คลิกเลย

มีอาการแบบนี้รีบเลยค่ะ
-ปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชาตื้อๆหรืออ่อนแรงที่ขาหรือเท้า
รู้สึกร้อนวูบวาบที่แผ่นหลัง
-ปวดคอ บ่า ไหล่ยึดติดขยับไม่ได้ ผังผืดเกาะ สบักจม ร้าวลง
แขนชาปลายนิ้วมือร้าวขึ้นหัวเจ็บแปล็บๆ
-ปวดคอร้าวขึ้นกระบอกตา ปวดหัวเหมือนเป็นไมเกรน
เป็นๆ หายๆ
-อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นหรือกล้ามเนื้อสะโพกหดเกร็ง
หนีบเส้นประสาทปวดร้าวลงขาชาลงฝาเท้า นิ้วเท้า
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
-ปวดเข่า เข่าอักเสบ น้ำในไขข้อแห้ง ข้ออักเสบ มีเสียงดังก๊อป
แก๊ป เสียงลั่นในข้อเสียวแปล็บๆ เวลากดเจ็บมาก มีโอกาสเป็น
อัมพฤกษ์ อัมพาตแขนขารีบ โก่ง
-ปวดทั่วร่างกาย กล้ามเนื้ออ่อนแรง เส้นเอ็นอักเสบ
-ประสบอุบัติเหตุ ลื่นล้มก้นกระแทก

🤒🤒อย่าปล่อยไว้นานนะค่ะ

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon

ระวัง!! เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย หากข้อเท้าพลิกบ่อยๆ ระวังเป็นโรคเอ็นข้อเท้าหลวม กดแชร์ได้นะคะใครหลาย ๆ คนที่ชื่นชอบกับกา...
15/06/2017

ระวัง!! เล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย หากข้อเท้าพลิกบ่อยๆ ระวังเป็นโรคเอ็นข้อเท้าหลวม กดแชร์ได้นะคะ

ใครหลาย ๆ คนที่ชื่นชอบกับการเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือชอบใส่รองเท้าส้นสูงเป็นเวลานาน ๆ อาจจะทำให้ข้อเท้าพลิกได้ ซึ่งดูเหมือนเป็นอาการทั่วๆ ไป ที่สามารถเกิดขึ้นได้อยู่เป็นประจำ แต่ถ้าปล่อยปละละเลยทิ้งไว้นานๆ แล้วอาจส่งผลให้เกิดข้อเท้าหลวมได้

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

สาเหตุอาการข้อเท้าหลวม
โดยส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุข้อเท้าพลิก ซึ่งอาจเป็นในลักษณะของข้อเท้าพลิกซ้ำบ่อย ๆ หรือเกิดจากผลสืบเนื่องจากการรักษาที่ไม่เหมะสมหลังจากข้อเท้าพลิก เช่น การทำกายภาพบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า หรือการบริหารระบบประสาทที่ป่วยในการทรวงตัวของข้อเท้าไม่เพียงพอ ซึ่งทำให้เอ็นข้อเท้ายืด เกิดอาการข้อเท้าหลวมตามมา

สำหรับอาการผู้ป่วยมักมีอาการเดินแล้วรู้สึกว่า ข้อเท้าทรุดหรือพลิกง่าย รู้สึกข้อเท้าไม่มั่นคง บางครั้งเดินเท้าเปล่าบนพื้นทรายหรือพื้นเรียบ เช่น พรมไม่ได้ ซึ่งไม่ได้มีอาการข้อเท้าหลวมเพียงอย่างเดียว หากพบว่า ยังมีอาการปวดร่วมด้วยต้องคำนึงถึงสาเหตุการบาดเจ็บอื่น ๆ ที่พบร่วมกันได้ อาทิ มีอาการเส้นเอ็นด้านนอกข้อเท้าฉีกขาด , มีรอยแผลที่กระดูกอ่อนในข้อเท้า , การได้รับบาดเจ็บของเส้นประสาทส่วนปลายเท้า กระดูกเท้าและข้อเท้าหัก เป็นต้น หากมีอาการมากขึ้นอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของเส้นเอ็นนอกข้อเท้า ข้อเท้าเอียงผิดรูป และมีอาการข้อเท้าเสื่อมตามมาได้

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

มารู้จักกล้ามเนื้อของเรากันดีกว่าค่ะ ว่าแต่ละกล้ามเนื้อมีหน้าที่อะไรบ้างและกล้ามเนื้อคนเรามีกี่ชนิด แชร์ได้เลยค่ะกล้ามเน...
15/06/2017

มารู้จักกล้ามเนื้อของเรากันดีกว่าค่ะ ว่าแต่ละกล้ามเนื้อมีหน้าที่อะไรบ้างและกล้ามเนื้อคนเรามีกี่ชนิด แชร์ได้เลยค่ะ

กล้ามเนื้อในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยเซลล์กล้ามเนื้อ มีเส้นเลือดและเส้นประสาทที่มาเลี้ยง การหดตัวของเซลล์กล้ามเนื้อทำให้เกิดการเคลื่อนที่เซลล์พวกนี้มีลักษณะเป็นเส้นยาว แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด คือ

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

1.กล้ามเนื้อเรียบ( Smooth muscle ) เป็นกล้ามเนื้อที่บุอยู่ที่อวัยวะต่างๆภายในของร่างกายมีหน้าที่ ควบคุมการทำงานของอวัยวะย่อยอาหาร และอวัยวะภายใน ต่างๆ เช่น ลำไส้ กระเพาะอาหาร อวัยวะสืบพันธุ์ มดลูก เส้นเลือดดำ ฯลฯ รวมทั้งผนังท่อต่างๆ ของต่อมที่มีท่อ ซึ่งอยู่นอกอำนาจของจิตใจ แต่อยู่ภายใต้ การควบคุมของระบบประสาทอิสระ (Autonomie Nervous System)ทำงานนอกอำนาจจิตใจ ทำงานตลอดเวลา

2.กล้ามเนื้อหัวใจ( Cardiac muscle ) เป็นกล้ามเนื้อที่มีลักษณะเซลล์เป็นกล้ามเนื้อลายแต่ว่าทำงานเหมือนกล้ามเนื้อเรียบลายแตกเป็นกิ่งคล้ายตาข่ายบุอยู่ที่ผนังของหัวใจ ทำหน้าที่หดและขยายตัว ในเวลาสูบฉีดโลหิต ทำงานนอกอำนาจจิตใจ ทำงานตลอดเวลา

3.กล้ามเนื้อลาย( Striated muscle ) ได้แก่ กล้ามเนื้อที่เกาะอยู่กับกระดูก จึงเรียกว่า กล้ามเนื้อ กระดูก (Skeletal muscles) เช่นกล้ามเนื้อแขนขาทำงานในอำนาจจิตใจของระบบประสาท
การหดตัวของกล้ามเนื้อลาย
เกิดจากการกระตุ้นของประสาทกล้ามเนื้อ ปลายข้างหนึ่งของกล้ามเนื้อจะเกาะกับกระดูก ชิ้นหนึ่ง(Origin) ส่วนปลายของกล้ามเนื้ออีกข้างหนึ่งจะอยู่ข้ามข้อต่อไป เกาะยึดกับกระดูกอีกชิ้น หนึ่ง(Insertion) ดังนั้นเมื่อกล้ามเนื้อทำงาน คือ หดตัว ก็จะดึงกระดูกชิ้นที่สองให้เกิดการเคลื่อนที่

การหดตัวของกล้ามเนื้อลายอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
1. Dynamic Contraction หมายถึง การหดตัวของกล้ามเนื้อที่ความยาวและความตึงตัว ของมันมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่เป็นผลให้ได้งานเกิดขึ้น
2. Static Contraction หมายถึง การหดตัวของกล้ามเนื้อโดยที่ความยาวของกล้ามเนื้อ ไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีความตึงตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นการหดตัวชนิดนี้จึงไม่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว แต่อย่างใด จึงไม่มีงานในแง่ของกลศาสตร์เกิดขึ้น การหดตัวของกล้ามเนื้อแบบ Isometric นิยมใช้กันภายหลังที่ได้รับการบาดเจ็บ เพราะ ไม่สามารถเคลื่อนไหวอวัยวะนั้นได้มาก ป้องกันกล้ามเนื้อลีบ แต่ในทางสรีรวิทยากล้ามเนื้อได้ทำ งาน มีพลังที่ได้จากปฏิกิริยาทางเคมี ผลสุดท้ายก็จะได้ความร้อนเกิดขึ้นเช่นกัน

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

ปลายประสาทเริ่มอักเสบ มีอาการชา อยู่คู่กับกล้ามเนื้อเส้นเอ็น กระดูก อยู่ห่างไกลโรคข้อ - ปวดคอ ปวดหลัง และการปวดกล้ามเนื้...
14/06/2017

ปลายประสาทเริ่มอักเสบ มีอาการชา อยู่คู่กับกล้ามเนื้อเส้นเอ็น กระดูก อยู่ห่างไกลโรคข้อ - ปวดคอ ปวดหลัง และการปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานขอให้ทุกคนอ่านให้เข้าใจและจำวิธีปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะมีความสำคัญกับการใช้ชีวิตเพื่อให้ร่างกายไม่ผิดปกติและแข็งแรง
ข้อมูลนี้มีสาระ อ่านนะค่ะ เพื่อตัวเราเองค่ะ แชร์ได้ค่ะ

ในสภาวะปกติ กระดูกคนเราจะมีทั้งการสร้างและการทำลายเนื้อกระดูกพร้อม ๆ กันไปตลอดเวลา โดยที่อัตราการสร้างและการทำลายนี้จะมีพอ ๆ กัน จึงอยู่ในสมดุล และในสภาวะบางอย่างจะมีการกระตุ้นให้มีการทำลายเนื้อกระดูกมากขึ้นโดยที่การสร้างจะน้อยลง ซึ่งเป็นปัจจัยให้กระดูกบางโดยเฉพาะในคนสูงอายุ จนท้ายสุดกระดูกนั้นจะหักและทรุดง่าย จุดที่พบได้บ่อยคือ ที่ข้อมือ สะโพก และกระดูกสันหลัง

กระดูกสันหลัง ประกอบด้วย กระดูกคอ ทรวงอก เอว และ ก้นกบ เรียงต่อกันจากคอลงมาถึงก้นมีลักษณะแอ่น(คอ) โค้ง(ทรวงอก) แอ่น(เอว) โค้ง(ก้นกบ) ตามลำดับ หักลบกันแล้วจะเป็นเส้นตรง

1. กระดูกคอ เคลื่อนไหวได้ทุกทิศ คือ ก้ม เงย ตะแคงซ้าย ขวา หมุนซ้าย ขวา จึงทำให้สึกหรอและปวดได้ง่ายกว่าที่อื่น สาเหตุที่ทำให้คอสึก คือ การนั่ง นอน ทำงาน ในท่าที่ไม่ถูกต้อง

2. กระดูกทรวงอก เคลื่อนไหวก้มไม่ได้ ได้แต่เอนกับหมุนบิดซ้ายขวา จึงไม่ค่อยเสื่อม

3. กระดูกเอว เคลื่อนไหวได้มาก คือ ก้ม และ เงย

หมอนรองกระดูก
มีลักษณะประกบกันเฉย ๆ โดยมีตัวยึด 4 จุด ตัวที่ยึดนี้เรียกว่า ข้อ ตรงกลางหมอนรองกระดูกเป็นศูนย์รวมประสาท เส้นประสาทจะโผล่ออก มาตามข้อเพื่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หมอนรองกระดูกจะสึกไปเรื่อย ๆ ตามอายุ ตลอดชีวิตจะสึก 4 ซม. ถือว่าปกติ เช่นสูง 170 พอแก่อายุ 70-80 ปี ความสูงลดลงเหลือ 166 ถือว่าเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ถ้าเตี้ยลงปีละ 1 ซม. ถือว่าเป็นโรคกระดูกผุ หญิงวัย 55 ปีขึ้นไป กระดูกจะทรุดลงตามธรรมชาติ ตัวก็จะเตี้ยลง และมีพุงยื่น

เส้นประสาทคอ
มี 8 คู่ ถ้าเกิดกระดูกคอเสื่อมจะเป็นต้นเหตุของอาการปวดตามที่ต่าง ๆ โดยคู่ที่ 1 จะไปที่หัว คู่ที่ 2 หลังหู กระบอกตา ขมับ คู่ที่ 3 ต้นคอ คู่ที่ 4 สะบัก คู่ที่ 5 บ่าและไหล่ คู่ที่6 ต้นแขน คู่ที่ 7 ปลายแขน และคู่ที่ 8 มือ

เส้นประสาทเอว
มี 5 คู่ คือ คู่ที่ 1 เอว คู่ที่ 2 โคนขา คู่ที่ 3 หัวเข่า คู่ที่ 4 น่อง และคู่ที่ 5 เท้า

การปรับปรุงท่าทางในกิจวัตรประจำวัน

ท่านอน
ต้องเหมือนกับคนยืนตรง เวลานอนให้ใช้หมอนหนุนคอ จงจำไว้หมอนมีไว้หนุนคอ ไม่ใช่หนุนหัว หมอนที่ดีมีลักษณะตรงกลางบางกว่าซ้ายและขวา หากไม่มีหมอนจะใช้ผ้าขนหนูม้วนเป็นแท่ง แล้วรองหนุนคอให้พอดีก็ได้

นอนหงาย การนอนหงายจะทำให้หลังแอ่น วิธีแก้ต้องงอสะโพก
และเข่า โดยมีหมอนรองใต้โคนขา หลังจะแบบเรียบติดที่นอน

นอนตะแคง เป็นท่านอนที่ดีที่สุด หลังจะตรง นอนตะแคงข้างใด ก็ได้โดยกอดหมอนข้างใบใหญ่ ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอก่ายบนหมอนข้าง

นอนคว่ำ เป็นท่านอนที่ไม่ดี ห้ามนอนท่านี้เด็ดขาด เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น ทำให้ปวดหลังระดับเอวมากขึ้น

กระดูกเอวและคอเสื่อม
การลุกจากที่นอนและการลงนอน ห้ามสปริงตัวลุกขึ้นมาตรง ๆ เพราะหลังจะสึกมาก ควรปฏิบัติดังนี้
ถ้านอนหงายอยู่ให้งอเข่าขึ้นมาก่อน ตะแคงตัวในขณะเข่ายังงออยู่ ใช้ข้อศอกและมือยันตัวขึ้นในขณะที่ ห้อยเท้าทั้ง 2 ข้าง ลงจากเตียง ดันตัวขึ้นมาในท่านั่งตรงได้ โดยให้เท้าวางราบบนพื้น

ในท่าลงนอนให้ทำสวนกับข้างบนนี้
การดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือ
ห้ามนอนดู TV หรือนอนอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้หมอนรองกระดูกคอสึก ควรนั่งจะดีกว่า

การนั่ง
ควรนั่งเข้าให้สุดทีรองก้น หลังพิงสนิทกับพนักพิง หลังจะตรง เท้าวางบนพื้นเต็มเท้า
ส่วนสำคัญของเก้าอี้
- สูงพอดีเท้าวางราบบนพื้นได้
- ที่นั่ง รองรับจากก้นถึงใต้เข่า
- พนักพิง เริ่มจากที่นั่งสูงถึงระดับสะบัก โดยทำมุม 110 องศากับที่นั่งรองก้น

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
📌📌สนใจติดต่อ
☎️โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

สาเหตุของโรคกระดูกมีได้หลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่1.จากการสูงอายุ ทั้งนี้เซลล์กระดูกจะเช่นเดียวกับเซลล์ทุกชนิดของร่า...
14/06/2017

สาเหตุของโรคกระดูกมีได้หลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อยๆ ได้แก่

1.จากการสูงอายุ ทั้งนี้เซลล์กระดูกจะเช่นเดียวกับเซลล์ทุกชนิดของร่างกาย ที่จะเสื่อมลงตามธรรมชาติเมื่ออายุสูงขึ้น โดยเฉพาะจากการลดน้อยลงของฮอร์โมนเพศที่เป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานของเซลล์กระดูก ดังนั้นโรคกระดูกเสื่อม/โรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุจึงพบในผู้ หญิงได้สูงกว่าในผู้ชาย จากการที่ผู้หญิงมีวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นวัยที่รังไข่หยุดสร้างฮอร์ โมนเพศ ทั้งนี้ในปัจจุบัน โรคกระดูกพรุน เป็นโรคกระดูกที่พบได้บ่อยที่สุด

2.กระดูกหัก (Bone fracture) จากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น การใช้รถใช้ถนน การกีฬา การลื่นล้มในบ้าน โดยกระดูกชิ้นที่พบเกิดการหักได้บ่อย คือ กระดูกข้อมือ กระดูกสันหลัง และกระดูกสะโพก

3.จากภาวะขาดอาหาร โดยเฉพาะอาหารโปรตีน แคลเซียม
ฟอสฟอรัส และวิตามิน ดี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างกระดูก

4.ซึ่งภาวะขาดอาหาร ถ้าเกิดในเด็กจะส่งผลให้กระดูกไม่แข็งแรง อ่อนแอ เปลี่ยนรูปร่างได้ง่าย เรียกว่า ภาวะ Osteomalacia ส่งผลให้กระดูกหักได้ง่าย และร่างกายไม่เจริญเติบโต

5.ส่วนในผู้ใหญ่ภาวะขาดอาหารจะส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุน ซึ่งเป็นสา เหตุสำคัญของกระดูก หัก

6.จากการติดเชื้อโรค เช่นเดียวกับอวัยวะทั่วไป กระดูกสามารถติดเชื้อโรคได้ โดยมักเป็นผลข้างเคียงตามมาจากกระดูกหัก หรือการมีบาดแผลในเนื้อเยื่อที่ติดกับกระดูก เช่น การติดเชื้อกระดูกกรามจากโรคเหงือกอักเสบ หรือเกิดร่วมกับภาวะพิษเหตุติดเชื้อ/ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต ปัจจุบัน นับจากการมียาปฏิชีวนะ สาเหตุนี้พบได้น้อยลงมาก เพราะกระดูกติดเชื้อมักเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่รักษาควบคุมได้ด้วยยาปฏิชีวนะ อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต้าน ทานโรคบกพร่อง อาจเกิดจากการติดเชื้อราได้

7.จากโรคมะเร็ง โรคมะเร็งกระดูก คือโรคมะเร็งของตัวกระดูกเอง เป็นโรคพบได้น้อย มักเกิดในเด็กโต และช่วงวัยรุ่น โดยพบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิง แต่โรคมะเร็งจากอวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย เมื่ออยู่ในระยะแพร่กระจาย มักแพร่กระจายมายังกระดูก ซึ่งโรคมะเร็งที่แพร่กระจายมา ยังกระดูกนี้ เป็นโรคที่พบได้บ่อย และมักเป็นโรคมะเร็งของผู้ใหญ่ โดยโรคมะเร็งที่มักแพร่กระ จายมายังกระดูก คือ โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งไต เป็นต้น

8.จากโรคเนื้องอก ชนิด Acromegaly (โรคสภาพโตเกินไม่สมส่วน) ของต่อมใต้สมอง ที่พบได้ประปรายทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย ในเด็กและในผู้ใหญ่ เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุเกิด แต่เนื้องอกชนิดนี้จะสร้างฮอร์โมนชนิดกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโต (Growth hormone) เกินปกติ ส่งผลให้เนื้อเยื่อเกี่ยวพันโดยเฉพาะกระดูกเจริญเกินปกติ (แต่หักง่าย) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีรูปร่างสูงใหญ่เกินคนทั่วไป

9.จากพันธุกรรม เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เช่น โรค Osteogenesis imperfecta ที่ส่งผลให้กระดูกทุกชิ้น เปราะและหักง่ายตั้งแต่แรกเกิด

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

อาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของเรา เราบริโภคอาหารเข้าไปเพื่อบำรุงร่างกาย แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่บริโภคเข้าไปแล้วทำลายสุ...
14/06/2017

อาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของเรา เราบริโภคอาหาร
เข้าไปเพื่อบำรุงร่างกาย แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่บริโภค
เข้าไปแล้วทำลายสุขภาพรา่งกายของเรา กดแชร์ได้เลยค่ะ

อาหารที่เราบริโภคเข้าไปมีผลต่อสุขภาพของคนเราเป็นอย่างมาก การที่จะมีสุขภาพดี แข็งแรง และอายุยืนยาว ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับอาหารที่เราเลือกรับประทานด้วยเป็นสำคัญ
ปัจจุบันมีหลายโรคที่มีผลมาจากการรับประทานอาหารที่เป็นตัวก่อโรค หรือรับประทานอาหารได้ไม่เหมาะสม/ถูกกับโรค หรืออาหารเป็นตัวกระตุ้นให้อาการของโรคกำเริบมากขึ้น หรือทำให้อาการที่ผู้ป่วยเป็นอยู่แย่ลง โดยโรคที่เป็นมากโดยเฉพาะในผู้สูงอายุคือโรคทางกระดูกและข้อต่อต่างๆ เช่น โรคกระดูกเสื่อม กระดูกพรุน โรคข้อต่ออักเสบ โรคเก๊าต์ เป็นต้น

ถ้าพูดถึงการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก พวกเราทุกคนก็จะนึกถึงการรับประทานอาหารที่บำรุงกระดูก ไม่ว่าจะเป็นนมถั่วเหลือง ปลาตัวเล็ก ผักใบเขียวเป็นอันดับแรก ต่อมาก็มักจะนึกไปถึงการเสริมแคลเซี่ยมและวิตามินดีแบบอัดเม็ด หรือคนที่คิดมากหน่อยก็อาจนึกเลยไปถึงการออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างกระดูก แต่จริงๆแล้วการดูแลสุขภาพกระดูก ยังมีอีกแง่มุมหนึ่ง ที่คุณผู้อ่านหลายท่านอาจนึกไม่ถึง หรือบางท่านอาจไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

นั่นก็คือการเลี่ยงอาหารที่บ่อนทำลายกระดูกของเรา
การสร้างและทำลายกระดูกในร่างกายเรานั้น เป็นกลไกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างหรือทำลายกระดูกนั้น คือสมดุลของแร่ธาตุแคลเซี่ยมในร่างกาย พบว่าอาหารหลายประเภทส่งผลรบกวนสมดุลแคลเซี่ยมนี้ และต่อไปนี้คือรายชื่ออาหารที่คุณควรระวัง!

การรับประทานอาหารประเภทโปรตีนในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาหารกลุ่มโปรตีนโดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ จะมีความเป็นกรด ส่งผลให้เกลือแคลเซี่ยมถูกดึงตัวออกจากกระดูก เพื่อมาจัดการกับความเป็นกรดของเลือด การศึกษาพบว่าคนที่รับประทานอาหารโปรตีนสูงนานๆ จะมีความหนาแน่นกระดูกที่บางกว่าคนที่รับประทานอาหารแบบปกติ เหล่าบรรดาสาวกAtkin’s diet ที่รับประทานโปรตีนเป็นสรณะเพื่อลดน้ำหนัก ต้องระวังในจุดนี้ไว้

น้ำอัดลม ทั้งแบบปกติและแบบไร้น้ำตาล ก็ส่งผลให้กระดูกของคุณบางลงได้พอๆกัน เนื่องจากน้ำอัดลมมีผลไปดึงแคลเซี่ยมออกจากกระดูก ดังนั้น หากเต็มที่กับชีวิตมากไป อาจกระดูกพรุนได้เหมือนกันนะคะ

คาเฟอีน สำหรับคอกาแฟนั้น หมอขอฝากคำเตือนที่จำง่ายๆคือ “หนึ่งแก้วตาสว่าง สองแก้วงานเดินได้บ้าง สามแก้วกระดูกบางไม่รู้ตัว” เพราะคาเฟอีนในกาแฟ ก็เป็นอีกหนึ่งในตัวการที่ส่งผลให้แคลเซี่ยมถูกดึงตัวออกมาจากกระดูกเช่นกัน

อาหารเค็ม พบว่าการรับประทานเกลือโซเดียมในปริมาณมาก ส่งผลให้ร่างกายขับแคลเซี่ยมออกทางปัสสาวะมากขึ้น แต่บางการศึกษาก็พบว่า ในคนที่มีการทำงานของไตปกติ การรับประทานอาหารเค็มไม่มีผลต่อกระดูกแต่อย่างใด แม้ผลเสียต่อร่างกายในเรื่องกระดูกยังไม่แน่ชัด แต่อาหารเค็มก็มีผลเสียกับร่างกายมากมาย ดังที่หมอเคยเล่าถึงในทิป Su***de by salt เกลือคร่าชีวิต

- เลี่ยงการรับประทานอาหารแบบเน้นโปรตีนมากเกินไป โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์
- หันมารับประทานโปรตีนจากพืชซึ่งไม่ส่งผลต่อกระดูก เช่น เต้าหู้ ถั่ว โอ๊ต
- ลาขาดน้ำอัดลม ทั้งแบบปกติและแบบไร้น้ำตาล
- ดื่มกาแฟแค่วันละ 1-2 แก้ว หรือเปลี่ยนมาดื่มชาเขียว ซึ่งมีคาเฟอีนน้อยกว่า และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นโบนัสเสริมด้วย
- เลี่ยงการรับประทานอาหารเค็ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผงชูรส ซึ่งเป็นแหล่งของเกลือโซเดียมที่เรามักลืมนึกถึงไป
อ้างจาก...พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี
อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้

💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

กระดูกคือโครงสร้างสำคัญที่พยุงส่วนต่างๆของร่างกายเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อเส้นเอ็นเส้นเลือดและเส้นประสาทมากมายหากโครงส...
14/06/2017

กระดูกคือโครงสร้างสำคัญที่พยุงส่วนต่างๆของร่างกายเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อเส้นเอ็นเส้นเลือดและเส้นประสาทมากมายหากโครงสร้างกระดูกไม่มั่นคงมีการเสื่อมสภาพลงคงไม่พ้นต้องอยู่กับโรคความเสื่อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มาดูกันว่าเราทำร้ายตัวเราเองขนาดใหน

10 วิธีที่คุณอาจเคยทำและไม่รู้ว่ามันทำร้ายกระดูกสันหลังของคุณมาบอกกัน

1. การนั่งไขว่ห้าง
จะทำให้น้ำหนักตัวลงที่ก้นข้างใดข้างหนึ่ง เป็นผลให้กระดูกคด

2. การนั่งหลังงอ หลังค่อม
เช่น การอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ติดต่อกันนานๆ เป็นชั่วโมง จนทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้าง เกิดการคั่งของกรดแล็คติก มีอาการเมื่อยล้า ปวด และมีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปตามมา

3. การนั่งกอดอก
จะทำให้หลังช่วงบน สะบัก และหัวไหล่ถูกยืดยาวออก หลังช่วงบนค่อมและงุ้มไปด้านหน้า ทำให้กระดูกคอยื่นไปด้านหน้า มีผลต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขน อาจทำให้มืออ่อนแรงหรือชาได้

4. การนั่งเบาะเก้าอี้ไม่เต็มก้น
จะทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องทำงานหนัก เพราะเป็นฐานในการรับน้ำหนักตัว

5. การยืนพักขาลงน้ำหนักด้วยขาข้างเดียว
การยืนที่ถูกต้อง ควรลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างเท่าๆกัน โดยยืนให้ขากว้างเท่าสะโพก จึงจะทำให้เกิดความสมดุลของโครงสร้างร่างกาย

6. การยืนแอ่นพุง/หลังค่อม
การยืนหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อยเพื่อเป็นการรักษาแนวกระดูกช่วงล่างไม่ให้แอ่น และทำให้ไม่ปวดหลัง

7. การใส่ส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่ง
จะทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ ซึ่งจะนำมาสู่อาการปวดหลัง

8. การยกของหนักแบบไม่ย่อเข่า
ให้ใช้วิธีย่อเข่าแทนการก้มหลังเพื่อยกของ ห้ามบิดเอี้ยวตัวขณะยกของหนัก

9.การสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว
ไม่ควรสะพายกระเป๋าข้างใดข้างหนึ่งต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนเป็นการถือกระเป๋าโดยใช้ร่างกายทั้ง 2 ข้างให้เท่าๆ กัน อย่าใช้แค่ข้างใดข้างหนึ่งตลอด เพราะจะทำให้เกิดการทำงานหนักอยู่ข้างเดียว ส่งผลให้กระดูกสันหลังคดได้

10.การขดตัว/นอนตัวเอียง
ท่านอนหงายเป็นท่านอนที่ถูกต้องที่สุด ควรนอนให้ศีรษะอยู่ในแนวระนาบ หมอนหนุนศีรษะต้องไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป ควรมีหมอนรองใต้เข่าเพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล่าง หากจำเป็นต้องนอนตะแคงให้หาหมอนข้างก่าย โดยก่ายให้ขาทั้งหมดอยู่บนหมอนข้าง เพื่อรักษาแนวกระดูกให้อยู่ในแนวตรง

หากรู้แล้วว่า พฤติกรรมไหนที่เสี่ยงต่อกระดูกเสื่อมแล้ว ก็ให้คุณสังเกตตัวเองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาดูแลรักษากระดูกของเรากันดีกว่า ให้กระดูกนั่นอยู่เสริมบุคลิกภาพกับเราไป
อีกนานๆ

ที่มา: โรงพยาบาลกรุงเทพ

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
💢สนใจติดต่อ
📲โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

อาการกระดูกสันหลังส่วนคอทรุดกดทับเส้นเลือด เส้นประสาทสาระน่ารู้กระดูกคอเสื่อม มีปัญหาตามมาหลายอย่างอ่านดูนะค่ะ ...แชร์ได...
14/06/2017

อาการกระดูกสันหลังส่วนคอทรุดกดทับเส้นเลือด เส้นประสาท
สาระน่ารู้กระดูกคอเสื่อม มีปัญหาตามมาหลายอย่าง
อ่านดูนะค่ะ ...แชร์ได้นะคะ

กระดูกสันหลังกดทับเส้นเลือด จะมีลักษณะอาการเด่นคือ อาการปวดเจ็บเสียวบริเวณลำคอ เส้นที่คอจะตึง กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ตึง ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข อาการปวดจะลามลงมาจาก ไหล่ แขนท่อนบน ข้อศอก แขนท่อนล่าง ไปจนถึงข้อนิ้ว ในบางรายอาจมีอาการชาร่วมด้วย
หากปล่อยเรื้อรังอาจเกิดอาการอย่างอื่นตามมา เมื่อกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่แข็ง ทำให้มีโอกาสที่จะเกิด คอเคล็ด คอแข็ง ทำให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก ทำให้เกิดอาการสมองขาดเลือด โดยส่งผลให้มึนหัว เวียนหัว ตาพล่า ความจำไม่ค่อยดีฯลฯ

ในกรณีกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท จะปวดเสียวที่คอหรือแขน แขนจะไม่มีกำลัง ยกของไม่ขึ้น หรืออาจจะยกแขนไม่ขึ้น ทำให้เราไม่สามารถใช้แขนข้างที่ถูกกดทับได้
สาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการหล่านี้ประกอบด้วย การยกของหนักด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้องบ่อยๆ น้ำหนักตัวที่มากเกินไปหรือการนั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องนานๆ หากเกิดขึ้นควรปรึกษาแพทย์ทันที

>>ให้คำแนะนำด้วยความสุภาพ
>>อธิบายด้วยความห่วงใย
>>ยินดีให้คำปรึกษา...ฟรี

อาการเหล่านี้สามารถฟื้นฟูได้
📌📌สนใจติดต่อ
☎️โทร. คุณจิรภัทร(เอ๋) 092 9692196
คุณสุภชัย(เอ) 092 6105351
เพิ่มเพื่อน ID: (พิมพ์@ข้างหน้าด้วยค่ะ)
หรือ คลิกลิ้งค์ Line@ เพิ่มเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสาร
https://line.me/R/ti/p/%40aedboon
https://business.facebook.com/Dboonae

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

0929692196

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Dboonaeฟื้นฟูบำรุงกระดูกกล้ามเนื้อเส้นเอ็น0929692196ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ การปฏิบัติ

ส่งข้อความของคุณถึง Dboonaeฟื้นฟูบำรุงกระดูกกล้ามเนื้อเส้นเอ็น0929692196:

ทางลัด

แชร์